ซาตานขาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 37 อยากรักก็รักกันเถอะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 อยากรักก็รักกันเถอะ

คำค้น : ทิวลิป เอส โรบิน อยากรักก็รักกันถอะ อองตวน หมอเจสัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 104

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2562 01:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 อยากรักก็รักกันเถอะ
แบบอักษร

ตอนที่ 37 

“ไม่ครับ ฮึก. ไม่ได้แล้ว ผมกลับไปไม่ได้แล้ว”แม้จะโหยหาและคิดถึงอ้อมกอดนี้มากแค่ไหน แต่ใบหน้าของผู้เป็นพ่ออย่างอองตวนก็ยังเด่นชัดและเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจมองข้ามไปได้ แม้จะรักกันมากแค่ไหนแต่ฐานะของเราไม่อาจเดินทางเดียวกันได้จริงๆ 

“ทำไม...”ทิวลิปถามกลับอย่างเลื่อนลอย เขาไม่รู้แล้วว่าต้องพูดอะไรอีก 

“เรารักกันไม่ได้...ฮึก ไม่ได้...”โรบินพูดไปสะอื้นไป 

“แต่...” 

ปัง! 

“โรบิน...”ก่อนที่ทิวลิปจะได้พูดอะไรอองตวนก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน 

“พ่อครับ”โรบินได้ยินเสียงเรียกก็หันไปตามเสียงพร้อมกับเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่ออย่างรู้สึกผิด ที่เขาอยู่กับศัตรูแถมยังร้องไห้แสดงความอ่อนแอ่ออกมาอีก 

“เดินมานี่มา...”อองตวนมองภาพลูกชายร้องไห้แทบขาดใจก็รู้สึกเหมือนโดนเอามีดแทงหัวใจซ้ำๆๆจนเขาอองตวนต้องขมวนคิ้ว โรบินได้ยินอองตวนพูดก็ยอมเดินไปหาตามทิศทางเสียงที่ได้เห็น โดยที่ทิวลิปมองแต่ตามเครียดๆ ในใจก็เอาแต่ด่าว่าอองตวนจะเอามาทำไม แค่นี้โรบินก็กดดันมาพอแล้ว 

“พ่อครับ อึก...ผม-“โรบินเดินมาถึงอองตวนก็ใช้มือจับแขนร่างบางไว้ เพื่อให้ร่างบางหยุดเดิน โรบินพยายามที่จะหยุดร้องหยุดสะอื้น แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน 

“ไม่ต้องร้อง...”อองตวนเองก็ไม่อยากกดดันโรบิน แต่การที่คิดว่าลูกตนที่ไม่เคยได้ใช้ชีวิตข้างนอกอย่างอิสระจะมีความรัก เขาก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ โรบินยืนสะอื้นข้างๆอองตวนโดยที่อองตวนก็ลูบหลังให้เบาๆ ดีแล้วที่โรบินมองไม่เห็นไม่งั้นคงกดดันมากไปอีกเมื่อเห็นสายตาที่ทิวลิปกับอองตวนมองกัน 

“นายออกไปก่อน…”อองตวนพูดกับทิวลิปในขณะที่จูงพาโรบินไปนั่งที่โซฟา ทิวลิปเองก็ออกไปตามที่อองตวนสั่งเพราะไม่อยากทะเลาะหรือเถียงกับอองตวนให้โรบินเครียดอีก 

“เลิกร้องหรือยัง” 

“ครับ” 

“พอแล้ว โรบิน….” 

“….” 

“ไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็ง ตอนนี้แกอยู่ในฐานะโรบินลูกชายคนเดียวของฉัน ไม่ใช่หัวหน้าองค์กรที่ต้องทำตามกฎ ตอนนี้บอกพ่อสิ…รักมะ-ทิวลิปหรือเปล่า”อองตวนพูดขึ้นเสียงจริงจัง เมื่อเห็นท่าทีของโรบิน เขารู้ดีกว่าลูกเขารักทิวลิปอยู่เต็มอก แต่เพราะเขาเพราะองค์กรที่ทำให้โรบินพยายามปิดกั้นตัวเอง จบประโยคอองตวนเกือบหลุดปากเรียกทิวลิปว่ามัน แต่ก็เปลี่ยนทันเพื่อไม่ให้โรบินลำบากใจที่จะตอบคำถาม 

