หมาหน้าเหวี่ยง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Call Boy ยินดีให้บริการ 10

ชื่อตอน : Call Boy ยินดีให้บริการ 10

คำค้น : CallBoyเตนิว

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 319

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Call Boy ยินดีให้บริการ 10
แบบอักษร

Call Boy ยินดีให้บริการ 

10 

ใครจะไปอยากเชื่อว่าแค่คำพูดของคนเพียงประโยคเดียวกลับทำให้เขาใจอ่อนได้ขนาดนี้ นิวนอนมองหน้าของนักธุรกิจหนุ่มที่เป็นลูกค้าของตัวเองที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆเขา บนเตียงของเขา ในห้องนอนเล็กๆของเขา 

แขนของคุณตะวันวางอยู่บนเอวคอดของนิว ใบหน้าหล่อหลับสนิทวัดได้จากลมสายใจที่ค่อยๆเข้าออกช้าๆ 

ทำไมเราต้องมาเจอกันด้วยสถานะนี้ด้วยก็ไม่รู้ 

“อื้มมม” 

นิวดึงมือของตัวเองกลับมาเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นใกล้ตื่นแล้ว เขาแกล้งหลับตารอเวลาให้แขนหนักๆท่อนนี้ยกออกจากตัว รอเวลาให้ผู้ชายคนนี้ตื่นแล้วกลับบ้านของตัวเองไปเหมือนอย่างคราวที่แล้ว 

“นายแกล้งหลับ” 

“เปล่านะ...เอ่อ” 

นิวค่อยๆลืมตาอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าของชายหนุ่มชัดเจน 

“ผม...” นิวไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหนก่อนดี “ไม่ไปทำงานหรอครับ” 

“วันเสาร์” 

“ครับ” 

อีกอย่างที่ทำให้นิวไม่แน่ใจว่าคุณตะวันคิดยังไงก็คือคำพูดกับน้ำเสียงนิ่งๆเย็นชาๆแบบนี้แหละ มันไม่ได้แสดงความรู้สึกตื่นเต้น ไม่ได้แสดงออกว่าดีใจที่ได้เจอเขาเลย จนนิวสงสัยว่าคุณตะวันคนนี้เคยยิ้มบ้างหรือเปล่า 

“เดี๋ยวผมไปเตรียมของให้นะครับ” นิวลุกขึ้นนั่งกำลังจะเดินไปเตรียมของแต่มือหนึ่งก็จับแขนของเขาไว้ 

นิวนิ่งไปสักพัก 

“ผู้หญิงคนนั้น...” เตพูด “ไม่ใช่แฟนฉัน” 

นิวดีใจขึ้นมาที่ได้ยินแบบนั้น แต่นิวก็ยังไม่เชื่อสนิทใจว่าไม่ใช่ คุณตะวันอาจจะพูดให้เขาดีใจ หลอกให้เขาหลงและจากเขาไปหรือเปล่า 

“บอก...บอกผมทำไมครับ” 

“ฉันกลัวนายเข้าใจผิด” 

“ไม่หรอกครับ” นิวตอบ “ผมเป็นแค่ผู้ชายขายบริการคนนึง ไม่มีสิทธิ์ไปตามราวีชีวิตของคุณตะวันหรอกครับ” 

เตปล่อยมือจากนิว คำพูดของนิวทำให้เขาเข้าใจว่านิวอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลยสักนิดเดียว หน้าที่ของผู้ชายขายบริการอย่างนิวคงมีหน้าที่ทำให้แขกประทับใจและติดใจแต่คงไม่คิดจะรักแขกคนไหนจริงๆหรอก 

“คุณตะวันเป็นแขกของผมนะครับ” นิวพูดต่อ 

“ในสายตาของนาย...” เตถามแผ่นหลังของนิว “เห็นฉันเป็นแค่นั้นจริงๆหรอ” 

นิวดีใจที่ได้ยินประโยคที่ยาวขึ้นของคุณตะวัน แต่ก็แอบเสียใจที่คำถามนั้นเขาไม่อาจตอบออกไปได้ 

