winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 36

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2562 19:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

“ไอ้เบธ นี่เราวิ่งกันมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่เห็นเจอหัวหน้าเลยวะ”

“กูว่าละ ทำเป็นขยัน ที่แท้ มีผู้ชายเป็นเป้า”

“มึง ลองวนดูอีกรอบนะ เผื่อเป้าจะวิ่งอยู่แถวๆ เนี้ย”

“เชี่ยดล กูเหนื่อยจะตายห่าละ มึงวิ่งไปคนเดียวแล้วกัน เป้ามึงนี่ เดี๋ยวกูนั่งรอ”

“ก็ไหนบอกว่า มาวิ่งทุกวันไง คุณผู้พัน” หมวดดลพึมพำๆ พลางกวาดสายตามอง แล้วก็ออกวิ่งรอบต่อไปโดยไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเบธจะวิ่งตามหรือนั่งรออยู่ที่ตรงไหน

เบธปล่อยให้หมวดดลคนแข็งแรงวิ่งตามหาหัวใจต่อไปคนเดียว แล้วตัวเองก็หาเก้าอี้นั่งพัก และการได้ออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว ทำให้เบธตัวเบาๆ สดชื่นๆ อารมณ์ดีขึ้นมา ก็เลยหยิบมือถือขึ้นมากดๆ

นั่งไถหน้าจอมือถือไปเรื่อยๆ ก็เห็นภาพตัวเองที่ทั้งป้าผกาและหมวดดลแท็กมาให้ เบธก็นั่งอมยิ้มขำๆ แล้วก็เลยกดไลค์รูปตัวเองเพิ่มคะแนนเสียหน่อย แล้วก็นึกถึงที่หมวดดลบอกว่า คนที่เบธไม่ได้เห็นหน้ามาสิบกว่าวันก็แอบมากดเพิ่มคะแนนให้เบธเหมือนกัน

“สี่ร้อยห้าสิบแปดยอดไลค์ แล้วจะหาแอคเจอมั้ยล่ะ เฮ้อมมม เจอก็ปาฏิหาริย์แล้ว” เบธยิ้มแบ๊ดๆ อย่างปลงๆ เพราะคิดว่า คงจะไม่มีทางเจอแอคเคาท์ของสาวในหัวใจแน่ๆ แต่พอทำท่าเหมือนจะเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง ก็เปลี่ยนใจขึ้นมา

‘ฝนต้นเมษา’

เบธของเสิร์ชชื่อของเธออย่างตรงๆ แล้วก็พบว่า มีชื่อแอคนี้อยู่แอคเดียวไม่ซ้ำใครเลย

“ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ”

แม้รูปโปรไฟล์และรูปภาพข้างในจะไม่มีภาพของเจ้าของบัญชีแบบชัดๆ แต่ก็มีรูปหน้าปกหนังสือเล่มที่เบธเคยยืมไปให้ป้าผกา รูปภาพห้องสมุด และข้อความที่เธอโพสต์ มันบ่งบอกว่า นี่แหละ แอคเคาท์ของเธอจริงๆ ไม่มีทางเป็นคนอื่น

‘คุณจะไม่มาให้ฉันเห็นหน้าอีกก็ได้ แต่ได้โปรด อย่าคิดไปเองว่าฉันใจร้าย หรือว่าโลกนี้ใจร้ายกับคุณนะคะ เพราะมันจะไม่มีทางเป็นอย่างนั้น ตอนนี้มันอาจจะขัดใจคุณนิดหน่อย แต่วันข้างหน้า คุณจะได้เจอใครสักคน ที่เข้าใจและรักคุณอย่างที่คุณเป็น การให้โอกาสคุณ คือความใจดีของฉัน เท่าที่ฉันรู้ ’  

“คุณก็ใจร้ายกับเบธอยู่ดี”

เบธบ่นคนเดียวด้วยความน้อยใจ และก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมฝนต้นเมษาถึงไม่ให้โอกาสด้วยการลองคบกันดูสักครั้ง ถ้าต่างคนต่างเปิดใจให้กันจริงๆ คุยกันให้มากขึ้น ใช้เวลาร่วมกันให้มากขึ้น เรื่องราวมันอาจจะเปลี่ยนไป เธออาจจะเป็นคนเดียวที่เบธจะไปหาก็ได้ นับจากนี้จนวันสุดท้ายของชีวิต

เบธนั่งเอามือปาดเหงื่อที่ไหลทะลุคิ้วลงมาที่ดวงตา ก่อนจะมองไปเห็นหมวดดลวิ่งคู่อยู่กับผู้บัญชาการหน่วยอยู่ไกลๆ ก็อมยิ้มขำ พลางคิดในใจว่า เอาน่า แม้วันนี้ตัวเองจะผิดหวังก็ไม่เป็นไร แค่หมวดดลอิ่มอกอิ่มใจก็พอ

