ผีเสื้อกลืนหาง
email-icon Instagram-icon

ตาลขอฝากเอเดนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยน้าาา~

(EP:4) มันเป็นเพราะนายคนเดียว

ชื่อตอน : (EP:4) มันเป็นเพราะนายคนเดียว

คำค้น : อันตรายนักเกินลิมิตรักหัวใจ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(EP:4) มันเป็นเพราะนายคนเดียว
แบบอักษร

4 

มันเป็นเพราะนายคนเดียว 

 

ฉันไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ามายืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้(อีกแล้ว)ได้ยังไง คงจะเป็นเพราะแววตาที่จ้องมองฉันไม่เลิกราราวกับอยากจะพูดคุยแต่ทำเก๊กอะไรทำนองนี้ ฉันก็เลยจำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเปิดบทสนทนาที่คิดว่ามันคงไม่ใช่การพูดคุยที่ดีแน่ๆ 

“แอะแฮ่ม..” 

ฉันกระแอมเสียงเบาๆก่อนจะเอามือกอดอกตามนายเอเดนที่ยืนจ้องฉันอยู่ พอมาเห็นเขาใกล้ๆโดยมีแสงไฟสว่างจ้าแบบนี้ ฉันก็เลยได้เห็นรอยแผลบนหน้าของเขาแบบชัดๆชนิดที่เรียกว่าเหมือนนายนี่เพิ่งไปโดนรุมต่อยหน้ามาอีกซักยกสองยกอะไรทำนองนี้เลย รู้สึกว่ารอยแผลเก่าก็ยังไม่หายเลยหนิ  

“จะมาขอความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกฉันทำใช่มั้ย?” 

ประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของเอเดนในขณะที่ฉันกำลังจะอ้าปากพูด 

“ฉันไม่ได้จะมาขอ..แต่มันเป็นสิ่งที่พวกนายต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว” 

หึ เจอฉันสวนกลับไปถึงกับพูดไม่ออกเลยสิพ่อคุณ 

“ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดเอง ขอโทษแทนเพื่อนของฉันด้วยที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องเดือดร้อน” 

“……” 

เอ๊ะ..ตานี่ยังไงเนี่ย หนึ่งวันพันอารมณ์รึไงกัน =_= 

“อะอืม..ดูท่าเพื่อนของนายก็คงจะเจ็บหนักมากเหมือนกันนะ” 

ฉันเบี่ยงประเด็นไปที่ฝ่ายของเขาบ้างเพราะไหนๆฝ่ายที่ผิดก็จะต้องรับผิดชอบ ถ้าตานี่กับฉันไม่บาดหมางกันอีกก็พอจะเคลียร์กันรู้เรื่องนั้นแหละ 

“ถ้าไม่ตายก็คงพิการ” 

“O_o” ทำไมจู่ๆนายนี่แช่งเพื่อนแช่งฝูงแบบนี้ล่ะ 

“ดูตัวอย่างเพื่อนฉันเอาไว้ก็ดีนะ เวลาเธอโดนเล่นงานจะได้รับมือให้ไหว..เพราะไอพวกระยำที่มันซ้อมเพื่อนของฉันปางตาย มันคือแก๊งที่เธอโผล่เข้ามาหาเรื่องในสนามนั่นแหละ” 

“วะ..ว่าไงนะ” 

มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าแก๊งของนายอีกหรอเนี่ย! 

“นายอย่ามาอำฉันเล่นนะ..ฉันไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องบ้าๆนี้ด้วยเล่า” 

“นี่เธอไม่รู้จริงๆหรอ” 

จังหวะที่ฉันส่ายหน้าแบบงงๆ จู่ๆนายเอเดนก็ดีดตัวออกจากกำแพงและก็โน้มตัวมาหาฉันโดยที่ใบหน้าของเขานั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 

มะ..มันใกล้เกินไปแล้วนะ..กะ กรี๊ดดดดดด 

ฉันเม้มปากพร้อมกับเบิกตาโตๆจ้องมองเขากลับในวินาทีที่เงียบสงัด ตอนนี้ทุกคนคงจะจ้องมองฉันกับนายเอเดนด้วยสายตาแปลกประหลาดแน่ๆ การกระทำบ้าบิ่นแบบนี้ฉันไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในชีวิตเลย 

