ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SILVER BULLET [20] -END-

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.6k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 5,300
× 0
× 0
แชร์ :
SILVER BULLET [20] -END-
แบบอักษร

-20- 

 

หลังจากคุณมิคาเอลประกาศยุติบทบาทการทำงานในวงการทุกรูปแบบ เหล่าแฟนคลับของเทวทูตผู้แสนสมบูรณ์แบบก็พากันเศร้าใจอยู่หลายวัน เพราะหากออกจากวงการแบบนี้ก็ยากที่จะได้พบเจอตัวและติดตาม เนื่องจากเขาไม่เล่นโซเชียลใดๆ ทั้งสิ้น แต่ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ชายหนุ่มผู้นั้นจะเปิดโซเชียลกะทันหันแบบไม่บอกใคร แค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกก็มีคนตามมากถึงหนึ่งล้านคน  

นอกจากนั้นยังมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจสุดๆ ก็คือการที่เขาเปิดตัวแฟนหนุ่มสุดหล่อเป็นครั้งแรก!! แค่เห็นสีหน้าของคุณมิคาเอลที่ไม่เหมือนทุกทีก็สัมผัสถึงความรักของเขาที่มีต่อคนคนนั้นได้แล้ว หากบอกว่าไม่อิจฉาก็คงจะเป็นการโกหก แต่ใครใช้ใครพ่อหนุ่มคนนั้นหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้คะ! ใครมีข้อมูลหย่อนมาให้ไวเลย!!!! 

 

“ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจว่าใครเหมือนกัน แต่พอได้ไปเยี่ยมชมร้านขายงานศิลปะของคุณมิคาเอลที่เขาโพสต์ภาพโปรโมตบ่อยๆ ฉันก็รู้ได้ในทันทีว่าคนคนนั้นคือใคร ฉันมั่นใจว่าที่คุณมิคาเอลเปิดร้านนั้นขึ้นมาต้องเป็นเพราะคนรักของเขาแน่ๆ รู้หรือเปล่าว่าบนชั้นสองของร้าน มีมุมมุมหนึ่งที่เขาเอาไว้จัดแสดงงานให้คนรักของเขาโดยเฉพาะด้วย"  

“สรุปได้บอกไหมว่าคนรักของคุณมิคาเอลคือใคร” ลูก้าเอ่ยถามแทนใจผู้เป็นนายซึ่งนั่งนวดมือให้คนรักอยู่บนโซฟาฝั่งตรงกันข้าม ส่วนคนที่กำลังอ่านคอมเมนต์ของเพจดารานายแบบชื่อดังอย่างโรมันก็เอาแต่ยกคอมเมนต์มาอ่านให้ฟังอย่างสนุกสนาน ไม่สรุปเสียทีว่าคนอื่นๆ รู้ตัวตนของไคกันหรือยัง 

“กำลังจะบอกนี่ไง...” โรมันมองคู่ชีวิตยิ้มๆ แล้วเริ่มอ่านต่อ “คนคนนั้นคือศิลปินที่ใช้ชื่อว่า ‘ไค’ เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงเอามากๆ แต่คนที่เจอตัวจริงมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ภาพวาดของเขาชิ้นล่าสุดที่ลงประมูลในเว็บของพวกชื่นชอบศิลปะมีมูลค่าสูงถึงเจ็ดหลัก และที่สำคัญก็คือ...เขาเป็นอัลฟ่า” 

“ความรักระหว่างอัลฟ่าชายกับหญิงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อัลฟ่าชายสองคนถือว่าหายากน่าดู ประเด็นนี้คงมีคนพูดถึงมากเป็นพิเศษ”  

“ใช่ ตอนนี้กำลังตกใจกันใหญ่ มีคนมาพูดคุยต่อๆ กันเป็นพันคอนเมนต์เลย” โรมันวางโทรศัพท์ลงแล้วเงยหน้ามองเจ้านายสองคนที่เอาแต่จู๋จี๋กันยิ้มๆ พอมือว่างได้ไม่นานก็เผลอยกขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองที่เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ตามความเคยชิน  

หลังจากผันตัวมาทำงานให้มิคาเอลอย่างจริงจังโดยการช่วยดูแลร้านและติดต่องานทางต่างประเทศให้ โรมันกับลูก้าก็เริ่มพากันไปหาสถานที่เหมาะๆ เพื่อเตรียมรอรับเด็กน้อยที่กำลังจะเกิดมา โดยพวกเขาได้เลือกซื้อบ้านขนาดกลางหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านของมิคาเอลนักเป็นสถานที่พักอาศัยถาวร แต่เพราะไม่ได้อยู่ในเขตเมืองจึงดูร่มรื่นน่าอยู่อาศัยมากพอควร 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่พวกเขาหยุดงานเพื่อพักผ่อน แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้านายทั้งคู่จะพากันมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน พอถามถึงได้รู้ว่าครั้งนี้คุณไคเป็นผู้เอ่ยว่าอยากมาเจอพวกเขาด้วยตัวเอง โรมันอยากจะหัวเราะออกมาเนื่องจากรู้จุดประสงค์ของคนคนนั้นดี แต่ก็ยังไม่กล้าพูดอะไรมากมาย เพราะดูเหมือนคุณมิคาเอลจะหงุดหงิดไม่น้อยที่คนสำคัญเอ่ยปากว่าอยากเจอคนอื่น  

ส่วนเรื่องที่โรมันเอาข้อความในเพจที่พูดถึงคนทั้งคู่มาอ่าน... ตัวต้นเหตุก็คือคุณไคที่ตั้งแต่มาถึงก็จ้องหน้าจอโทรศัพท์ของเขาที่เปิดค้างไว้นิ่งนานจนคนขี้หงุดหงิดข้างกายต้องสั่งให้อ่านให้ฟังนั่นแหละ  

“ไก่ทอด”  

