-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 4,005
× 30,300
แชร์ :
ตอนที่ 16 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 16

แม็คพาเป็นหนึ่งมาที่บ้านของตัวเอง ฉุดกระชากลากถูคนตัวเล็กให้ขึ้นไปข้างบนแต่เป็นหนึ่งก็จับราวบันได้ไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ต่อให้อีกฝ่ายร้องขออ้อนวอนไม่ให้แม็คทำอย่างที่ตนเองคิด ท่ามกลางสายตาของคนในบ้านที่จับจ้องมายังคนตัวเล็ก สงสารก็สงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าห้ามคุณชายของบ้าน

“คุณแม็คคะ มีอะไรก็พูดกันดีๆ นะคะ” หญิงสูงวัยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น

แม็คหันมามองหน้าผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าแม่บ้านด้วยสายตาดุ จนสะดุ้งต้องหลบตาหนี

“ไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน มีอะไรก็ไปทำ แล้วถ้าไม่มีคำสั่งห้ามขึ้นมา เข้าใจไหม!”

แม็คตะคอกเสียงดังจนทำให้หญิงวัยกลางคนต้องรีบตอบอย่างลนลาน ก่อนที่จะพาเหล่าคนรับใช้ในบ้านที่มุงดูด้วยความสนใจให้ออกไปทันที เพราะกลัวว่าคุณชายของบ้านจะโกรธและทำอะไรรุนแรงกว่านี้

ไม่มีการยอมความหรือเห็นใจแม็คจับเป็นหนึ่งด้วยแขนที่แกร่งกว่าทำให้มือของร่างบางหลุดออกจากสิ่งยึดเหนี่ยว ส่ายหัวรัวดันตัวเองไม่ยอมง่ายๆ จนแม็คต้องจับอุ้มพาดบ่าเพื่อเป็นการตัดปัญหา

เป็นหนึ่งร้องเสียงหลงเมื่อตัวเองถูกโยนมาบนที่นอนอย่างไม่มีความปราณีของคนร่างสูงสักนิด ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตากับดวงตาที่บอบช้ำจากการร้องไห้มานาน กระเถิบตัวหนีไปที่หัวเตียงอย่างลนลาน เพราะความกลัวที่จะต้องเจอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ร่างกายกำลังสั่นจนแทบจะหยุดสั่นไม่ได้

ร่างสูงยืนกอดอกยกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากใจหนึ่งก็รู้สึกสงสาร แต่อีกใจก็รู้สึกเจ็บที่เห็นคนตรงหน้าเป็นห่วงใครอีกคนจนทนไม่ได้ สองขาพาตัวเองขึ้นไปที่เตียงเอื้อมมือไปลูบที่แก้มใช้นิ้วมือเช็ดน้ำตาของเป็นหนึ่งเบาๆ แต่สิ่งที่แม็คทำกลับทำให้คนตัวเล็กกลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า พยายามดันตัวหนีไปอีกทางแต่ก็ถูกแขนใหญ่อีกข้างกักตัวไว้ แม็คแสยะยิ้มที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่จะนำมือไปจับกระชากให้ร่างบางหันมามองหน้าสบตากันโดยตรง ตาที่ชุ่มช่ำด้วยน้ำตาดวงตาที่แดงและช้ำจากการร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างสูงรู้สึกสงสารสักนิด

ถ้าใครทำเขาเจ็บอีกคนต้องเจ็บกว่า

เพียะ***!***

แม็คตบไปที่ใบหน้าของเป็นหนึ่ง ทำให้ร่างบางร้องไห้ออกมาเพราะความเจ็บ ความรู้สึกที่เริ่มเกิดขึ้นกลับพังทลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อถูกกระทำอย่างป่าเถื่อน เป็นหนึ่งร้องไห้อย่างหนักกว่าเดิม แม็คขึ้นคร่อมร่างของร่างบางไว้ ดันตัวทับไว้ขนาบกับที่นอนไม่ให้ดิ้นหนี สองมือเล็กๆ ทุบไปที่คนตรงหน้า ร้องขอความเห็นใจ แต่ก็ไร้ผล

“ขอร้องอย่าทำกับผมอย่างนี้”

“เป็นหนึ่งจะได้จำว่าเป็นหนึ่งเป็นของใคร! ห้ามไปยุ่งกับคนอื่น...เข้าใจไหม!”

