ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 3 ระหว่างมรดกกับคนที่รัก

คำค้น : ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2558 06:19 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 3 ระหว่างมรดกกับคนที่รัก

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 3

 

 

 

 

ก๊อกๆๆ

 

เสียงเคาะประตูดังเรียกให้ชายมาดขรึมผู้นั่งงุดหน้าอยู่กับกองเอกสารต้องเงยหน้ามองไปยังประตูของห้องทำงานในขณะเดียวกับที่ประตูห้องบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเด็กที่เขารู้จักดี

 

 

 

"มีอะไร วันนี้ไม่มีงานที่ต้องให้แกมาตามถึงห้องนี่" อาทิตย์ถาม

 

 

 

"มีคนอยากเจอคุณ" เวย์บอก อาทิตย์ขมวดคิ้วสงสัย

"เข้ามา" เวย์เดินออกไปต้อนรับคนข้างนอกแล้วพาเข้ามาในห้องของพ่อเลี้ยงด้วยกันอีกครั้ง เมื่อชายบนโต๊ะทำงานเห็นบุคคลที่ไม่คาดคิด คิ้วหนาเข้มสองข้างก็ขมวดมุ่น สีหน้าอันเยือกเย็นแลดูเครียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ

 

 

 

"ผมอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับ...คุณพ่อและคุณแม่ของผมครับ" นทีบอก นี่แหละคือสิ่งที่อาทิตย์ไม่อยากพูดถึงมากที่สุด ที่ภรรยาของเขาให้ข้อมูลนี้กับชายหนุ่มไปเพราะเขาดูถูกความเข้มแข็งของเด็กคนนี้มากเกินไป คนอย่างนที ภาวิรัตน์สกุลไม่เคยยอมแพ้ให้อะไรง่ายๆ ถ้ากับสิ่งที่เขาได้มุ่งมั่นตัดสินใจจนถึงขั้นแบกหน้ามาแสดงตัวกับผู้หลักผู้ใหญ่อย่างเรื่องระหว่างเขากับเลย์แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

 

 

"แกควรออกไปก่อนนะเวย์" อาทิตย์หันไปพูดกับเวย์ ร่างสูงชะงักไปนิด เวย์ทำท่าทีไม่ค่อยพอใจเพราะอยากรู้เรื่องราวอยู่เหมือนกันแต่ก็ต้องยอมเชื่อฟังเมื่อหันไปขอความเห็นจากเพื่อนแล้วพบว่านทีคงอยากคุยกับพ่อเลี้ยงแค่สองคนมากกว่า

 

 

 

"อืม โชคดีนะมึง" เวย์ตบไหล่เพื่อนรักเบาๆก่อนจะเดินออกไปจากห้อง อาทิตย์ฝ่ายมือไปทางชุดโซฟาหนังเป็นเชิงบอกให้นทีนั่งรอก่อน

 

 

 

"อยากได้ข้อมูลแบบไหนล่ะ" อาทิตย์ถาม ร่างสูงเดินไปกดรหัสตู้เซฟข้างหลังเอาเอกสารสำคัญบางอย่างออกมาให้นที คนที่นั่งมองอยู่ตลอดขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเก็บมันไว้ในเซฟอย่างดีราวกับเป็นเอกสารลับสำคัญอย่างไงอย่างนั้น

"นี่เป็นเอกสารเกี่ยวกับประวัติของพ่อแม่นาย และนาย รวมถึงมรดกต่างๆที่ควรตกทอดถึงนาย" อาทิตย์วางเอกสารลงให้นทีเปิดดู

"นายต้องใช้เวลาอ่านมัน ระหว่างนั้นฉันจะลงไปเอาน้ำมาให้แล้วกัน" อาทิตย์บอก

 

 

 

"เอ่อ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปเอาเอ..." นทีทำท่าจะลุกไปเอาน้ำเองด้วยความเกรงใจ ถึงเขาจะถูกปล่อยให้อยู่โดยไร้พ่อแม่ดูแลมาตลอดแต่คนตรงหน้าก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อบุญธรรมของเขา แต่ไม่ทันที่นทีจะได้พูดจบอาทิตย์ก็เดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจฟังอะไร นทีจึงกลับมานั่งเปิดเอกสารดูรออีกฝ่ายด้วยหัวใจที่อัดแน่นไปด้วยความกลัวเขากลัวความทรงจำที่อาจกลับคืนมา กลัวที่ต้องรู้ถึงตัวตนของตัวเองและกลัวที่จะยอมรับว่าพ่อแม่ตัวเองคือใคร เพราะพวกเขา เพราะตัวตนที่แท้จริงนี้ อาจเป็นสาเหตุทำให้เลย์จากเขาไปก็เป็นได้