“ผมไปเก็บของให้นะครับ” 

นิวเดินไปเก็บเสื้อผ้าและเตรียมชุดให้คุณตะวันได้อาบน้ำ เขาไม่มองหน้าชายหนุ่มเลยหลังจากได้ยินคำถามนั้น  

กฏมีเอาไว้กำหนดขอบเขตในเรื่องต่างๆ เพราะฉะนั้นเขาไม่สามารถละเมิดกฏของตัวเองและกฏของร้านได้  

นิวเดินลงมาส่งคุณตะวันที่รถ เขายืนมองกันอยู่สักพัก ในใจของนิวอยากจะบอกลาก่อนที่คุณตะวันจะกลับ แต่ปากมันหนักทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก คุณตะวันถามเขาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงนิวย่อมรู้ดี แต่มันผิดที่เราเจอกันช้าเกินไป มันผิดที่เราไม่ได้เกิดมามีฐานะที่เท่าเทียมกัน มันผิด 

ผิดทุกเรื่อง 

“ฉันกลับก่อน” 

“ครับ” 

คำคำเดียวที่นิวตอบกลับคุณตะวันได้ เขาเฝ้ามองรถที่แล่นออกจากประตูใหญ่ของหอพักนักศึกษาไป ในใจก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ตัวเองไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขาเลยสักอย่าง ไม่เลยสักอย่างเดียว 

“อย่าทำให้ผมต้องรักคุณไปมากกว่านี้เลยนะครับ” 

 

กายมองรถของนักธุรกิจหนุ่มที่แล่นออกมาจากหอพักของรุ่นน้องในที่ทำงานก็พอจะเข้าใจอะไรได้หลายๆอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเป็นห่วงนิวก็คือ ‘ความจริง’ มีหลายกรณีที่แขกซื้อตัวเด็กๆไปอยู่ด้วยเป็นการถาวร สำหรับเด็กพวกนั้นครั้งแรกที่ได้ยินอาจจะคิดว่าคือการหมดหนี้สินครั้งใหญ่ แต่หลายๆคนที่กลับมาเล่าให้ฟังนั้นไม่เหมือนกับอย่างที่คิดไว้เลย 

“พี่กาย” 

“หื้ม” 

“มองอะไรหรอ” น้ำมนต์มองตามสายตาของเขาไป “หรือว่าแอบมองสาวอย่างนั้นหรอ” 

กายมองน้ำมนต์ที่กอดคอเขาแล้วพยายามมองหาสิ่งที่เขามองไปเมื่อครู่ แต่ความใกล้ชิดแบบนี้น้ำมนต์อาจจะไม่รู้ตัวเลยว่ามันทำให้คนที่มองนั้นหวั่นไหวขนาดไหน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้ำมนต์เข้ามาอยู่ภายในใจของเขาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ 

“เปล่าหรอก” 

“โกหกนะเนี่ย” 

“เรื่องจริง” น้ำมนต์ยิ้มแล้วปล่อยแขนออก “พี่ยังอยากเรียนให้จบก่อน” 

“งั้นสาวๆคงจะเสียใจไปหลายคนเลยแหละ” น้ำมนต์บอก “หรืออาจจะต้องรอจนรากงอกไปเลยมั้ง” 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง” 

“แล้วพี่ไม่มีคนที่พี่ชอบเลยหรอพี่กาย” น้ำมนต์ถาม 

“ก็...” กายมองหน้าน้ำมนต์นิ่งๆ น้ำมนต์กระพริบตาปริบๆมองกลับมา 

“หื้ม” 

“...” กายยังคงจ้องหน้าน้ำมนต์อยู่แบบนั้น 

“ไม่มีจริงๆด้วยสินะ” น้ำมนต์หลบตาเขาแล้วเดินนำไปยังร้านข้าวร้านประจำของเราทั้งสองคน 

