LamoonLove
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Obligation of Love 05 - ยังไม่ถึงเวลา

ชื่อตอน : Obligation of Love 05 - ยังไม่ถึงเวลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 06:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Obligation of Love 05 - ยังไม่ถึงเวลา
แบบอักษร

“หรือกูจะเป็นอย่างที่ไอ้เคนบอกวะ ตามใจเดย์มากเกินไป” 

 

ทันทีที่เดย์เดินออกไปจากห้องนี้ พร้อมกับสะบัดหน้าใส่ผม สองครั้งสองครา..ทั้งๆที่ไม่เคยทำใส่ผมมาก่อน .. ไอ้ไนท์ก็เอ่ยปากออกมา พร้อมกับเดินไปนั่งบนโซฟา..ก่อนที่ไอ้ซันมันจะโพล่งปากออกมา 

 

“ครั้งนี้มึงก็ไม่ได้ตามใจแล้วไง อีกอย่าง เดย์ยังเด็ก ก็เอาแต่ใจแบบนี้ละ กูว่ามาสนใจเรื่องที่เดย์แม่งงอนไอ้โซ่ดีกว่า น่าสนใจกว่าเยอะ” 

 

“อืม..เออว่ะ..น้องกูงอนมึงเป็นแล้วนะ ดีใจฉิบหาย” 

 

จะดีใจทำเหี้ยอะไร?! 

 

ผมได้แต่ทำหน้านิ่งใส่ไอ้พวกเพื่อนผมไปเท่านั้น จนกระทั่งไอ้ซันมันพูดขึ้นมาอีกครั้ง 

 

“แล้วมึงคิดไง พาเดย์มานี่?” 

 

ผมคิดไงนะหรอ ..หึหึ 

 

ก็ไม่ได้คิดไงหรอก ก็แค่ไม่อยากให้เดย์ไปหาเพื่อนที่ชื่อบาสอะไรนั่น ก็เท่านั้นเอง..และอีกเรื่อง ผมก็อยากจะแกล้งเด็กไม่รู้จักโตอย่างเธอ ในเมื่อกลัวไอ้ไนท์รู้ ผมก็ทำให้ไอ้ไนท์รู้ซะเลย.. แต่ผมไม่รู้ว่าเดย์ไปตกลงแบบนั้นกับไอ้ไนท์ นั่นก็เลยทำให้ตอนนี้เธองอนผมเป็นครั้งแรก อย่างที่ไอ้ซันมันว่านั่นละ  

 

แต่ผมก็มั่นใจว่าเธองอนผมได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวเดย์ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม.. 

 

“เรื่องของกู..” 

 

“อ่าว ไอ้เวรนี่ กวนกูตลอด..” 

 

“แล้วไหนละ หนังสือที่มึงบอกว่าลืมไว้ที่โรงเรียน” 

 

“กูเพิ่งนึกได้ว่าอยู่ตรงนี้..” 

 

ทันทีที่ไอ้เคนเอ่ยปากถามออกมา ผมก็เอ่ยเสียงเรียบก่อนที่จะเดินไปหยิบหนังสือที่วางแอบอยู่ในชั้นหนังสือของห้องนี้ตั้งแต่แรกขึ้นมา โยนลงบนโต๊ะ และนั่งเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. 

 

และทุกคนก็เพ่งไปที่หนังสือเล่มนั้น ยกเว้นไอ้เค..ที่มองมาทางผมและยิ้มมุมปากเหมือนรู้อะไรบางอย่าง..แน่ละ ไอ้เหี้ยนี่ถึงมันจะไม่ค่อยพูด แต่แม่งเป็นหน่วยเก็บข้อมูลชั้นดีเลยละ รู้ดีทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องของผมด้วย 

 

“What the fuck! พวกกูอุตส่าห์รอมึงไปเอาหนังสือมาครึ่งชั่วโมง...แต่หนังสือกลับอยู่ในห้องนี้ตลอดเนี้ยะนะ?!” 

 

“คนอย่างมึงเนี้ยะนะจะลืม?” 

 

“กูก็มนุษย์คนนึงมั๊ย มันก็ต้องมีลืมกันบ้าง” 

 

“แต่มึงมันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาไง” 

 

“ทำไม กูมีแขนสามข้างรึไง หรือว่า..กูมีแสงเลเซอร์ที่ตาเหมือนกันดั้มมึง..” 

 

“สัส กวนกูอีกละ ไอ้เหี้ยโซ่.. เออพูดถึงเรื่องนี้ก็ดี ..ไหนกันดั้มกู!” 

 

“หึ” 

 

หลังจากที่ไอ้เคนพูดพร้อมกับเลิกคิ้วส่งมา ผมก็เดินไปหยิบกล่องหุ่นยนต์กันดั้มของผม ที่ผมเดิมพันกับไอ้เคนไว้เมื่อนานมาแล้วโยนไปให้มัน..และมันก็รับในทันที  

 

ปั่ก! 

 

ก็นั่นละอย่างที่เคยบอก ผมกับมันถ้าดวลกันบ่อยและของเดิมพันก็เป็นของที่ผมและมันสะสมกันทั้งคู่...และครั้งล่าสุด ผมแพ้ 

 

พรึ่บ! 

 

หมับ 

 

“ขอบใจเว้ยเพื่อน ได้ตัวใหม่แล้วกู..” 