ร่างสูงจับเป็นหนึ่งที่ทำท่าจะวิ่งหนีให้ล้มตัวลงไปนอนใต้ร่างอีกครั้ง บดขยี้ที่ริมฝีปากจนร่างบางรู้สึกเจ็บ ไม่มีความอ่อนโยนแม้แต่น้อย

ร่างบางพยายามหดลิ้นและเบือนหน้าหนีสัมผัสแต่ก็ถูกมือแกร่งของแม็คจับไปที่ใบหน้าจนรู้สึกเจ็บ เมื่อจูบอย่างพอใจก็ผละมาที่ซอกคอและลำตัว มือสากของแม็คลูบไล้ไปทั่วตัว จับไปที่หน้าอกทั้งสองข้าง แม้จะรู้สึกเสียวซ่านแต่ก็กลัวมากกว่า เป็นหนึ่งจึงพยายามดิ้นหนีอีกครั้ง

“ปล่อย! อย่านะพี่แม็ค”

“จะนอนอ้าขาให้พี่ดีๆ หรืออยากเจ็บตัวก่อน ฮะ!”

คนตัวเล็กหยุดนิ่งเมื่อแม็คพูดออกมาอย่างหัวเสีย มองคนตรงหน้าอย่างรู้สึกโกรธและเกลียดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ กัดฟันทนสะบัดตัวหนีอีกครั้ง ในหัวสมองมีแต่คำว่าต้องสู้ และไม่ยอมให้กับคนตรงหน้าอีกเป็นอันขาด ยกขาขึ้นพยายามถีบร่างสูงให้ออกห่างจากตัว สองมือปัดไปทั่วจนกระทั้ง

“ออกไป อย่ามาแตะต้องผม ปล่อย!”

เป็นหนึ่งพลั้งมือไปโดนที่หน้าแม็คอย่างจังจนรู้สึกตกใจ มองไปที่คนร่างสูงก่อนที่จะกระเถิบตัวหนีอย่างหวาดกลัว สายตาที่ดุรั้นมองมาด้วยความโกรธจัด ท่าทีที่นิ่งเฉยเหมือนไม่คิดอะไร แต่ภายในโหมกระหน่ำเหมือนพายุที่กำลังบ้าคลั่งพร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง

“ฮือ พี่...พี่ครับ!”

มือแกร่งจับไปที่ขาของเป็นหนึ่งลากมายังใต้ร่างเหมือนเดิม คนตัวเล็กที่เกาะหัวเตียงไว้ก็ไม่อาจต้านทานแรงของแม็คได้ น้ำตาไหลไปทั่วใบหน้าจนแทบจะมองไม่เห็น

ร้องขออ้อนวอนอีกครั้งเพื่อให้เห็นใจ หน้าขาวซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ร่างที่คิดว่าสั่นแล้วกลับสั่นยิ่งกว่าเดิม สองมือยกขึ้นมาดันคนตรงหน้าด้วยท่าทีลนลาน


เป็นหนึ่งยังคงนอนนิ่งไร้วิญญาณอยู่ภายใต้ร่างของแม็ค ใบหน้าที่บวมเพราะแรงตบที่ขัดขืนทำให้ปากแตกและมีเลือดออกที่มุมปาก ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาไหลลงจากหน้าไปสู่หมอนจนเปียกชุ่ม พอจะหนีกลับถูกรั้งไว้ให้มารับการกระทำอย่างโหดร้ายทารุน ร่องรอยของการขบกัด เนื้อตัวที่เขียวช้ำจนรู้สึกเจ็บ ช่วงล่างที่ถูกรุกรานอย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุดพัก สลบไปหนึ่งครั้งตื่นขึ้นมาก็ยังคงเหมือนเดิมร่างสูงไม่มีท่าทีที่จะปล่อยง่ายๆ แม้จะพยายามทำเป็นไม่รู้สึกแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อแม็คกระแทกเข้ามาที่จุดกระสันทำให้ต้องร้องครางออกมาแม้ว่าลำคอจะแห้งผาก แทบจะไม่มีเสียงจนไร้เรี่ยวแรงที่จะร้องขอ

