เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13/5 สั่งสอน

ชื่อตอน : ตอนที่ 13/5 สั่งสอน

คำค้น : วิวาห์เร่รัก,ชยากร,บัวบงกช,เอาชนะ,ผู้หญิงเร่ขาย,เอาตัวเข้าแลก,แค้นนี้ต้องชำระ,เตรียมรับมือ,แขกไม่ได้รับเชิญ,แผนชั่ว

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13/5 สั่งสอน
แบบอักษร

เสียงหัวเราะจากการสนทนาของพ่อสามีกับลูกสะใภ้ทำให้คนที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในบ้านต้องชะงัก ก่อนจะหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยความหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าบัวบงกชจะประจบประแจงเอาอะไรจากท่านอีก ที่ผ่านมายังได้ไม่พอหรือไง ถึงได้ขยันพะเน้าพะนอท่านนัก ทำตัวเป็นคนดีแต่ที่แท้ก็ไม่ต่างจากงูพิษที่พร้อมจะสูบเลือดสูบเนื้อได้ทุกเมื่อ 

“ลาออกก็ดีแล้วลูก จะได้ทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ ตอนแรกพ่อหนักใจแทบแย่นึกว่าหนูจะไม่ยอมแต่วันนี้พ่อก็สบายใจได้แล้วสิ แต่ถ้ายังไม่พร้อมจะมาช่วยงานตากรก็ไม่เป็นไรลูก” 

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่รักและเอ็นดูบัวนะคะ” 

นายชัยยาเห็นว่าลูกชายมาถึงตั้งนานแล้ว แต่ทำทีเป็นไม่มองเพราะยังสนุกกับเรื่องตลกที่ลูกสะใภ้เล่าให้ฟังและคิดว่าบุตรชายคงจะได้ยินเรื่องสนทนาก่อนหน้า ก่อนจะแสร้งร้องทักขึ้น  

“อ้าวตากร!” นายชัยยาร้องขึ้นก่อนจะปรายตามองบุตรชายและเอ่ยขึ้นอย่างเหน็บแนม “แกคลำทางกลับบ้านได้ด้วยหรือ ไม่เห็นกลับบ้านหลายวัน” 

หลังจากไปงานศพเพื่อนที่ต่างจังหวัดพอกลับมาก็ไม่เห็นบุตรชายอยู่บ้านหลายวัน จึงอดที่จะแขวะไม่ได้ ชยากรทำตัวเหลวไหลจนผู้เป็นพ่อทนไม่ไหวและคงหนีไม่พ้นที่จะไปขลุกตัวอยู่กับแม่นางเอกนั่น 

“คุณพ่อยังไม่ได้ทานยาเลย งั้นเดี๋ยวบัวไปหยิบน้ำมาให้นะคะ” พูดจบเธอก็หายเข้าไปในครัวปล่อยให้สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันตามลำพัง ตั้งแต่ที่เข้ามาอยู่ที่บ้านก็ทำให้ความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกไม่ค่อยลงรอยกันต้นเหตุอาจจะมาจากเธอก็ได้ 

“ลูกสะใภ้ของคุณพ่อมาออเซาะอะไรอีกครับ ท่าทางสนุกกันจัง” หลังบัวบงกชไม่อยู่เขาก็เอ่ยขึ้นทันที 

“หนูบัวเป็นคนเก่งแล้วก็ขยัน ที่สำคัญดูแลคนแก่ดีกว่าลูกชายแท้ ๆ อีก ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่บ้านสุขภาพพ่อดีขึ้นตั้งเยอะ น้ำตาลลดลงความดันก็ปกติ เพราะอะไรรู้ไหม” ผู้เป็นพ่อหันไปมองลูกชายเล็กน้อย “การใส่ใจไงละ” 

“ที่ทำแบบนั้นก็เพราะต้องการอะไรจากคุณพ่อหรือเปล่าครับ คนสมัยนี้หว่านพืชก็หวังผลทั้งนั้นแหละ” 