 

“กูอยากรู้จริงๆ ถ้าพวกมึงอายุห้าสิบ ยังจะมาถ้าดวลแย่งกั้นดั้มกันอยู่อีกมั๊ย” 

 

“กูว่า ไอเคนกับไอโซ่แม่งจะอยู่ถึงสามสิบมั๊ยก็ไม่รู้ ศัตรูแม่งเยอะสัส” 

 

“เยอะเพราะไอเหี้ยเคนทั้งนั้น วันๆสร้างแต่ศัตรูให้แบล็กวูฟ..” 

 

“เอาหน่า ชีวิตที่มีแต่คนรักมันจะไปสนุกอะไร จริงมั๊ยวะเพื่อน..” 

 

หลังไอ้เคนมันพูดจบ พวกเราก็พร้อมใจกันส่งนิ้วให้มันไปพร้อมกันทันที 

นี่ละมัน ความรุนแรงมาก่อน เหตุผลมาทีหลัง วันๆสร้างแต่ศัตรูให้แบล็กวูฟ และเป็นผลให้ผมที่เข้ามาในแบล็กวูฟไม่นาน ต้องมาจัดการตามล้างตามเคลียมันตลอดเวลา 

 

“..กูว่า..เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า เสียเวลาไปเยอะแล้ว” 

 

ผมเอ่ยออกมาเสียงเรียบไม่สนใจอะไรกับเรื่องที่คุยก่อนหน้า ก่อนจะเข้าประเด็นเรื่องที่ทำให้พวกเราทุกคนมารวมตัวกันที่นี้ 

 

ปกติทุกอาทิตย์จะมีหนึ่งวันที่เรามารวมตัวกันที่บ้านแต่ละคนวนกันไป เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนพูดคุยสิ่งประดิษฐ์ หรือเรื่องราวน่าสนใจให้กัน และวันนี้ก็เป็นบ้านของผม.. 

และทันทีที่ผมพูดไปแบบนั้น ไอ้ซันก็เริ่มเปิดประเด็นคนแรก 

 

“อะแฮ่มๆ สวัสดีครับ คุณไนท์ คุณเค คุณเคน และ คุณโซ่ วันนี้กระผม ซันคนหล่อ จะมานำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่กระผมเพิ่งทำสำเร็จได้เมื่อคืนสดๆร้อนๆ” 

 

หลังจากที่ผมพูดไปอย่างนั้น ไอ้ซันก็ลุกขึ้นแล้วก็ยืนพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างน่ามั่นไส้ แต่ถึงอย่างนั้น พวกผมก็รอฟังมันพูดต่อไป.. 

 

“พวกคุณ คุณ คุณ คุณ จับตาดูกระผมไว้ให้ดีนะครับ..ลุงเชิด..เข้ามาหาหน่อย” 

 

หลังจากที่ไอ้ซันมันพูดขึ้นมา..ไม่ถึง 1 นาที ลุงเชิดที่ไม่รู้ว่าไปเตรียมตัวกับมันตอนไหน ก็เดินเข้ามาในห้องแห่งนี้..ก่อนจะเดินมาใกล้ๆพวกผมพร้อมยิ้มเล็กน้อย แล้วก็ถอดอะไรบางอย่างออกมาจากในรูหู และนั่นเลยทำให้พวกผม..มองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะฟังไอ้ซันมันพูดต่อ 

 

“เจ๋งใช่มั๊ยละะะ!! อ่ะ!” 

 

หลังจากพูดจบ ไอ้ซันก็เอาอะไรบางอย่างวางลงบนโต๊ะ มันเป็นเหมือนกับพาสติกสีเนื้อค่อนข้างหนา.. ชิ้นเล็กประมาณ 2 เซนติเมตร. และนั่นเลยทำให้ผม ไอ้ไนท์ และไอ้เค ต่างก็หยิบกันขึ้นมาดู.. 

 

“พวกมึงแค่เอาแผ่นพวกนี้ไปแปะที่รูหูของมึง แล้วก็ควบคุมทุกอย่างผ่านแอพลิเคชั่นในมือถือว่าจะเปิดปิดการสนทนากับใครบ้าง แค่นั้น ง่าย สบาย รวดเร็ว จบ!” 

 

ถึงมันจะกวนตีนไปบ้าง เจ้าชู้ไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับละ ว่าเรื่องอัจฉริยะทางการประดิษฐ์ ต้องยกให้มันจริงๆ 

 

และไอ้สิ่งนี้ที่มันทำอยู่ มันเกิดจากไอเดียผมเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ง่ายๆเลย ก็อย่างไอ้เคนที่แม่งมักจะมีเรื่อง หรือมีศัตรูเยอะไปหมด บางทีแม่งไม่รู้หายหัวไปไหน คือถ้ามีไอ้เจ้านี่ พวกเราก็จะรู้ได้ว่ามันอยู่ไหน อย่างน้อยถ้ามีใครเป็นอะไร หรือต้องการความช่วยเหลือ พวกผมก็จะรู้และไปช่วยกันได้ทัน.. 