ไม่มีแม้แค่การเห็นใจกับเสียงร้องของอีกฝ่าย แม็คจูบไปที่ริมฝีปากบางสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของคนตัวเล็ก แม้ว่าเป็นหนึ่งจะไม่ตอบสนองแต่แม็คก็ไม่มีท่าทีที่จะสนใจ รุกไล้ไปเรื่อยจนตัวเองต้องการ จับร่างบางให้นอนคล่ำหน้าจับเข่าตั้งฉากยกสะโพกให้ลอยเด่นก่อนที่จะสอดแทรกแก่นกายเข้าไปอีกครั้ง

เป็นหนึ่งร้องลั่นเมื่อถูกรุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากจะหนีไปให้ไกลๆ น้ำตาไหลด้วยความทรมาน ร่างสูงยังคงกระทำชำเราจนแทบจะแหลกสลายไปคามือ มีแรงกระแทกเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้ง สมองอื้ออึงไร้การสั่งการแต่อย่างใด สติเริ่มไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ได้ยินแต่เสียงเนื้อที่กระทบกันและเสียงครางของแม็คและเสียงร้องของตัวเองดังไปทั่วห้อง

“ขอร้องเถอะครับ ผมไม่ไหว”

แม็คไม่ฟังแต่กลับจับไปที่ขาของเป็นหนึ่งให้ลอยสูงขึ้นตั้งตรง จับสองขาชิดกันทำให้แก่นกายสามารถเข้าไปได้ลึกกว่าเดิมจนร่างบางสะท้านด้วยความเสียวปนกันความเจ็บ ท่วงท่าที่ถูกเปลี่ยนไปหายครั้งและหลายแบบที่ร่างสูงเป็นคนมอบให้ทำเอาเป็นหนึ่งร้องไม่เป็นภาษา

แม็คยังคงกระแทกเข้าไปในตัวไม่ยั้งเหมือนไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ก้มลงจูบไปที่ซอกคอแล้วกัดอย่างแรงจนเจ็บเพื่อระบายอารมณ์ เป็นหนึ่งได้แต่เบือนหน้าหนี น้ำตานองหน้ารู้สึกเจ็บไปที่ตัวที่หัวใจ ช่องทางที่ตอดรัดเริ่มชาจนแทบจะไม่รู้สึก มีกลิ่นคาวเลือดและรอยเปื้อนบนที่นอนทำให้รับรู้แค่ว่าช่องทางฉีกขาดมากเพราะใครอีกคนที่กระแทกใส่แบบไม่หยุด

“ผม ผมเจ็บ ฮือ หยุดสักที ฮือ”

“เจ็บก็ต้องทน จำไว้เป็นหนึ่งเป็นของพี่ ห้ามไปให้ท่าใครหรือไปเอาใครที่ไหน ไม่อย่างนั้นจะเจอหนักกว่านี้”

ยังไม่ทันที่ร่างบางจะแก้ตัวแม็คก็จัดการยกสะโพกให้สูงขึ้นกว่าเดิมและกระแทกเข้าไปอย่างเร็ว จนเป็นหนึ่งสะท้านไปทั่วตัวเริ่มที่จะไม่ไหว บทรักที่รุนแรงของแม็คมีมากไปสำหรับคนตัวเล็กอย่างเป็นหนึ่งที่ไม่อาจทนไปมากกว่านี้ได้ หลังจากที่ร่างบางเสร็จอีกครั้งเพราะการปรนเปรอของร่างสูง ทำให้ช่องทางตอดรัดมากขึ้นจนแม็คเพิ่มความเร็วเพียงไม่นานก็ปลดปล่อยออกมา ก่อนที่สติของเป็นหนึ่งจะวูบไปอีกครั้ง