เขาจงใจพูดให้หญิงสาวได้ยินเพราะรู้ว่าเธอกำลังเดินเข้ามาพอดี เขาไม่ใช่คนโง่พอที่จะอ่านใจใครไม่ออกไม่อย่าง นั้นเธอก็คงไม่ใจกล้ามาแต่งงานกับเขาเป็นแน่ แต่สิ่งที่สงสัยก็คือผู้หญิงแบบนี้ไม่เคยผ่านมือชายได้อย่างไรกัน 

บัวบงกชทำเป็นหูทวนลม และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา เพราะไม่อยากทำให้นายชัยยาไม่สบายใจ อะไรก็ตามที่ตอบแทนท่านได้เธอก็จะทำ แม้ว่าจะถูกเขาดูถูกเหยียดหยามก็ตาม 

“ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ” ไม่พูดเปล่าเธอยังยกแก้วน้ำให้คนสูงวัยที่กำลังเอายาเข้าปาก ทำให้คนที่ยืนอยู่ไม่พอใจ 

“ขอบใจมากหนูบัวที่อยู่คุยกับพ่อทุกคืน ทำให้คนแก่อย่างพ่อไม่เหงา” นายชัยยาหันมาพูดกับลูกสะใภ้โดยไม่ได้สนใจลูกชายราวกับเป็นอากาศธาตุ และทำท่าเริ่มหาวหวอด ๆ ก่อนจะเอามือปิดปาก  

“ดึกแล้วพ่อชักง่วง คนแก่ก็เป็นซะแบบนี้แหละ ร่างกายอ่อนเพลียไม่ค่อยมีแรง อยู่ดึก ๆ ไม่ค่อยจะได้” 

“ถ้างั้นคุณพ่อไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวบัวจะไปส่งที่ห้อง” 

“ก็ดีเหมือนกัน พักนี้พ่อเหนื่อย ๆ ” ผู้สูงวัยยิ้มให้หญิงสาว ก่อนจะเอ่ยต่อ “เรื่องที่คุยกับพ่อ จัดการได้เลยไม่ต้องเกรงใจ เราคนกันเองทั้งนั้น”  

พูดจบผู้สูงวัยก็เดินขึ้นห้องนอนโดยที่บัวบงกชช่วยพยุงอีกที พักหลังร่างกายท่านไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลังกลับจากต่างจังหวัดก็มักมีอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ บวกกับโรคประจำตัวมารุมเร้าอยู่เรื่อย ๆ โดยมีบัวบงกชคอยดูแลอย่างเต็มที่ 

ชายหนุ่มมองตามอย่างหมั่นไส้ ไม่ว่าบัวบงกชจะทำอะไรดูจะถูกใจบิดาเสียทุกอย่างพลันทำให้เขาไม่อยู่ในสายตาท่านตั้งแต่มีเธอเข้ามา เพราะคุยกับบิดาทีไรก็มีเรื่องขัดคอทุกทีจึงจำต้องห้องหลังจากไม่ได้กลับบ้านหลายวัน 

“เสร็จภารกิจพิชิตใจพ่อผัวแล้วสิ” พอหญิงสาวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มก็พูดดักคอทันที “มีความสุขมากสินะถึงได้หน้าระรื่นมาเชียว อย่าพยายามนักเลยบางทีวิธีของคุณมันก็ใช้ไม่ได้ผลเสมอไปหรอก” 

“ฉันทำในสิ่งที่ควรจะทำและไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำอย่างที่คุณเข้าใจ” 

“งั้นเหรอ!” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงเย้ยหยัน “แต่ผมว่าคุณตั้งใจมากกว่าและทำได้ดีเสียด้วย…บัวบงกช” 

หญิงสาวระบายลมหายใจเบา ๆ และพยายามอดทนอย่างที่สุด “ถ้าคุณจะมาหาเรื่องละก็ เอาไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้ฉันเหนื่อยมาทั้งวันอยากพักผ่อน ไม่มีแรงต่อล้อต่อเถียงคุณหรอก” 