และแล้วใบหน้าของเราก็ใกล้กันในระยะประชิดไม่เกินสิบเซน ฉันยังยืนนิ่งและไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน..สาบานว่าตอนนี้ยัยมินกำลังตะโกนด่าฉันในใจแหงๆ 

“ถ้าพวกมันอยากให้เธอเกี่ยวกับเรื่องบ้าๆนี่ซะอย่าง..ยังไงเธอก็ต้องเกี่ยวอยู่ดี” 

พูดจบเขาก็กระตุกยิ้มเป็นเชิงเยาะเย้ยหน่อยๆก่อนจะเลื่อนริมฝีปากนั่นมาใกล้กับหูของฉันเพื่อกระซิบบอกอะไรบางอย่าง 

“เอาตัวรอดให้เก่งเหมือนปากแล้วกันนะ^^” 

ประโยคอันแผ่วเบานี้ทำเอาฉันเผลออ้าปากกับความซื่อบื่อของตัวเองอีกครั้ง นี่ฉันโดนตานี่หลอกด่ามาตั้งเยอะแล้วนะย๊ะ! 

“นี่นาย!” 

ฉันเป็นฝ่ายผละร่างอันหนักอึ้งของเขาออกไปพร้อมกับชี้นิ้วเปล่งเสียงอย่างเหลืออด แต่พอฉันปรี๊ดแตกก็เข้าทางนายเอเดนซะงั้น.. 

“ยัยชุบ..ใจเย็นๆก่อน” 

“ที่นี่โรงบาลนะแก ใจเย็นๆสิ” 

ทั้งยัยมินและหวานเจี๊ยบก็วิ่งกรูกันมาดึงแขนฉันไปเขย่าคนละทีสองที ฉันถอนหายใจเบาๆและก็มองใบหน้าที่กำลังแสระยิ้มของเขาอย่างฉุนเฉียว 

เหอะ..นี่ด่าฉันว่าปากเก่งเลยงั้นหรอ ร้ายกาจที่สุด! 

ในระหว่างที่ฉันพยายามควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองอยู่ ฟ้าก็ประทานให้ฉันกับเขาไม่ตีกันตายที่นี่เพราะว่าคุณหมอผู้ชายใส่แว่นเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาพอดิบพอดี บรรยากาศตอนนี้เหมือนในละครไม่มีผิด..ทุกคนต่างก็วิ่งกรูเข้ามารุมล้อมคุณหมอเพื่อฟังเรื่องสำคัญ 

“คนไข้ผู้หญิงปลอดภัยแล้วนะครับไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง แต่คงยังต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการอีกที” 

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ..” 

ฝ่ายของพวกฉันตอบรับหมอด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจขึ้นมาบ้าง 

“แล้วเพื่อนของพวกผมล่ะครับหมอ!” 

“ใช่ๆๆครับ!” 

คราวนี้ถึงฝ่ายพวกผู้ชายฝั่งโน้นกันบ้าง.. ฉันสังเกตเห็นสีหน้าของเอเดนที่ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลยในตอนนี้ หรือว่า..จะเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ ไม่ตายก็พิการ? 

“เอ่อ ใจเย็นๆกันนะครับ หมอกำลังจะพูดว่าเพื่อนของพวกคุณปลอดภัยดี” 

“โอ้โหหมอ..แล้วจะทำให้ลุ้นทำไมเนี่ย” 

“หึๆหมอก็กำลังจะบอกอยู่นี่ไงครับ^^” 

ฉันคิดว่าถ้าคุณหมอดึงเชิงมากไปกว่านี้มีหวังโดนผู้ชายแก๊งนี้รุมต่อยแน่ๆ 

“เพื่อนของพวกคุณอาการสาหัสมาก..กระดูกซี่โครงร้าว..สมองถูกของแข็งฟาดจนกระทบกระเทือน คงต้องพักฟื้นและใช้เวลานานพอสมควรนะครับ” 

พอคุณหมอพูดจบทุกอย่างก็เหมือนหยุดนิ่ง โดยเฉพาะพวกเอเดนที่ยืนพยักหน้าตอบรับคุณหมอด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดี พอมาคิดๆดูแล้วมันก็น่ากลัวแปลกๆ..เพื่อนของนายเอเดนถูกเล่นงานจนอาการปางตายแบบนี้ ถ้าครั้งต่อไปเป็นฉันอย่างที่เขาพูดจริงๆ จะทำยังไงล่ะเนี่ย.. 