แม็คถอนตัวออกมาจากร่างบางทันทีที่เสร็จอีกครั้งตนเองก็จำไม่ได้ว่าทำไปกี่รอบ สามรอบ สี่รอบหรือมากกว่านั้น มองไปที่คนตัวเล็กที่สลบไปรอบที่สอง จับพลิกตัวให้นอนหงายร่องรอยที่เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยแดง ทำให้รู้สึกผิดลึกๆ ในใจที่ตนเองเผลอทำรุนแรงไปอีกครั้ง ล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อย

แม็คกอดร่างบางไว้แนบอกจัดการห่อผ้าให้คลายหนาวโดยที่ยังไม่คิดที่จะทำความสะอาดเพราะแม็คเองก็เริ่มรู้สึกไม่ไหวเช่นกัน ก่อนที่จะเข้าสู่นิทราด้วยความอ่อนล้า


*********************************


เป็นหนึ่งนั่งร้องไห้ในห้องน้ำขนาดใหญ่ด้วยความอ่อนล้าและหมดแรง ถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่พอใจก็ตบตีและข่มขืนเหมือนกับเป็นของเล่นที่เขาจะทำอะไรก็ได้ เสียงสะอื้นที่ไม่กลั้นไว้ดังก้องไปทั่วห้องน้ำ เป็นหนึ่งไม่รู้ว่ามันจะเล็ดลอดไปให้แม็คที่ยังนอนอยู่ได้ยินหรือเปล่า เพียงแต่ต้องการปลดปล่อยออกมาเท่านั้น

เสียงร้องไห้ปานแทบขาดใจถูกส่งดังผ่านประตูห้องน้ำ แม็คลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปที่หน้าประตูห้องน้ำ มือขวากำแน่นยกสูงระดับหน้าเตรียมตัวจะเคาะแต่ก็ต้องหยุดชะงักลง มองไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนรู้สึกได้ว่ากำลังเห็นอีกคน ทำไมถึงรู้สึกเจ็บที่อีกคนร้องไห้ ผิดมากเหรอที่รักมากจนไม่อยากยกให้ใคร อยากให้ยิ้มแต่ไม่รู้ต้องทำยังไง ต้องทำแบบไหนถึงจะดี

ร่างสูงหลุบตาลงมองพื้นก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกไปนอกห้อง อย่างน้อยก็ขอปล่อยให้อีกคนได้ปลดปล่อยน้ำตาจนกว่าจะแห้งเหือด เพราะมีเพียงแค่นี้เท่านั้นที่ตอนนี้เขาจะสามารถทำเพื่อเป็นหนึ่งได้

“แม็ค! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง!”

ทันทีที่ลงมาก็ได้ยินเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อ

มอสมองหน้าลูกชายที่เดินลงมาด้วยสายตาผิดหวัง เขาไม่เคยคิดว่าแม็คจะร้ายกาจขนาดนี้ ลูกชายเพียงคนเดียวทำเรื่องอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น

“ผมทำอะไร?”

“นี่แกไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าแกทำอะไรผิด!”

“ผมรู้ตัวว่าผมกำลังทำอะไร พ่อไม่เกี่ยว”

“ยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวอีกเหรอ แกพาลูกคนอื่นมาข่มขืนถึงบ้านจะไม่เกี่ยวได้ไง แกทำได้ไง!”

“เป็นหนึ่งเป็นเมียผม ผมจะพามาอยู่ด้วย ถ้าพ่อยังเข้ามายุ่งเรื่องนี้ผมจะพาเป็นหนึ่งไปอยู่ที่อื่น จะพาหนีไปให้ไกลๆ ไม่เชื่อก็คอยดู! อ้อ แล้วก็ไม่ต้องมาห่วงผมไปห่วงชื่อเสียงเงินทองของพ่อโน่น”

“แม็ค! ถ้าพ่อไม่ห่วงแกพ่อคงไม่มาบอกมาถามแกแบบนี้”

“หึ มันไม่คิดว่าสายไปแล้วเหรอครับคุณพ่อ...ที่เพิ่งจะมาห่วงผม”

“แม็ค!”