 

 

 

ไม่นานพ่อเลี้ยงก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำเปล่าสองแก้ว แววตาคมดุมองไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนโซฟานิ่งก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาชุดเดียวกัน

"เป็นไง มีอะไรข้องใจรึเปล่า" อาทิตย์ถาม

 

 

 

"ทำไมถึงไม่เคยบอกเกี่ยวกับครอบครัวของผมมาก่อนเลยครับ" นทีถาม อาทิตย์นิ่งเงียบไปนิด

 

 

 

"ฉันว่านายน่าจะฉลาดพอที่จะรู้ได้ด้วยตัวเอง" อาทิตย์บอกใบ้ เพราะคิดว่านทีคงมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วแต่ไม่กล้าพูดมันออกมาเท่านั้น เพราะกลัวคนที่สำคัญที่สุดและผู้มีพระคุณของเขาต้องเสียหาย

 

 

 

"งั้นผมขอเปลี่ยนคำถามครับ"

 

 

 

"อืม ว่ามาสิ" สำหรับเด็กคนนี้การปิดบังมันเปล่าประโยชน์ไปแล้ว เพราะภรรยาของเขาดันไปบอกความจริงให้เขาได้รู้ จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสอดรู้สอดเห็นของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วล่ะว่าจะซักมันไปได้ลึกแค่ไหน อย่างน้อยๆการที่เขามานั่งบอกด้วยตัวเองมันก็ยังดีกว่าการปล่อยให้เขาไปตามหาข้อมูลผิดๆถูกๆเอาเอง

 

 

 

"ใครเป็นคนจัดการเรื่องนี้หรอครับ" นทีถาม อาทิตย์เงียบไป ไม่อยากจะบอกว่าคนตัดสินใจเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับนทีก็คือแม่ของเลย์เอง เพราะนั่นคงทำให้ชายหนุ่มสะเทือนใจมากแน่ๆ

"คุณ...รึเปล่าครับ" นทีถาม อาทิตย์ยังคงเงียบ แววตาคมสบตามองนทีนิ่งๆ

"บอกความจริงผมมาเถอะครับ"

 

 

 

"เปล่า ไม่ใช่ฉัน" อาทิตย์ปฏิเสธ

 

 

 

"งั้นคุณแม่เลย์งั้นหรอครับ" นทีถามอีก อาทิตย์นิ่งเงียบไป เท่านี้เขาก็รู้คำตอบดีแล้ว

"อ่า...เข้าใจแล้วล่ะครับ เข้าใจดีเลยล่ะตอนนี้" นทียิ้มออกมาบางๆ คนเป็นพ่อเลี้ยงขมวดคิ้วมองลูกชายบุญธรรมตัวเองแววตาเคลือบแคลงใจ น่าแปลกที่เขาดูไม่สะทกสะท้านอะไรกับความจริงที่รู้นี้เลย เขาไม่รู้สึกเจ็บใจจริงๆหรอ หรือว่ากำลังปิดบังความรู้สึกนั้นไว้กับอาทิตย์กันแน่

"คุณจะว่ายังไงครับ ถ้าผมจะยกมรดกทั้งหมดนี่...คืนให้ผู้มีพระคุณของผมเอง"

 

 

 

"ว่าไงนะ" อาทิตย์ถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

 

 

 

"ผมจะไม่เอาอะไรทั้งนั้น ผมต้องการแค่การได้อยู่กับคนรักของผมเท่านั้น และอีกอย่าง...ผมอยากตอบแทนบุญคุณที่พวกคุณเลี้ยงดูผมมาตลอด"

 

 

 

"แต่นี่มันไม่มากมายไปหน่อยหรอ...นายอาจเสียใจทีหลังก็ได้ที่..."