“ทีคุยกับไอ้วิศรุตหรือไม่ก็ไอ้เด็กออกแบบร้านทั้งวันไม่เห็นจะเหนื่อยเลย พอเห็นหน้าผัวทำเป็นเหนื่อย” 

“นี่คุณ!” เธอแหวขึ้นเสียงดัง “หยุดหาเรื่องเสียทีได้ไหม” 

“แค่นี้ถึงกับทนฟังไม่ได้งั้นหรือบัวบงกช” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอีกฝ่ายต้องถอยหนี 

“คุณคงว่างมากสินะ ถึงได้ติดตามความเคลื่อนไหวของฉันตลอดเวลา ไม่งั้นคงไม่รู้ว่าฉันไปไหน ทำอะไร แล้วก็อยู่กับใคร” เธอมองเขาอย่างไม่ละสายตา “หรือว่าเกิดหึงขึ้นมาถึงได้ส่งคนติตตามทุกฝีก้าว” 

ประโยคนั้นทำให้ชยากรนิ่งไปพักใหญ่ เพราะเขาก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าสิ่งที่ทำอยู่ ต้องการอะไรกันแน่ แต่เมื่อดึงสติคืนกลับมาได้ทำเขาหมั่นไส้ขึ้นมาเมื่อเจ้าตัวสำคัญตัวเองมากจนเขานึกสมเพช ผู้หญิงหิวเงินอย่างบัวบงกชไม่มีผลต่อจิตใจของเขาสักนิด แม้จะไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนแต่ใช่ว่าเขาจะชอบผู้หญิงที่เอาตัวเข้าแลกกับเงิน แถมยังออดอ้อนออเซาะบิดาจนได้รถยุโรปมาขับฟรี จะไม่ให้เขาเกลียดได้อย่างไร 

“คิดว่าผมพิศวาสผู้หญิงหน้าเงินอย่างคุณนักหรือไงถึงจะทำแบบนั้น เพียงแต่ผมไม่อย่างให้คนอื่นมองว่าผมมีเมียส่ำส่อนก็แค่นั้น” ชยากรย้อนคืนอย่างแสบสันและจงใจเหน็บแนม 

“เพี๊ยะ!” พอจบประโยคเธอก็ตวัดมือตบหน้าเขาฉาดใหญ่ “สำหรับคำดูถูกของคุณ” น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกต่อว่าครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับเธอเป็นผู้หญิงข้างถนน ชั้นต่ำราวกับคนไร้ค่าไร้ราคา 

ชายหนุ่มเอามือลูบหน้าตัวเองเบา ๆ และหัวเราะขึ้นมา เมื่อเห็นเธอโกรธจนหน้าแดงก่ำยิ่งทำให้เขาชอบใจ 

“ถึงฉันจะแต่งงานกับคุณเพื่อล้างหนี้ให้กับครอบครัว แต่รับรองว่าฉันไม่เอาของใครฟรี ๆ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณพ่อคุณหยิบยื่นให้ฉันจะเอามาคืนจนครบจะไม่ค้างแม้แต่สตางค์เดียว” เธอพูดเสียงสั่น 

“ผมจะรอวันนั้น ว่าแต่เมื่อไหร่ล่ะ” เขายักไหล่อย่างไม่สนใจเพราะคิดว่าเธอไม่มีปัญญาหามาคืนแน่ ๆ “สัญาที่เคยบอกมันก็เป็นเพียงแค่ลมปาก จะพูดยังไงให้มันดูดีก็ได้…จริงไหม” 

“ฉันเป็นคนมีสัจจะ พูดแล้วไม่คืนคำแน่นอน” เธอเอ่ยอย่างหนักแน่น 

“เฮ้อ…” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน “สัจจะอาจไม่มีในหมู่โจรแล้วมั้ง เพิ่งจะลาออกจากบริษัทของไอ้วิศรุตแล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาใช้คืน ร้านเสื้อผ้ากระจอก ๆ ไม่ใช่โรงงานขนาดใหญ่จะหาเงินได้ขนาดไหนกัน เงินไม่ใช่บาทสองบาท อย่าพูดเลยดีกว่าผมอายแทน” 

