marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 31

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 556

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 19:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 31
แบบอักษร

 

Chapter 31: ทางที่ต้องเลือก

 

 

 

“ค่ะคุณแอลวันนี้ว่าจะไปวัดกับแม่ คุณประชุมเสร็จแล้วเหรอค่ะ” ฉันพูดขึ้นในขณะที่กำลังจัดของขึ้นรถ ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาดีขึ้นมากเราต่างเข้าใจเหตุผลของกันและกัน ตอนนี้เขาอยู่เกาหลีเห็นบอกว่าจะกลับไปประชุม ส่วนฉันก็ใช่ชีวิตต่อเหมือนคนปกติเพราะตอนนี้ก็รู้สึกว่าคำสาปมีผลได้ไม่นานเหมือนพอกลายปุ๊บมันก็จะกลับมาทันที บางทีฉันก็คิดนะว่าเขาไม่รักฉันจริงๆคำสาปถึงได้ไม่หายไปแต่มันก็เป็นแค่ความคิดละมั้งมันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นก็ได้...

‘เสร็จแล้ว แต่ต้องไปดูงานที่จีนอีกอยากกลับไปหาเธอจังคิดถึง’ เขาพูดออกมาด้วยท่าทีออดอ้อนให้ตายเถอะน่ารักชะมัด

“ฮึๆ ไม่อายลูกน้องบ้างหรือไงค่ะ ขี้อ้อนจริงๆคุณมาเฟีย”

‘อ๊ะ!! ฉันเป็นแค่กับเธอคนเดียวนะให้ตายเถอะก็คนมันรักมากนิ’ อ๊ากกก!!!! เขากำลังจะทำให้ฉันละลายอยู่ตรงนี้ใช่ไหมเนี่ย!!!! คนบ้าเอ๊ยยยย!!! เขินเป็นบ้า!!!=////=

‘แหม่ๆ หน้าแดงอยู่ใช่ม่ะฮ่าๆ’ ฮึ่ย!! เขารู้ทันอีก!!!

“จิ๊!! เพราะคุณนั่นแหละ ไม่คุยด้วยละรีบทำงานไปเลยจะได้รีบกลับมาหา จะรักคุณให้สมที่คิดถึงเลย”

‘อื้อออ... พูดได้น่ารักมากที่รักเดี๋ยวไปเคลียร์งานก่อนนะจะได้รีบกลับรักเธอแบบถึงใจ จุ๊บๆ’

“ค่ะ...ตั้งใจทำงานนะ แล้วจะรอ~~~”

‘ให้ตายเถอะถ้าเธอพูดแบบนี้ต่อหน้าฉันละก็เธอไม่ได้ลุกออกจากเตียงง่ายๆแน่ที่รัก...เดี๋ยวเจอกันจ๊ะ บาย’ เขาพูดด้วยความมั่นเขี้ยวก่อนจะวางสายไป ฉันได้แต่ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันมาจัดของที่เตรียมไปวัดกับแม่ต่อ...แต่ทันทีที่หันกลับไปก็เห็นแม่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง

“เขาดูรักลูกมากเลยนะ” แม่พูดขึ้นก่อนจะเดินเอาตะกร้ามาวางไว้ที่หลังรถ

“ก็ไม่รู้สิค่ะ...คงจะรักแต่คงไม่ได้มากอะไรขนาดนั้นมั้ง” คำพูดของฉันทำให้แม่ส่ายหน้าเบาๆ

“ถ้าเขาไม่รักลูกจริงๆ เขาคงไม่บ้าบินกลับไปกลับมาเพื่อมาหาลูกหรอกทั้งๆที่บ้านเขานะอยู่ที่นู้น”

“หูยยย เข้าข้างเขาจังเลยนะคะแม่นี่เขาไปติดสินบนอะไรแม่หรือเปล่าเนี่ย” คำพูดของฉันทำให้แม่ขำออกมาเล็กน้อย ก็แม่นะดูรักเขาจะตายนับตั้งแต่พ่อเสียเขาก็คอยแวะเวียนมาหาแม่ตลอด ทั้งคู่คุยกับถูกคอแบบสุดๆไปเลยละ พูดง่ายๆคือเขากับแม่เข้าขากันสุดๆ และ แม่ก็เอ็นดูเขามาก

“สินบนอะไรกันก็แอลฟ่านะเขาพูดกับแม่ตลอดว่าขอลูกแต่งงานเท่าไหร่ลูกก็ไม่ยอมแต่งกับเขาสักที เมื่อไหร่ลูกจะแต่งละเจสแม่จะได้หมดห่วงถ้าลูกแต่งงานกับเขาเพราะเขาเป็นคนดีมากแม่เชื่ออย่างนั้นนะ” ฉันชะงักเล็กน้อยกับสิ่งที่แม่พูด...ฟังไม่ผิดหรอกที่แม่บอกว่าเขาขอฉันแต่งงานหลายรอบแล้วแต่ฉันก็ปฏิเสธเพราะอะไรนะเหรอก็เพราะคำสาปนี่ไงมันทำให้ไม่มั่นใจว่าเขารักฉันจริงๆหรือเปล่า และ เพราะเรื่องนี้เองทำให้ยัยผีจืดโกรธฉันมากจนไม่โผล่มาให้เห็นหลายอาทิตย์ละไม่รู้ปานนี้จะเป็นยังไง...

