__BUMBLEBEE__

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2562 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 14
แบบอักษร

Chapter14  

 

    เคยมีใครบางคนกล่าวไว้ว่า..ความรักก็เหมือนกับการโคจรของดวงดาวที่อยู่ในอาวกาศ แล้วถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดให้มาโคจรใกล้กันและเมื่อถึงเวลา โลกก็จะเหวี่ยงเราออกจากกัน เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก หรืออาจจะแค่โคจรมาเฉียดกันเพราะน้อยครั้งมากที่โลกจะดึงดูดให้ดวงดาวสองดวงเข้ามาอยู่ในวงโคจรเดียวกัน...

    แต่ในวันนี้โลกโคจรให้ฉันได้มาเจอกับเขาอีกครั้ง มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนและไม่อาจจะทำใจยอมรับได้เลยว่ามันคือความจริงที่ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกันกับเขา นี่โลกต้องการจะเล่นตลกอะไรกับชีวิตฉันกันแน่

    " เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ม๊าจะแนะนำให้รู้จักนี่คือหนู พลอยใส สมาชิกใหม่ของเรานะจ๊ะ"

 เช้าวันใหม่อาจเป็นเช้าที่สดใสของใครหลายๆคนแต่สำหรับฉันมันเป็นช่วงเวลาที่ฉันอยากให้มันเดินหน้าไปโดยเร็วที่สุด

เพราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารยามเช้านี้ฉันรู้สึกอึดอัดหายใจไม่เต็มอิ่มเอามากๆ รู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องนี้มันร้อนระอุขึ้นมาจนฉันต้องเหงื่อตกฉันไม่เคยรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ทั้งๆที่เมื่อวานก็ยังดีอยู่แท้ๆ

 

    "สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนนะคะ"

     คุณน้าดาราวดีแนะนำตัวฉันให้ทุกคนในบ้านได้รู้จักอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะหนุ่มหล่อสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันนั่นก็คือเฟิร์สกับพี่ฟีนิกส์พวกเขาสองคนเป็นพี่น้องกันและเป็นลูกชายของคุณน้าดาราวดีเพื่อนสนิทของม๊าฉันอีกด้วย โลกนี้มันกลมเกินไปรึเปล่าเนี่ย

   "ต่อไปนี้หนูพลอยคือคนในครอบครัวของเรา หนูพลอยเป็นลูกเพื่อนสนิทของม๊าเองจะมาอยู่กับเราชั่วคราว น้องอยู่ที่เกาหลีมาตั้งแต่เด็กๆยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่เท่าไหร่ ม๊าอยากให้พวกแกสองคนช่วยกันดูแลหนูพลอยใสด้วยนะจ๊ะ"

 

 

    "โตขนาดนี้น่าจะดูแลตัวเองได้แล้วมั้ง ทำไมต้องให้คนอื่นคอยดูแลด้วยอ่ะม๊า" 

 

 

  นายเฟิร์สพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่คำพูดของเขามันกำลังหาเรื่องฉันชัดๆหมอนี่มันกวนประสาทฉันตั้งแต่เช้าเลย

 

     " นี่ตาเฟิร์สพูดจาให้มันดีๆกับหนูพลอยใสเขาหน่อย หนูพลอยเขาเป็นลูกเพื่อนม๊านะจะพูดอะไรให้เกียรติกันบ้างสิ" คุณน้าดาราวดีหันไปทำหน้าดุใส่นายเฟิร์สลูกชายคนเล็กของเขา 

 

 

      "โถ่~ ม๊าเฟิร์สแค่พูดเล่นแค่นี้เองทำเป็นจริงจังไปได้"

 

      "หึ ถ้าขืนแกยังปากไม่ดีใส่หนูพลอยแบบนี้อีก ม๊าจะหักเงินในบัตรเครดิตแกออกให้หมด" คุณน้าดาราวดีว่าต่อดูคุณน้าคงไม่ชอบใจพฤติกรรมของนายเฟิร์สที่ทำกับฉันแบบนี้จริงๆ แต่ฉันไม่ได้ติดใจอะไรมากนายเฟิร์สก็แค่ปากดีไปอย่างนั้นเองแหละ คงไม่ได้ตั้งใจว่าฉันจริงๆหรอก