คำพูดไร้ที่มาของไคที่ตั้งแต่มาถึงก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำทำเอาทุกความคิดและการกระทำของทุกคนหยุดกึก มิคาเอลเป็นคนแรกที่ตอบสนองต่อคำพูดนั้นไวที่สุด พอได้ยินปุ๊บเขาก็รีบหันไปยิ้มหวานให้คนข้างกายทันที 

“เดี๋ยวฉันไปทำให้กิน ไครออยู่ตรงนี้นะ”  

“อืม”  

ลูก้าพยักหน้าให้คนรักแล้วลุกขึ้นยืน เดินตามหลังมิคาเอลไปที่ห้องครัว พื้นที่บริเวณห้องรับแขกจึงเหลือคนเพียงสองคนคือโรมันกับไคเท่านั้น 

“ผมคิดว่าคุณมิคาเอลต้องสงสัยแล้วแน่ๆ” โรมันพูดยิ้มๆ แล้วหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากที่ซ่อนด้านหลัง ยื่นส่งให้ไคซึ่งเอาแต่จ้องมองมานิ่งๆ “ผมคัดเลือกเรือน...หมายถึงบ้านที่คุณกำลังมองหาเอาไว้ให้แล้วครับ เท่าที่ดูมีอยู่สองที่ที่น่าสนใจ คุณลองดูว่าชอบที่ไหนแล้วผมจะรีบจัดการให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ชื่อเจ้าของบ้านจะกลายเป็นคุณ” 

โรมันนั่งยิ้มเงียบๆ ขณะรอคำตอบของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารที่เขาเตรียมมาให้อย่างตั้งใจ ไม่น่าเชื่อว่าคนคนนี้จะจริงจังถึงขั้นอยากเซอร์ไพรส์คุณมิคาเอลด้วย... อา เอาเป็นว่าถึงขั้นแอบหาเวลาส่งเมลมาหาเขา ออกคำสั่งสั้นๆ ให้ช่วยหาบ้านสวยๆ ให้และส่งรูปภาพของบางสิ่งมาให้จัดการสร้างขึ้นมาโดยห้ามให้คุณมิคาเอลรู้ บอกเหตุผลเพียงอยากเซอร์ไพรส์และจะหาเวลามาเลือกเอง ห้ามส่งเมลตอบกลับเด็ดขาด จากนั้นก็หายหน้าไปเลย ผ่านมากว่าหนึ่งอาทิตย์จึงโผล่มาหาเขาที่นี่ 

ดูจากความตั้งใจแล้ว... เดาได้ไม่ยากเลยว่าคนคนนี้กำลังคิดจะทำอะไร 

“คุณต้องปิดให้มิดนะครับ ผมอยากเห็นคุณมิคาเอลดีใจ” โรมันรับเอกสารกลับคืนมาแล้วมองรูปบ้านที่ไคชี้พร้อมพยักหน้า “อันที่จริงต่อให้รู้เขาก็คงดีใจมากอยู่ดี แต่ผมคิดว่าถ้าเซอร์ไพรส์สำเร็จ เขาจะต้องมีความสุขที่สุดแน่ๆ... เรื่องบ้านผมจะจัดการให้ ส่วนของที่ขอให้ทำอยู่ที่ลูก้าแล้ว เดี๋ยวเขาคงหาจังหวะเอาให้คุณเอง ไม่ต้องเป็นห่วงครับ” 

เมื่อได้คำตอบที่พอใจ ไคก็ปิดประสาทสัมผัส ไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกเหมือนปกติยามที่เขาไม่ได้อยู่กับมิคาเอล ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังทิศทางที่มิคาเอลเดินหายไปนิ่งๆ นานๆ ครั้งจึงจะกะพริบตาสักที กระทั่งเห็นร่างสูงสง่าของฝ่ายนั้นเดินออกมาจากครัวพร้อมจานข้าว เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าไปหา  

แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะหิว...แต่เป็นเพราะไม่อยากอยู่ห่างเลยแม้แต่วินาทีเดียว 

“โชคดีที่ในตู้เย็นมีปีกไก่อยู่พอดี” มิคาเอลวางอาหารจานโปรดของไคลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงหันกลับไปหาคนที่เดินเข้ามาใกล้จนแผ่นอกแทบจะแนบติดกัน “ไค เป็นอะไรหรือเปล่า” 

“เปล่า” 

ปากบอกว่าเปล่า แต่กลับรวบกอดมิคาเอลเอาไว้ในอ้อมแขน จมูกกดลงบนลำคอขาว สูดเอากลิ่นหอมเฉพาะตัวปะปนไปกับกลิ่นไก่ทอดเข้ามาจนเต็มปอด  

มิคาเอลอยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก สุดท้ายทำได้เพียงยกสองแขนกอดตอบแล้วเอียงคอให้ไคซุกหน้าได้ถนัดกว่าเดิม ไม่ได้สนใจสองสามีภรรยาเจ้าของบ้านที่พากันจูงมือเดินออกไปข้างนอกเลยแม้แต่น้อย 

“ไค ไม่กินเหรอ” 

“กิน” ไคยัดของที่ลูก้าเอาใส่มือตอนเดินสวนกันใส่กระเป๋ากางเกงแล้วผละกายออกช้าๆ หันไปสนใจอาหารจานโปรดที่คนสำคัญทำให้กินแทน “มากินด้วยกัน” 

“ถ้าป้อนจะกิน” 

มิคาเอลยกยิ้มขำขันได้ไม่ถึงห้าวินาทีก็ต้องนิ่งไปยามพบว่าไคอ้าขาออกน้อยๆ อยู่ในท่าเตรียมพร้อมให้ใครบางคนตรงเข้าไปนั่งตักเต็มที่ และเขาก็ไม่ทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง เมื่อคำพูดหลอกล้อได้รับการตอบรับจะไม่คว้าโอกาสเอาไว้ได้อย่างไร  

“อย่าซน”  