“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ” 

คุณหมอร่างสูงพูดจบก็ยิ้มหวานแล้วหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที เหลือแค่เพียงวัยรุ่นชายหญิงที่ยืนหน้าถอนหายใจอยู่กันไม่ยอมไปไหน 

“เดี๋ยวฉันจะไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ตามมาสิ” 

นายเอเดนพูดทิ้งท้ายและเดินตัวปลิวออกไปคนเดียว พอฉันเห็นดังนั้นก็เล่นรีบวิ่งไปขวางไว้ก่อน ใบหน้าคมๆกับโครงหน้าเท่ๆกำลังจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาเรียบเฉย สายตานี้เนี่ยแหละ..ที่ฉันข้องใจว่ามันเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น 

“นายต้องรอพ่อแม่ของเพื่อนฉันมาที่นี่ก่อนนะ พวกเขาจะได้คุยว่าจะเอาเรื่องพวกนายยังไง” 

พอฉันพูดจบเขาก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างนึง ใบหน้านั้นไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น 

“ที่ฉันมาช้าเพราะว่าไปโรงพักมา ไปคุยกับพ่อแม่ของเพื่อนเธอนั่นแหละ” 

“อ่าวหรอ” 

แหะๆ หน้าแตกรึยังยัยชุบ -o- 

“ลูกชุบ” 

โชคดีที่ยังมีเสียงหวานๆจากคุณแม่ของยัยฟองมาช่วยกลบความหน้าแตกเอาไว้ได้ ตอนนี้ทางฝั่งผู้ใหญ่เริ่มทยอยกันมาแล้วล่ะ 

“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” 

ทั้งฉันและก็ยัยเจี๊ยบยัยมินยกมือไหว้พวกผู้ใหญ่กันอย่างพร้อมเพรียงรวมถึงพวกนายเอเดนด้วย 

“เดี๋ยวผมจะไปรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายตามที่คุยกันไว้นะครับ” 

“อื้ม..จ้ะ” 

ทางพ่อแม่ของยัยฟองก็ดูไม่โกรธนายนี่และเพื่อนพ้องซักเท่าไหร่แถมยังดูใจเย็นอีกด้วย นี่ถ้าเป็นพ่อแม่ของฉันคงจะโรงบาลแตกไปแล้วล่ะ 

“ฟองเป็นยังไงบ้างลูก” 

“ปลอดภัยแล้วนะคะคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง^^” 

“เฮ้อ..โล่งใจจริงๆ ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกันเนอะ” 

คุณแม่ยิ้มบางๆและก็เอื้อมมือมาแตะแขนของหวานเจี๊ยบอย่างเอ็นดู ส่วนยัยมินก็ชวนพ่อแม่ของฟองพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันยังคงยืนมองกลุ่มของนายเอเดนที่เดินออกไปจนไกลลิบ..และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันค้างคาใจมานานหลายต่อหลายวัน ทั้งคำพูดของคุณยายปริศนา..และก็ภาพของเขาที่ยังคงผุดขึ้นมาในหัวเวลาตอนฉันเผลอ.. 

ไม่หรอกน่า ฉันกับเขาก็คงจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้วล่ะ.. 

 

 

 

หลายวันผ่านไป 

-สนามแข่งรถ- 

บรื้น!! 