 

 

   " ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า พลอยไม่ถือเขาหรอกค่ะ"

 

 

  ฉันบอกกับคุณน้าดาราวดีเพราะไม่อยากมีปัญหาอะไรฉันเพิ่งเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้วันที่สองเองนะไม่อยากเป็นศัตรูกับใครโดยเฉพาะกับนายเฟิร์สนั่นด้วยถ้าฉันมีเรื่องกับเขาจริงๆคงไม่จบง่ายๆแน่เพราะดูเขานิสัยเอาแต่ใจและไม่ยอมใครง่ายๆ 

 

 

   "จ้ะ น้าขอโทษแทนตาเฟิร์สเขาด้วยนะหนูพลอย"

 

     " ค่ะคุณน้า"

 

    " เห็นแบบนี้ม๊าคงต้องพึ่งพี่ใหญ่แล้วแหละ ฝากดูแลหนูพลอยใสด้วยนะฟีนิกส์ น้องมีปัญหาอะไรก็ช่วยดูแลน้องด้วยนะลูก น้องเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีพี่น้องหรือญาติที่ไหน คิดว่าหนูพลอยใสเป็นน้องสาวของเราก็แล้วกันนะจ๊ะ" 

 

 

      คราวนี้คุณน้าดาราวดีหันมาทางพี่ฟีนิกส์ลูกชายคนโตของเขาบ้างฉันจึงต้องหันมาสบสายตาของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจเป็นจังหวะเดียวกันที่พี่ฟีนิกส์เขาก็หันมามองที่ฉันเราก็เลยต้องสบตากันแบบนั้นไปชั่วขณะ นัยตาของเขายังคงนิ่งเรียบเหมือนเดิมเหมือนวันแรกที่เราได้เจอกัน

 

 

       "ได้สิครับ ม๊าไม่ต้องห่วง"

 

      พี่ฟีนิกส์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทั้งบุคลิก สีหน้า ของเขาก็ยังเฉยชาเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนฉันได้แต่นั่งตัวเกร็งต่อสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งคู่นั้นของเขา เขาดูไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยจริงๆ มีแต่ใบหน้าของเขาที่หล่อเหลาและคมเข้มขึ้นมากกว่าเดิม

 

 

   " ยินดีที่ได้รู้จักกันอีกครั้งนะครับน้องพลอย"

   พี่ฟีนิกส์หันมาพูดกับฉันฉันจึงรู้สึกตัวว่าเผลอมองเขานานเกินไปจึงหลบสายตาเขาไปมองที่อื่นแทน 

       " เช่นกันค่ะ " ฉันตอบรับเขาไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ คำพูดของเขาทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวในคืนนั้นและเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาที่ฉันพยามจะลืมมันมาโดยตลอด

  "หึ อะไรของพี่พูดเหมือนกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นแหละ" 

 นายเฟิร์สพูดขึ้นอย่างสงสัย ฉันรู้สึกหัวใจเต้นรัวๆ จะให้ทุกคนรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดโดยเฉพาะคุณน้าดาราวดี 

 

     " นั่นน่ะสิจ๊ะ หนูพลอยใสรู้จักกับพี่ฟีนิกส์มาก่อนรึเปล่าลูก แล้วไปเจอกันที่ไหน ทำไมตานิกส์ถึงไม่เคยเล่าให้น้าฟังเลย" 

 

 

     " ปะ... เปล่าค่ะคุณน้า พลอยไม่เคยรู้จักพี่ฟีนิกส์มาก่อนหรอกค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่พลอยได้รู้จักเห็นหน้าตาพี่เขา" 

 

 