“ผม…”โรบินลังเลใจที่จะพูดความจริง 

“อย่าโกหกพ่อ…”อองตวนพูดดักออกมาเมื่อเห็นท่าทีของโรบิน คนที่มีอายุและประสบการณ์รู้ได้ทันทีว่าเด็กน้อยตรงหน้ากำลังจะพูดโกหก 

“รักครับ...”โรบินกัดฟันก้มหน้ายอมรับความจริงอย่างจำยอม  

“เฮ้อ...”อองตวนแม้จะรู้อยู่แล้วว่าลูกตนรู้สึกยังไง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดจนเผลอถอดหายใจออกมาเเรงๆ 

“ขอโทษครับ พ่อ”โรบินพูดเสียงแผ่วเมื่อได้ยินเสียงถอดหายใจของอองตวน 

“ไม่ได้ว่าอะไร...เอาเถอะ พ่อจะยอมให้รักกัน...” 

อะไรนะ!!! 

“....”โรบินนิ่งอึ้งไปอย่างแปลกใจที่สุดในชีวิต เรื่องแปลกใจในชีวิตไม่ใช่ไม่เคยมีแต่ไม่เคยมีเรื่องไหนที่น่าตกใจเท่าเรื่องที่อองตวนจะยอมรับความรัก 

“พ่อ...พูดอะไรนะครับ” 

“พูดว่า...จะยอมให้แกรักกับมัน” 

“ทะ-ทำไม” 

“เพราะ...ฉันอยากเห็นแกมีความสุข แกไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าในแต่ละคืนแกเป็นยังไง ฝันร้ายทุกคืน นอนร้องไห้ตลอด ฉันต้องลุกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ตลอดเพราะน้ำตาแกไหลเป็นเลือด มันทำให้ฉัน...ทรมานนะ ที่เป็นคนทำให้แกเป็นแบบนี้”อองตวนพูดขึ้นเสียงจริงจัง ทันทีที่ได้ยินประโยคของอองตวนโรบินก็น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆ 

“ฮึก...ผม”โรบินพยายามกั้นเสียงสะอื้นของตน เขาไม่รู้เลยว่าเขาเป็นอะไรในตอนกลางคืน เพราะตื่นเช้ามาก็รู้สึกปกติดี แม้จะรู้สึกว่าเสื้อผ้าและผ้าพันแผลเปลี่ยนไปแต่ก็คิดว่าหมอในองค์กรมาดูแลให้ก็เท่านั้นไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร จึงไม่ได้ถามอะไรออกมา 

“ไม่เป็นไร แกก็ลูกฉัน แค่นี้ทำไมจะทำให้ไม่ได้”อองตวนพูดพรางลูบหลังให้โรบินคลายสะอื้นลง 

“แกอยากทำอะไรก็ทำได้แล้ว ไม่ต้องสนใจองค์กร ไม่ต้องสนใจกฎอะไร แกเป็นลูกชายฉัน ไม่ใช่คนในองค์กรอีกต่อไปแล้ว อยากรักก็รักกันเถอะ ฉันจะไม่ห้ามแกอีกแล้ว… ” 

พรึ่บ! 

“ขอบคุณครับ...”โรบินโผกอดอองตวนอย่างขอบคุณ ไม่ได้ขอบคุณที่อองตวนยอมให้โรบินรักกับทิวลิป แต่ขอบคุณที่อองตวนยอมเปิดใจให้กับความรัก โรบินรู้ดีว่าอองตวนเคยมีอดีตเรื่องความรัก แต่ก็ไม่เคยกล้าถาม และคิดว่าถึงถามไปอองตวนก็คงไม่พูดออกมาแน่ๆ 

“แต่คิดไม่เปลี่ยนใจสินะ...ฉันคงเป็นแค่หนึ่งเหตุผลที่ปฏิเสธใช่ไหม”อองตวนพูดขึ้นหลังจากที่ผละออกจากกอดโรบิน เเล้วเห็นสายตาของโรบินที่แน่วแน่ไม่เปลี่ยนไป 

“ครับ...พ่อดูสภาพผมตอนนี้สิครับ ผมไม่อยากไปเป็นภาระเขา เขาควรเจอคนที่ดีกว่านี้ คนที่จะดูแลเขาได้ไม่ใช่เพิ่มภาระให้เขาต้องเหนื่อยมากขึ้น ผมกลับไปก็เป็นอะไรไม่ได้ไปกว่าเป็นภาระเขา”โรบินพูดระบายออกมาอย่างตั้้งใจในความคิดของตน จนไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ในบทสนทนาตอนนี้เดินเข้ามาในห้องแล้ว ส่วนอองตวนก็ค่อยๆเดินออกจากห้องไป 

