พิชญธิดา พิชญวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่1 ทดแทนความรัก 1

ชื่อตอน : บทที่1 ทดแทนความรัก 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 14

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 22:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 ทดแทนความรัก 1
แบบอักษร

 

ละอองใจในม่านเพลิง  

วางจำหน่ายในรูปแบบ e-book แล้วค่ะ 

หนังสือมีวางจำหน่ายที่ร้านนายอินทร์นะคะ 

 

 

 

บทที่1 ทดแทนความรัก 

 

        ‘เรียนจบแล้วแกต้องหมั้นกับคนที่ฉันเลือกให้’ 

        ครั้งแรกที่ได้ยินแบบนั้นทำให้ดรัณยาแทบล้มทั้งยืน แม้จะรู้ว่าคนในครอบครัวไม่ได้รักใคร่ยินดีกับเธอเท่าไหร่นัก แต่ไม่คิดว่าคนเป็นพ่อจะบีบบังคับกำหนดเส้นทางชีวิตเธอด้วยการคลุมถุงชน

        ‘ออมโตแล้วค่ะ เรื่องที่พ่อพูดมันไร้สาระมาก’ 

       ‘ยัยออม !’ 

       ‘แกไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่ง เงินที่ฉันส่งเสียแต่ละบาทช่วยสำนึกบุญคุณด้วย !’ 

       ‘พ่อเห็นออมเป็นตัวอะไรกันแน่’ 

       ‘เธอควรขอบคุณพ่อเขานะยัยออม ทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างแกจะไปหาผู้ชายดีๆ ได้อีกที่ไหนกัน’ 

       ตั้งแต่เกิดมาเธอถูกเลี้ยงดูในกรอบชนิดที่ว่าแทบกระดิกตัวไม่ได้ แน่นอนว่ามันอึดอัดจนน่ารำคาญ เธอคงเดินตามเส้นที่ทุกคนลิขิตให้ถ้าไม่รับรู้อะไรเสียก่อน

        ความจริงที่ทำให้ตัวเองสมเพชชีวิตทั้งน้ำตา

        เธอเป็นลูกเมียน้อย ! แถมแม่บังเกิดเกล้าคลอดเสร็จก็โยนเธอทิ้งไว้หน้าบ้านของบิดา เรื่องการพิสูจน์ว่าเป็นลูกแท้ๆ หรือเปล่าเธอไม่รู้หรอกว่าพวกท่านจัดการกันอย่างไร รู้เพียงว่าทุกคนไม่ต้อนรับสมาชิกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเธอ

        ครอบครัวนี้อยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก พวกท่านมีลูกชายอันเป็นที่รักหนึ่งคน ภีมภัทรถือเป็นพี่ชายคนละแม่กับเธอทว่าไม่ค่อยสุงสิงด้วยเท่าไหร่ นานๆ จะคุยกันสักครั้งแต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจอะไร

        ไม่เหมือนกับ...แม่ใหญ่

        ดรัณยาพอเข้าใจว่าทำไมท่านถึงจงเกลียดจงชังเธอไม่ต่างจากสิ่งสกปรก เพราะถ้าเธอตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับท่านก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน คนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกคือคนเป็นพ่อต่างหาก แต่นี่คงเป็นสิ่งที่ท่านจำใจยอมรับก็เล่นวางไข่ไปทั่วเสียขนาดนั้น

        ชีวิตเธอไม่ได้สวยหรูราวกับภาพแห่งความฝันนักหรอก น้อยคนที่จะรู้ว่าเธอเป็นลูกเมียน้อย มีบางส่วนที่พอรู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของคุณหญิงปรุงจิตก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป

        และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ‘คนรัก’ ของเธอตีจากไป มันไม่ได้ทำให้เธอเสียใจขนาดนั้น ถ้าธนโชติไม่ไปคว้า ‘อดีตเพื่อนรัก’ ของเธอเป็นคู่ควงคนใหม่

        อันที่จริงมธุรสเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก แรกเริ่มที่รู้จักกันเธอออกจะเอ็นดูเพื่อนคนนี้ด้วยซ้ำ แต่นานวันเข้าบางสิ่งบางอย่างชักผิดปกติ เธอไม่เคยซีเรียสกับการที่จะมีใครทำอะไรตามแทบทุกอย่าง แต่ในกรณีของมธุรสมันดูแปลกไป