“แม่ค่ะ...ใจเย็นๆก่อนสิเมื่อถึงเวลาหนูจะแต่งกับเขาเองค่ะ อย่าคิดมากเลยนะตอนนี้หนูมีบางอย่างที่ต้องพิสูจน์อยู่ รอก่อนนะแม่”

“อ๊ะๆ ตามใจลูกละกัน งั้นตอนนี้เราก็รีบไปวัดกันเถอะ”

“ค่ะ” ฉันรับคำสั้นๆก่อนแม่จะเดินอ้อมขึ้นไปนั่งรอบนรถ และ ไม่นานฉันก็เดินตามขึ้นไปก่อนจะขับออกไปในเวลาต่อมา...แต่วันนี้เหมือนรู้สึกแปลกไงไม่รู้ใจมันสั่นไม่ค่อยดีเลยคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

ไม่นานฉันกับแม่ก็มาถึงวัด เราสองแม่ลูกจึงช่วยกันขนของที่จะเอามาทำบุญถึงพ่อลงจากรถแต่ไม่ทันจะเดินไปไหนจู่ๆก็มีคนเรียกฉันจากด้านหลัง

“เจส...ใช่เธอจริงๆด้วย” เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นนั่นจึงทำให้ฉันหันไปมองก่อนจะเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าเท่าไหร่ฉันขมวดคิ้วมองเธออย่างสงสัย

“จำฉันไม่ได้เหรอ...คนที่ช่วยเธอที่โรงพยาบาลไง เจนนิส...จำได้มั้ย” ฉันยังมองเธองงๆก่อนจะพยายามนึกว่าเธอคือใครจนกระทั่งนึกออก

“อ่อ!! จำได้แล้ว...เธอคือผู้หญิงคนนั้น..อ่าา เดี๋ยวนะเธอรอฉันตรงนี้แป๊บนะฉันเอาของไปให้แม่ก่อนเดี๋ยวมา” คำพูดของฉันทำให้เธอพยักหน้าเบาๆก่อนฉันจะรีบขนของไปให้แม่ที่เข้าไปหาหลวงพ่อก่อนทันที พอแม่เห็นฉันดูรีบร้อนวางของลงท่านก็ถามขึ้น

“เจสเป็นอะไรหรือเปล่าดูรีบๆนะ”

“คือพอดีหนูเจอเพื่อนนะคะเดี๋ยวหนูขอออกไปหาเธอแป๊บนะแล้วจะรีบมาหานะคะแม่”

“จ๊ะๆ ถ้ารีบก็ไปก่อนเลยลูกเดี๋ยวทางนี้แม่จัดการเอง”

“ค่ะแม่ เดี๋ยวมานะคะ” พูดจบฉันก็รีบเดินออกมาทันทีก่อนจะรีบเดินกลับมาตรงที่เจอกับเธอเมื่อกี้แต่พอเดินกลับมาก็ไม่เห็นร่างของเธออยู่ตรงนี้แล้ว...

“เอ๊ะ!! เธอไปไหนแล้วอ่ะ” ฉันหันไปรอบๆกวาดตามองไปทั่วบริเวณนั่นก่อนสายตาจะไปสะดุดกับร่างที่พึ่งเห็นเมื่อกี้นี้แถวริมน้ำ...

“อยู่ตรงนั้นเอง” พอเจอเธอฉันก็รีบเดินไปหาเธอทันทีด้วยความรีบร้อนเพราะมีบางอย่างต้องการถามเธอแบบสุดๆ จนไม่นานฉันก็มาถึงสาราริมน้ำ

“ใจเย็นๆก็ได้ฉันไม่หนีไปไหนหรอก”

“ก็ฉันร้อนใจนิ”

“คำถามที่เธออยากรู้วันนี้ฉันก็ตั้งใจจะบอกอยู่ละ” ฉันไม่ทันพูดอะไรแต่เธอก็พูดตัดขึ้นก่อน

“หมายความว่าไง”

“ก็บอกไปแล้วตอนนั้นว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม และ ตอนนี้คือเวลานั้นไงละ” ฉันขมวดคิ้วมองเธออย่างไม่เข้าใจ

“เธอรู้อะไรบ้าง” คำถามของฉันทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองอย่างยิ้มๆ