“จริงๆที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้แย่นะครับ”โรบินพูดพรางระบายยิ้มเศร้าๆออกมา 

“ทำไมจะไม่เเย่....นายอยู่ไหมว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่ตื่นมาเเล้วไม่มีนาย รู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไงที่ต้องกลับมาอยู่ในห้องที่ไม่มีนาย รู้ไหมว่าฉันทรมานขนาดไหนที่ต้องกลับไปอยู่คนเดียวเหมือนเดิม ฉันพยายามทำงานให้หนักขึ้น ไม่หลับไม่นอนเพราะฉัน...เมื่อไหร่ที่หลับตาจะเห็นเเต่นาย ฉันรอให้ตัวเองเหนื่อยมากๆจนหลับไปเอง ตอนตื่นฉันยังได้ยินเเต่เสียงนายเรียกอยู่เลย เพราะฉะนั้น….กลับไปด้วยกันนะ กลับไปอยู่กับฉัน ฉันอยู่ไม่ได้...ถ้าไม่มีนาย”ทิวลิปพูดพรางเดินเข้าไปหาโรบินเรื่อยๆ จนหยุดลงที่ตรงหน้าโรบิน ทิวลิปค่อยๆนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าโรบินพร้อมกับจับมือโรบินมาจับไว้เเน่น 

“ผมไม่อยากกลับไปเป็น...” 

“นายไม่ได้เป็นภาระฉัน ไม่เลยแม้เเต่นิดเดียว นายเป็นกำลังใจของฉัน เป็นทุกอย่างของฉัน กลับมารักกันอีกครั้ง….นะ”ถ้าให้ใครมาเห็นภาพตอนนี้คงไม่มีใครเชื่อสายตากับภาพที่เห็น ทิวลิปที่ใครต่างก็พูดพร้อมกันได้เต็มปากว่าเย็นชา และหยิ่งทนงตัว แต่ภาพตอนนี้เป็นแค่ภาพที่ชายคนหนึ่งยอมทุกอย่างเเค่เพียงให้คนที่เขารักสุดหัวใจกลับไปกับเขา แม้ต้องคุกเข่า พูดขอร้อง หรืออะไรก็ตาม  ชายคนนี้ก็พร้อมยอมทำ เพื่อให้คนที่เขารักกลับมาหาอีกครั้ง 

“ผม….ครับ!!!”โรบินสับสนในหัวอย่างมาก กลับไปดีไหมหรือไม่ควรกลับไป มันสับสนไปหมด ทั้งที่เเน่วแน่มากๆว่าจะไม่กลับไปเป็นภาระเขา จะขออยู่คนเดียว แต่เมื่อได้สัมผัสมือที่แสนอบอุ่นและได้ฟังเสียงที่ฝันได้ยินในทุกคืน ใจที่แน่วแน่กลับสั่นไหวอย่างรุนเเรง มันเกิดคำถามในใจเขาว่าคนๆนี้ยอมเพื่อเราขนาดนี้ทำไมเขายังดูถูกความรักของชายคนนี้ด้วยการปฏิเสธเขา ทำไมไม่ทำให้เขามีความสุข ทำไมเราไม่กลับไปทำให้เรื่องมันดีกว่านี้ 

อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ได้ ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน วินาทีนี้โรบินมั่นใจแล้วว่าในเมื่อชายคนนี้ยอมรักเขา เขาก็จะยอมรักและแลกอนาคตเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะเดินไปกับชายคนนี้... 

“ขอบคุณนะ….”ทิวลิปยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แค่นี้แหละ ต่อไปไม่ว่าอะไรเขาก็ไม่กลัวแล้ว 

แค่มีกันและกันก็พอ... 

.. 

.. 

“จะอ้วก...”ไบรอันต์พูดในขณะที่ดูโรบินกับทิวลิปกอดกันอยู่ในห้องทางกล้องวงจรปิดในห้อง 

“หึ...”อองตวนยกยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดและท่าทีของไบรอันต์ แม้จะพูดกัดสองคนในห้องแต่ใบหน้าของไบรอันต์กลับยกยิ้มพอใจและดูโล่งอกมากที่สุดตั้งแต่ที่อองตวนเคยสังเกตเห็น 

“ผมต้องไปประชุมกับพวกนอกเขตปกครองเรื่องค่าที่ดิน ขอตัวครับ”เมื่ออะไรๆไปด้วยดี ไบรอันต์ก็เดินทางได้อย่างสบายใจแล้ว ก็พูดบอกอองตวนก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