“ยังไม่ได้ซนเลย” คนที่ส่ายก้นไปมาจนถูกไครัดเอวให้หยุดนิ่งเถียงหน้าตาเฉย แขนข้างที่คล้องคอเจ้าของตักเอาไว้ออกแรงกอดรัดมากขึ้นราวกับจะยั่วยวน ทำเหมือนไม่รู้ว่าสถานที่ที่อยู่ตอนนี้ไม่ใช่ที่ของตัวเอง กระทั่งไม่อาจหยุดได้นั่นแหละไคถึงได้ผุดลุกขึ้น รัดเอวสอบพาเดินออกจากบ้านไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอารมณ์ดีของมิคาเอล 

เจ้าของบ้านที่ชมนกชมไม้อยู่บริเวณสวนหน้าบ้านมองเจ้านายที่พากันเดินออกมาเร็วผิดคาดอย่างงุนงง หากก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรมากมาย เพียงแค่โบกมือให้ยามเมื่อคนทั้งคู่ก้าวเท้าขึ้นรถไปเท่านั้น  

ครั้งนี้มิคาเอลเป็นคนขับรถมาด้วยตัวเอง พอถึงเวลาอยากจะกลับเขาจึงเร่งความเร็วรถได้ตามที่ใจอยาก เผลอแป๊บเดียวก็กลับไปถึงคอนโดแล้ว ตั้งแต่ที่มิคาเอลเปิดเผยหน้าตาของคนรัก บรรดาผู้คนในคอนโดก็รับรู้กันหมดว่าเขาอาศัยอยู่ที่นี่ พอรู้แล้วก็นึกย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนหน้านี้ที่มีชายหุ่นดีชอบสวมหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้าๆ ออกๆ แค่นั้นก็เชื่อมต่อเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว เกิดเป็นโพสต์ที่ดังในโซเชียลโพสต์หนึ่ง ว่าด้วยเรื่องที่มิคาเอลคบกับแฟนมานานมากแล้ว 

มิคาเอลไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เขารู้เพียงว่าเมื่อคนรู้ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป ทว่าเพราะไม่ใช่คนของสาธารณะแล้ว อีกทั้งเขายังมีนิสัยแบบที่ใครต่อใครพากันขยาด นอกจากถูกจ้องมองยามเดินเข้าเดินออกคอนโดก็ไม่ได้มีใครเข้ามาสร้างความรำคาญให้มากมาย 

“เราเปลี่ยนที่อยู่กันดีไหมนะ” เจ้าของเพนท์เฮ้าส์สุดหรูพึมพำอย่างใช้ความคิด เกือบจะนึกจริงจังจนอยากโทรหาลูก้าแล้วด้วยซ้ำ ทว่าคนรู้ทันกลับทำลายทุกสิ่งที่อยู่ในหัวเข้าเสียก่อน 

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ไคก็ดันหลังมิคาเอลติดประตูจนเกิดเสียงดังตึง ไม่รอให้อีกคนคิดหรือถามอะไรต่อก็ประกบจูบลงไปอย่างรวดเร็วแบบไม่ให้ตั้งตัว คนช่างยั่วกะพริบตาปริบๆ อยู่สองสามทีก็หลับตาลง เงยหน้าอ้าปากรับจูบและลิ้นร้อนที่ชอนไชเข้ามาสำรวจภายในอย่างเต็มใจ 

“ซน” ไคกระซิบติดริมฝีปากบางเฉียบที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะถูกเขาดูดดึงไม่ยอมหยุด ไม่รอฟังคำตอบใดๆ ก็ไล่ริมฝีปากไปตามลำคอขาว ขบเม้มหนักเบาสลับกันจนได้ยินเสียงครางเครือแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู 

ก่อนที่มิคาเอลจะรู้ตัวก็ถูกเขายกขึ้นจนตัวลอย พาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนทั้งที่ริมฝีปากยังประกบกันแนบแน่น จวบจนแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของเตียงนอน เจ้าของดวงตางดงามสีเขียวคล้ายอัญมณีจึงเผยรอยยิ้มทั้งที่สองแขนยังกอดคอไคไว้แน่น 

“ฉันคิดว่าไคตายด้านเสียอีก เมื่อก่อนก็ยั่วออกจะบ่อยนี่นา” 

“คิดว่าตายด้าน...ก็เลยซน?” 

“อื้อ” 

ไคก้มลงกัดริมฝีปากของเด็กซนเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว ในดวงตาคล้ายปรากฏเปลวเพลิงวูบไหวอยู่ภายใน และมันก็ทำให้คนมองหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น 

“รู้สึกตลอด”  

“แล้วทำไม...” 

“ไม่อยากให้เด็กได้ใจ”  

ไม่รอให้มิคาเอลถามอะไรต่อ เขาก็ครอบครองริมฝีปากช่างพูดนั่นอีกครั้ง แล้วให้คำตอบโดยการใช้การกระทำ...ยาวนานหลายชั่วโมง 

 

 

หลายวันมานี้ไคทำตัวแปลกๆ... 

มิคาเอลขมวดคิ้วครุ่นคิดจริงจัง ขณะนั่งกอดอกพิงโซฟาอยู่เพียงลำพัง ปลายนิ้วที่เคาะเป็นจังหวะบนแขนตัวเองบ่งบอกได้ดีว่าตอนนี้เขาคิดมากขนาดไหน 

สามสี่วันมานี้ดูเหมือนไคจะคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา บางครั้งมิคาเอลก็รู้สึกเหมือนได้เห็นแววตาตื่นเต้นของอีกฝ่ายแวบๆ แต่แค่กะพริบตามันก็จางหายไปอย่างรวดเร็วจนเขาไม่แน่ใจว่าตาฝาดหรือเปล่า ที่แน่ๆ ก็คือมันต้องเกี่ยวข้องกับลูก้าและโรมันอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสองคนนั้นพากันมาที่ห้อง ลูก้าพาไคออกไปข้างนอกและทิ้งโรมันเอาไว้กับเขามาสองวันแล้ว 