 

 

 

"ไม่ครับ ผมไม่เสียใจทีหลังแน่นอน" นทียืนยัน

"การที่ผมบอกว่าอยากตอบแทนพระคุณของพวกคุณนั้นบางทีมันอาจฟังดูอวดดีไปหน่อย แต่ถ้าพูดกันตามจริง ผมก็แค่กำลังเห็นแก่ตัวและคิดอยากทำลายอดีตตัวเองเท่านั้นแหละครับ แค่กำลังทำตัวเป็นลูกอกตัญญูต่อพ่อแม่แท้ๆเพื่อคนที่ตัวเองรักก็เท่านั้น" นทีบอกความจริง ใช่ นั่นก็คือสิ่งที่เขาแอบคิดอยู่ พยายามที่จะไม่คิดมันแต่ความมืดในใจก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

"ถ้านั่นคือสิ่งที่นายตัดสินใจแล้วฉันก็คงปฏิเสธไม่ได้ล่ะนะ แต่ว่า...ขอให้ฉันได้ส่งนายเรียนจนจบตามพินัยกรรมเถอะ" อาทิตย์บอกไปตามพินัยกรรมที่ได้คุยไว้กับทนายความว่าจะดูแลนทีไปจนกว่าจะเรียนจบและคืนสมบัติทั้งหมดให้เขา เงินเลี้ยงดูนทีทั้งหมดที่ได้มาก็ล้วนแต่เป็นเงินจากกิจการของพ่อแม่นทีที่ทิ้งไว้และแม่เลย์รับไปดูแลแทนชั่วคราว สิ่งที่ครอบครัวเลย์ได้มาจากการเข้าไปดูแลธุรกิจของครอบครัวนทีนั้นทำให้พวกเขามีพลังทรัพย์มากมายกว่าเงินที่ใช้จ่ายเลี้ยงดูนทีไปทั้งหมดเสียอีก และนี่ก็เป็นแค่ส่วนของธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่งเท่านั้นนอกจากนั้นก็เป็นมรดกที่ดินและบ้านมูลค่าสูงล้วนๆซึ่งนทีพูดออกมาได้อย่างง่ายดายว่าจะยกมันให้ผู้มีพระคุณ

 

 

 

"ครับ" นทียอมว่าตาม

 

 

 

"และก็..." อาทิตย์ยังคงมีบางอย่างที่ต้องการจะพูดต่อ

 

 

 

"เหลือบ้านและที่ดินไว้ซักสองสามแห่งแล้วกัน อย่างน้อยๆฉันก็อยากให้นายเหลือไว้ใช้จ่ายบ้าง ยังไงก็ต้องเลี้ยงดูเจ้าเลย์ด้วยนี่ ฉันคิดว่าเจ้าเลย์มันคงเลี้ยงนายไม่เป็นหรอก ใช่มั้ยล่ะ" อาทิตย์พูดดักอย่างรู้ทัน ทำเอานทีหลุดขำออกมาในลำคอ

 

 

 

"งั้นถือว่าเป็นค่าสินสอดก็ได้นะครับ" นทีพูดล้อเล่น อาทิตย์เองก็หลุดขำออกมาเช่นกัน

 

 

 

"หึหึ ฉันจะคิดแบบนั้นก็แล้วกัน" อาทิตย์พูดล้อเล่นออกไปบ้าง น่าแปลกที่บรรยากาศของเขากับลูกชายบุญธรรมคนนี้แตกต่างไปจากทุกที ในอดีตไม่มีหรอกที่จะมาพูดเล่นกันแบบนี้ มีแต่ความซีเรียสและจริงจัง อาทิตย์ที่ชี้ให้นทีต้องฝึกนู้นฝึกนี่ นทีที่ต้องเอาผลลัพธ์ต่างๆของตัวเองจากการฝึกมาให้อาทิตย์ดู ทุกๆวันล้วนเต็มไปด้วยความกดดัน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว อาทิตย์ที่ได้ลูกสาวคนเดียวของตัวเองกลับคืนมา และนทีที่ได้มีคนที่ตัวเองรักมากๆแล้ว ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้กำแพงระหว่างพวกเขาอ่อนลงมาก ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ อาทิตย์ก็อยากกลับไปสำนึกผิดกับสิ่งที่เคยทำไว้กับนที...ทำให้นทีกลายเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่โดยทำตัวเป็นคนไร้หัวใจและฝึกให้ทำเรื่องโหดร้ายต่างๆนาๆ รวมถึงพยายามจะปิดกั้นอนาคตนทีโดยไม่สนใจจะให้เรียนหนังสือ ถึงนั่นจะเป็นความต้องการของแม่เลย์ แต่ถ้าเขาไม่เห็นด้วยนทีคงไม่ได้มีอดีตที่แสนมืดมนแบบนั้น

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

 

บนสนามบาสในสนามแข่งประจำของพวกเวย์

 

นทีพาเลย์มาเปิดหูเปิดตาเล่นกับเพื่อนในแก๊งในวันหยุดเสาอาทิตย์ตามปกติซึ่งนานๆทีพวกเขาจะโผล่มาให้คนอื่นๆได้รู้ว่ายังมีชีวิตกันอยู่ และแน่นอนว่าทุกครั้งที่มาเลย์เป็นต้องโดนแซวตลอด