“คำสาปนั้นถูกสาปตอนที่ผู้สาปนั้นกำลังจบชีวิตตัวเอง...มันไม่สามารถถูกลบล้างไปได้เหมือนในการ์ตูนหรอกนะที่พอพระเอกสารภาพรักแล้วคำสาปมันจะหายไป” เธอพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งต่างจากเมื่อกี้

“แล้วมันหมายความว่าไงอ่ะ” แล้วไหนตอนนั้นถึงมีคนมาบอกแบบนั้นกันนะ

“คำสาปถูกสาปด้วยเลือดถูกบูชาด้วยชีวิต สาปแบบไหนก็ต้องแก้แบบนั้น” คำพูดของเธอทำให้ยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่

“การที่จะแก้คำสาปนี้มันต้องแลกด้วยบางอย่างที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเธอสองคน...”

“บางอย่างที่สำคัญที่สุดงั้นเหรอ...”

“ใช่แล้ว”

“ไม่มีวิธีอื่นบ้างเหรอ”

“ไม่มีหรอกนะ ทางที่จะแก้ได้มีแค่ทางเดียวแค่นั้น”

“แล้วมันจะต้องทำยังไง”

“ก็.....*]$^]+{¥=]+]$[^[+¥\!{>{*+\=_” ฉันนั่งฟังเจนนิสอธิบายให้ฟังอย่างตั้งใจ ตั้งแต่ต่นจนจบ ทันทีที่ฟังเธอพูดจบฉันก็ได้แต่นั่งนิ่งอย่างไม่เข้าใจตัวเอง...

“เธอยังมีเวลาอีกไม่นาน เธอจะต้องตัดสินใจได้แล้วว่าเธอจะทำหรือเปล่า....เธอจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อลบล้างคำสาปนี้หรือเปล่า” คำพูดของเจนนิสทำให้ฉันนั่งนิ่งอย่างสับสน...ความกลัวเข้ามากัดกินหัวใจฉัน ฉันกลัวที่ต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปถึงไม่รู้ว่าอะไรแต่มันก็กลัวจนเจ็บปวดหัวใจไปหมด...

“ฉัน...ฉัน...ฉันไม่รู้...”

“เอาเถอะ...เดี๋ยวอีกไม่นานเธอก็จะเลือกได้เอง นี่เบอร์โทรของฉันนะติดต่อฉันมาได้ถ้าเธออยากปรึกษาอะไร ฉันขอตัวก่อนละไว้เจอกัน” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นเดินออกไปทิ้งฉันไว้คนเดียว...ฉันเงยหน้าขึ้นมามองไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยสายตาที่ทอดยาวออกไป...

“ฉันไม่สามารถทำแบบนั้นได้หรอก...หายต้องเสียสิ่งที่สำคัญของเราทั้งคู่ไป”

 

 

สองเดือนต่อมา

 

 

“เจสวันนี้เธอจะไปไหนหรือเปล่า” คุณแอลพูดขึ้นในขณะที่ฉันกำลังเลือกเสื้อผ้าเพื่อจะไปทำงานอยู่...นี่ก็ผ่านมาใกล้จะครบปีหนึ่งละที่เกิดเรื่องคำสาปนั่นตอนนี้เหมือนมันจะดีขึ้น และ ฉันก็สามารถใช้ชีวิตปกติได้แล้วมั้งนะ...แล้วอีกอย่างที่สำคัญคือฉันไม่ได้บอกคุณแอลเกี่ยวกับเรื่องวันนั้นที่เจอกับเจนนิส...

‘วันนี้หล่อนดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะมีอะไรหรือเปล่า’ แต่เสียงของยัยผีจืดก็ดังขึ้นมาเหมือนกันเมื่อสองเดือนที่แล้วหล่อนโกรธฉันจนหนีไปเกาะติดคุณแอลแต่ทนเหงาไม่ไหวก็กลับมาหาฉันเหมือนเดิม และ ยัยผีก็ไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกัน

“วันนี้ฉันมีงานถ่ายแบบค่ะ คงตะยุ่งทั้งวัน และ เย็นนี้กลับช้านิดหนึ่งนะ” คำพูดของฉันทำให้เขาทำหน้างออย่างไม่ชอบใจ

“ฉันก็บอกเธอไปแล้วว่าไม่ต้องทำงานก็ได้ ฉันเลี้ยงเธอได้สบายอยู่แล้วเจส อย่าไปเลยนะ ฉันไม่อยากให้เธอทำอะไรแบบนั้นเลย”

“คุณแอลค่ะ... ฉันรู้ว่าคุณรวยมากแต่ฉันก็ไม่ได้ต้องการเกาะคุณนะ และ อีกอย่างฉันก็อยากทำงานที่ฉันชอบด้วยอยู่แค่ในห้อง กับไปช็อปปิ้งบางทีมันก็เบื่อนะ”