“ฉันจะไปหาไค” สุดท้ายคนที่มีความอดทนต่ำหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไคก็ผุดลุกขึ้นยืน พอกันทีกับการรอคอย เมื่อวานกับเมื่อเช้า ถ้าไม่ใช่เพราะไคส่งสายตาบอกว่าให้อยู่ที่นี่ เขาไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายไปไกลสายตาแน่ 

“คุณมิคาเอลไปด้วยไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะไม่เซอร์ไพรส์”  

โรมันที่รู้ดีว่าควรจะจัดการกับมิคาเอลอย่างไรสารภาพหน้าตาเฉย ด้วยรู้ดีว่าหากปกปิดทั้งหมด ยังไงคนตรงหน้าก็ต้องหาคำตอบจนได้ อันที่จริงแค่กระดิกนิ้วก็คงได้คำตอบแล้ว โชคดีที่มิคาเอลให้ความสำคัญกับไคมากกว่าอะไร ทางนั้นบอกให้รอก็รออย่างใจเย็น แต่นี่คงจะใกล้สิ้นสุดขีดจำกัดเข้าไปทุกที 

“เซอร์ไพรส์?” 

“ครับ คุณไคกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ให้คุณ เพราะงั้นอย่าทำให้เขาผิดหวังเลยครับ ดูท่าจะคาดหวังอาการดีใจของคุณเอาไว้มาก” 

พอได้ยินคำพูดนั้นเข้า ความสงสัยมากมายในหัวก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว มิคาเอลกระตุกยิ้มน่าสยดสยองในสายตาคนอื่นออกมาวูบหนึ่งจนโรมันสะท้านเฮือก เผลอยกมือปิดบังหน้าท้องราวกับกลัวเจ้านายจะเข้ามาทำร้ายลูกน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงรู้สึกตัวแล้วยกยิ้มแห้ง คิดในใจว่าจนถึงป่านนี้ก็ยังหวาดกลัวคนคนนี้ไม่เคยเปลี่ยน...โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามอีกฝ่ายยกยิ้ม 

“อีกนานแค่ไหน” 

“ครับ?” 

“อีกนานแค่ไหนที่ต้องเป็นแบบนี้” อีกนานแค่ไหนที่เขาต้องอดทนรอเซอร์ไพรส์ที่แสนน่าสนใจนั่น 

“ไม่นานหรอกครับ” โรมันหัวเราะในลำคอ “เผลอๆ อาจจะไวจนคุณตั้งตัวไม่ทันเลยก็ได้ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง แค่ผมบอกแบบนี้ก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว” 

ครืด 

โรมันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู พอเห็นข้อความบนนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างพร้อมลุกขึ้นยืน เอ่ยถ้อยคำที่มิคาเอลอยากได้ยินมานานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น 

“ไปกันเถอะครับ... ไม่สิ คุณต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” 

“เปลี่ยนเสื้อผ้าทำไม” มิคาเอลก้มลงมองเสื้อผ้าธรรมดาๆ ที่เขาใส่อยู่อย่างพิจารณา แม้นี่จะไม่ใช่ชุดที่ดีอะไร แต่เขามั่นใจว่าเมื่อมันอยู่บนเรือนร่างที่แสนสมบูรณ์แบบ ต่อให้เป็นเสื้อผ้าธรรมดาก็ดูแพงขึ้นมาได้ง่ายๆ  

“เรื่องนั้นผมก็ไม่ทราบครับ แต่คุณไคบอกว่าเขาแขวนชุดไว้ให้คุณหน้าตู้แล้ว” 

มิคาเอลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของโรมัน คราวนี้ไม่ต้องรอให้คะยั้นคะยอต่อเขาก็เดินไวๆ ขึ้นไปบนห้องทันที แล้วก็เป็นแบบที่โรมันบอก...หน้าตู้เสื้อผ้ามีชุดที่ไคเตรียมเอาไว้ให้เขาจริงๆ 

เสื้อคอวีสีดำด้านในเป็นเพียงเสื้อธรรมดาๆ แต่เสื้อสูทลำลองสีขาวทันสมัยตัวนอกกับกางเกงสีเดียวกันนั้น มองดูก็รู้ว่าเป็นชุดตัดใหม่พอดีตัวซึ่งมิคาเอลไม่เคยเห็นมาก่อน ชายหนุ่มลูบไล้เนื้อผ้านุ่มไปมาแล้วหวนนึกถึงตอนที่ไคจัดเตรียมมันเอาไว้ให้ เพียงเท่านั้นหัวใจก็พองฟูจนคับอก เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเขายังไปจัดแต่งทรงผมอยู่หน้ากระจกอย่างตั้งใจ แม้ไม่รู้ว่าไคต้องการเซอร์ไพรส์อะไร แต่ที่แน่ๆ คือเขาจะไม่ยอมให้ไคผิดหวังเด็ดขาด 

พอเดินลงมาอีกครั้งในมาดเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ โรมันที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง คล้ายได้เห็นนายแบบคนดังอีกครั้งหลังจากอีกฝ่ายไม่ได้แต่งเนื้อแต่งตัวมานาน เพราะทุกวันเอาแต่หมกตัวอยู่กับคนรักชนิดถ้าไม่จำเป็นไม่ออกไปไหนทั้งสิ้น หากให้พูดตรงๆ ไม่ว่ามิคาเอลจะอยู่ในชุดแบบไหนเขาก็ยังคงดูดีไม่เคยเปลี่ยน ทว่าพอจัดนิดจัดหน่อย สวมใส่ของที่ดูดียิ่งขึ้นไป เขาก็กลายเป็นนิยามของคำว่าสมบูรณ์แบบแทบจะทันที 

“คุณดูดีมากครับ”  