 

 

 

"เฮ้ยไอ้ที! นานๆมาทั้งทีลงมาเล่นด้วยกันสิวะ นั่งกกเมียอยู่ได้" เพื่อนในกลุ่มเวย์คนหนึ่งเรียกนทีที่นั่งอยู่ข้างๆเลย์บนอัฒจรรย์ คนตัวโตที่กำลังนั่งพาดแขนกับอัฒจรรย์ชั้นถัดไปในระดับเดียวกับไหล่เลย์จนดูเหมือนกำลังโอบไหล่เลย์อยู่หันไปมองทางต้นเสียงสายตานิ่งๆ

"ไม่ต้องมาทำหน้าตายใส่เลยมึง หวงไรนักหนาวะ เมียมึงไม่โดนล่อไปง่ายๆด้วยลูกอมหรอก ฮ่าๆๆ" ชายคนเดิมเรียกขึ้นอีกก่อนเดินเข้ามาหานทีเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนตนทำหน้าตายใส่ คำก็เมียสองคำก็เมียทำเอาเลย์ได้แต่นั่งนิ่วหน้าด้วยแก้มที่ร้อนผ่าวแต่ก็พูดอะไรไม่ออก แถมคนทั้งสนามบาสยังหันมามองที่นทีและเลย์กันแซวๆกันใหญ่กับคำว่าเมียที่ออกมาจากปากเพื่อนของนที

 

 

 

"มึงไปเล่นเหอะ" เลย์ตบไหล่ไล่เบาๆเพราะถ้านทีไม่ไปเขาได้โดนเพื่อนนทีประกาศคำว่าเมียใส่หน้าอีกแน่ๆ

 

 

 

"ไม่..." นทีทำท่าจะปฏิเสธแต่ก็ถูกเลย์เบ้ปากใส่จนต้องยอม ร่างโปร่งถอนหายใจหนักๆก่อนจะลุกขึ้นดึงชายเสื้อออกนอกกางเกงแล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์และกุญแจรถยัดใส่มือฝากเลย์ไว้ก่อนจะเดินออกไปยังสนามพร้อมๆกับที่ดึงเนคไทตัวเองลงต่ำและปลดกระดุมบนของเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ด

 

 

 

"ควย! นี่มึงเล่นเอาชู้ตเตอร์ลงสนามเลยหรอวะ!" ชายอีกคนบนสนามที่คิดว่าคงเป็นทีมฝ่ายตรงข้ามโวยวายขึ้นเมื่อนทีลงสนามไป

 

 

 

"เสมอๆกันไงสัส ทีมพวกมึงยังมีไอ้เวย์อยู่เลย" ทั้งสองทีมเถียงกันเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเล่นกันต่อเลย์มองพี่ชายที่ทำหน้าเหมือนหมาหงอยลงสนามไปแล้วส่งยิ้มกว้างเป็นกำลังใจให้คนตัวโตที่หันมามองเป็นระยะก่อนจะลุกเดินไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่อีกฝั่งของอัฒจรรย์ ซึ่งมีไอ้แบล็คที่เอาแต่นั่งก้มมองโทรศัพท์ ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่และมีไอ้เฮลนอนเอาผ้าเย็นปิดหน้าอยู่ชั้นบนถัดจาดชั้นที่แบล็คนั่ง

 

 

 

"ดูได้ทั้งวี่ทั้งวันเลยนะมึง" เลย์เดินไปนั่งลงข้างๆแบล็ค คนตัวเล็กเงยหน้ามองเพื่อนสนิทก่อนจะผงะไปนิดแล้วถอดหูฟังข้างหนึ่งออกเพื่อฟังเลย์พูด

 

 

 

"อ้าว ผัวมึงล่ะ" แบล็คถามแซวๆ เลย์ทำหน้าเหยๆใส่

 

 

 

"ถ้าจะแซวกูหุบปากไปเลยนะมึง กูเมื่อยหน้าหมดละสัส"

 

 

 

"ฮ่าๆๆ ดูมั้ยมึง" แบล็คชวนแล้วหยิบหูฟังอีกข้างมาใส่ให้เลย์ เลย์ก้มมองภาพในจอโทรศัพท์ขณะที่ได้ยินเสียงครางของหญิงชายในคลิปด้วยแววตาเฉยเมย แบล็คเงยหน้ามองเพื่อนสนิทตัวเองเล็กน้อย แว๊บเดียวแววตาของเขาดูหม่นลงก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นแววตาเจ้าเล่ห์เจ้ากล