“แต่...ฉันหวงเธอนะเจส ฉันหวงเธอจะล้าตายอยู่แล้ว”

“ฉันรู้ค่ะ เพราะรู้ว่าคุณหวงนี้ไงฉันถึงไม่รับงานที่เซ็กซี่อะไรแค่ไปถ่ายแบบสายการบินเอง...อย่าคิดมากเลยนะคะ” ฉันเดินเข้าไปโอบกอดเขาอย่างออดอ้อนพร้อมกับสายตาที่ข้อร้องแบบสุดๆจนเจ้าตัวทนกับความอ้อนของฉันไม่ไหว

“โอเคๆ ได้ๆ แต่มีข้อแม้ ห้ามกลับดึก ห้ามคุยกับผู้ชาย ห้ามถ่ายแบบกับผู้ชาย ห้ามใส่ชุดที่เซ็กซี่เกินไป ฉันโทรหาต้องรับสายทุกครั้ง ห้ามยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นด้วยเข้าใจมั้ย”

“โอเคค่ะ เข้าใจแล้ว ว่าแต่วันนี้คุณมีประชุมนิ ไม่เลทแล้วเหรอ 8 โมงละนะ” คำพูดของฉันทำให้เขายกนาฬิกาบนแขนขึ้นมาดู

“เฮ้อ!!! ใฟ้ตายเถอะเจอกันเย็นนี้แม่ตัวดีอย่าผิดสัญญาละไม่งั้นเธอไม่ได้ทำงานแบบนี้อีกแน่”

“จ้าๆๆ ไม่ผิดสัญญาหรอก รีบไปได้แล้วค่ะ คุณชีอีโอ”

“จิ๊!!! มาจูบก่อนไปทำงานดิ” พูดจบเขาก็โน้มตัวลงมาบดจูบริมฝีปากของฉันเล็กน้อยก่อนจะรีบถอนออกแล้วเดินออกไปฉันได้แต่มองยิ้มๆตามหลังเขาไปเพราะรู้ว่าเขากำลังข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ ถ้าวันนี้ไม่มีประชุมมีเหรอเขาจะปล่อยฉันไปง่ายๆแบบนี้

“ตั้งใจทำงานนะคะ คุณชีอีโอ” ฉันตะโกนไล่หลังไปนั่นทำให้เขาหันมามองอย่างมั่นเขี้ยวก่อนเจ้าตัวจะรีบเดินออกไป หลังจากที่เขาออกไปไม่นานฉันก็หันมาจัดแจงตัวเองอีกครั้งก่อนจะออกไปทำงานบ้างเหมือนกัน...

‘จิ๊!!! มั่นไส้ทำเป็นอารมณ์ดีมีความสุข’ แต่ยัยผีที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ก็พูดขึ้นอย่างมั่นไส้จริงๆเพราะหล่อนเบ๊ปากมองฉันอย่างมั่นไส้ไงละ

“เอ๊!!! วันนี้ฉันว่าจะทำอาหารอร่อยๆไปให้เธอทานนะแต่คงต้องเปลี่ยนใจละเพราะเธอมั่นไส้ฉันนิ” และ คำพูดของฉันก็ทำให้หล่อนเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที...

‘อ๊ะๆ!! ฉันพูดเล่นย่ะ!!! ว่าแต่วันนี้จะทำอะไรให้ทานหย๋อ’ ความประจบประแจงนี่หล่อนมาที่ 1 เลยนะ

“จิ๊!!! ตอแหลมาก” ฉันเบ๊ปากใส่หล่อนกลับในขณะที่กำลังเดินไปที่รถ

‘ก็ฉันพูดเล่นเองจะอะไรหนักหนา เธอเนี่ยนะไม่มีอารมณ์ขันเอาสะเลย’ และ ยัยก็ยังมิวายต่อว่าฉันไม่หยุดฉันจึงหยุดเดินแล้วหันหน้าไปมองหล่อน

“สาบานเถอะว่าเธอเป็นผีจริงๆให้ตายสิ!!!”

‘เจส!!!!! ระวัง!!!!!!!” แต่ในขณะที่ฉันกำลังต่อว่าเธออยู่นั้นจู่ๆเธอก็ตะโกนขึ้นด้วยความแรง และ ตอนนั้นเองที่จู่ๆมีแสงไฟจากรถกำลังพุ่งมาทางฉันด้วยความแรงฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะร้องออกมา...

“กรี๊ดดดดดด!!!!!!!!”

เอี๊ยดดดดดด เพล้งงงงงง!!!!!

 

 

 

 

มาแล้วๆๆๆ ขอโทษให้รอนานงือไม่โกรธนะพยายามมาอัปให้อยู่สู้ๆนะรีดจะจบแล้ววววว!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น