ในขณะที่เบธดีใจไปกับหมวดดล มือถือที่เพิ่งเก็บลงกระเป๋ากางเกงไป ก็สั่นขึ้นมา ใครคนนั้นก็คือ มัสยา เพื่อนสนิทของเบธ ที่ช่วงนี้ห่างๆ กันไปนิดหน่อย

“ฮัลโหล มัส ว่าไงจ๊ะ”

“ทำอะไรอยู่คะ คุณทหาร”

“มาวิ่งออกกำลังกายน่ะ เบธฟิตปะล่า”

“ขี้จุ๊ หรือเปล่า ร้อยวันพันปี มัสไม่เคยเห็นเบธจะออกกำลังกายซักที”

“จริงๆ นะ อะๆ เปิดกล้องให้ดูเป็นหลักฐาน”

เบธเปิดกล้อง ให้มัสยาเห็นภาพสวนสาธารณะที่มีคนกำลังวิ่ง จากนั้นก็สลับกล้องให้กลับมาจับใบหน้าของตัวเอง

“นี่ๆ มัสดูเลย เหงื่อเป็นเม็ดๆ”

“จ้ะๆ เชื่อแล้วก็ได้จ้า”

“มัสทำอะไรอยู่เหรอ ช่วงนี้เห็นเงียบๆ ไป”

“ก็ช่วยพ่อดูงานที่สนาม จัดประมูลร้านค้าที่จะมาขายของ แล้วก็จัดโปรแกรมเด็ดๆ ไว้ให้เบธมาแข่งไง”

“ดีมากๆ เลย ไว้ว่างๆ เบธไปหาที่สนามนะ”

“เบธ”

“ว่าไงเอ่ย”

“เรื่องคดีของพีร์น่ะ เราไม่ค่อยว่างช่วยสืบให้เลย เราขอโทษนะ”

“ดีแล้ว เราก็ไม่อยากให้มัสเข้าไปยุ่ง มันอันตราย”

“เบธเครียดมั้ย”

“มัสหมายถึงเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องคดีเนี่ยแหละ เอ๊ะ หรือเบธมีเรื่องอื่นให้เครียดอีก นอกจากเรื่องนี้”

“ถ้าเรื่องคดี ไม่เครียดหรอก เราว่าจะทำ เท่าที่เราจะทำได้เนี่ยแหละ ส่วนเรื่องอื่นที่เครียดน่ะเหรอ...”

เบธหยุดหายใจ แล้วก็ชั่งใจว่า ควรจะบอกให้มัสยารู้ดีไหม เรื่องหัวใจของเบธ

“มัส เบธกำลังอกหัก จากผู้หญิงคนนึง ตอนนี้ เบธเครียดเรื่องนี้ที่สุดเลย”

สุดท้ายเบธก็พูดออกไป เพราะคิดว่า เรื่องความสัมพันธ์ของมัสและเบธ มันควรจะพูดกันให้ชัดเจนได้แล้ว ก่อนที่อะไรๆ มันจะแย่ไปกว่านี้

และเมื่อเบธพูดจบ ภาพใบหน้าของมัสก็หายไป กลายเป็นภาพท้องฟ้า ลักษณะเหมือนมือถือจะร่วงลงจากมือ จากนั้น เบธก็ได้ยินเสียง

“คุณมัสครับ คุณมัส คุณมัสครับ! ”

ภาพในมือถือที่เบธเห็นเป็นภาพท้องฟ้านิ่งๆ แต่เสียงที่ได้ยินคือ เสียงตะโกนเอะอะโวยวายเหมือนมีเรื่งออะไรน่าตกใจเกิดขึ้น

“บอกให้คนเอารถออก พาคุณมัสไปโรงพยาบาล เร็ว! ”

เบธได้ยินดังนั้นก็ตกใจ

“มัส! เกิดอะไรขึ้น มัส! มัสได้ยินเบธไหม มัส! ”

เมื่อไม่ได้ยินเสียงใครตอบกลับ เบธก็ปิดมือถือ แล้วรีบวิ่งไปตามหาหมวดดล

 

“ขอโทษนะคะหัวหน้า เบธขอตัวหมวดดลก่อนนะคะ”

“ครับๆ” ผู้พันหน้าเด็ก พยักหน้าอย่างงงๆ 

แล้วเบธก็เข้าไปคว้าข้อมือหมวดดล แล้วออกแรงฉุด

“ไอ้ดล ไปกับฉัน ด่วน! ”