"หรือตอนนี้มึง..." แบล็คกดหยุดคลิปที่กำลังให้เลย์ดูลงแล้วเปิดคลิปตัวใหม่ขึ้นมาแทน

"หันมาชอบแบบนี้แล้วล่ะ" แบล็คเปิดคลิปของชายกับชายให้เลย์ดูแทน แถมยังกดลัดเข้าไปตอนกำลังเข้าได้เข้าเข็มกันอีก

 

 

 

"ไอ้เหี้ย!" ทันทีที่เห็นผู้ชายสองคนมีอะไรกันอยู่บนจอมือถือของแบล็คใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ก่อนที่เลย์จะถอดหูฟังที่มีเสียงครางของชายสองคนในคลิปดังให้ได้ยินออกแล้วผลักหัวคนเป็นเพื่อนแรง

 

 

 

"อายอะไรของมึง ก็ทำแบบนี้กับไอ้ทีไม่ใช่รึไง" แบล็คพูดหน้าตาเฉยแล้วยกมือถือขึ้นโชว์ให้ดู เฮลที่สนใจบทสนทนาเปิดผ้าเย็นบนหน้าขึ้นแล้วยื่นหน้ามาดูคลิปด้วย

 

 

 

"เออ มันรู้สึกดีมากเลยหรอวะ ไอ้การโดนเอาเนี่ย" เฮลฉุกถามขณะดูคลิปในจอ

 

 

 

"มึงมาลองโดนกูเอาดูมั้ยล่ะจะได้รู้" เลย์หันไปว่า คนที่นอนอยู่ทำหน้าแหย่ๆใส่

 

 

 

"ไม่เอาว่ะ กูแค่สงสัย เห็นในคลิปดูมันสุขมากเลย มึงล่ะรู้สึกไง" เฮลถามเลย์

 

 

 

"ห๊าา อะไรวะ" เลย์หน้าแดงจัด

 

 

 

"ก็ที่โดนพี่ทีเอา มึงรู้สึกไง" เฮลจ้องหน้าถามอย่างอยากรู้ เลย์หน้าแดงหลบสายตาจากเพื่อนตัวเองแล้วแอบลอบมองไปที่พี่ชายเล็กน้อย ยิ่งเห็นคนตัวโตกำลังเล่นบาสอยู่โดยที่ทั้งตัวเหงื่อโชกยิ่งทำให้เขารู้สึกร้อนหน้าจัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

"เออ ก็ดีอ่ะ" เลย์หลุดปากตอบออกไป

 

 

 

"หือ พี่ทีหื่นมากมั้ยวะ พวกมึงเอากันถี่แค่ไหน" เฮลถามต่ออีก แบล็คนั่งเงียบมองคนสองคนสลับกันไปมา ส่วนเลย์ก็เอาแต่ทำท่าเลิกลักกรอกตามองไปทั่ว

 

 

 

"เอ่อ...คือ"

 

 

 

"ให้กูเดาคงเปลืองเงินค่าถุงยางไปเยอะเลยสิมึง ตามคอนี่เต็มเลย ผัวมึงนี่ท่าจะเซ็กจัดมากเลยนะ" เฮลยิ้มมุมปาก เลย์รีบยกมือขึ้นเก็บคอเสื้อตัวเองดีๆทันที

 

 

 

"เปล่า ไม่ได้ใช้อ่ะ" เลย์ก้มหน้าบอก

 

 

 

"ห๊ะ อย่าบอกนะว่าสดๆ" แบล็คโพล่งถาม

"ไม่กลัวโรคหรอวะ" แบล็คถาม เลย์ชะงักไปนิดเพราะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยตั้งแต่คบกับนที ตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกกดก็มัวแต่ช็อคจนไม่ได้สนใจเรื่องป้องกันและต่อๆมาก็เลยทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนเคยชินไปแล้ว แถมเลย์เองก็คงไม่ค่อยชอบใจด้วยถ้านทีจะใส่ถุงยางกับเขา

 

 

 

"ไม่รู้ว่ะ ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น เราเริ่มต้นกันแบบไม่ตั้งใจเลยไม่ได้คิดจะสนใจเรื่องนั้นกันเท่าไหร่" อีกอย่างเลย์ก็มั่นใจด้วยว่านทีจะไม่ไปมีคนใหม่จนนำโรคมาให้เขาแน่นอน แถมในอดีต ทุกครั้งที่เลย์มีอะไรกับคนอื่นก็จะป้องกันอย่างดีตลอดด้วย