 

ก็อย่างว่า พวกเรายกเว้นไอ้เค คือลูกมาเฟียกันหมด เพราะฉะนั้น มันก็เลยจำเป็นต้องมีสิ่งนี้  

 

“เป็นไง ซันเอียร์ ของกู เจ๋งมั๊ย” 

 

“สัส ชื่อเหี้ยไรของมึงไอ้ซัน” 

 

“ก็ตั้งชื่อตามคนสร้างไง พวกมึงต้องให้เกียรติกูด้วย ชื่อนี่แหละ ดีสุด ซันเอียร์” 

 

“นวัตกรรมโคตรล้ำ แต่ชื่อที่มึงตั้งนี่อย่างเหี้ยเลย” 

 

“กูพอใจชื่อนี้ของกู จบนะ” 

 

พวกผมได้แต่ส่ายหน้าให้มัน ก่อนที่ผมจะโพล่งปากถามออกมา 

 

“มันใช้ได้นานแค่ไหนต่อครั้ง?” 

 

“ขอบคุณสำหรับคำถามครับ คุณโซ่” 

 

บางทีผมก็เกลียดเพื่อนผมนะเอาจริง แม่งกวน 

 

“ตอนนี้ เบื่องต้น มันยังใช้งานได้แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ต้องเอาออกมาชาร์จ เดี๋ยวกูค่อยพัฒนาให้มันอยู่ได้นานขึ้น แล้วก็ว่าจะเพิ่มฟังก์ชั่นเปิดปิดสัญญา GPS ด้วย” 

 

“เออ ดี แล้วตอนนี้มันเชื่อมกันได้กี่คน” 

 

“ก็แล้วแต่จำนวนที่ทำเลย ตอนนี้กูทำมาแค่ 5 ชิ้น ก็พวกมึงจะเอากันกี่ชิ้นละ พรีออเดอร์มา เดี๋ยวกูคิดถูกๆ” 

 

นั่นละ เพื่อนผมเอง..  

 

แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็เอ่ยถามและพยายามหาจุดเสริมของมันเพิ่มเข้าไป พร้อมกับศึกษาวิธีการสร้างจากมัน และแลกเปลี่ยนความรู้กันไปเรื่อยๆ ตามปกติที่พวกเราทำกันเป็นประจำ และระหว่างที่พวกมันทั้งสี่ กำลังวิเคราะห์กับซันเอียร์ของไอ้ซัน ผมก็ลุกขึ้นเดินไปถามลุงเชิดที่มักจะนั่งดูพวกผมเสนอไอเดียกันแบบนี้เสมอ 

 

“เดย์ละครับ” 

 

“ยังอยู่ในห้องเหมือนเดิมครับ” 

 

“อย่าลืมเอาน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นกับเค้กในตู้เย็นไปให้ด้วยนะครับ” 

 

“เรียบร้อยแล้วครับ” 

 

หลังจากได้คำตอบที่น่าพอใจจากลุงเชิด ผมก็ยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปนั่ง.. ไม่รู้ป่านนี้ยังงอนผมอยู่รึเปล่านะ แต่ได้กินน้ำสตรอเบอร์รี่และเค้กของโปรด ก็น่าจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วละมั้ง..งั้นรีบคุยงานให้จบดีกว่า..จะได้ไปหายัยตัวแสบ..หึหึ 

 

หลังจากนั้นผมก็กลับมานั่งที่เดิม ก่อนจะโพล่งออกมากลางวง 

 

“มึงไปปรับปรุง ซันเหี้ยของมึงมาแล้วครั้งหน้าค่อยมาคุยกันใหม่แล้วกัน ส่วนไอ้ไนท์ไหนที่มึงจะนำเสนอ?” 

 

“ซันเอียร์โว้ยย” 

 

“หึหึ” 

 

“เออๆ ของกูก็นี่เลย ที่กูบอกพวกมึงไปไง ยาพิษที่กูคิดค้น..” 

 

หลังจากที่มันพูดจบ มันก็เดินไปหยิบกล่องกระจกที่มีหนูอยู่ในนั้น ก่อนที่จะยกสารเคมีใสบางอย่างลงไปในน้ำของหนู 1 หยดและรอมันไปกิน  

และไม่ถึง 5 นาที อยู่ๆหนูตัวนั้นก็นอนแน่นิ่งไปทันที  

 

“ยาพิษตัวนี้ มันมีฤทธิ์ที่ค่อยข้างแรง ถ้าในมนุษย์ ใส่เพียงแค่ สามถึงสี่หยด ก็ทำให้ตายได้แล้ว และที่สำคัญ..สารเคมีพวกนี้จะสลายไปในร่างกายมนุษย์ภายในหนึ่งวัน” 

 

ถ้าไอ้ซันเก่งเรื่องงานประดิษฐ์ ไอ้ไนท์แม่งก็เก่งเรื่องทางเคมี และครั้งนี้มันก็คิดค้นยาพิษออกมา ที่เอาไว้ให้สำหรับพวกเราๆ ที่มีศัตรูมากมายเช่นกัน แต่ไม่จำเป็นพวกเราไม่ใช่มันหรอก คงใช้แค่กรณีฉุกเฉิน เพราะผมไม่ถนัดลอบกัด ถนัดสู้ตัวตัวมากกว่า 

 

“ส่วนตอนนี้กูก็กำลังคิดค้นยาแก้พิษอยู่..แต่ช่วงนี้งานกูเยอะมาก มึงมาช่วยกูหน่อย ไอโซ่” 

 

หลังมันพูดจบพวกผมก็พยักหน้าตอบรับไป อันที่จริง เพื่อนผมแต่ละคนมันก็มีความสามารถเฉพาะอย่าง เฉพาะทาง ที่หลายๆคนเรียกว่าอัจฉริยะอยู่  

 