   ฉันปฏิเสธคุณน้าดาราวดีไปจริงๆแล้วฉันก็ไม่อยากจะโกหกกับทุกคนหรอกนะถ้าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับพี่ฟีนิกส์เป็นเรื่องราวดีๆแต่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่และฉันต้องการจะลบมันออกไปเหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของฉัน

    " อ่อจ๊ะ เป็นงั้นเองหรอน้าอุตส่าห์หลงดีใจคิดว่าหนูกับพี่ใหญ่เคยรู้จักกันมาก่อนเสียอีก"

 

    "ไม่ใช่หรอกค่ะคุณน้า พี่ฟีนิกส์เขาคงจำคนผิดน่ะค่ะ ใช่ไหมคะพี่ฟีนิกส์" ฉันเหยียดยิ้มหวานหันไปมองทางพี่ฟีนิกส์ทำหน้าใสซื่อเหมือนกับว่าจำเรื่องในวันนั้นไม่ได้ อยากจะรู้จริงๆว่าพี่เขาจะตอบว่ายังไงเขาคงต้องการที่จะปิดบังเรื่องนี้กับทุกคนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

 

      "ใช่ครับ. เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย"

 

      แล้วก็เป็นแบบที่ฉันคิดไว้จริงๆคำตอบของเขาแอบทำให้ฉันเจ็บลึกๆในใจ หึ แกหวังอะไรของแกอยู่ยัยพลอยใสพี่ฟีนิกส์เขาไม่มีทางยอมรับแกง่ายๆหรอก แกดันไปง่ายให้เขาเอง รู้ตัวเอาไว้ด้วยว่าเรื่องคืนนั้นเขาแค่เผลอใจไปมีอะไรกับแก เขาไม่ได้รักแกเข้าใจแล้วใช่ไหม เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วแหละต่างคนต่างจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกัน ฉันจะได้เริ่มต้นชวิตใหม่เสียที

      "หนูพลอยเป็นอะไรอาหารไม่ถูกปากหรอลูกทำไมทำหน้าจ่อยๆแบบนั้น"

     หลังจากที่เริ่มรับประทานอาหารเช้ามาได้สักพักคุณน้าดาราก็พูดขึ้นกับฉัน

    " เปล่าค่ะอร่อยหมดทุกอย่างเลยค่ะคุณน้า พอดีพลอยแค่รู้สึกมึนๆหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ"

      ใช่อาหารอร่อยหมดทุกอย่างจริงๆแต่ติดที่ว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารอย่างพี่ฟีนิกส์ต่างหากเพราะพี่เขาคอยจะส่งสายตาเรียบนิ่งคู่นั้นมองมาที่ฉันเป็นระยะทำให้รู้สึกอึดอัดจนไม่อยากทานอาหารตรงหน้ารู้สึกว่าสายตาคู่นั้นของเขามีอะไรแฝงอยู่

 

     " ตายจริง จะไม่สบายรึเปล่าจ๊ะแล้วอย่างนี้หนูจะไปเรียนไหวไหมเนี่ยหนูพลอย" คุณน้าดาราถามอย่างเป็นห่วงอาการฉัน

     "ไหวค่ะพลอยไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกพลอยไม่อยากขาดเรียนน่ะค่ะ"

   ฉันตั้งใจที่จะมาเรียนต่อมหาลัยที่ประเทศไทยและวันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกด้วยฉันไม่อยากขาด อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ปวดหัวอย่างที่บอกคุณน้าดาราวดี

 

   "โอเคจ้ะ งั้นก็รีบๆกินกันเถอะเดี่ยวจะสายเอา พี่ใหญ่ก็ต้องไปทำงานที่บริษัทแต่เช้าจะได้ไปส่งหนูพลอยด้วยเลย ทางผ่านไปบริษัทพอดี"  

 

 