 

 

 

"พูดยังกับมึงถูกปล้ำแน่ะ ฮ่าๆๆ" แบล็คพูดดักขำๆ แต่เลย์สิไม่ขำด้วย

 

 

 

"เฮ้ย หน้าแบบนั้นคืออะไร มึงโดนจับปล้ำจริงน่ะ!?" เฮลที่สังเกตเห็นว่าเลย์หน้าเหวอไปชั่วขณะทักท้วง

 

 

 

"เฮ้ย! บ้า! ฮู๊! ไม่คุยกับพวกมึงแล้ว" เลย์ว่าใส่ทั้งๆที่หน้าแดงจัดก่อนจะลุกเดินแยกออกไปนั่งห่างๆ แบล็คกับเฮลมองตามเลย์ไปก่อนจะหันไปมองหน้ากันงงๆกับท่าทางฮึดฮัดผิดปกติของเพื่อนตน

 

 

 

"มีอะไร" นทีเดินออกจากสนามมาถามคนรักที่แยกจากเพื่อนมานั่งหน้าแดงอยู่คนเดียว แถมยิ่งแดงขึ้นกว่าเดิมอีกเมื่อเห็นนทีเดินเข้ามาหา

 

 

 

"ไม่มีอะไร" เลย์บอกปัด นทีขมวดคิ้วสงสัย

"ไปเล่นต่อเถอะ" เลย์บอกไล่ นทีหยักหน้ายอมแล้วเดินกลับไปเล่นต่อเพราะกำลังได้ที่จนฟ้าเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ ไฟสปอร์ตไลท์จากทั้ง 4 มุมของสนามถูกเปิดฉายส่องแสงสว่างให้คนบนสนามได้เล่นกันต่อไปแม้ฟ้าจะเริ่มมืดแล้ว แถมยิ่งมืดคนแปลกหน้ายิ่งทยอยกันเข้ามาสนามมากขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็มาดูการแข่งรถบ้างก็เดินมาดูกลุ่มที่กำลังเล่นบาสกันอยู่เปลี่ยนบรรยากาศ

.

.

.

 

 

 

"นั่นใครหรอ" ชายผมทองซอยยาวระต้นคอคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วเอ่ยถามคนที่เดินมาด้วยกันขณะมองผ่านรั้วตาข่ายเขียวเข้าไปในสนามบาสซึ่งมีเด็กหนุ่มวัยรุ่นมากหน้าหลากตาเล่นบาสกันอยู่ แถมส่วนใหญ่ยังมีแต่คนหน้าตาดีๆทั้งนั้น

 

 

 

"ใครหรอครับ" ชายที่เดินมาด้วยกันถาม

 

 

 

"คนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงกับเนคไทสีดำที่กำลังเล่นอยู่บนสนาม" ชายผมทองบอก มือเรียวอีกข้างเกาะที่รั้วตาข่าย แววคมจ้องมองไปยังชายผู้เป็นเป้าหมาย

 

 

 

"โธ่ ลูกพี่ ที่เล่นอยู่บนสนามมีแต่คนแต่งชุดแบบนั้นกันหมดแล้วผมจะรู้มั้ยครับว่าเป็นคนไหน" ชายที่มาด้วยกันพูดย้อนเพราะเกือบทั้งสนามเป็นนักศึกษาจากมหาลัยเดียวกันทั้งนั้น ชายผมทองจิ๊ปากขัดใจนิดๆ ก่อนจะเห็นชายคนที่เขาสนใจได้ครองลูกบอลแล้วชู๊ตมันลงห่วงจากระยะไกลได้พอดิบพอดี เรียกเสียงฮือฮาจากคนทั้งสนาม

 

 

 

"คนนั้น คนที่เพิ่งชู้ตลูกสามแต้มไปเมื่อกี้น่ะ" ชายผมทองบอก ชายอีกคนที่มาด้วยอ้าปากร้องอ๋อออกมาเมื่อรู้ว่าคนที่ว่าคือใคร

 

 

 

"พี่เขาชื่อ นที ครับ เป็นลูกชายคนรองของ ภาวิรัตน์สกุล อยู่มหาลัยS คณะแพทย์ปี 5" ชายคนที่มาด้วยบอกอย่างรู้ดีเพราะเขาเองก็เป็นเด็กของแก๊งนี้ แถมเวย์ นที และเลย์ล้วนก็เป็นที่รู้จักสำหรับเด็กๆในแก๊งเอามากๆด้วย