มิคาเอลพยักหน้ารับคำชมเงียบๆ อย่างพึงพอใจ เดินลงมาถึงปุ๊บก็ออกคำสั่งด้วยสายตาให้โรมันนำทางไปหาไคแทบจะทันที ต่อให้สีหน้าไม่แสดงออกอย่างไร ในใจเขาก็ยังตื่นเต้นยินดี อยากจะไปหาไคไวๆ เป็นที่สุด 

แม้แต่ตอนที่ขึ้นมานั่งบนรถแล้วมิคาเอลก็ยังขยับจัดแต่งเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยอย่างตั้งใจจนโรมันที่นั่งอยู่ข้างๆ แอบสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ทันการเซอร์ไพรส์หรือเดาอะไรออกแล้วหรือเปล่า ถึงอย่างนั้นก็ต้องปัดทุกความคิดทิ้งไป เพราะดูอย่างไรก็คงคิดไม่ถึง ไม่อย่างนั้นจะกังวลตอนไคหายไปกับลูก้าทำไมกัน นี่เพิ่งมาตื่นเต้นก็ตอนเขาบอกว่ามีเซอร์ไพรส์ 

อา...แต่ถึงจะเดาได้ก็ไม่มีทางคิดว่าคุณไคจะทำถึงขั้นนั้นแน่ 

“ทำไมพาฉันมาที่นี่” 

มิคาเอลขมวดคิ้วเมื่อรถยนต์คันหรูขับเข้าไปในเขตของบ้าน...หรืออาจต้องเรียกว่าคฤหาสน์หลังใหญ่ ผ่านสวนกว้างขวางซึ่งถูกจัดแต่งเอาไว้อย่างสวยงามและน้ำพุทันสมัยไปจอดเทียบอยู่หน้าประตูทางเข้าของคฤหาสน์ทรงโมเดิลสามชั้น  

“เรื่องนั้น...เกรงว่าคุณต้องไปหาคำตอบเองครับ ผมมาส่งได้แค่นี้”  

เมื่อได้ยินคำพูดของโรมันเขาก็ไม่ถามอะไรอีก แต่เดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน ผ่านลูก้าที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วและกำลังก้มศีรษะให้อย่างนอบน้อมไปด้านใน  

พื้นที่กว้างขวางในตัวบ้านที่มีการตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมอยู่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ หรือใครเลยสักคน ถึงอย่างนั้นเมื่อมองจากข้าวของต่างๆ ตามประสาคนขี้สังเกต มิคาเอลก็พอจะเดาได้ว่าทั้งหมดน่าจะเป็นของใหม่แกะกล่อง และบ้านหลังนี้ก็ดูท่าจะยังไม่เคยมีใครอยู่อาศัยมาก่อน 

การคาดเดาต่างๆ นานาเกิดขึ้นในใจสารพัดเมื่อเดินสำรวจทุกห้องแล้วยังไม่เจอคนที่ตามหา ไม่ว่าจะห้องครัว ห้องพักผ่อน หรือแม้กระทั่งบนชั้นสองที่มีห้องนอนอยู่สามห้องก็ไร้วี่แววของไค มิคาเอลก้าวเท้าขึ้นไปยังชั้นสาม กวาดตามองห้องกระจกกว้างขวางที่มีขาตั้งวาดภาพตัวหนึ่งตั้งไว้แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าบรรยากาศของชั้นนี้ไม่ต่างจากห้องพิเศษที่เขาทำให้ไคตอนอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์เลยสักนิด 

และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... 

ภาพวาดสีน้ำที่ตั้งอยู่บนขาตั้งเป็นภาพของชายหนุ่มผมสีขาวเงินคนหนึ่งซึ่งมีดวงตาสีเขียวงดงาม ปีกสีขาวสะอาดตาที่ด้านหลังยิ่งเสริมภาพลักษณ์ของเขาให้ดูราวกับเป็นเทวทูตจริงๆ ยิ่งเข้าไปใหญ่ ทว่าบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากเทวทูตกลับดูเย็นชากดดันเสียจนยากจะเข้าใกล้ ให้ความรู้สึกงดงามและสูงส่งเหนือคำบรรยาย หากใครมาพบเข้าคงอยากได้ภาพอันแสนสมบูรณ์แบบนี่ไปเก็บไว้  

น่าเสียดายก็ตรงที่ผู้เป็นต้นแบบของภาพวาดไม่มีทางขายมันแน่ๆ มิเช่นนั้นคงมีการประมูลราคากันจนดันขึ้นไปสูงถึงเลขแปดหลักแบบไม่ต้องสงสัย 

“เอาเวลาที่ไหนมาวาดกันนะ...” มิคาเอลไล้มือไปตามผิวสัมผัสขรุขระของกระดาษอย่างอ่อนโยน แล้วก็ได้คำตอบแทบจะทันทีว่าคงเป็นช่วงเวลาที่แอบแยกตัวมาวาดในวันสองวันนี้ เขาจำได้ว่าไคใช้เวลาวาดภาพตามอารมณ์ บางภาพก็ใช้เวลาหลายเดือน ขณะที่บางภาพไม่กี่วันก็เสร็จ แต่สำหรับภาพนี้... 