      คุณน้าดาราวดีพูดแบบนี้หมายความว่าฉันต้องนั่งรถไปมหาลัยกับพี่ฟีนิกส์อย่างนั้นหรอ เอาไงดีฉันจะปฏิเสธคุณน้าได้ยังไง แค่นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเขาก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้วนี่ฉันต้องนั่งรถไปกับเขาสองคนอีกหรอ

 

 

    " ให้พลอยไปกับเฟิร์สก็ได้ ม๊าลืมแล้วหรอว่าเฟิร์สก็เรียนที่เดียวกันกับพลอยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำงานพี่นิกส์เขา" 

 

 

      จริงสิ เกือบลืมไปเลยว่านายเฟิร์สก็เรียนมหาลัยเดียวกันกับฉัน จริงๆแล้วฉันก็ไม่ต้องการให้ใครไปส่งหรอกนะฉันอยากไปด้วยตัวเองมากกว่าจะได้รู้เส้นทางการใช้ชวิตอยู่ที่นี่ แต่ฉันไปกับนายเฟิร์สก็ยังดีกว่าไปกับใครบางคนที่นั่งทำหน้าเหมือนถ่ายไม่ออกมาเป็นปีก็แล้วกัน

 

 

        " จริงด้วยค่ะ. เดี๋ยวพลอยติดรถไปกับเฟิร์สก็ได้ค่ะคุณน้า นี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนคาบแรกแล้วพลอยรีบไปก่อนนะคะ"

 

 

      " ได้สิจ๊ะ ตามใจหนูพลอยรีบไปเลยเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน ขับรถดีๆล่ะตาเฟิร์ส" คุณน้าดาราวดีหันไปบอกกับนายเฟิร์ส

 

 

     " ไม่ต้องห่วงม๊า ห่วงลูกชายคนโปรดของม๊าเถอะเดี่ยวจะไปทำงานสายเอาปกติตื่นเช้ามาพี่นิกส์ก็จะรีบขี่รถไปทำงานเลย ไม่เห็นมานั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเช้าวันนี้" นายเฟิร์สว่าหันไปมองพี่ฟีนิกส์อย่างกวนๆแต่พี่ฟีนิกส์ไม่ได้ตอบโต้อะไรสีหน้าเขายังคงเรียบเฉยเหมือนเคย

 

 

  " พอดีผมมีนัดประชุมช่วงเช้ากับลูกค้าชาวญี่ปุ่นครับม๊า นี่ก็ใกล้เวลานัดแล้ว ผมไปทำงานก่อนนะครับ" 

พี่ฟีนิกส์ลุกขึ้นบอกกับคุณน้าดาราวดีอย่างไม่ได้สนใจนายเฟิร์สกับฉันที่ยังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่เหมือนเขามองพวกเราเป็นแค่ธาตุอากาศไม่ได้สนใจอะไร

 

 

    "โอเคจ้ะลูก ตั้งใจทำงานนะตานิกส์" 

   หลังจากที่เขาบอกกับคุณน้าดาราวดีแล้วเขาก็ลุกเดินออกไปทันที หึ เขาก็ยังเป็นเขาคนเดิมอยู่วันยังค่ำไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังเย็นชากับฉันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

 

     "ไปกันเถอะ เดี่ยวฉันเข้าเรียนสาย" ฉันลุกขึ้นบอกนายเฟิร์สที่เขายังเอาแต่ทานอาหารบนโต๊ะไม่อิ่มสักที

    " สั่งเหมือนฉันเป็นคนขับรถเธอเลยนะ ยัยหมูตุ๋น รอไม่ได้ก็เดินนำหน้าไปเองก่อนก็แล้วกัน"

      หมอนี่มันกวนประสาทฉันจริงๆเลย คิดว่าคนอย่างพลอยใสคนนี้จะง้อหรอ เหอะ!ฝันไปเถอะ

      " ก็ดีเหมือนกัน เชิญนายนั่งกินตามสบายเลยนะฉันเดินไปเองก็ได้ พลอยไปเรียนก่อนนะคะคุณน้า สวัสดีค่ะ" ฉันลุกขึ้นสะพายกระเป๋าก่อนจะหันไปไหว้น้าดาราวดีพร้อมกับเดินออกไปทันทีต้องรีบแล้วไม่งั้นสายแน่ๆ