 

 

 

"โหดมั้ยคนนี้" ชายผมทองถาม

 

 

 

"น่ากลัวสุดๆไปเลยละฮะ เคยได้ยินข่าวลือจากพวกพี่ๆมา เวลาเฮียทีโกรธน่ากลัวจนขนาดเฮียเวย์ที่เป็นหัวหน้าแก๊งยังแทบเอาไม่อยู่เลยล่ะครับ"

 

 

 

"ชอบว่ะ แบดๆแบบนี้ถูกใจกูเป็นบ้าเลย" ชายผมทองพูดขึ้นแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปข้างใน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นนทีเดินออกจากสนามไปนั่งลงข้างๆหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่ง วงแขนแกร่งของคนที่โชกไปด้วยเหงื่อโอบไหล่คนข้างกายเอาไว้ก่อนจะหันไปหวังจะหอมแก้มอีกฝ่าย แต่หนุ่มหน้าหวานก็ดันอกนทีออกแล้วลุกหนีลงไปที่สนามด้วยท่าทางฮึดฮัด

"คนที่เฮียทีอะไรของแกเกือบจะหอมแก้มเมื่อกี้ใครวะ" ชายผมทองหันไปถามหน้านิ่ว

 

 

 

"อ๋อ นั่นเฮียเลย์ครับ น้องเล็กบ้านภาวิรัตน์" อีกคนบอกตามที่รู้ เพราะเรื่องระหว่างนทีกับเลย์ส่วนใหญ่จะมีเพื่อนๆของเวย์กับนทีเท่านั้นที่รู้ รวมถึงเรื่องที่นทีเป็นแค่ลูกบุญธรรมก็มีแค่บางคนด้วยเช่นกันที่รู้เรื่อง

 

 

 

"พี่น้องเขาหอมแก้มกันด้วยหรอ" ชายผมทองถาม

 

 

 

"อันนี้ผมก็ไม่รู้สิครับ ผมก็ตกใจอยู่ แต่รู้สึกเฮียทีกับเฮียเลย์เขาจะสนิทกันนะครับ คงแค่หยอกล้อกันเล่นๆนั่นแหละ" ชายคมเดิมบอก ชายผมทองมองเลย์อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักแต่ก็ไม่คิดอะไร ร่างสูงบางเปิดรั้วตาข่ายเดินเข้าไปในสนามพร้อมยกบุหรี่ขึ้นคาบแล้วมุ่งไปหาเป้าหมายทันที

 

 

 

"สวัสดีครับ" ชายผมทองนั่งลงข้างๆนที พร้อมกับคีบบุหรี่ในปากออกมาถือไว้ ริมฝีปากของเขาดูอมชมพูสวยน่าสัมผัสมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นริมฝีปากของคนสูบบุหรี่

 

 

 

"..." นทีปรายตามองคนที่เดินเข้ามานั่งข้างๆเล็กน้อย

 

 

ชายผมทองคาบบุหรี่อีกครั้งก่อนพ่นควันออกมา

"ชอบเล่นกีฬาหรอ" อีกฝ่ายถาม นทียังคงเงียบ

"ลูกชู้ตเมื่อกี้น่ะ สุดยอดไปเลยนะ" ชายผมทองพยายามชวนคุยแต่สายตาคมของคนข้างกายก็เอาแต่ทอดมองไปยังหนุ่มหน้าหวานบนสนามไม่วางตา ทำเอาคนที่พยายามเข้าหารู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาแปลกๆ มือเรียวเอื้อมขึ้นไปประคองใบหน้าคมให้หันมาหาตัวเองแต่ก็ถูกนทีปัดออก ก่อนที่ร่างสูงจะยันกายลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย

 

 

 

"เลย์!" นทีเรียกคนรักที่อยู่บนสนามเมื่อเห็นว่ามืดมากแล้ว ควรพาเลย์ออกไปหาอะไรทานแล้วกลับบ้านกัน เลย์โยนบอลในมือให้กับเพื่อนในทีมคนอื่นก่อนจะวิ่งเข้าไปหาพี่ชาย

 

 

 

"อะไรอ่ะ" เลย์ถาม ชายผมทองที่กำลังคาบบุหรี่อยู่ในปากนั่งมองแผ่นหลังของนทีสลับกับเลย์แววตาขุ่นๆ

 

 

 

"กลับบ้านกัน" นทีบอก เลย์มุ่ยหน้าใส่

 