“อะไรของมึ.. เอ่อ อะไรของเบธเนี่ย”

“เดี๋ยวค่อยถาม ไปก่อน”

หมวดดลโบกมืออำลาผู้พันดรัณอย่างเสียดาย ก่อนจะถูกเบธลากตัวไปที่รถ

“อะไรของมึงเนี่ย ไอ้เบธ”

“ดล ขับรถไปที่โรงพยาบาล เร็ว! ”

“ทำไม ใคร เป็นอะไร”

“เออ ไปก่อน แล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”

เบธนั่งบอกทางให้หมวดดลซิ่งรถยนต์คู่ใจไปถึงโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับสนามโดรนที่เบธเคยพามัสยาไปรักษาอาการป่วย พอไปถึง เบธก็รีบเดินไปหาทีมงานที่สนามโดรนของมัสยา มีบางคนที่เบธรู้จัก แต่ถึงไม่รู้จัก เบธก็จำพวกเค้าได้ เพราะทุกคนใส่เสื้อของสนาม ‘M. Drone’

“น้อง เกิดอะไรขึ้นกับมัส”

“ผมเห็นคุณมัสคุยโทรศัพท์อยู่ดีๆ ก็หมดสติไป ก็เลยรีบพามาส่งโรงพยาบาลครับ”

“แค่เป็นลมเฉยๆ หรือเปล่า ทำไมถึงต้องรีบพามาส่งโรงพยาบาล” หมวดดลสงสัย ก็เลยพูดออกไปให้ทั้งเบธและคนของมัสยาได้ยิน

“คือพักหลังมานี้ คุณมัสเธอดูซีดๆ ดูไม่แข็งแรงเหมือนเดิม นายสั่งไว้ว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณมัส ให้พาส่งโรงพยาบาลทันที ไม่มียกเว้น” น้องผู้ชายคนนั้นตอบ

“เป็นโลหิตจาง ความดันต่ำ น้ำตาลตกล่ะมั้ง” หมวดดลพยายามพูดให้เบธสบายใจ

“ดล เราไปถามหมอกัน”

หมวดดลเริ่มสัมผัสได้ว่า เบธจะห่วงผู้หญิงคนนี้มากเกินไปหรือเปล่า

เบธรอให้เหตุการณ์ในห้องฉุกเฉินคลี่คลายจึงเข้าไปสอบถามอาการของมัสยากับหมอ เลยได้ความว่า ในเบื้องต้น ร่างกายของมัสยาค่อนข้างจะอ่อนเพลีย ความดันต่ำ น้ำตาลตก ส่วนจะมีภาวะอย่างอื่นแทรกด้วยหรือไม่ ต้องรอผลจากการตรวจเลือดเพิ่มเติม จากนั้นเบธก็ตามมัสยาที่ถูกพาไปให้น้ำเกลือที่ห้องพักฟื้น

“ไอ้เบธ ฉันยังไม่ได้ถามแก ว่าแกรู้ได้ยังไง ว่าเธอหมดสติ” หมวดดลถาม

“ฉันโทรคุยกับมัสอยู่”

“สีหน้าแกกังวลมาก แบบเกินไปมากๆ แกมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันมั้ยวะ ไอ้เบธ”

เบธหายใจเข้าออกยาวๆ สองสามที

“พอฉันบอกมัสว่า ฉันกำลังอกหักจากผู้หญิงคนนึง เค้าก็หมดสติไปเลย”

“ไอ้เบธ แกออกไปคุยกับฉัน ไม่สิ เรากลับกันเถอะ อีกสักพักญาติเค้าคงมา นี่ลูกน้องเค้าก็คอยดูอยู่เยอะแยะ”

“อืม”

หมวดดลพาเบธขึ้นรถอีกครั้ง ตั้งใจขับพาเบธไปส่งบ้าน ระหว่างทาง จึงพยายามถามความเป็นมาเป็นไปของเบธกับมัสยา

“มัสเป็นเพื่อนฉัน ตั้งแต่มัธยม อยู่คนละกลุ่มนะ แต่ว่าบังเอิญไปต่อมหาลัยที่เดียวกัน ซึ่งตอนเรียนก็ไม่ได้สนิทกันมากนะ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม ไอ้คนที่เคยสนิทกลับค่อยๆ หายไปทีละคน แต่สำหรับมัส ถึงเราจะไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้คุยกันทุกวัน แต่เค้าไม่เคยหายไปจากชีวิตฉันเลย”

“เพราะว่าเค้าชอบแก”