“ไปไหนกัน...”อองตวนเดินออกจากห้องมาดักหน้าประตูเมื่อเห็นทิวลิปกับโรบินออกจากห้องแล้ว 

“คงจะไปได้จะพากันไปวันนี้หรอกนะ ฉันอนุญาติก็ใช่ว่าจะห้ามไม่ได้อีกนะ”อองตวนพูดเสียงไม่พอใจเมื่อเห็นทิวลิปทำท่าทางจะพาโรบินไปวันนี้เลย 

“เปล่าครับๆ ผมแค่...หิวเเล้ว”โรบินรีบพูดบอกทันที 

“ก็แล้วไป....วันนี้ก็พักนี้แหละ พวกที่มาด้วยจะให้เข้ามาพักก็เข้ามาหรือจะให้กลับไปก่อนวันกลับก็ให้มารับ...”อองตวนพูดพร้อมกับออกมาเพื่อนำทางทิวลิปให้ประคองโรบินไปห้องทานอาหาร คำพูดของอองตวนทำให้ทิวลิปรู้ว่าอองตวนคงไม่ให้โรบินไปในสองสามวันนี้แน่ๆ 

“เดี๋ยวผมให้กลับไปก่อน...”ทิวลิปพูดบอกพร้อมพาโรบินนั่งลงที่เก้าอี้ทานอาหาร 

“จริงๆกลับไปพักผ่อนที่บ้านคุณก็ได้ครับ ไว้คุณอยากเจอผมก็แค่มาหา”โรบินพูดบอก เพราห่วงเรื่องงานในแก๊งของทิวลิปด้วย 

“ฉันไม่อยากห่างนายอีกแล้วนะ...”ทิวลิปเถียงกลับหน้านิ่งเสียงจริงใจ ทำเอาโรบินที่ได้ยินก็หน้าแดงขึ้นมา แม้จะไม่เห็นสีหน้าของทิวลิปก็ตาม 

“ให้มันน้อยๆหน่อย ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้...”อองตวนคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินทิวลิปพูดแต่ก็พยายามไม่หงุดหงิดใส่ทิวลิปที่มาพูดจีบโรบินต่อหน้าเขาแบบนี้ 

“ขอโทษครับ”โรบินรีบพูดกลัวผู้เป็นพ่อจะรู้สึกไม่ดี ส่วนทิวลิปก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะเขาถือไว้แล้วว่าจะแสดงความรักต่อโรบินให้ได้มากที่สุด ชดเชยเวลาที่เสียไป 

“เดี๋ยวครับ! ผมลืมไปเลย ผมร้องไห้ไปตั้งเยอะหน้าผมไม่ได้เต็มไปด้วยเลือดเหรอครับ”โรบินพูดออกาอย่างนึกได้ 

“ไม่มีเลือด”ทิวลิปพร้อมกับสังเกตผ้าพันแผลที่ตาดีๆอีกครั้ง 

“เดี๋ยวฉันไปตามหมอมา พาโรบินกลับไปพักในห้อง”อองตวนที่พึ่งนึกได้เหมือนกันก็นิ่งไปก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนเพื่อให้โทรศัพท์ โดยไม่ลืมหันไปสั่งทิวลิปให้พาโรบินขึ้นไปพัก 

“นำเขาพาโรบินไปพักที่ห้องข้างบน แล้วยกอาหารขึ้ไปข้างบนด้วย”อองตวนสั่งแม่บ้านที่ยืนอยู่หน้าห้องก่อนจะหายไปคุยโทรศัพท์ 

 

... 

“นั่งก่อน ฉันขอโทรศัพท์บอกพวกข้างนอกก่อนให้กลับไป”ทิวลิปที่พยุงพาโรบินเข้ามาพักในห้องนอนก็พาโรบินไปนอนบนเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทร 

“อืม...สำเร็จ พวกนายกลับไปคฤหาสน์ก่อน เดี๋ยวฉันจะโทรให้มารับเอง ไม่ต้องห่วง พวกนายจะได้เจ้านายอีกคนกลับไปด้วยแน่ แค่นี้...”โรบินได้ยินบทสนทนาก็อดหน้าแดงไม่ได้ รู้สึกแปลกๆพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นทิวลิปเป็นแบบนี้มาก่อน 

“เจ็บไหม...”โรบินสะดุ้งไปนิด เพราะคิดอะไรเพลินๆอยู่ ตนไม่รู้สึกตัวว่าทิวลิปเดินมาหาจนถึงตัวแล้ว 

“ไม่ครับ ไม่เป็นไร”โรบินพูดบอก ทิวลิปนั่งบนเตียงข้างๆโรบินจับมือของโรบินมาเล่นไปมาสลับกับมองใบหน้าเรียวที่เขาคิดถึง 

“ไม่ ไม่ต้องจ้องผมแล้ว” 

“รู้ได้ไง ว่าฉันจ้องนาย” 

“ผมรู้สึกได้เถอะ” 

“เหรอ...” 