อย่างไอ้เคก็ถนัดไปสายเทคโนโลยี ไอซันถนัดไปสายประดิษฐ์อุปกรณ์ ไอ้ไนท์ถนัดไปทางสารเคมี ส่วนไอเคนก็ถนัดไปทางสายต่อสู้ 

 

ส่วนผมนะหรอ..ผมทำได้ทุกอย่าง ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะสมองของผมที่มันไม่เหมือนคนทั่วไป อย่างที่เพื่อนผมมันบอกก่อนหน้าด้วยละมั้ง ผมสามารถจดจำข้อมูล รายละเอียด ตัวอักษร ได้เพียงแค่เห็นครั้งเดียว นั่นเลยทำให้ผมเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างว่องไว และเพื่อนๆผมไอ้พวกนี้ก็มีส่วนช่วยอย่างมาก เพราะทุกสิ่งที่มันคิดมันทำ ผมก็สามารถเรียนรู้และเข้าใจเอาไปทำได้เพียงแค่ผมได้รู้กระบวนการทำแค่ครั้งเดียว  

 

เหมือนอย่างตอนนี้ที่ไอ้ไนท์กำลังแบ่งปันโครงสร้างสารเคมีต่างๆที่มันคิดค้นให้พวกผมฟัง ผมก็พอจะนึกออกแล้วว่า ควรจะต้องใช้สารอะไรบ้างเพื่อสร้างยาถอนพิษตัวนี้ 

 

แม้ว่าผมจะมีหัวไปทางการแพทย์และเคมี แต่ผมไม่คิดที่จะเป็นแพทย์เหมือนไอไนท์มันหรอกนะ.. เพราะผมไม่ได้คนสร้าง แต่ผมคือคนทำลายต่างหากละ... 

 

หลังจากที่ไอ้ซันและไอไนท์พูดในส่วนของมันจบลง ไอ้เคก็แลกเปลี่ยนความรู้ในแง่ของการบริหาร ไอ้เคนคิดค้นอาวุธการต่อสู้ ส่วนผมก็ประดิษฐ์คิดค้นเรื่องกระจก..ที่ขยายหน้าจอได้.. และก็มีไอ้ซันช่วยมาเสริมเทคนิคและเติมเต็มผลงานให้ดียิ่งขึ้น 

 

พวกเราคุยกันจนเวลาล่วงเลยยาวนานหลายชั่วโมง และแล้วในที่สุด พวกเราก็คุยกันจบตามเวลาที่ตั้งกันเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะขอตัวกันแยกย้าย โดยไอ้เคขอตัวกลับไปดูแลแม่ ไอ้ซันนัดสาวไว้..และไอ้ไนท์ ก็ไปเข้าวอร์ดเร่งด่วนของวิชาชีพแพทย์ของมัน.. 

 

“เดี๋ยวกูไปส่งเดย์เอง..” 

 

ผมเอ่ยปากออกมาทันที เมื่อเห็นว่าไอ้ไนท์มันคงเป็นกังวลเรื่องเดย์ เพราะมันดันมีเคสด่วนที่ต้องไปทันที แวะไปส่งเดย์ไม่ได้ แต่จริงๆไม่ต้องกังวลหรอก เพราะว่ารายนั้นนะ ผมไปส่งบ่อย หลังจากที่เธอชอบไปซุกตัวอยู่ห้องวาดรูปบ้านผมเป็นประจำ ห้องที่เธอเอาของของเธอย้ายมาจนกลายเป็นห้องของตัวเองในบ้านผมตอนนี้ไปแล้ว  

 

เดย์มักจะชอบมาบ้านผมเสมอ และเมื่อไรที่ผมไม่อยู่ เธอก็จะรอผมอยู่ในห้องนั้นจนดึกดื่น จนผมกลับมาบ้าน นั่นเลยทำให้บ่อยครั้งผมต้องพาเดย์ไปส่งที่บ้าน และวันนี้ก็คงเช่นกัน 

 

“เออ ฝากด้วย ..แล้วอย่าทำอะไรน้องกูละ” 

 

“สัส มึงจะหวงไรนักหนา..กูไม่ได้สันดานเหมือนไอ้ซันซะหน่อย” 

 

“อ่าว พาดพิงกูเพื่ออออ นั่นน้องโว้ย กูแยกแยะได้ มึงนั่นละแยกแยะให้ได้ละกันไอ้โซ่” 

 

แยกแยะงั้นหรอ? หึหึ 

 

“ออกจากบ้านกูไปได้ละ มึงอะ เดี๋ยวน้องมีนาแม่งก็มีผัวใหม่หรอก” 

 

“สัส กูไปอยู่แล้ว..อยู่กับพวกมึงแล้วแม่งห่อเหี่ยว ไม่มีความกระชุ่มกระชวยเลยซักนิด ไปดีกว่า” 

 

หลังจากไอ้ซันพูดจบ มันก็เดินออกไปกับไอ้เคนและไอ้เค เหลือเพียงแต่ไอ้ไนท์ ที่หันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง 

 

“ฝากเดย์ด้วยนะโว้ย..” 

 

มันจะห่วงน้องอะไรขนาดนั้นวะ.. 