        จนกระทั่งวันหนึ่งธนโชติเดินเข้ามาบอกขอหยุดความสัมพันธ์ทุกอย่าง ท่ามกลางความกระอักกระอ่วนของเพื่อนๆ สายตาล่อกแล่กพวกนั้นทำให้ดรัณยารู้ทันทีว่าทุกคนรู้เห็นเป็นใจพยายามปกปิดความลับที่ซ่อนไว้

        ‘ถ้าฉันเป็นแกก็เลือกหวานอะ ยัยออมมันเอาแต่ใจ ขี้วีนขี้เหวี่ยงที่หนึ่ง เป็นแกจะยอมรองมือรองเท้ามันไปตลอดเหรอ บ้านหวานมันก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไรไม่งั้นคงไม่อยู่คอนโดหรูๆ แบบนั้น’ 

       ‘แต่พูดตามตรงออมมันก็ไม่ผิดนะเว้ย มันก็เป็นของมันแบบนี้มาตั้งแต่แรก โชติคบกับมันก็เหมือนยอมรับข้อนี้ได้อยู่แล้ว คบมาตั้งนานทำไมจู่ๆ มาขุดข้อเสียอะ ไม่ใช่เพราะเจอของใหม่ที่เร้าใจกว่าเหรอ’ 

       ‘แกตกข่าวไปน่ะสิ ที่จริงไอ้โชติกับหวานมันแอบปิ๊งกันแต่แรก พอยัยออมมันแสดงตัวว่าชอบไอ้โชติ หวานมันก็เลยต้องถอย ตอนนั้นโชติมันก็คงไขว้เขวด้วยแหละ’ 

       ‘อ้าว...ก็ไม่เกี่ยวนี่’ 

       ‘เกี่ยวดิ ออมมันรู้อยู่แก่ใจว่าสองคนนั้นแอบชอบกันอยู่ แบบนี้เรียกแทรกความสัมพันธ์ได้ไหมล่ะ นั่นเพื่อนนะ’ 

       ถ้าบอกว่าไม่เสียใจเลยคงเป็นไปไม่ได้ มากกว่าความเสียใจคงเป็นความผิดหวัง คนที่เราไว้ใจสุดท้ายกลับหักหลังจงใจปกปิดทุกอย่าง ดรัณยารู้สึกว่าตัวเองกำลังกลายเป็นตัวตลกให้คนเหล่านั้นหลอกและขำขันยามที่เธอหันหลังให้

        แต่ก็ต้องขอบคุณเหตุการณ์เหล่านั้นที่ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วไม่มีใครมองเธอเป็น ‘เพื่อน’ สักคน

        แรงสั่นจากเครื่องมือสื่อสารทำให้หญิงสาวถึงกับต้องเม้มปากแน่น ยิ่งเห็นรายชื่อที่เด่นชัดบนหน้าจอแล้วส่งผลให้เธอถึงกับระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

        “ข่าวไวละเกิน” ถึงจะแบบนั้นแต่ก็ยังต้องรับสาย ไม่นานนักน้ำเสียงเข้มจัดดังขึ้นบ่งบอกอารมณ์ของคนพูด

        ‘สรรหาสร้างเรื่องอะไรอีก ! กลับบ้านเดี๋ยวนี้ !’

        “บางทีออมก็สงสัยว่าใครคาบข่าวไปบอกที่บ้าน ทำไมไวปานจรวด”

        ‘ยัยออม ! นังเด็กอกตัญญู !’

        ปลายนิ้วเรียวเลือกที่จะตัดสายทิ้ง ไหนๆ ก็โดนด่าแล้วสู้กลับไปรอฟังที่บ้านรวดเดียวน่าจะดีกว่า หญิงสาวแค่นหัวเราะแต่ช่างทำได้ยากเย็น

        อกตัญญูงั้นเหรอ...ในสายตาท่าน เธอไม่เคยเป็นลูกที่ดีเลยสักครั้ง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น