“....” 

“คิดถึง...” 

“พะ-พอเลย ผมบอกให้เลิกจ้องไงเล่า” 

“หึหึ...”ทิวลิปหัวเราะชอบใจเมื่อเเหย่ให้โรบินเขินหน้าแดงได้ 

ก๊อกๆ 

“เชิญครับ”เสียงเคาะประตูดังขึ้นโรบินก็พูดตอบกลับ พร้อมกับร่างก็ผู้ชายในชุดขาวของหมอและอองตวนเข้ามาในห้อง และหมอที่เข้ามาก็ไม่ใช่ใคร หมอเจสัน 

“สวัสดีครับ นายน้อย”หมอเจสันทักทาย  

“ครับ” 

“เดี๋ยวผมขอตรวจอาการหน่อยนะครับ”หมอเจสันพูดบอกแน่นอนว่าไม่ใช่กับใครนอกจากกับทิวลิปที่เอาแต่นั่งข้างโรบินไม่ไปไหน ขวางทางการรักษา 

“ลุกออกมา...”อองตวนพูดบอกพร้อมจ้องหน้าทิวลิปนิ่งๆ ถึงแม้จะไม่พอใจแต่ทิวลิปก็ทำตามแต่โดยดี 

“ตอนเช้าเวลาลืมตายังรู้สึกเจ็บอยู่ไหมครับ”หมอเจสันถามพรางแกะผ้าพันแผลออกช้าๆ 

“ไม่แล้วครับ แล้วก็...ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองรู้เปล่า แต่เมื่อเช้าตอนลืมตาผมรู้สึกถึงแสงสว่างครู่หนึ่งครับ แต่แค่เสี้ยววินาทีเองแล้วมันก็กลับมามืดเหมือนเดิม” 

“เป็นสัญญาณที่ดีเลยครับ แสดงว่าร่างกายคุณไม่ได้ต่อต้านยาที่ผมให้ ยังไงก็ยังต้องใช้เวลาอีกนาน แต่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าคุณจะกลับมามองเห็นได้อีกครั้งแน่นอน....ตอนนี้ไม่ต้องใช้ผ้าพันแผลที่ตาแล้วครับ ปล่อยได้ตามสบายแต่ถ้ายังไม่คุ้นชินใช้ผ้าคาดปิดตาได้ครับ และก็มีตัวยาที่ใช้หยอดตาด้วย หยอดในสี่เวลา เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ในแต่ละครั้งหยดสองถึงสามหยด ทุกสัปดาห์ผมจะมาตรวจผลที่ได้ครับ ระหว่างนี้ผมอยากให้คนดูแลคอยจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงอาการของนายน้อยไว้ด้วย มันจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาขั้นต่อไป”หมอเจสันอธิบาย โดยที่อองตวนและทิวลิปตั้งใจเป็นอย่างดี 

“ขอบคุณครับ”โรบินตอบ 

“ยินดีครับ นายน้อย...แล้วก็ดีใจด้วยกับเรื่องของนายน้อยกับทิวลิป”เจสันพูดบอกอีก 

“ขอบคุณครับ...” 

“ไม่ถามเหรอครับ ว่าทำไมผมเรียกคุณว่านายน้อย”หมอเจสันถามลองเชิงโรบิน 

“มันเป็นส่งที่คุณควรเรียก ผมอยู่ในฐานะที่แตกต่างจากคุณ...”โรบินพูดออกมาเสียงนิ่งเรียบ อองตวนที่ได้ยินก็ยกยิ้มพอใจที่โรบินไม่เคยหลุดออกจากสิ่งที่เขาสอน อองตวนมักสอนให้โรบินรู้จักแบ่งแยกฐานะตนกับคนทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะการแบ่งฐานะและสถานะภาพออกมันทำให้รู้ตัวในสิ่งที่ต้องทำ ไม่หลงลืมหน้าที่และความรับผิดชอบ อย่างแม่บ้านแม้จะมีอายุมากว่าหรือเลี้ยงดูมานานเเค่ไหนแต่ฐานะก็ยังอยู่ฐานะแม่บ้าน ให้ความเคารพได้แต่ต้องไม่เกินไป ลูกน้องคนสนิทพูดคุยเล่นกันได้แต่ต้องไม่ยืนค้ำคอกัน ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องจำให้ได้ขึ้นใจ เพื่อองค์กรที่เป็นระเบียบและมีคุณภาพ 