 

“เออ รีบไปเถอะ เดี๋ยวคนไข้ตายก่อน เพราะมัวแต่รอแพทย์ที่ห่วงน้องสาวอย่างมึง” 

 

“สัส ..งั้นกูไปละ" 

 

ทันทีที่ทุกคนออกไปจากหลังนี้ไป ผมก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังห้องห้องนึง ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมหรือครอบครัวผมเลยซักนิด แต่เป็นห้องส่วนตัวของคนที่ไม่ได้อยู่ประจำบ้านผมแทน 

 

และจากเมื่อครู่ที่ทำหน้าง้ำหน้างอใส่ผมแบบนั้น ผมเองก็อยากจะรู้ ว่าเธอจะงอนผมไปได้ซักเท่าไร..หึหึ 

 

 

 

50% 

 

 

 

Day Part 

 

“โอ้ยยย เมื่อยชะมัดดด” 

 

ฉันบ่นออกมา ก่อนจะวางดินสอวาดรูปลงแล้วบิดขี้เกียจตัวเองไปมา ให้คลายจากความเมื่อยล้า ที่นั่งวาดรูประบายอารมณ์เป็นเวลานานหลายชั่วโมง..พร้อมกับมองภาพวาดตรงหน้า..ภาพวาดที่ฉันวาดไม่รู้เป็นกี่ร้อยรูป รูปของผู้ชายคนเดิมๆในทุกอิริยาบถ และวันนี้ฉันก็วาดรูปเขาตอนที่เขาล้มลง..ตรงริมรั้วบริเวณต้นไม้นั่น  

 

และทุกรูปที่ฉันวาด ฉันก็เอาจากความทรงจำของฉันในสมองล้วนๆ 

 

ไม่รู้ว่าป่านนี้ พวกเฮียๆจะกลับกันรึยัง..แล้วเฮียโซ่ละ เขากำลังทำอะไรอยู่นะ 

หึ..จะว่าไป ก็ยังงอนไม่หายเลย  

 

ก็นึกว่าจะพาไปเที่ยว หรือพาไปหาอะไรกิน ดันพามาให้เฮียไนท์จับได้ซะงั้น..แถมยังไม่ได้ไปหาไอ้บาสอีก 

 

คิดแล้วก็เซ็ง! 

 

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด!! ฉันก็เลยเปลี่ยนรูปเป็นรูปเขาหน้าตรง ก่อนจะหยิบดินสอขึ้นมา แล้วก็ค่อยๆเริ่มละเลงใบหน้าของเขาให้มันเละเทะ ด้วยการใส่รอยช้ำบนใบหน้า ใส่รอยแผลตรงระหว่างคิ้ว 

 

ในเมื่อระบายกับคนจริงๆไม่ได้ ขอระบายกับรูปภาพแทนก็แล้วกัน 

 

“ฮ่าๆๆ สะใจ คนนิสัยไม่ดี ต้องโดนแบบนี้แหละ!!” 

 

“ใส่สีแดงเข้าไปด้วยสิ จะได้เหมือนเลือดออกจริงๆ” 

 

“ว้าย เฮียโซ่!” 

 

ระหว่างที่ฉันกำลังพูดสะใจกับภาพตรงหน้า พร้อมกับคิดถึงใบหน้าใครบางคน..เจ้าของเสียงของคนคนนั้นก็กระแทกเข้ามาในหูของฉัน นั่นเลยทำให้ฉันสะดุ้งตกใจพร้อมกับอุทานออกมาทันที ก่อนที่จะรีบเอาผ้ามาคลุมรูปที่ฉันวาด แล้วหันไปมองเขา..ที่ตอนนี้เขาอยู่ใกล้ฉันแค่เอื้อมเท่านั้น 

 

ฝรืด ฝรืดด 

 

“เข้ามาได้ไง เดย์ล็อคประตูแล้ว” 

 

กริ้ง.. 

 

หลังจากที่ฉันพูดจบ เฮียโซ่ก็ชูกุญแจขึ้น..พร้อมกับสีหน้าที่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย.. 

 

นี่เขาเข้ามาตอนไหนเนี้ยะ ทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย! 

 

“ไม่มีมารยาทอะเฮีย.. ถ้าเจ้าของห้องล็อคห้อง ก็แสดงว่าไม่ต้องการให้มารบกวน..” 

 

“นี่สรุปว่า เฮียไม่มีสิทธิ์ในห้องนี้งั้นซิ?” 

 

“ก็ใช่ไง นี่มันห้องเดย์” 

 

“หึหึ.. แต่นี่มันบ้านเฮีย” 

 

“แต่ของในนี้ ส่วนใหญ่เป็นของเดย์ ห้องนี้ก็ต้องเป็นห้องเดย์ ถูกแล้ว” 

 

หลังจากที่ฉันพูดจบ เฮียโซ่ก็พูดออกมาเสียงนิ่งพร้อมกับมองจ้องเข้ามาในแววตาของฉัน 

 

“อืม..งั้นถ้าเฮียเอาของของเฮียไปไว้ในห้องของเดย์ ห้องนั้นก็เป็นของเฮียเหมือนกันใช่มั๊ย?” 

 

“เฮียจะเอาอะไรไปไว้ในห้องเดย์?” 

 

หลังจากที่ฉันเอ่ยปากถามไป เฮียก็ทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินไปยังรูปที่ฉันวาดเมื่อครู่ พร้อมกับเปิดผ้าคลุมออกมา และนั่นเลยทำให้ฉันไปยืนบังภาพนั้นทันที 

 

“อย่าดูนะ” 

 

“อยากทำร้ายเฮียขนาดต้องไปลงกับรูปภาพเลยหรอ?” 