กายกับน้ำมนต์กลายเป็นว่าสนิทกันไปแล้ว หลังจากวันนั้นที่เขาช่วยน้ำมนต์หาห้องพักและพาไปกินข้าว หลังจากเลิกเรียนน้ำมนต์ก็จะมาหาเขาที่ห้อง หรือบางครั้งกลับบ้านก็หิ้วเอาของฝากจากที่บ้านมาให้เขาเสมอๆ 

แรกๆกายก็ซึ้งในน้ำใจของน้องอยู่หรอก แต่พอหลังๆเข้า ความใกล้ชิดก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกดีและมันก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ตอนนี้กายยอมรับกับตัวเองได้เลยว่าชอบน้ำมนต์เข้าแล้วเขาเล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้น้ำมนต์ฟังว่าเจออะไรมาบ้าง แต่เรื่องเดียวที่เขาไม่ได้เล่าให้ฟังก็คือ 

เรื่องที่กายขายตัว 

“พี่อยากกินอะไรอะ” น้ำมนต์ถาม 

“เอาเหมือนเดิม” 

“ไม่เบื่อหรอ” 

“ไม่หรอก” กายบอก “อะไรที่พี่ชอบพี่ไม่เบื่อง่ายๆหรอก” 

“ปากหวานจริงๆเลยนะเรา” น้ำมนต์บอก “สั่งละนะ” 

น้ำมนต์จดขยุกขยิกลงบนกระดาษแล้วเดินเอาไปให้แม่ค้าที่รอทำ กายไม่รู้ว่าน้ำมนต์ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้ แต่ถ้าเป็นไปได้เขาเองก็ไม่อยากจะให้น้ำมนต์มาข้องเกี่ยวกับคนแบบเขาหรอก เพราะน้ำมนต์อาจจะโดนล้อเลียนได้เรื่องอาชีพของกาย 

“มองอะไรหรอ” 

“เปล่าหรอก” กายตอบ  

“ผมไปสมัครงานที่ทำงานพี่ได้มั้ย” 

“ไม่ได้” กายรีบตอบทันที  

“ทะ...ทำไม” 

“ไม่ได้เด็ดขาด” กายรีบห้าม “เขา...เขาไม่รับพนักงานแล้ว” 

“ก็บอกดีๆสิ” น้ำมนต์ดูดน้ำสองอึก “ไม่เห็นต้องตะโกนเสียงดังขนาดนั้นเลย”  

กายได้แต่ยิ้มแห้งๆ ใครจะอยากให้น้ำมนต์ไปทำงานที่ร้านของเขากันละ เพราะถ้าน้ำมนต์ไปทำงานที่นั่นก็ต้องโดนแขกมากมายลวนลามทั้งทางกาย วาจาและสายตาแน่นอนแล้วอีกอย่างที่เขาไม่อยากให้น้ำมนต์ไปทำงานก็เพราะ เขาไม่อยากให้น้ำมนต์รู้ว่าความจริงแล้วคนที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้าตัวเองทุกวันนี้ มีอาชีพเป็นอะไร 

 

นิวยังคิดไม่ตกเรื่องคำถามของคุณตะวัน วันนี้ทั้งวันเขาเลยได้แต่กลับเข้ามานั่งในห้องเตรียมตัวที่ร้าน ออกไปพบกับแขกบ้างบางครั้ง ข้อความจากคุณตะวันนั้นก็ไม่เคยส่งเข้ามาหาเขาอีกเลยนับตั้งแต่เมื่อวาน 

“เป็นอะไรไปวะ” พี่เจนนี่เดินมานั่งลงข้างๆในมือถือแก้วเครื่องดื่มมาด้วย “นั่งซึมเป็นส้วมเลยนะมึง” 

“นั่นสิ” เอิร์ทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ถามขึ้น “มีเรื่องไม่สบายใจเล่าให้พวกเราฟังได้นะ” 

นิวมองหน้าพี่เจนนี่และเอิร์ทสลับกัน 

“เหนื่อยโว๊ยยย” อ๊อฟเดินเข้ามาในห้องพักพร้อมกับกันและพี่กายถึงจะเดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย 