“มีเรื่องแค่นี้ใช่ไหม...ป้าอรทำข้าวต้มไปให้เป็นหนึ่งที่ห้องด้วย” แม็คไม่สนใจคำเตือน ประโยคสุดท้ายเขาหันไปบอกกับหัวหน้าแม่บ้าน

ทันทีที่พูดธุระเสร็จแม็คก็เดินกลับไปขึ้นห้องทันที ไม่รอให้ผู้เป็นพ่อเอ่ยต่อแต่อย่างใด มอสมองลูกชายที่เอาแต่ใจ ไม่มีใครห้ามคนอย่างเขาได้แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าพ่อก็ตาม ที่แม็คเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะเขาที่ไม่เคยเอาใจใส่ลูกชายให้มากกว่านี้ ปล่อยให้อยู่กับพี่เลี้ยงอยากได้อะไรก็ต้องได้จนทำให้เสียนิสัย อารมณ์ร้ายเมื่อมีใครขัดใจ เป็นคุณชายขี้โมโหและรุนแรง

‘แม็ค...พ่อเสียใจที่ทำให้แกเป็นแบบนี้ มันเป็นความผิดของพ่อเองที่ทำให้ลูกต้องเจอเรื่องแบบนั้น...’

หลังจากร้องไห้จนหนำใจก็ออกมาจากห้องน้ำ ได้ปลดปล่อยตัวเองแม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมามาก ทันทีที่ออกมาก็ไม่เห็นแม็คในห้องไม่รู้ว่าออกไปตอนไหน แต่ก็เท่านั้นมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิดเพราะไม่รู้ว่าต้องเจออะไรอีกระรอก เป็นหนึ่งเลือกใส่เสื้อยืดที่ตัวที่เล็กที่สุดในตู้แต่สำหรับเขามันก็ใหญ่มากอยู่ดี ยิ่งมองไปรอบห้องก็ยิ่งคิดและยิ่งอยากจะร้องไห้อีกครั้ง รู้สึกน้อยใจกับชะตากรรมตัวเอง

“พี่แม็ค!”

เป็นหนึ่งร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลัง แม็คกอดรอบคอไว้ใบหน้าโน้มลงมาซมที่หัวอาจจะเป็นเพราะกำลังเหม่อลอยเลยทำให้ร่างบางไม่รู้ว่าแม็คเข้ามาเมื่อไร ได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆ ให้อีกคนกอด กลิ่นของแชมพูทำให้แม็ครู้สึกเคลิ้มไปกับความหอมของคนในอ้อมกอด

ก๊อก ก๊อก

“คุณแม็คคะ ข้าวต้มที่สั่งได้แล้วค่ะ”

แม่บ้านในมือถือถาดข้าวต้มเดินเข้ามาวางที่โต๊ะข้างเตียงแล้วหันมายิ้มให้กับเป็นหนึ่งอย่างไมตรีก่อนที่จะเดินออกไป

กลิ่นข้าวต้มที่หอมลอยมาปะทะจมูก แม้จะได้กลิ่นแต่มันก็ไม่ทำให้เป็นหนึ่งรู้สึกอยากอาหารสักนิด ไม่คิดที่จะแตะต้องปล่อยอยู่แบบนั้น

“เป็นหนึ่ง กินข้าว”

“ผมไม่หิว”

“อย่าทำให้พี่โกรธ...เป็นหนึ่งกินซะ”

คำสั่งกลายๆ ที่ถูกส่งมาให้ได้ยิน กับน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิมก็รู้ว่าเริ่มโมโห เป็นหนึ่งเม้มปากแน่นต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย แม้จะไม่เต็มใจ ความรู้สึกหิวที่มีมันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ สิ่งที่รู้มีแต่เพียงความรู้สึกที่ทรมานมาแทนที่ อยากหนีแต่ก็ไม่รู้จะหนีได้ยังไง ถ้าคอยให้คนอื่นมาช่วยพวกเขาก็ต้องเดือดร้อนเหมือนอย่างเคียวพี่ชายของตน เพราะฉะนั้นจึงมีเพียงหนทางเดียวคือช่วยเหลือตัวเอง เท่าที่ดูที่นี่คงเป็นบ้านของแม็คคงหนีไม่ได้ต้องรอเวลาที่แม็คไม่อยู่เท่านั้น