“คุณประเมินฝีมือของฉันต่ำเกินไปแล้ว อะไรก็ตามที่ฉันทำและทุ่มเท ฉันเชื่อว่ามันจะสำเร็จ ไม่งั้นฉันก็คงไม่ทำ” 

เธอพูดออกมาอย่างมาดมั่นแม้จะถูกสบประมาทก็ตาม ไม่ได้ทำให้ย่อท้อสักนิด  

ชยากรปรบมือเสียงดังอย่างประชดประชัน “เก่งจริง ๆ ตัวแค่นี้” 

บัวบงกชกลับไม่ตอบเพราะรู้ดีว่าเขาจ้องจะหาเรื่องไม่หยุดหย่อน พอรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบย่อมถูกเขาดูถูกอยู่ร่ำไป เธอควรจะเลี่ยงกับคนแบบนี้โบราณว่าพูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียต่ำลึงทอง 

 เมื่อไม่มีเสียงตอบโต้จากอีกฝ่าย ยิ่งทำให้เขาได้ที “ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณจะเก่งได้สักกี่น้ำ” 

“ถึงฉันจะไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน แต่ก็ไม่เคยดูถูกใคร” 

สีหน้าของเขาเจื่อนไปเล็กน้อย แต่มีหรือผู้ชายเรื่องเยอะฟอร์มแยะอย่างชยากรจะยอมเสียหน้า เมื่อเห็นความอวดดีของเธอ มิหน่ำซ้ำยังปีกกล้าขาแข็งขึ้นทุกวันพลันทำให้เขาเกลียดเธอเพิ่มเป็นทวีคูณ 

“มันจะมากไปแล้วนะ…บัวบงกช” เขาตะคอกใส่หน้าเธอด้วยความไม่พอใจ 

“ต่อให้ฉันต่ำต้อยด้อยค่า ฉันก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ทุกอย่างก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมันผิดด้วยหรือ” 

“ไม่รู้สึกกระดากปากบ้างหรือไง ทำไมผมจะไม่รู้ร้านที่คุณเปิดไอ้วิศรุตมันสปอนต์เซอร์ให้ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่กล้าลาออกจากงานหรอก หรือคิดจะรับเงินสองต่อ” 

เขาพูดจาถากถางโดยไม่ให้เกียรติสักนิด แม้จะเจ็บปวดแสบสันสักแค่ไหน ก็ต้องอดทนจนกว่าจะมีเงินมาชดใช้ให้เขาทั้งหมด พอถึงวันนั้นเธอก็จะมีอิสระแม้จะเป็นผู้หญิงที่มีตำหนิแต่ก็ดีกว่าทนอยู่กับคนใจหยาบอย่างเขา ที่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะพ่อของเขา ท่านเมตตาและเอ็นดูราวกับลูกแท้ ๆ อะไรที่ตอบแทนท่านได้เธอก็ทำโดยไม่ลังเล 

“ต่อให้คุณพยายามสร้างภาพให้ตัวเองดูดีขนาดไหน แต่คุณไม่มีวันดีในสายตาผม ถึงคุณพ่อจะพอใจที่คุณดูแลท่านจนถึงขั้นอยากให้คุณมาช่วยงานผมที่บริษัท แต่ผมกับคุณไม่มีวันที่จะร่วมงานกันได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“อะไรก็ตามที่ฉันเผลอก้าวก่ายหน้าที่ของคุณ ฉันขอโทษก็แล้วกัน” 

เธอพูดออกมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า ไม่คิดว่าชีวิตจะขมขื่นถึงเพียงนี้ มันช่างเป็นความจริงที่โหดร้ายเหลือเกินและคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว นอกจากก้มหน้ายอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่แม้จะปวดร้าวแค่ไหนก็ต้องอดทนและฟันฝ่าไปให้ได้ 