ทั้งที่ใช้เวลาสองวันแต่กลับออกมาสมบูรณ์ถึงขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไคใส่ความรู้สึกลงไปมากมายขนาดไหน  

ความอบอุ่นอ่อนโยนแพร่ผ่านสัมผัสทางปลายนิ้วเข้าสู่กลางใจ ดูคล้ายกับมิคาเอลจะแตะต้องความรู้สึกที่ผู้วาดภาพทิ้งเอาไว้ให้ได้โดยไม่ต้องพยายาม ดวงตาคู่คมที่ดูอ่อนโยนยิ่งกว่าทุกครั้งจ้องมองภาพวาดของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหมุนกายวิ่งออกจากห้องไปตามหาคนสำคัญที่น่าจะไม่ได้อยู่ในตัวบ้านแบบที่เขาคิดตอนแรก  

อยากเจอ... อยากกอดแล้วบอกให้รู้เหลือเกินว่ารักมากขนาดไหน 

สถานที่แรกที่มิคาเอลนึกถึงคือบริเวณสวนด้านหลังซึ่งเป็นเพียงจุดเดียวที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา หากบอกว่าพื้นที่สวนด้านหน้าใหญ่โตสวยงามแล้ว ก็คงต้องบอกว่าพื้นที่สวนด้านหลังใหญ่โตและงดงามยิ่งกว่า นอกจากสวนดอกไม้กับสระว่ายน้ำที่ไม่ได้มีเพียงแค่ตรงระเบียงชั้นสอง ยังมีโดมกระจกขนาดกลางซึ่งถูกอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมหลายแผ่นแขวนอยู่ด้านในบดบังเอาไว้จนเขามองทะลุผ่านเข้าไปไม่ได้  

มิคาเอลก้าวเท้าตรงไปที่โดมกระจก ในตอนแรกยังมีเพียงความตื่นเต้นและอยากกอดไคเท่านั้น แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านในเขาก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เมื่อพบว่าแผ่นสี่เหลี่ยมที่เขาเห็นจากด้านนอก จริงๆ แล้วคือภาพวาดจำนวนมากซึ่งแขวนอยู่ตามจุดต่างๆ และมันล้วนแล้วแต่เป็นภาพร่างดินสอในอิริยาบถต่างๆ ของคนคนเดียวกัน 

มิคาเอลยกมือลูบไล้ภาพเหล่านั้นอย่างมึนงง บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกเช่นไร เมื่อพบว่ามีภาพวาดของเขาถูกแขวนอยู่เต็มไปหมด การจะใช้เวลาสองวันในการทำทุกอย่างนี่ หากต้องหารูปมาเทียบเคียงเพื่อวาดคงไม่มีทางเป็นไปได้  

สิ่งเหล่านี้บอกให้รู้ว่าสำหรับไค... การจะวาดภาพพวกนี้ไม่ต้องอาศัยความพยายามเลยด้วยซ้ำ เพราะมิคาเอลกลายเป็นภาพจำที่ถูกเขาบันทึกเอาไว้ในสมองไปแล้ว  

“ไค…” มิคาเอลพึมพำด้วยน้ำเสียงพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ในใจตอนนี้ไม่รู้ควรจะเรียกว่ารู้สึกอย่างไร เพราะมันปะปนกันมากมายหลายอย่างแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน  

ภาพวาดที่แขวนขวางทางเดินถูกดันออกอย่างเบามือเพื่อตรงเข้าไปด้านใน มิคาเอลใช้เวลาพอสมควรไปกับการมองภาพเหล่านั้นและหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นภาพร่างของตัวเขาที่กำลังหลับโดยแนบแก้มไว้กับไหล่เปลือยเปล่าของคนข้างกายที่มองเห็นเพียงเส้นร่างจางๆ  

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร เพราะคนคนเดียวที่เคยเห็นมิคาเอลหลับก็มีแค่ไคเท่านั้น 

แล้วก็คงเพราะเอาแต่มองภาพวาดของตัวเองจนเพลิน คนที่ระมัดระวังตัวมาโดยตลอดจึงไม่ได้รับรู้เลยสักนิดว่ามีใครบางคนแหวกภาพวาดจากทางด้านข้างและเดินตามหลังเขามาเรื่อยๆ จนสุดทาง 

“ชอบเหรอ” เสียงกระซิบข้างใบหูกับแรงโอบรัดรอบเอวจากทางด้านหลังไม่ได้ทำให้มิคาเอลตกใจแต่อย่างใด เพราะพอรู้ว่าเป็นใครเขาก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วตอบกลับอย่างสดใสยิ่งกว่าทุกครั้ง 

“ชอบสิ” 

“งั้นก็ดีแล้ว”  

“ไคทำทั้งหมดนี่เนื่องในโอกาสอะไรเหรอ ฉันคิดดูแล้วก็ไม่ได้ใกล้วันเกิดตัวเองเลยนะ” 

มิคาเอลเอียงหน้าไปมองคนที่วางคางลงบนบ่าของเขา ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นอีกฝ่ายหันกลับมามองเช่นกัน ในดวงตาคู่นั้นไม่ได้ดูว่างเปล่าเหมือนเช่นปกติ แต่กลับเปล่งประกายระยิบระยับคล้ายกำลังอยากบอกอะไรบางอย่าง 

“กว่าจะลงสีเสร็จ...คงหลายเดือน”  

“เปลี่ยนเรื่องแบบนี้เลยเหรอ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายังมีอะไรปิดบังกันอยู่ชัดๆ ถึงอย่างนั้นมิคาเอลก็ไม่ได้เซ้าซี้แต่อย่างใด เขาเอนกายพิงคนด้านหลัง สองมือลูบไล้แขนไคซึ่งกอดรัดเอวตัวเองอยู่อย่างรักใคร่ “ไคจะลงสีให้หมดเลยเหรอ” 

“อืม” 

“ต้องใช้เวลานานขนาดไหนเชียว ขนาดวาดภาพร่างทั้งหมดนี่ยังแค่สองวันเองไม่ใช่เหรอ... ไหนจะภาพที่ลงสีแล้วบนห้องนั่นอีก” 

“ลงสียาก” ไคอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ภาพนั้น...เป็นอาทิตย์แล้ว” 

“หรือว่าไคอาศัยช่วงที่ฉันไม่ได้เฝ้าดูอยู่ข้างๆ ลงสีภาพนั้นเหรอ”  

พอถามแบบนี้มิคาเอลก็นึกขึ้นได้ว่าวันก่อนตอนไคออกไปพร้อมโรมัน อีกฝ่ายถือม้วนกระดาษไปด้วยจริงๆ แต่เขาเอาแต่อึ้งเพราะไคไม่ยอมให้ไปด้วยเลยลืมถามไปเสียสนิท 