แม็คยืนกอดอกมองเป็นหนึ่งที่กำลังกินข้าวต้ม สังเกตสีหน้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“เป็นหนึ่ง...“รู้ไหมถ้าคิดหนีอีกจะเจอกับอะไร”

เหมือนเป็นการดักทางจนเป็นหนึ่งชะงัก พยายามระงับสายตาและท่าทางไม่ให้สั่นวางช้อนลงกับชามข้าวต้มมองหน้าร่างสูงอีกครั้ง แม็คเหมือนอ่านความคิดออกไปเสียหมดจะทำอะไรจะคิดอะไรก็รู้สึกว่าจะรู้ทันตลอดจนเริ่มกลัว คำพูดที่แม็คเอ่ยเหมือนกับเป็นโปรแกรมอัตโนมัติ เปิดสวิสต์ทำงานได้ดี ทำให้เป็นหนึ่งเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง ร่างบางปัดจานทิ้งลงพื้นโดยไม่รู้ตัวจนเสียงดังสนั่นไปทั่วห้อง

เพล้ง

ด้วยความกลัวจนจับหัวใจเสียงที่แม็คพูดครั้งสุดท้ายให้ได้ยินยังอยู่ในหัวสมอง เป็นหนึ่งกรีดร้องด้วยความเจ็บช้ำ จนแม็คต้องเข้ามาจับตัวไว้ แต่สะบัดตัวอย่างแรงเพื่อหวังให้หลุดพันธนาการ

“อ๊าก! ไม่! อย่ามทำผม อย่า!”

แม็คงุนงงกับอาการของร่างบางที่เหมือนกับคลั่งจนหยุดไม่ได้ ร่างบางกำลังชักดิ้นชักงออยู่ในอ้อมแขน ไม่เคยมีสักครั้งที่เป็นหนึ่งจะเป็นขนาดนี้ รู้สึกใจหายกอดร่างบางไว้แนบออกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่ดูเหมือนคนในอ้อมกอดไม่มีท่าทีที่จะหยุดดิ้นแต่อย่างใด กลับเป็นหนักยิ่งกว่าเดิม เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ดังทำให้แม็คยิ่งกลัว

“ฮือ พี่แม็ค ฮือ ไม่ ปล่อยผม ฮือ”

เป็นหนึ่งยังคงร้องไห้เพ้อจนเหมือนคนเสียสติ จนกระทั้งร่างทั้งร่างกระตุกยิ่งทำให้ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนหลุดออกมาจากอ้อมกอดของแม็ค

ต้องหนี*!!!...*

สมองไร้การสั่งการและการความคุม ร่างกายที่สั่นสะท้านอย่างหนัก มีความคิดเพียงหนึ่งเดียวคือต้องการไปให้ไกลจากร่างสูงที่สุด กลัวที่จะถูกทำร้ายกลัวที่จะต้องอยู่กับแม็ค เลยทำให้คลั่งจนหยุดตัวเองไม่ได้ ไม่รู้สึกแม้กระทั่งความเจ็บจากช่วงล่างที่มีวิ่งออกไปจากห้องอย่างเร็ว แม็ควิ่งตามร่างบางออกมาไม่คิดว่าเหตุการณ์จะพลิกผันหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นเป็นหนึ่งเหมือนคนเสียสติ

“เป็นหนึ่ง หยุดวิ่ง”

เป็นหนึ่งยิ่งได้ยินเสียงของแม็คก็ยิ่งคลั่งมากกว่าเดิม ปิดหูปิดตาวิ่งมาจนถึงบันได เหลือบมองไปเห็นแม็คที่กำลังตามมาก็ยิ่งกลัว ขาสั่นๆ พาตัวเองลงบันได้ให้เร็วที่สุดแต่ก็ไม่ทันการเมื่อแม็คเข้ามาจับที่แขนไว้แน่น ร่างบางก็ไม่ยอมให้ตัวเองถูกจับง่ายๆ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องหนีให้รอด ยื้อร่างไม่ให้ถลาไปกับแรงของแม็คที่ฉุดกระชากอยู่

จนกระทั้ง...