“ทำไมวะ” เจนนี่ออกปากถาม “วันนี้มึงไม่ได้ออกไปไหนกับแขกแล้วจะเอาอะไรไปเหนื่อย” 

“เปล่านี่” อ๊อฟบอกแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวนึงในห้อง กันนั่งลงข้างๆด้วยท่าทางเขินอาย 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นละนิว” 

“เออ” อ๊อฟถาม “เหมือนมึงขี้ไม่ออกอย่างนั้นแหละ” 

“มั้ง” นิวยักไหล่ 

“มีเรื่องอะไรนิวบอกพวกพี่ได้นะ” กายนั่งข้างๆเอิร์ทแล้วถาม “ดีกว่าเก็บไว้ บางทีเราก็แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้หรอก” 

นิวมองหน้าเพื่อนๆร่วมงานแล้วก็ตัดสินใจ 

“คือว่า...” 

“อะไร” เจนนี่ถามและตั้งใจฟัง 

“ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาหน่อยครับ” 

“เรื่องอะไรละ” ทุกคนหันมาสนใจที่นิว 

“เรื่องของคุณตะวัน” นิวบอก “เมื่อวานนี้หลังจากไปทานข้าวกันใช่มั้ยครับแล้วคุณตะวันเขาก็ขอนอนที่ห้องพักของผม” 

“แล้วเขานอนอย่างเดียวหรอ” เจนนี่ถาม 

“ใช่พี่” นิวหันมาตอบ “นอนเฉยๆเลยไม่ทำอะไรเลย” 

“แล้วมาเล่าให้พวกกูฟังทำไมเนี่ย” เจนนี่อารมณ์เสียนิดหน่อย 

“พี่เจนนี่อย่างเพิ่งว่านิวสิ” เอิร์ทดุ 

“เล่าต่อเลยนิว” กายบอก 

“เรื่องมันทำให้ผมคิดมากตอนที่เราตื่นกันแล้วครับ” 

“อะไรตื่น” 

“ตื่นนอนพี่เจนนี่” นิวบอก 

“อะว่าต่อ” 

“เขาถามผม” นิวมองหน้าทุกคน 

“ถามว่าอะไร” กายถาม เพราะเขาเองก็พอจะรู้มาอยู่บ้างและอาจจะพอเดาได้ไม่ยาก  

“เขาถามว่าในสายตาของผมเห็นเขาเป็นแขกคนนึงจริงๆหรอ” 

“ก็บอกเขาไปสิว่าเห็นเป็นคนไทย” 

“พี่เจนนี่ไม่ใช่เวลา” ทุกคนพูดใส่พี่เจนนี่พร้อมกันจนเจ้าตัวต้องหดคอหนี 

“มันไม่ได้นะนิว” เอิร์ทบอก “มันผิดกฏของร้านนะ” 

“ถ้าแขกชอบเรามันไม่ผิดหรอก” อ๊อฟบอก “แต่ถ้าเราไปชอบแขกนี่สิ” 

อ๊อฟมองเพื่อนเหมือนรู้ว่าความจริงแล้วนิวรู้สึกยังไงกับคุณตะวัน เพราะหลังจากที่เห็นท่าทางรีบร้อนของเพื่อนที่วิ่งออกไปหาและยอมให้เขานอนค้างด้วยแบบไม่ได้มีอะไรกันดูเหมือนว่ามันจะคิดเป็นอะไรอย่างอื่นไปไม่ได้ 

“นิวว่าไง” พี่กายถามต่อ 

“ผม...คือว่าผม” นิวอ้ำอึ้งไปสักพัก “ผมรู้ว่ากฏคืออะไร” 

“แล้วมึงก็แหกมันไปแล้ว” อ๊อฟบอก  

“อ๊อฟ” นิวมองหน้าเพื่อนที่นั่งกอดอกฟังเรื่องราวทั้งหมด 

“กูพอจะดูออก” อ๊อฟยังคงพูดต่อไป “มึงบอกว่าเขาไม่เหมือนแขกคนอื่น” 