“ใช่” 

“นี่มันอะไรกันเนี่ย” คนที่โดนเซอร์ไพร์สติดต่อกันหลายรอบมึนงงไปหมดจนเผลอหัวเราะออกมาอย่างไร้เหตุผล บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจและอบอุ่นใจมากมายขนาดไหน “ไคกำลังทำให้ฉันไม่เป็นตัวเองนะ รู้หรือเปล่า” 

“เป็นแบบไหนก็ได้”  

มิคาเอลหันไปหอมแก้มคนปากหวานหนึ่งครั้งเป็นการให้รางวัล จากนั้นจึงเบนสายตาไปสำรวจรอบด้านอีกครั้งโดยที่ยังยืนให้ไคกอดอยู่อย่างนั้น เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าไคลงรายละเอียดในแววตาของเขาชัดเจนมากในทุกภาพ และมันก็คงเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ใครที่มองรับรู้ได้ในไม่กี่วินาทีว่าคนในนั้นคือมิคาเอล 

“ฉันสัมผัสได้ไหมว่าหัวใจของฉันเต้นเร็วมาก”  

อ้อมกอดของคนด้านหลังกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยคล้ายอยากพิสูจน์คำพูดที่ว่า 

“ไวจริงๆ” 

“รู้หรือเปล่าว่าฉันไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ทั้งใจเต้นเร็ว อารมณ์ความรู้สึกมากมายในใจสับสนไปหมดจนแยกแทบไม่ออกว่ามันคืออะไรบ้าง” แค่ได้รับรู้ว่าไคทำอะไรให้กัน เขาก็พูดแทบไม่ออกแล้ว “แต่ที่แน่ๆ มันเป็นความรู้สึกในทางบวกแทบทั้งหมดเลย” 

“เหมือนกัน” 

“เหมือนกันอะไรเหรอ”  

“ใจเต้นเร็ว... หลับตาสิ” 

มิคาเอลหลับตาลงช้าๆ ตามคำกระซิบข้างใบหูอย่างว่าง่าย แล้วเขาก็สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจจากคนด้านหลังจริงๆ  

“เร็วจริงๆ ด้วย” 

“อย่าเพิ่งลืมตา”  

“ไค?" 

“ชอบบ้านไหม” 

คำถามอันไร้ที่มาทำให้มิคาเอลงุนงงไม่น้อย ทว่าเขาก็ยังพยักหน้าทั้งที่ยังหลับตาและตอบกลับไปตามตรง 

“ชอบสิ...มีสวนกว้างขวางแบบนี้ฉันชอบอยู่แล้ว ที่นี่คือบ้านที่ไคซื้อใหม่เหรอ” 

“อืม” 

“แล้วแบบนี้ฉันมาอยู่ด้วยได้หรือเปล่า” คำถามทีเล่นทีจริงของคนที่ยังไม่รับรู้อะไรเลยสักนิดทำให้ไคยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว น่าเสียดายที่มิคาเอลหลับตาอยู่จึงมองไม่เห็นมัน 

“กำลังจะขอ” 

อ้อมแขนอบอุ่นแข็งแรงที่โอบพยุงกันไว้ผละออกช้าๆ ก่อนเจ้าของร่างสูงใหญ่จะเดินไปอยู่ด้านหน้ามิคาเอล จ้องมองใบหน้าของคนที่ยืนทำอะไรไม่ถูกด้วยแววตารักใคร่ 

“ไค?” ในวินาทีนั้นเองที่มิคาเอลเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างทนไม่ไหว แล้วเขาก็ต้องตกละลึงจนตัวแข็งทื่อ เมื่อพบว่าคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต ยามนี้กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้นแล้วเงยหน้ามองมาด้วยแววตาอ้อนวอน...โดยยื่นแหวนเพชรสีเงินเรียบๆ วงหนึ่งมาตรงหน้า 

“ขอให้อยู่ด้วยกันทั้งชีวิต” 

“…” 

“ตอนนี้มั่นใจแล้ว” ไคเอ่ยคำพูดออกมาช้าๆ อย่างตั้งใจ “ความรู้สึกที่มี...มันเรียกว่า ‘รัก’ จริงๆ” 

เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง อีกทั้งยังหลงลืมไปนานมากแล้วว่าสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกคืออะไร ไม่ว่าจะเจ็บปวดขนาดไหนก็ไม่เข้าใจว่านั่นมันเรียกว่าเจ็บ ไม่ว่าจะชอบหรือเกลียดอะไรก็ตอบไม่ได้ ที่รับรู้มาโดยตลอดคือต้องมีมิคาเอลอยู่เคียงข้าง ทว่ามาถึงตอนนี้... ตอนที่ถูกคนที่เหมือนกันในหลายๆ ด้านพยายามทุ่มเทเอาชนะใจกันมานานหลายปีจนน้ำแข็งในใจถูกหลอมละลายไปอย่างช้าๆ แม้จะไม่อาจพูดได้ว่ารู้สึกได้ทุกอย่าง แต่ก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง... 

ความรู้สึกที่มีต่อมิคาเอล... ไม่ว่าอย่างไรก็คือรักแน่นอน 

“ไค...” 