คราวนี้ชยากรถึงกับนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อเห็นน้ำตาของบัวบงกช เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจของเธอ เพียงแค่อยากอยากจะสั่งสอนให้เธอเลิกอวดดีก็เท่านั้นเอง ก่อนจะโพล่งขึ้นอย่างหงุดหงิด 

“อย่าคิดว่าน้ำตาของคุณจะทำให้ผมใจอ่อน…ไม่มีวัน”  

ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรมันก็ผิดอยู่วันยังค่ำจึงเลือกที่จะไม่พูด จึงก้าวขึ้นเตียงและนอนหันหลังให้เขาเงียบ ๆโดยไม่พูดอะไรอีกเลย แต่ทว่ามันกลับไม่จบง่าย ๆ เมื่ออารมณ์ของอีกฝ่ายยังคุกรุ่นก่อนจะกระชากให้เธอหันหน้ามาพูดกับเขาต่อ 

“คุณจะนอนไม่ได้ ต้องทำหน้าที่ของเมียให้คุ้มกับค่าตัวของคุณ” 

“ผู้หญิงหน้าเงินอย่างฉัน คุณไม่รู้สึกขยะแขยงหรือคะ” เสียงเธอสั่นเครือเมื่อเขาเห็นเรือนร่างเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ สัมพันธภาพระหว่างเขากับเธอไม่มีวันญาติดีกันได้ 

ชยากรกัดฟันกรอดเมื่อถูกอีกฝ่ายยอกย้อน ทำให้อารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในใจโหมกระหน่ำขึ้นทันทีก่อนจะก้มลงประกบริมฝีปากของเธออย่างจาบจ้วงไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่ขัดขืนปล่อยทุกอย่างไปตามความต้องการของเขาจนกว่าจะพอใจ หากร่างกายของเธอสามารถระบายความโกรธแค้นในใจของเขาได้เธอก็พร้อมจะชดใช้ให้และพร้อมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะหัวใจของเธอด้านชาไปแล้ว 

เสียงประตูห้องดังขึ้นทำให้ทุกอย่างชะงักงัน และชยากรก็หัวเสียอย่างบอกไม่ถูก เมื่อถูกขัดจังหวะก่อนจะถอนริมฝีปากอย่างหงุดหงิด ทั้งที่ในใจลึก ๆ เขากลับติดใจฝีปากหอมหวานนั้นโดยไม่รู้ตัว 

ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูห้องอย่างหงุดหงิด “มีอะไรฤทธิ์ถึงมาเคาะห้องดึก ๆ ดื่น ๆ” 

“คุณผู้ชายครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเหนื่อยหอบพูดจับประโยคไม่ได้ ทำให้คนที่รอฟังเริ่มโมโห 

“คุณพ่อเป็นอะไรก็พูดมาสิวะไอ้ฤทธิ์” เขาตะคอกเสียงดัง 

“อยู่ ๆ คุณท่านก็เหนื่อยหอบและเจ็บหน้าอกขึ้นมา คุณท่านเลยให้ผมมาตามคุณบัวให้ไปหาด่วนครับ” 

“แกว่าอะไรนะไอ้ฤทธิ์” เขาร้องขึ้นด้วยความตกใจแต่เมื่อได้สติ จึงตะโกนลั่นห้อง “ไปบอกลุงวีระให้เตรียมรถไปโรงพยายาลเดี๋ยวนี้” ฤทธิ์ยังยืนขาแข็งทำให้อารมณ์เขาเดือดพล่านทันที “ยืนเซ่ออยู่ทำไม…รีบไปสิโว้ย!” 

เขาหันมามองคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะเดินออกจากห้องอย่างร้อนใจ! 

++ลึก ๆ แล้วเฮียคงแอบเสียดายที่ภารกิจไม่สำเร็จ ต้องลุ้นกันต่อไปจ้าาา ฝากติดตามและฝากอุดหนุนผลงานอีบุ๊คกันได้แล้วนะคะหรือส่ังจองหนังสือกันได้ที่แฟนเพจ เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์นะคะ ++ 

ความคิดเห็น