     ฉันเดินออกมาได้สักพักนายเฟิร์สก็ขับรถสปอร์ตคันหรูของเขาตามมาก่อนจะบีบแตรใส่ฉันให้ขึ้นรถเขา 

 

    " รีบขึ้นรถเร็วๆ ไปเรียนสายจะมาโทษฉันไม่ได้นะ"  

   นายเฟิร์สเลื่อนกระจกรถลงบอกกับฉันใบหน้าหล่อใสผิวขาวเนียนอย่างคนสุขภาพดี ริมฝีปากอมชมพู ผู้ชายอะไรหน้าหวานอย่างกับผู้หญิง เขาสวมแว่นกันแดดสีดำแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาดูรวมๆแล้วเขาดูเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆหน้าตาดีไม่แพ้ฟีนิกส์พี่ชายของเขาเลยแต่นายเฟิร์สจะแตกต่างจากฟีนิกส์ก็ตรงที่เขาเป็นคนอารมณ์ดีขี้เล่นและจอมทะเล้น

 

ส่วนพี่ฟีนิกส์นั้นตรงกันข้ามกับเขาหมดทุกอย่าง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆถึงได้ติดนายเฟิร์สกันตรึมจนถึงขั้นตามไปอาละวาดใส่ฉันในวันนั้น

 

 

    "เป็นเพราะนายนั่นแหละมัวแต่ช้าอยู่ได้ รีบๆไปเลยสายเกินมา5นาทีแล้วเนี่ย" ฉันบอกนายเฟิร์สหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถแล้ว

 

 

    "สายแค่นี้จะเป็นไรไป หึ นั่งเกาะรถดีๆล่ะ"

 

 

     นายเฟิร์สหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับฉัน ก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งขับออกไปด้วยความเร็ว 

 

 

@มหาวิทยาลัย BNK  

 ตั้งแต่ฉันเกิดมาจนอายุ 20 ปี ฉันไม่เคยนั่งรถด้วยหัวใจอันลุ้นระทึกตลอดเวลาแบบนี้ชีวิตฉันเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่รู้จะตายตอนไหนเพราะนายเฟิร์สขับรถเเรงและน่ากลัวมาก ฉันนั่งตัวเกร็งจนเหงื่อแตกไปทั่วใบหน้าแล้ว ภายในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็ถึงมหาลัยฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งโชคดีที่คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง ฉันสัญญากับตัวเองเลยว่าฉันจะไม่มีทางนั่งรถมากับนายเฟิร์สอีกแน่ 

 

 

     " โทษทีนะ เธอเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรอว่ากลัวเข้าเรียนสายฉันก็เลยรีบให้"  

 

 

    ฉันเดินลงมาจากรถตามด้วยนายเฟิร์สเขาดูเหมือนจะชอบใจนะที่เห็นสภาพฉันเป็นแบบนี้ หึ หมอนี่มันจงใจแกล้งฉันชัดๆเลยยังจะกล้าขอโทษอีก 

 

 

    "ขอบคุณนะ แต่ทีหลังคงไม่รบกวนนายแล้วล่ะ" 

 

      ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินแยกออกจากเขาอยู่ใกล้ๆหมอนี่นานๆไม่ได้ ไม่รู้ว่าในมหาลัยนี้เขามีสาวๆในสต๊อกมากน้อยแค่ไหนฉันไม่อยากโดนตบจนหน้าสวยๆของฉันเสียโฉมหรอกนะ 

 

 

 

แผนก บริหารจัดการ 

 

     แล้วฉันก็มาเรียนสายจริงๆด้วยสายไปเกือบครึ่งชั่วโมงแหนะ ฉันเข้าห้องเรียนมาอาจารย์ก็เริ่มสอนแล้วเพื่อนๆทุกต่างก็นั่งเรียนกันพร้อมหน้าพร้อมตา  