 

“..ก็เฮียอะ ใจร้าย พาเดย์มาที่นี่ทำไมอะ!” 

 

“ตอบไม่ตรงคำถาม..” 

 

เฮียโซ่พูดพร้อมกับจ้องมองมาในแววตาของฉันอีกครั้ง..และสายตาเขาแบบนี้ มันทำให้ฉันไปไม่เป็นจริงๆ 

 

“ใช่! เพราะเฮียนิสัยไม่ดี” 

 

หลังจากที่ฉันพูดจบ เฮียโซ่ก็ยืนกอดอก และมองมาที่ฉันนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดเสียงเรียบ 

 

“..งั้น..เฮียให้เดย์ต่อยทีนึง” 

 

ห้ะ!! ต่อยเฮียโซ่เนี้ยะนะ .. 

ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเอง ฉันจะไปต่อยเฮียลงได้ไง ..แต่แล้วฉันก็คิดอะไรขึ้นมาได้ 

 

“เปลี่ยนจากต่อย เป็นอย่างอื่นแทนได้มั๊ย” 

 

และเมื่อเห็นเฮียโซ่เลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย ฉันก็เลยพูดต่อทันที.. 

 

“พาเดย์ไปเดทแทน ^ ^” 

 

ทันทีที่ฉันพูดจบ เฮียโซ่ก็หน้านิ่งไปทันที ก่อนที่ไม่นานฉันจะรับรู้ถึงความเจ็บเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตรงหน้าผาก 

 

โป้ก! 

 

“แก่แดดเกินไปแล้วนะเรา” 

 

“โอ้ยย เจ็บนะ..” 

 

ระหว่างที่ฉันกำลังลูบหน้าผากไปมา..อยู่ๆเฮียโซ่ก็เอ่ยปากถามต่อ ที่ทำเอาฉันยิ้มออกมาอย่างมีความหวังทันที 

 

“อืม..เดทที่ว่า..เป็นยังไง?” 

 

นี่เขาจะเดทกับฉันจริงๆหรอ > < 

 

“ก็กินข้าว ดูหนังไง สรุปว่า..เฮียจะไปเดทกับเดย์ใช่มั๊ย ^ ^” 

 

ตอนนี้ฉันไม่สนแล้ว ว่าเฮียจะมองว่าฉันเป็นผู้หญิงยังไง ที่ชวนผู้ชายเดทก่อน แต่ก็ไม่รู้ละ ฉันอยากมีโมเม้นน่ารักๆกับเฮียโซ่บ้างนี่นา และถ้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้ อย่าหวังเลยว่าฉันจะทำแบบนี้กับใคร.. 

 

และเมื่อฉันพูดออกมาอย่างนั้น เฮียโซ่ก็ยิ้มให้ฉันเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยปากพูดออกมาเสียงเรียบ 

 

“มันธรรมดาไป..” 

 

หื้ม? อะไรคือ มันธรรมดาไป 

 

“แล้วเดทไม่ธรรมดาคือยังไงอะ อืม..เฮียจะพาเดย์ไปสวนสนุกหรอ หรือว่าจะไปสวนสัตว์ บอกไว้ก่อนนะ เดย์ชอบสวนสนุกมากกว่า สวนสัตว์เดย์กลัวเจอหนอนอะ.. เอ๊ะ หรือเฮียจะพาไปเที่ยวต่างประเทศ เอาจริงๆเที่ยวในประเทศก็ได้นะ..เดย์ไปได้หมดเลย ถ้าเฮียจะพาไปไหนเดย์ก็ไปหมดดด” 

 

ฉันได้แต่พูดคาดเดาไปต่างๆนาๆ ในขณะที่อีกฝ่ายก็เอาแต่หน้านิ่ง ไม่มีพิรุธหลุดออกมาเลยซักนิด ว่าฉันเดาถูกรึเปล่า จนกระทั่งในที่สุด เฮียก็เอ่ยปากเสียงเรียบออกมา โดยไม่สนใจฉันเลยซักนิด 

 

“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว..ส่วนตอนนี้ ได้เวลากลับบ้าน..” 

 

ห้ะ!!! นี่ฉันต้องกลับบ้านแล้วหรอ.... อยากอยู่กับเฮียโซ่ต่ออะ!  

 

“เดี๋ยวซิ เฮียยังไม่บอกเลยว่าจะเดทกับเดย์รึเปล่า” 

 

“..มันยังไม่ถึงเวลา” 

 

เวลา? เวลาอะไรอะ 

ฉันก็เลยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก็พบว่าตอนนี้มันเป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว 

หรือว่าเฮียอยากมีเวลาทั้งวันตั้งแต่เช้า 

 

งื้อออ > < 

 

“นั่นซิ ตอนนี้มันมันจะหมดวันแล้ว เวลาหายไปหลายชั่วโมง ..ไว้วันอื่นก็ได้ ..งั้น..เราจะไปเดทกันวันไหนดีค่ะ >///<” 

 

ฉันพูดไปอย่างเขินอายเล็กน้อย ส่วนเฮียโซ่ก็เอาแต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมานิ่งๆ 

 

“ถ้าถึงเวลา..เฮียจะบอกเอง..” 