แม็คหัวใจเหมือนหยุดเต้น ไม่มีการรั้งรอ ไม่มีใครสั่งให้ทำ ไม่คิดอะไรทั้งนั้น เอื้อมมือไปคว้าร่างบางไม่ให้หล่นลงไป ภาวนาขอให้ทันการ

เป็นหนึ่งมองเห็นแม็คไกลออกไปทุกทีๆ มองเห็นมือตัวเองที่ยื่นออกไปข้างหน้า กับแขนของแม็คที่พยายามเอื้อมเข้ามาจับแต่ก็ไม่ทันการ ร่างทั้งร่างร่วงลงสู่พื้นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก สิ่งสุดท้ายที่รูสึกได้คือเสียงกร๊ดร้องดังจากด้านหลังภาพเพดานสีขาวสะอาด และหน้าของแม็คที่ซีดเผือด


*********************************


สิ่งแรกที่เป็นหนึ่งเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็คือใบหน้าของแม็ค เมื่อไม่อาจหนีจากความเป็นจริงได้จึงทำได้เพียงแค่หันหน้ามองไปทางอื่น เขาอยากจะลืมแต่กลับจำได้ทุกอย่างทุกเหตุการณ์จนเหนื่อยกับการที่จะต้องคอยวิ่งหนี เป็นหนึ่งปิดกั้นทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเหมือนเป็นตุ๊กตาไม่มีชีวิต มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาเท่านั้นกับลมหายใจที่แผ่วเบาทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่

“แม็ค….เป็นหนึ่ง เป็นอะไรไป”

ขุนแผนที่รู้ว่าเป็นหนึ่งเข้าโรงพยาบาลก็มาหา เมื่อเห็นปฏิกิริยาของร่างบาง เดินเข้าไปใกล้ตัวก็แทบผงะ ดวงตาที่เหม่อลอยไม่มองแม้กระทั้งแม็คหรือตนเอง รอยบอบช้ำตามร่างกายที่มีกับผ้าพันแผลที่หัว ก็เดาได้ไม่ยากว่าเจอกับอะไรมา ความรู้สึกสงสารประดังเข้ามาในอก จนต้องเอ่ยปากพูดออกมา

“แม็ค มึงทำอย่างนี้กับเป็นหนึ่งได้ไง มึงปล่อยน้องเค้าไปเถอะ”

“ไม่! ไม่มีวัน”

เป็นหนึ่งแม้จะนอนไม่ขยับเขยื้อนตัวแต่ก็ได้ยินทุกคำพูดของคนทั้งสอง แม็คเหมือนเปิดสวิสต์ในตัวอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มกรีดร้องออกมาสุดเสียง

เป็นหนึ่งเกิดอาการคลุ้มคลั่งอีกครั้ง ดิ้นอยู่บนที่นอนก่อนที่ตัวจะเริ่มเกร็งเพราะอาการช็อกอย่างหนัก ขุนแผนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าเป็นหนึ่งจะเป็นขนาดนี้ ร่างบางดิ้นหนีทุบไปที่ตัวเองอย่างบ้าคลั่งจนแม็คต้องจับแขนทั้งสองข้างไว้ไม่ให้ทำร้ายร่างกาย กอดเป็นหนึ่งไว้กับวงแขนแกร่งดันหัวให้ซุกกับอกเพื่อยับยั้งสติ สองแขนเล็กๆ กำมือแน่นทุบไปที่หลังของร่างสูงเพื่อระบายความอัดอั้นที่มีอยู่ในอก ส่งเสียงร้องไห้อย่างอดสู

“ฮือ อย่าทำผม ผมกลัว ฮือ”

“ขุนแผน! หมอ..ตามหมอมาให้กูหน่อย”