 

 

    "ขอโทษนะคะ พอดีรถติดไปหน่อย" ฉันบอกขออนุญาติอาจารย์ที่กำลังสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ 

 

     "รีบหาที่นั่งเร็วค่ะ แค่วันแรกยังมาสายทีหลังอย่าให้เป็นแบบนี้อีกนะคะ ไม่งั้นฉันจะหักคะแนนจิตพิสัยของเธอ"  

 

 

  แค่วันแรกก็โดนสวดยับซะแล้วยัยพลอยใสเอ๊ย ฉันสาดส่องสายตามองหาที่นั่ง ดูเหมือนว่าจะไม่เหลือที่นั่งไว้ให้ฉันแล้วสินะ 

 

 

       " มานั่งด้วยกันตรงนี้ก็ได้นะ " 

 

     ขณะที่ฉันมองหาที่นั่งอยู่นั้นก็มีผู้หญิงคนนึงพูดขึ้นบอกกับฉันตรงโต๊ะข้างๆเธอมีที่ว่างอยู่ที่นึงพอดี 

 

 

         "ขอบใจจ้ะ ขอนั่งด้วยคนนะ"  

 

          " เธอชื่ออะไรหรอ? " 

 

      หญิงสาวหน้าตาสวยเหมือนนางงามจักรวาลคนนั้นถามฉันขึ้น ฉันตอบเธอไปยิ้มๆ ถ้าเทียบหน้าตาฉันกับนางแล้วหน้าฉันดูจืดชืดไปเลยจ้าา เพราะนางสวยมากแต่งหน้าก็เข้มกว่าฉันแต่ก็ไม่ได้ดูเหมือนงิ้วนะเพราะลงตัวกับหน้านางฉันไม่เคยชมผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในชีวิตแต่คนนี้ต้องยอมรับจริงๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองพ่ายแพ้ก็วันนี้แหละรู้งี้ฉันน่าจะจัดเต็มมาตั้งแต่แรกเห็นว่าเพิ่งเปิดเรียนวันแรกหรอกเลยแค่ซอฟๆไว้ก่อน 

 

 

      " พลอยใสจ้ะ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร?" 

 

      "ฉันใยไหมนะ เพิ่งมาเรียนวันแรกเหมือนกันใช่ไหมยินดีที่ได้รู้จักนะ" นางแนะนำตัวให้ฉันรู้จักอย่างเป็นมิตรรอยยิ้มของนางดูสดใสแล้วก็จริงใจดี ดูน่าคบหาเป็นเพื่อนด้วยดีเหมือนกันมาเรียนวันแรกก็ได้เพื่อนเลย แถมหน้าตาก็สวยพอๆกันอีกด้วย 

 

 

        " ชื่อน่ารักดีนะ " ฉันบอกกับใยไหมเพราะชื่อนางฟังดูน่ารักจริงๆ 

 

       "จริงๆหรอแม่ฉันตั้งให้น่ะตอนแรกฉันรู้สึกว่าชื่อตัวเองดูตลกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้" 

 

      "เห้ยย คิดมากหน่าแปลกแต่เก๋ดีออกไม่ซ้ำกับใครดี"  

 

      "ขอบใจจ้ะ. เธอเองก็น่ารักดีเหมือนกันแล้วเธอจบมาจากที่ไหนหรอ?" 

 

      "..............." 