 

โอ้ยย นี่ฉันจะได้ไปเดทกับเฮียโซ่จริงๆอะ แค่คิดก็เขินจะแย่แล้ววว ฉันเลยได้แต่หมุนตาไปมา ไม่กล้าสบตาของเขาที่มันนิ่งแต่ทว่ากลับเหมือนเปลวไฟตรงหน้าที่พร้อมกับแผดเผาฉันอยู่ตลอดเวลา  

 

“หึหึ..กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวเฮียไปส่ง” 

 

ทันทีที่เฮียโซ่พูดขึ้นมา อยู่ๆฉันก็นึกอะไรออก นั่นเลยทำให้ฉันสบตาเขาก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจนอีกครั้ง 

 

“เดี๋ยวเฮีย เรื่องที่เดย์บอกว่ายอมทำตามเฮียทุกอย่าง ขอยกเลิกนะ เพราะถ้าเฮียไม่พามาที่นี้ เฮียไนท์ก็คงไม่รู้ เพราะฉะนั้น..เหลือคำขอแค่ข้อเดียว” 

 

ฉันยืนจ้องหน้าเฮียสักพัก จนกระทั่งอยู่ๆเฮียโซ่ก็เอ่ยออกมานิ่งๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป 

 

“อืม..เฮียจะได้รู้ไว้ว่า ลูกสาวคนเล็กของตระกูลเหยียนเป็นคนไม่รักษาสัจจะ..แบบนี้นี่เอง” 

 

จุกเลย.. พูดแบบนี้ เอามีดมาแทงกันดีกว่า 

ว่าฉันได้ แต่อย่าเอาตระกูลฉันมาอ้างแบบนี้.. 

 

นั่นเลยทำให้ฉันรีบโพล่งปากเรียกเฮียโซ่ทันที เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะเดินออกจากห้องนี้ไป ด้วยสายตาที่มันนิ่งเฉย..แบบนั้น 

 

“เดี๋ยวเฮีย..งั้นก็ได้ แล้วสรุปว่า..เฮียอยากให้เดย์ทำอะไรอะ” 

 

หลังฉันพูดจบ เฮียก็หันหน้ามามองฉันพร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากออกมาเสียงเรียบ และเดินออกจากห้องนี้ไปเฉยเลย 

 

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา มันอาจจะนานหน่อย แต่เฮียไม่มีทางลืมแน่..” 

 

กรึก.. 

 

อีกแล้วซินะ ที่ฉันไม่เข้าใจอะไรในตัวเขาเลยซักนิดอีกแล้ว.. 

ทั้งเรื่องเดท สรุปว่าเขาจะไปเดทกับฉันใช่มั๊ย 

แล้วเรื่องที่ฉันยอมทำตามเขา 2 ข้ออีก เขาจะทำอะไรกันแน่ 

แล้วไอ้เวลาบ้าบอของเขา มันคืออะไร? 

 

เห้อ.. 

 

เอาเถอะ เรื่องนั้นช่างมันก่อน เอาเรื่องตอนนี้ก่อนแล้วกัน นี่สรุปว่าฉันก็ต้องกลับบ้านแล้วจริงๆซินะ ฉันยังอยากอยู่กับเฮียอยู่เลย แต่ก็อย่างที่เห็น เขาอยู่ให้ฉันคุยนานๆแบบนี้ซะเมื่อไร 

 

ถ้าอย่างนั้น... 

 

“เฮียยยยย พรุ่งนี้อาจารย์มาโมโตะจะให้สอบแล้ว เฮียมาเป็นคู่ซ้อมให้หน่อยสิ” 

 

อาจารย์มาโมโตะ อาจารย์ประจำของฉันและพวกเฮียที่สอนศิลปะการต่อสู้ให้ตั้งแต่เด็ก และก็อย่างที่บอก พรุ่งนี้ฉันจะต้องสอบแล้ว..เพราะฉะนั้น ฉันจะยื้อเวลาอยู่กับเฮียด้วยวิธีนี้นี่แหละ ดีที่สุดแล้ว แล้วอีกอย่างวันนี้นั่งวาดรูปมาทั้งวัน..มันก็เมื่อย ได้ออกแรง ออกกำลังหน่อยก็คงดี 

 

และที่สำคัญ..แม้ว่าฉันจะเรียนช้ากว่าพวกเฮียไปแค่ 2 ปี แต่ทักษะการต่อสู้ของพวกเฮียห่างจากฉันเป็นวา มากจนฉันคิดว่า ถ้าฉันผ่านเฮียไปได้..พรุ่งนี้ฉันก็ต้องสอบผ่านแน่นอน 

 

และทันทีที่ฉันพูดแบบนั้นเฮียก็ยิ้มมุมปากเหมือนที่เฮียทำบ่อยๆ ก่อนที่จะจับมือฉันแล้วก็จูงออกจากห้องนี้เพื่อพาไปยังห้องโถงสำหรับฝึกซ้อมการต่อสู้ในบริเวณบ้านของเฮียในทันที.. 

 

และเมื่อไปถึงฉันก็แยกย้ายกับเฮียไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีติดไว้ประจำที่แห่งนี้อยู่แล้ว ก่อนที่เฮียจะเอ่ยปากถามออกมาทันที เมื่อเราทั้งคู่ยืนอยู่ในโซนบริเวณฝึกซ้อมกลางห้องโถง 

 

“สอบอะไร..” 

 

“Krav Maga ระดับ P5” (คราฟมาก้า) 

 

ทันทีที่ฉันพูดจบ เฮียก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปหยิบไม้พองบริเวณนั้นแล้วก็วิ่งเข้ามาจู่โจมฉันในทันที... 