ท่ามกลางเสียงเร่งเครื่องยนต์อย่างบ้าคลั่งในสนามที่มีผู้คนจำนวนมากกำลังส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น McLaren 702S คันสีเทาโดดเด่นกำลังก้าวเข้าสู่เส้นชัยในที่สุด..ก่อนจะตามมาด้วยรถซุปเปอร์คาร์คันสีน้ำเงินเข้มที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับสองซึ่งทิ้งระยะห่างไว้เกือบนาที 

“ฝีมือไอเอแม่งไม่มีตกเลยว่ะ แข่งเอาเป็นเอาตายแบบนี้ไงถึงได้มีแต่คนหมั่นไส้มัน” 

“เออ ก็ไอพวกที่มันไม่เจียมกะลาหัวนี่แหละวะไอยักษ์ สู้ไม่ได้แล้วทำพาล ฮ่าๆ” 

สองหนุ่มสุดกวนต่างก็ขบขันกันตามประสา ฝั่งซ้ายคือหนุ่มหน้าหวานอารมณ์ดีชื่อว่าคชา..ตัวเล็กกว่ายักษ์ซักสิบเท่า แต่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับสาวๆหลายคนที่ตามติดเขาราวกับดารา 

“เฮ้ยๆเดี๋ยวนี้ฝีมือมึงพัฒนานี่หว่าไอเรียว!” 

หนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นพลางเปิดประตูรถให้เรียวพร้อมกับโยนขวดน้ำเย็นๆในมือให้เขาไป 

“จะ..จริงหรอ..ขอบคุณนะครับว่าน^^” 

“อืม ฝึกต่อไปไอหนุ่ม..ฝึกให้ชนะไอเอเดนให้ได้เลยนะ” 

ชายหนุ่มแสระยิ้มมุมปากให้กับเอเดนที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดเหงื่อในมือ เขานั้นแต่งชุดแข่งรถเต็มตัวทั้งรูปร่างและสัดส่วนหน้าตาที่แสนจะชวนน่ามอง ทำให้สาวๆที่กำลังจ้องมองอยู่นั่งไม่ติดที่กันเลยทีเดียว 

“คงยากนะครับ เผลอๆอาจจะชาติหน้าเลยก็ได้ที่ผมจะชนะคุณเอ” 

เรียวพูดพลางยิ้มแหยๆไปให้นายว่านที่ส่ายหน้าไปมากับความซื่อบื่อของเพื่อนตัวเอง 

“ชาตินี้เนี่ยแหละไอเรียว! มึงเก่งขึ้นมากเลยรู้ตัวเปล่า” 

“ขอบคุณนะครับยักษ์” 

“ฮ่าๆแต่จะมันส์กว่านี้ถ้าไอเอมันไม่รับโทรศัพท์ในระหว่างการแข่ง” 

“ห๊ะ!!!” 

ทุกคนหันไปมองนายคชาที่ยืนถอนหายใจอยู่พร้อมๆกันก่อนจะตวัดสายตาค้อนไปหาเอเดนที่ยืนบิดคอตัวเองราวกับไม่รู้สึกอะไร ช่วงในระหว่างการแข่งก็มีแต่คชาที่ชอบสังเกตการณ์ตลอด เขาถึงได้ฉายาว่าเป็นนักจับผิดในการแข่งขันระดับมือโปร 

“ไอห่านี่ อยากตายรึไงมึง -_-” 

“ถ้าจะแข่งเล่นๆมึงก็นั่งชิวๆกับพวกกูดิวะ จะลงไปแกล้งเด็กมันทำไม” 

ทั้งยักษ์และว่านเอ่ยอย่างหน่ายใจ 

“หึ..มึงเก่งขึ้นมากแล้วนะไอเรียว” 

เอเดนทำเมินไม่สนใจเพื่อนอีกสามคนที่กำลังหัวเสียอยู่แต่อย่างใด แต่คำชมนี้ก็ทำให้ผู้ชายหน้าซื่อฉีกยิ้มหวานด้วยความดีใจสุดขีด เล่นเอานายว่านทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเพราะทีตัวเองชมมันก็ยังไม่เห็นดีใจมากมายขนาดนี้เลย 

“แล้วไอก็อตย้ายไปอยู่ห้องพิเศษรึยัง” 

“กูย้ายมันไปตั้งหลายวันละ” 

“เอ่า ไม่บอกไม่กล่าวกันล่ะวะไอเอ” 

“ก็กูจะรอย้ายพร้อมผู้หญิงคนนั้นไง” 

“ห๊ะ ผู้หญิงคนไหน?” 