 

 

     หมดไปเเล้วสองคาบเรียนสำหรับวิชาเศรษฐศาสตร์ จริงๆแล้วฉันแถบจะไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอนเลย ฉันคุยเล่นกับใยไหมตลอดทั้งคาบเม้าท์มอยกันเรื่องต่างๆนาๆ อย่างนี้ล่ะนะเจอเพื่อนใหม่เป็นครั้งแรกย่อมมีเรื่องให้คุยเยอะปกติเป็นธรรมดา ใช้เวลาเพียงไม่นานฉันกับใยไหมก็เริ่มสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่เราชอบอะไรหลายๆอย่างเหมือนกันทำให้เราสองคนนั้นดูเหมือนจะเข้ากันได้ดี 

 

 

      " เย็นนี้เธอว่างไหมพลอยใส" ใยไหมถามฉันขณะที่เรากำลังนั่งทานอาหารกลางวันด้วยกัน  

 

      "อื้มม. น่าจะว่างนะทำไมหรอ"  

 

      "วันนี้ตอนเย็นฉันมีนัดทานข้าวน่ะ อยากให้เธอไปเป็นเพื่อนด้วยกัน" ใยไหมว่าไม่เชิงว่าชวนฉันแต่เป็นการขอร้องมากกว่าเพราะดูสีหน้านางอยากให้ฉันไปเป็นเพื่อนด้วยจริงๆ 

 

  

      "มันจะดีหรอ แฟนเธอเขาจะไม่ว่าฉันเอารึไงที่ไปกับเธอเขานัดเธอแค่คนเดียวนะใยไหม แสดงว่าเขาคงอยากใช้เวลาอยู่กับเธอแค่สองคน ขืนฉันไปก็เป็นก้างขวางคอน่ะสิ" เห้ออ ไม่ทันไรเพื่อนก็มีแฟนหนีกันแล้วซะงั้น แต่ก็ไม่แปลกหรอกก็หน้าตานางสวยขนาดนี้ไม่มีก็บ้าแล้วแหละ  

 

    " แต่ฉันอยากให้เธอไปด้วยนิ นะๆพลอย เวลาฉันอยู่กับพี่เขาสองคนแล้วฉันเขินไม่ชินอ่ะ มันไม่รู้จะทำตัวยังไง ถ้าเธอไปนั่งเป็นเพื่อนฉันด้วยฉันคงสบายใจขึ้นเยอะ" 

   " คนบ้าอะไรเขินแฟนตัวเองวะ คบกันมานานยังเนี่ย" 

 

 ฉันถามใยไหม รู้สึกตลกกับท่าทางของนางลุคของใยไหมดูเป็นผู้หญิงสายเปรี้ยวแล้วก็ดูมั่นมากๆไม่คิดเลยว่านางจะมีนิสัยที่ตรงกันข้ามกับหน้าตาและบุคลิกของนางแบบนี้ 

 

     " ก็สักพักแล้วแหละ สรุปว่าเธอไปกับฉันใช่ไหม ไม่รู้แหละยังไงเธอก็ต้องไปกับฉัน ถ้าทิ้งฉันโกรธจริงๆด้วย" 

 

  นี่มันมัดมือชกกันชัดๆเลย แต่ฉันก็เป็นคนขี้ตามใจเพื่อนนะ ถึงจะเพิ่งรู้จักกันก็เถอะแต่ฉันรู้สึกผูกพันธ์กับนางแปลกๆเหมือนเราเคยเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ทั้งๆที่ก็เพิ่งเจอกันวันนี้เอง 

 

   " เออก็ได้ๆ ไปก็ได้แกเลี้ยงข้าวฉันนะโอเคมั้ย" 

 

   " เลี้ยงอยู่แล้วจ้าา ไม่ต้องห่วง ขอบคุณนะพลอยเธอเนี่ยใจดีจริงๆเลย" 

     ใยไหมกระโดดกอดคอฉันอย่างดีใจ อะไรจะขนาดนั้นทำเหมือนอย่างกับคนไม่เคยมีแฟนไปได้ จะว่าไปฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าหน้าตาแฟนของใยไหมจะเป็นยังไง ดีล่ะนางพาฉันไปด้วยฉันจะได้ช่วยสแกนให้นางว่าผู้ชายคนนี้เขารักเพื่อนฉันจริงๆรึเปล่า  

 

......... 

1 คอมเม้น 1 กำลังใจที่ดีของไรท์ 

เดี่ยวมาต่อให้อีกจ้าา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น