ขุนแผนเริ่มตั้งสติได้ทำตามที่แม็คบอกอย่างไว กดไปที่ปุ่มฉุกเฉินที่หัวเตียงด้วยมือสั่นไปหลายครั้ง เป็นหนึ่งไม่ยอมหยุดดิ้น ร้องได้สะอึกสะอื้นอย่างคนสิ้นหวัง

เมื่อร้องไห้จนหน่อยคนไข้ก็หลับไปอีกครั้ง แม็คเดินมาหาเป็นหนึ่ง มองใบหน้าของอีกคนที่ซีดเซียวเพราะอาการป่วย

“กูจะทำยังไงดีวะ”

ไม่มีคำตอบจากขุนแผนมีแต่ความเงียบส่งไปให้ แม็คเองก็เป็นเพื่อนทำไมเขาจะไม่รู้ว่ารู้สึกยังไง แต่ก็สงสารเป็นหนึ่งไม่อยากให้ถูกทำร้าย ได้แต่เบือนหน้าหนีไปทิศทางอื่นหลุบตาต่ำลงพื้นรู้สึกเจ็บใจกับตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้

ในขณะนั้นเองก็มีอาคันตุกะเข้ามาในห้อง แม็คไม่ได้หันไป เขาไม่ใส่ใจด้วยซ้ำว่าจะเป็นใคร เพียงแค่นึกเป็นห่วงเป็นหนึ่งเท่านั้น

เคียวมองไปที่ร่างของเป็นหนึ่งที่กำลังหลับสนิทก็ปรี่เข้าไปหาแม็คทันที

“ไอ้สัส! มึงทำอะไรน้องกู”

เคียวคว้าไปที่คอเสื้อของแม็คและชกเข้าไปเต็มแรงจนร่างสูงล้มลงไปกับพื้น รู้ข่าวจากขุนแผนว่าเป็นหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะไอ้เลวระยำอย่างไอ้แม็ค ทันทีที่มาถึงกลับได้ยินเสียงร้องของเป็นหนึ่งกับสภาพที่บ่งบอกว่าโดนทำร้ายอย่างหนักจนคลั่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น จนอยากที่จะเข้าไปกระทืบให้หายแค้น แต่ก็ถูกขุนแผนจับไว้แน่น

“ปล่อยกู! ขุนแผน...กูจะฆ่ามัน”

“ใจเย็นๆ ก่อนดิวะเคียว”

แม็คเช็ดเลือดที่มุมปากยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ง้างหมัดเพื่อหวังที่จะสวนกลับไปที่อีกคนแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อใครอีกคนเข้ามาห้ามไว้

“หยุดได้แล้วเคียว!...เธอใช่ไหมที่ชื่อ...แม็ค”

คารอสเอ่ยปากห้ามลูกชายคนโตทันทีที่ก่อนที่จะหันไปพูดกับแม็คร่างสูงอีกคนที่ยืนอยู่ในห้อง เขามองสภาพลูกชายคนเล็กที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนใจสลายไปทันที

แม็คมองอย่างชั่งใจถ้าจำไม่ผิดชายตรงหน้าคือนักธุรกิจทางการค้าของตนกับพ่อ แม้จะไม่สนิทแต่ก็เคยเห็นหน้าตามงานเลี้ยงบ่อยๆ

“สวัสดีครับ” แม็คเอ่ยทักทายตามมารยาท

“เคียวพ่อมีเรื่องจะพูดกับแม็ค” คารอสยกมือไหว้กลับ จากนั้นก็หันไปบอกกับลูกชายตัวเอง

เคียวไม่พอใจ แต่เขาทำอะไรไม่ได้ จึงได้ออกไปแต่โดยดี ขุนแผนเองก็เช่นกัน

หลังจากที่ทั้งคู่ออกไปแล้วคารอสมองหน้าร่างสูงอีกคน ด้วยแววตาเฉียบขาด สังเกตทั้งรูปร่างและหน้าตาและการแต่งตัวก็รู้ว่าเป็นคนยังไง อาจเป็นเพราะเขาผ่านโลกมามากจึงรู้ได้ทันที

“อา...เป็นพ่อของเป็นหนึ่ง”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น