ยักษ์เอ่ยถามอย่างสงสัยแต่แล้วเอเดนก็ตอบกลับมาเพียงแค่ประโยคเดียวก่อนจะเดินออกไปจากลานแข่ง 

“ก็ผู้หญิงที่ไอก็อตพาซวยที่ร้านเหล้าไงล่ะ” 

“เดี๋ยวๆนะ ไอเอมันหมายถึงแก๊งสาวสวยที่โดนลูกหลงหรอ?” 

“กูจะไปตรัสรู้มั้ยวะไอว่าน อยากรู้ก็ตามแม่งไปดิ” 

“รอด้วยดิวะไอเอ! นี่มึงเดินหรือมึงเหาะวะเนี่ย” 

 

 

(เสียงดนตรี~) 

ใครคือคนนั้น (That someone) 

คนที่ยังไม่เจอสักที (Just give me someone) 

ที่ฉันจะให้คำว่ารักทั้งหมด..จากใจที่ฉันมี..แค่ยังไม่เจอว่าเธอนั้นคือใคร 

หากเธอคนนั้น (That someone) 

ยังมีอยู่จริงเธออยู่ที่ไหน (Just give me someone)  

แค่เพียงฉันได้มีใครคนหนึ่งคนที่ใช่..อีกนานเท่าไร..จะเจอคนที่ยังไม่รู้ว่าใคร.. 

(เพลงคนที่ยังไม่รู้ว่าใคร-No One Else) 

  

ร้ายกว่า..ร้อนกว่า..รักยิ่งกว่า.. อะไรฟะ =_= 

ทำไมคำพูดของคุณยายคนนั้นแล่นอยู่ในหัวฉันเหมือนเปิดเพลงวนซ้ำไปมาแบบนี้ล่ะ นี่ก็ผ่านมาเกือบจะอาทิตย์แล้วทุกอย่างก็ดูปกติดีและไม่มีสิ่งที่น่ากลัวอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ฉันกังวลใจซักนิด..เมื่อวานก่อนฉันก็แอบเห็นแก๊งของนายเอเดนเดินผ่านห้องที่ฉันเรียนแต่ก็ไม่เห็นร่างล่ำๆของอีตานั่นหรอก.. สิ่งสำคัญก็คือยัยฟองถูกย้ายไปนอนห้องพิเศษสุดหรูที่นายเอเดนเตรียมจัดแจงไว้ให้เรียบร้อย แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือการที่เข้ารับน้องแล้วรุ่นพี่เรียกฉันไปคุยเรื่องประกวดดาวของสาขา 

เฮ้อ..พูดตามตรงเลยนะว่าฉันไม่ชอบการประกวดใดๆทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าหน้าของฉันที่ทำมาจะต้องควักเงินจ่ายเฉียดแสนนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำเพื่ออวดคนอื่น..แต่ฉันทำเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองต่างหาก 

“นะคะน้องลูกชุบ..ถือว่าทำเพื่อสาขาของเรานะ” 

“หนูไม่มีความสามารถพิเศษอะไรหรอกพี่ฟ้า ถึงแข่งไปก็แพ้อยู่ดีแหละค่ะ” 

นี่ฉันกำลังปฏิเสธรุ่นพี่ว๊ากที่โหดที่สุดในรุ่นอยู่นะเนี่ย ตอนนี้ยัยมินกำลังนั่งกดมือถือสบายใจเชิบอยู่ข้างๆฉันราวกับไม่รับรู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น 

“เอ่อ..นี่ไง..เพื่อนหนูชื่อมิน หน้าตาดีหุ่นดีไม่แพ้หนูเลยนะพี่ฟ้า รับไว้พิจารณาซักหน่อยมั้ยคะ^^” 

“o_O” นี่คือหน้ายัยมินตอนที่พวกรุ่นพี่หันไปจ้องหน้านาง 

“ก็เมื่อวานพี่เป็นคนชวนน้องมินประกวดเอง แต่เพื่อนของลูกชุบก็ไม่เห็นตอบอะไรพี่เลย” 