“หึ ครับ สมกับที่เป็นลูกชายของนายท่าน...ยังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับนายท่าน พอดีผมมีงานสำคัญรออยู่ ”หมอเจสันนิ่งอึ้งไปกับคำตอบของโรบิน แต่พอได้สติก็ได้แต่ยกยิ้มให้กับอองตวนก่อนจะพูดขอตัวกลับโดยมีเเม่บ้านยืนรอนำทางอยู่หน้าห้อง และเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรอรับที่สวนหน้าคฤหาสน์ 

“ขอบใจที่รีบมา...”อองตวนพูดตอบกลับ 

“ยินดีครับ”หมอเจสันพูดพร้อมก้มหัวเคารพเบาๆก่อนจะก้าวเดินเร็วไปถึงเฮลิคอปเตอร์เร็วๆ กลับโรงพยาบาล 

“ผมพาโรบินกลับไฮดราได้เมื่อไหร่...”ทิวลิปไม่ปล่อยให้ข้อสงสัยของตนว่างนาน รีบถามทันที 

“อีกอาทิตย์หนึ่งต่อจากนี้ รอไม่ได้ก็กลับไปคนเดียว….พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวมื้อเย็นให้คนมาตาม”อองตวนพูดเสียงเรียกับทิวลิปก่อนจะปรับโทนเสียงเป็นอ่อนโยนมาพูดกับโรบินพร้อมกับยกมือขยี้หัวโรบินเบาๆ 

“อ่อ! ฉันให้อยู่ด้วยไม่ได้หมายความว่านายจะทำอะไรโรบินมันก็ได้นะ ฉันให้ได้แค่กอด จูบ นอกนั้นห้ามเด็ดขาด ห้องทุกห้องของที่นี้มีกล้องวงจรปิด ถ้าคนของฉันรายงานว่านายทำอะไรนอกจากที่ฉันอนุญาตจากหนึ่งอาทิตย์จะกลายเป็นเดือนหรือปีแทน...หึหึ”พูดจบอองตวนก็เดินออกจากห้องไปไม่วายทิ้งเสียงหัวเราะสะใจไว้ให้ทิวลิปอารมณ์ขุ่นเล่น  

“ชิ! ถ้าใช่พ่อนายฉันด่าไปแล้วนะ”โรบินได้แต่ส่ายหัวกับความเป็นเด็กของทั้งอองตวนและทิวลิป พึ่งเคยเห็นด้านนี้ของทั้งอองตวนและทิวลิป 

พรึ่บ!! 

“ให้อยู่ข้างนายแต่ห้ามทำอะไร มันทรมานยิ่งว่าไม่ให้ฉันนอนอีกนะ… เฮ้ออออ”ทิวลิปทิ้งตัวนอนลงทับโรบิน โดยที่โรบินกึ่งนั่งกึ่งนอนแล้วทิวลิปก็นอนพาดไปบนตักของโรบินพร้อมกับบ่นงอแงออกมาเหมือนเด็กน้อยโดนสั่งห้ามเล่นของเล่น 

“อดทนหน่อยครับ….”โรบินพูดยิ้มๆ ทิวลิปได้ยินก็พยักหน้าจำยอมก่อนจะค่อยๆไถ่ตัวเปลี่ยนเป็นนอนตักโรบินแทน โดยที่โรบินก็ลูบที่แขนทิวลิปเป็นการปลอบใจ 

///////////////////////////////// 

มาแล้วววววว ถ้ามันค่อยซึ้งเท่าไหร่ ก็ขอโทดด้วยน้าาาาา 

ไรท์อาจจะมาๆหายๆ ช่วงนี้อยู่ในช่วงทำโปรเจคจบอยู่จ้าาาา แต่สัญญาไม่ทิ้งไปไหนเเน่นอน 

อย่าลืมคอมเม้นและกดถูกใจเป็นกำลังใจให่ไรท์ด้วยน้าาาาาา 

ฝากเพจ : ซาตานขาว ด้วยจ้าาาา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น