 

ส่วนฉันเมื่อเห็นอย่างนั้น ก็พุ่งตัวเข้ายึดแขนใหญ่ที่ถืออาวุธ ดึงเข้าหาลำตัว ก่อนที่จะจับบิดแขน เพื่อปลดอาวุธที่เฮียถือในมือ ตามสัณชาตญาณของตัวเองทันทีเช่นกัน 

 

ทุกอย่าง มันดูเหมือนจะเป็นไปได้ดี..แต่ทว่าทันทีที่ไม้พองอยู่ในมือของฉันไม่ถึง 3 วินาที ..เฮียก็ใช้ทักษะความสามารถที่เหนือกว่าแย่งไม้พองจากมือของฉันไปอีกครั้งทันที ก่อนที่จะเปลี่ยนท่าโจมตีใหม่พร้อมกับล็อคแขนของฉันไว้ ไม่ให้สามารถพุ่งโจมตีเขาในท่าเดิมได้ นั่นเลยทำให้ฉันต้องเปลี่ยนท่าโจมตีใหม่ ด้วยการหมุนตัวเองออกจากการล็อกแขนและตัวของอีกฝ่าย แล้วอ้อมไปข้างหลังเฮีย เพื่อที่จะจับมือเฮียและบิดสำหรับปลดอาวุธอีกครั้ง แต่มันก็ไม่สำเร็จ 

 

เราสองคนต่างใช้ทักษะที่สะสมมาตั้งแต่เด็กจากอาจารย์สอนคนเดียวกัน เพื่อแย่งไม้พองกันไปมา แต่ไม่ว่าจะอาศัยหลากหลายท่ามากมายขนาดไหน ฉันก็ทำได้แค่เกือบแย่งสำเร็จเท่านั้น เพราะทุกครั้งเฮียก็ตั้งรับและหลีกหนีการโดนแย่งไม้ได้สำเร็จทุกครั้งอย่างง่ายดายและรวดเร็ว 

 

แต่..ฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก.. 

 

ฮึบ!! 

 

ผลัะ!! 

 

พรึ่บ! 

 

และแล้วในที่สุดฉันก็เอื้อมมือไปจับแขนเฮียเพื่อบิดมือและจับไม้พองเพื่อจะยึดเป็นของตัวเองได้ซักที แต่แล้วอยู่ๆ..เฮียก็กระตุกมือหลบทัน..พร้อมกับหมุนตัวมารวบตัวฉัน และตามมาด้วยใบหน้าที่มันเกือบจะแนบชิด...จนปลายจมูกของเราสองคน..ชนกัน 

 

และนั่นเลยทำให้ความคิดกระบวนท่าต่างๆที่ฉันได้เรียนสะสมมาตั้งแต่เด็ก..หายไปหมดในทันที.. 

 

โอ้ยยย แบบนี่มัน..ใกล้เกินไปแล้ว!!! 

 

แต่แล้ว.. อยู่ๆเฮียเป็นคนผงะและถอยห่างออกจากฉันไปด้วยความเร็ว ก่อนที่เขาจะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย และเดินไปเก็บไม้พองในทันที 

 

“ผ่านแล้ว..เลิกซ้อม” 

 

หื้ม..ผ่านบ้าอะไร..เห็นชัดๆว่าฉันไม่ผ่าน.. แล้วแบบนี้พรุ่งนี้ฉันจะสอบผ่านมั๊ยละ! 

และนั่นเลยทำให้ฉันวิ่งเดินตามไปหาเฮียที่เก็บไม้พองไปเรียบร้อยแล้ว..พร้อมพูดขึ้นมาก่อนที่จะเขย่าแขนเฮียเบาๆ แบบที่ฉันชอบทำเวลาอ้อนเฮียไนท์ 

 

“เดย์ยังแย่งไม้จากเฮียไม่ได้เลย เอาใหม่ๆ รอบหน้าเดย์จะจริงจังแล้ว..ซ้อมกันอีกนะเฮีย น้าา นะคะ” 

 

และเมื่อฉันพยายามทำแบบนี้ เฮียก็ค่อยๆหันมา..และเอ่ยปากเสียงเรียบ 

 

“เฮียบอกว่าผ่านก็คือผ่านแล้ว..ตอนนี้..กลับบ้านได้แล้ว” 

 

และหลังจากที่เฮียพูดจบ..เฮียก็เดินออกไปจากห้องนี้ทันที..และนั่นเลยทำให้ฉันถอนหายใจ กลับการไม่เข้าใจในการกระทำของเฮียอีกครั้ง 

 

เป็นอย่างนี้ทุกทีเลย เวลาฉันอ้อนเฮียทีไร..เฮียก็ชอบกลับมาแข็งใส่ฉันแบบนี้ทุกที! 

 

เอาหน่า อย่างน้อยตอนกลับบ้าน ฉันก็ยังได้ซ้อนรถเฮีย ได้สัมผัสกับเสื้อของเฮีย วันนี้เก็บเกี่ยวความฟินแค่นี้ก่อนก็ได้ .. 

 

“เฮียโซ่ รอเดย์ด้วยยยย” 

 

 

 

อิเฮียก็มีความใจสั่นกับหนูเดย์ระดับสิบ แต่ว่าอิเฮียมันนิ่งเก่งงงงงงงง  

ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นกันมาให้กำลังใจกันหน่อยน้าา เรื่องนี้คอมเม้นต์น๊อยน้อย 555 

ความคิดเห็น