“ขอให้มาใช้นามสกุลเดียวกัน...ก็ต้องแต่งงานกันใช่ไหม” 

“นั่นมัน...” มิคาเอลกลืนคำพูดลงคอ จู่ๆ ก็เหมือนคนบ้าใบ้ คิดอะไรไม่ออก หัวสมองว่างเปล่าไปหมด 

“แต่งงานกันเถอะ” 

คำขอนั้นเรียบง่าย คนพูดไม่ได้เขินอายหน้าแดง อีกทั้งไม่ได้ส่งยิ้มใดๆ มาให้ สีหน้าดูเฉยชาแทบไม่ต่างจากปกติ มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ดูมุ่งมั่นและตั้งใจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มีเพียงดวงตาคู่นั้น...ที่บอกให้รู้ว่าเขาจริงจังกับสิ่งที่พูดมากเพียงใด และแน่นอนว่ามิคาเอลสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจน 

เขาสะกดความรู้สึกมากมายเอาไว้ในใจแล้วส่งยิ้มกว้างทั้งปากและตาไปให้คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ยื่นมือไปหา จากนั้นพยักหน้าเป็นคำตอบของคำถามที่ผ่านมา 

“แต่งสิ...ต้องแต่งอยู่แล้ว ฉันรักไคมานานมากนะ จะไม่แต่งได้ยังไง” 

มิคาเอลจ้องมองคนที่ก้มหน้าก้มตาสวมแหวนให้เขาอย่างตั้งใจด้วยความรักใคร่ พอเสร็จแล้วก็รีบออกแรงดึงรั้งให้อีกคนลุกขึ้นยืน ก่อนจะตรงเข้าไปกอดอย่างแนบแน่น ซุกใบหน้าเข้ากับบ่ากว้างแล้วฉีกยิ้มอย่างบ้าคลั่งจนกลัวไคจะหาว่าเป็นบ้า  

“ที่นี่คือเรือนหอ" 

“ถึงขนาดเตรียมเรือนหอเลยเหรอ” เสียงถามกลั้วหัวเราะของคนในอ้อมแขนทำให้ไคหลุดยิ้มตามอย่างควบคุมไม่อยู่  

เป็นแบบที่สองคนนั้นบอกจริงๆ... มิคาเอลมีความสุขกับเซอร์ไพรส์ของเขามาก 

“อืม ต้องพร้อมทุกอย่าง” 

ไม่ใช่เพียงหาเรือนหอให้ได้ แต่มันต้องเป็นเรือนหอที่เหมาะสมกับฐานะของคนตรงหน้า ต้องเป็นสถานที่ที่เข้ากับมิคาเอลและมีสวนกว้างขวางแบบที่อีกฝ่ายชื่นชอบ 

‘ฉันชอบนั่งมองไควาดภาพเวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ’ 

ครั้งหนึ่งมิคาเอลเคยพูดเช่นนั้น และไคก็จดจำมันเอาไว้ในใจมาโดยตลอด หากเพื่อให้คนคนนี้มีความสุขแล้ว ไม่ว่าจะต้องใช้เงินมากมายขนาดไหน ต้องควักออกมาจนหมดกระเป๋าหรืออย่างไร เขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น 

เมื่อรักแล้วก็จะรักให้ถึงที่สุดและจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้เท่านั้น 

เขาจะตอบแทนทุกสิ่งที่มิคาเอลมอบให้ด้วยชีวิต 

จะตอบแทนที่ช่วยฉุดดึงกันขึ้นมาจากความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างด้วยจิตวิญญาณ 

และที่สำคัญที่สุด... 

ความรักอันไร้จุดสิ้นสุดที่ได้รับมา จากนี้ไปเขาจะตอบแทนกลับด้วยหัวใจ 

หัวใจซึ่งเลือกเอาไว้ตั้งแต่ได้สบตากันเป็นครั้งแรกแล้วว่า... 

 

‘ไม่ใช่วิวเหรอ...’ 

ไม่ใช่...  

นี่คือ ‘มิคาเอล’ 

เทวทูตที่ช่วยมอบแสงสว่างให้แก่คนที่แสนมืดมนอย่างเขา 

 

ต้องเป็นคนนี้เท่านั้น 

 

END 

 

TALK: ส่งพี่มิถึงฝั่งฝันแล้วววววว ฮือออ น้ำตาจะไหล 

อยากบอกว่าตอนเขียนเรื่องนี้จบเราเศร้ามากเลยค่ะ รู้สึกรักตัวละครทั้งสองตัวมาก แล้วก็อยากเขียนเรื่องราวของทั้งคู่ไปเรื่อยๆ คิดว่าพวกนางยังมีอะไรให้ติดตามอีกเยอะเลย แต่สุดท้ายก็ต้องจบแหละเนอะ ไม่อยากให้พี่มิมีอุปสรรคอะไรแล้ว อยากให้มีความสุขกับไคจริงๆ อย่างที่พี่ต้องการสักที 

ตอนเขียนเรื่องนี้เรากังวลมากกก เพราะเพิ่งเคยเขียนแนวนี้ครั้งแรก แล้วก็เป็นนายเอกแบบที่ชอบแต่หาไม่ค่อยได้ด้วย เลยคิดว่าบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่แนว แต่ถึงยอดวิวจะน้อยหรือมีคอมเมนต์น้อยยังไงก็ไม่เคยท้อเลยค่ะ เพราะรักพี่มิมาก ฮ่าๆ เราคิดว่ายังไงก็จะเขียนจนจบให้ได้และก็ทำได้แล้วจริงๆ แถมยังเป็นการเขียนต่อเนื่องแบบไม่หยุดพักเลยด้วย คือรู้สึกว่าการได้เขียนเรื่องของพี่มิกับไคมันไม่ทำให้เราเบื่อเลย เรามีความสุขมากกก

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาจนจบเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ โดเนท หรืออะไรก็ตาม 

ยังไงก็ขอฝากผลงานเรื่องต่อๆ ไปของเราด้วยนะคะ ติดตามได้ที่ FB: Chesshire. / Twitter: @Chesshire04 เลยค่ะ

 

ปล.และท้ายที่สุดก็คือเรื่องนี้กำลังเปิดพรีออเดอร์อยู่น้า กดย้อนกลับไปสองตอนเพื่ออ่านรายละเอียดได้เลยค่า (มีตอนพิเศษห้าตอน ความยาวเทียบเท่าตอนหลัก 6-7 ตอนเลยน้า)

 

แนบรูปพี่มิกับไคให้ชื่นชมอีกครั้ง [อันนี้เป็นปกจริงค่ะ ^_^]

ความคิดเห็น