 

 

"ไม่เอา กำลังมันเลย" คนตัวเล็กดื้อ นทียีหัวน้องชายเป็นการปราม ยิ่งเห็นทั้งสองคนคุยกันกะหนุงกะหนิงยิ่งทำให้ชายผมทองที่มองดูอยู่รู้สึกได้ว่าปฏิกิริยาของคนตัวโตที่มีต่อเขากับเด็กหน้าหวานตรงหน้านั้นแตกต่างกันลิบลับเลย

 

 

 

"พอได้แล้ว เดี๋ยวกูพาไปเลี้ยงข้าว" นทีล่อด้วยอาหาร เลย์ตาวาวขึ้นทันที

 

 

 

"ปิ้งย่างนะ อยากกินปิ้งย่าง" เลย์เงยหน้ามองคนตัวโตกว่าตาวาว

 

 

 

"ครับๆ" นทีเป็นต้องยอมให้คนรักสีหน้าเหนื่อยๆ ก่อนจะกอดคอเลย์ทำท่าจะเดินเลี่ยงขอบสนามออกไป แต่ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังเดินผ่านชายผมทองที่นั่งดูอยู่นั้นเอง เขาก็ลุกขึ้นมายืนดักหน้าทั้งคู่เอาไว้

"มีอะไร" นทีเอ่ยปากถามน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก

 

 

 

"ทำไมถึงเมินกันขนาดนี้ล่ะ ผมสนใจนายจริงๆนะ" ชายผมทองออกตัวอย่างชัดเจนเมื่อเห็นว่าอ้อมค้อมไปนทีก็ทำเหมือนไม่สนใจใส่ แถมเขายังไม่ค่อยชอบใจที่เห็นนทียืนคุยกับเด็กหนุ่มหน้าหวานนี้ด้วย

 

 

 

"จิ๊" คนตัวโตจิ๊ปากขัดใจ เลย์เบิกตาโพลงมองชายผมทองตรงหน้าอึ้งๆก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายตัวเองยิ้มๆ เพราะดันคิดอะไรสนุกๆออก

 

 

 

"แหม พี่ก็ ไม่ลองคุยกับเขาดูหน่อยล่ะ" เลย์แซวเล่นขำๆ

 

 

 

"เลย์..." นทีก้มมองน้องชายดุๆเมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มจงใจแกล้งตน

 

 

 

"เอ้าๆ ตามสบายนะค้าบ เดี๋ยวผมไปเล่นบาสรอละกัน คึคึ" เลย์ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะทำท่าเดินกลับไปที่สนาม แต่ก่อนที่จะได้ไปนทีก็กระชากแขนให้ร่างโปร่งถลาเข้ามาหาตัวเสียก่อน

 

 

 

"ปากดี" ว่าแล้วคนตัวโตก็ประคองท้ายทอยอีกฝ่ายไว้มั่นแล้วโน้มใบหน้ากดจูบลงกับริมฝีปากสีชมพูอ่อนอย่างไม่ทันให้เลย์ได้ตั้งตัว ดวงตาโตของคนถูกจูบเบิกกว้าง แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาเรื่อยๆก่อนจะรีบผลักตัวพี่ชายออกสุดแรง

 

 

 

"อะ ไอ้...บ้าเอ๊ย!" เลย์มองนทีสลับกับชายผมทองที่ยืนนิ่งอึ้งไปด้วยใบหน้าที่แดงไปถึงหู ริมฝีปากบางสบถด่าคนรักเสียงสั่นๆก่อนจะฮึดฮัดเดินหลบสายตาแซวๆของคนรอบๆที่เห็นเหตุการณ์ออกไปจากสนาม นทีมองตามคนตัวเล็กแล้วกระตุกยิ้มมุมปากออกมาก่อนจะเดินผ่านหน้าชายผมทองออกไปโดยไม่ปรายตามองเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

"เชอะ เล่นด้วยยากเป็นบ้า" ชายผมทองมองตามแผ่นหลังของคนหนุ่มไปอย่างถอดใจ เขารู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะเล่นด้วยง่ายๆ คิดว่าต่อให้เอาอะไรมายั่วยวนก็คงไม่ทำให้สายตาของคนตัวโตไขว้เขวไปจากหนุ่มหน้าหวานคนนั้นได้เลย แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เข้าใจ...พวกเขาคบคนในสายเลือดเดียวกันแบบเปิดเผยได้ขนาดเลยงั้นหรอ

 

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

 

ชื่อ
ความคิดเห็น