“ใช่” 

“ทางเลือกมีสองทาง” อ๊อฟบอก “หนึ่งคือมึงลาออกจากร้านไปเป็นคนปกติ” 

“แล้วอีกทางละครับ” กันถาม 

“เลิกชอบเขาซะ” 

นิวได้ยินตัวเลือกทั้งสองข้อนั้นก็ตกใจ งานนี้เป็นงานเดียวที่เขาทำแล้วจะสามารถหาเงินส่งตัวเองได้และยังจะมีเงินไปช่วยรักษาแม่ที่นอนป่วยรอการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอีกด้วยขืนถ้าเขาออกไปเขาก็ต้องไปเจอกับคนมากมายที่อาจจะจำเขาได้อีก 

“เอายังไงนิว” กายถาม 

“เรื่องนี้บอกก๊อตจิมั้ย” เจนนี่ถาม “หลายๆคนที่กลับออกไปก็กลับมานะ” 

“ใช่” กายพยักหน้า “เพราะหลายคนไม่ได้ดั่งที่ฝันเอาไว้” 

นิวมองหน้าพี่กาย 

“ตอนแรกหนทางรักของทั้งสองก็โรยด้วยกลีบกุหลาบเนี่ยแหละ” กายเล่า “แต่สุดท้ายก็กลับมาสภาพดูไม่ได้เลย” 

“จริงๆหรอพี่” กันถาม 

“จริงสิ” อ๊อฟบอก “ได้ยินแบบนี้แล้วยังจะอยากเป็นอยู่มั้ย” 

กันนิ่งไป 

“พวกคนที่ซื้อตัวเราออกไปน่ะส่วนใหญ่แล้วคิดว่าเราเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา” กายบอก “จะล่ามโซ่ ใส่ปลอกคอหรือตบตียังไงก็ได้ เขาไม่สนใจหรอก” 

“ใจร้ายจังเลยนะพี่” เอิร์ทจับไหล่ตัวเอง 

“เขาเห็นเราเป็นที่ระบายอารมณ์เท่านั้น ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองข้างนอกนนั้น” 

“อยู่ที่มึงจะเลือกแล้วนิว” พี่เจนนี่จับไหล่นิว “เรื่องนี้กูจะไม่บอกก๊อตจิให้เป็นเรื่องใหญ่หรอก” 

“ขอบคุณนะพี่เจนนี่” 

“แต่กูเชื่อว่ามึงจะเลือกข้อที่ถูกนะ” เจนนี่บอก “แล้วถ้าเขามาหามึงอีกกูจะให้คนอื่นไปรับแทน” 

“ขอบคุณครับ” 

นิวตัดสินใจแล้ว ความรักครั้งนี้ของเขาควรต้องทำใจเพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากลูกค้ากับพนักงานขายบริการ ชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบในนิยายมันก็ควรจะอยู่ในนิยาย ไม่ควรออกมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงแบบนี้ 

นิวต้องเลือกงานเพราะแม่ที่รอคอยความหวังจากเขาอยู่ที่โรงพยาบาล เขาต้องเรียนให้จบและนำเงินที่เก็บไว้ไปรักษาแม่ของเขา 

ถึงแม้ว่าภายในใจของนิวจะร้องไห้อยู่ก็ตาม 

 

========== คุย กับ ไรท์ =========== 

เอาละสิงานนี้ ทำไมเรื่องราวความรักมันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน กฏของร้านก็ต้องปฏิบัติแต่ถ้าฝืนหัวใจของตัวเองก็ยังคงทรมานต่อไป เอาใจช่วยน้องนิวด้วยนะครับว่าจะตัดสินใจเลือกแบบไหน แต่ทุกคนที่เป็นแฟนคลับของไรท์ย่อมรู้ดีนะครับว่านิยายของไรท์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน มันต้องดราม่าน้ำตารินก่อนถึงจะแฮปปี้นะครับ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น