“เค้าไม่เคยบอกตรงๆ นะ แต่หลายๆ อย่างที่เค้าทำ มันก็ดูเหมือนๆ เออ ไอ้ดล ฉันไม่เข้าใจว่ะ ทำไมคนที่ดูเหมือนจะชอบฉันทุกคน ถึงไม่บอกฉันตรงๆ และไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน เหมือนที่คนชอบกันควรจะทำ ทำไมทุกคน พยายามจะเป็นแค่เพื่อน เป็นน้อง หรือเป็นแค่คนรู้จัก”

“ก็มึงเล่นดีกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เป็นใคร ใครก็กลัวปะวะ”

“กลัวอะไรวะ”

“กลัวว่าแกจะเจ้าชู้ไง มึงนี่นะ แค่นี้คิดไม่ได้”

“เจ้าชู้อะไรวะ ก็ฉันยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน แล้วคนเราก็ควรดีต่อกันไม่ใช่เหรอ แล้วฉันก็คงไม่เสียเวลามานั่งแยกแยะหรอก ว่าจะต้องดีกับใครในระดับไหน”

“ไอ้เบธ”

“มึงเข้าใจกูแล้วใช่มั้ย”

“ไม่มีใครเค้ามานั่งแยกแยะเหมือนที่มึงพูดหรอก แต่คนโสดทั่วไปน่ะ เค้าจะสนใจแค่ตัวเอง และคนใกล้ตัวอย่าง ครอบครัว หรือเพื่อนสนิทจริงๆ ส่วนคนอื่นๆ ๆ ๆ ๆ ๆ น่ะ เค้าไม่สนใจกันหรอก ผิดกับมึง ที่สนใจคนอื่นๆ แบบมอบกายถวายชีวิต”

“ถวายชีวิตอะไรวะ ก็แค่ทำเต็มที่ ถ้าช่วยได้เต็มที่ แล้วไม่ช่วย มันดูไม่มีน้ำใจนะเว้ย”

“พูดกับมึงแล้วกูเหนื่อยว่ะ มึงแม่งคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น”

“คนอื่นต่างหาก ที่ไม่ยอมคิดเหมือนกู”

หมวดดลที่ไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาอธิบายให้เบธเข้าใจ ว่าสิ่งที่เบธทำเป็นเรื่องปกติอยู่ทุกวัน มันทำให้ตัวเบธเองกลายเป็นคนไม่น่าไว้ใจขนาดไหน ก็เลยนั่งเงียบๆ จนกระทั่งไปถึงบ้านเบธ

“พรุ่งนี้เจอกัน” หมวดดลพูดสั้นๆ แค่นั้น

“ขับรถดีๆ อะ”

ขณะที่เบธทำท่าจะลงจากรถ หมวดดลก็ถามบางอย่าง ที่เบธเหมือนจะลืมไปแล้ว

“ไอ้เบธเดี๋ยว ซีดีที่ได้จากหมวดกัปตันมา แกเปิดดูหรือยัง”

“ยังเลยว่ะ นี่ลืมไปแล้วเนี่ย”

“ไงก็รีบๆ ดู แล้วมาเล่าให้ฟังบ้าง อยากรู้อยู่เหมือนกัน แล้วก็เรื่องดีดไหน่ะ เดี๋ยวจะหาคนมาสอนให้ นึกได้ว่า มีเพื่อนเรียนนาฏศิลป์”

“อืม”

เบธเดินเข้าบ้านไปแบบเหนื่อยๆ สมาชิกคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าจะกินข้าว แล้วก็แยกย้ายกันไปนอนหมดแล้ว เบธก็เลยปิดบ้าน แล้วขึ้นห้องนอน โดยที่ไมได้กินอาหารเย็น

จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวพาดบ่า แต่ก่อนจะก้าวเท้าวเข้าห้องน้ำ ก็เหลือบไปเห็นแคคตัสที่ระเบียง ก็เลยแวะเอาน้ำไปหยอดๆ ใส่ทีละกระถาง ถ้าเบธยังผลัดวันไปอีก อีกไม่นาน เจ้าหนามน้อยพวกนี้ก็อาจจะแห้งเหี่ยวตาย เมื่อรับผิดชอบหน้าที่ที่ควรจะทำมันตั้งนานแล้วเสร็จ จึงไปอาบน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจ

“คืนนี้ก็จะได้เบาะแสเพิ่มเติม แต่ว่าตำรวจก็ได้มันไปเหมือนกัน และบางทีตำรวจก็อาจจะคลี่คลายทุกอย่างเสร็จก่อนที่เราจะช่วยอะไรพีร์ได้ แต่ก็ช่างมันเนอะ เราทำดีที่สุดแล้วนี่นา”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น