นี่ไง..ยัยมินก็คงจะขี้เกียจประกวดและก็คิดแบบเดียวกันกับฉัน 

“โห่พี่ฟ้า..ก็มินคิดว่ามินไม่เหมาะกับสายประกวดแบบนี้หรอกค่ะ ถ้าเป็นลูกชุบก็ว่าไปอย่าง” 

“-_-” ฉันหันไปตวัดสายตาอำมหิตใส่ยัยเพื่อนข้างๆ 

“ลูกชุบเหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ ความสามารถนี่รอบตัวเลยนะคะ..เต้นก็ได้ รำไทยก็ได้ เล่นตลกก็ได้นะพี่ฟ้า โฮะๆ” 

“พอๆเลยยัยมิน” 

ฉันกัดฟันพูดห้ามยัยนี่เอาไว้เพราะนางเริ่มจะโยนเรื่องมาให้ฉันแบกรับอีกแล้ว พอยัยมินพูดจบพวกพี่ๆก็เงียบกันไปซักพักก่อนจะเริ่มคลี่ยิ้มมุมปากออกมา คราวนี้ไม่ใช่พี่ฟ้าที่พูดแต่เป็นรุ่นพี่อีกคนที่ชอบทำหน้าร้ายๆเวลามองปีหนึ่ง เอาล่ะ..ฉันไม่รอดแน่ 

“ถ้าน้องลูกชุบไม่ประกวดก็ไม่เป็นไรนะคะ” 

หืม..ไม่น่าเชื่อเลยว่ารุ่นพี่เขาจะตามใจเราและก็ใจดีขนาดนี้ >_< ฉันคงมองพี่คนนี้ผิดไปจริงๆ 

“แต่เรื่องที่น้องแอบเข้าร้านเหล้า..และไปมีเรื่องจนเพื่อนของน้องต้องเข้าโรงบาล ถ้าเรื่องนี้เข้าถึงหูพี่ปีสี่..จะเป็นยังไงน้า” 

“O_O” โอ้ม่ายก็อตตต ยัยพี่คนนี้ร้ายกาจที่สุด! 

“พะ..พี่รู้เรื่องนี้หรอคะ” 

ยัยมินเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก จริงๆแล้วถ้ารุ่นพี่จะจับพิรุธก็เพราะความโป๊ะของยัยมินเนี่ยแหละ 

“รู้สิคะ ทำไมพี่จะไม่รู้..น้องทำผิดกฏใหญ่ของเฟรชชี่เลยนะ” 

“….” 

“ถ้ารุ่นพี่ปีสี่รู้เข้า น้องก็คงจะต้องโดนทำโทษหนักไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนของน้องที่นอนอยู่โรงบาลตอนนี้” 

สายตารุ่นพี่พวกนี้มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวเลยล่ะ นี่ก็หมายความว่าถ้าฉันไม่ยอมลงประกวด..เรื่องนี้คือข้ออ้างที่สำคัญสำหรับรุ่นพี่พวกนี้งั้นสิ 

“แต่ถ้าน้องลูกชุบลงประกวดดาวเป็นตัวแทนของสาขาเรา พวกพี่สัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ” 

“แล้วหนูจะมั่นใจได้ยังไงคะว่าพวกพี่ไม่โกหก” ฉันถามกลับไป 

“ก็มีแค่กลุ่มของพวกพี่เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ไงจ๊ะ เพราะว่าวันนั้นพวกพี่ไปร้านนมหกเหมือนกัน ถ้าน้องลงประกวดพี่ก็จะท๊อปซีเคร็ท^^” 

อ๋อ..มันเป็นอย่างนี้เองสินะ วันนั้น=วันซวยของแก๊งฉัน 

“เอาไงดียัยมิน..” 

ฉันหันไปกระซิบกับนางแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือรอยยิ้มเจื่อนๆและแววตาเชิงขอร้องให้ฉันยอมแพ้ 

“หนูขอแก้ข่าวที่พี่บอกว่าพวกหนูไปมีเรื่องกันนะคะ ความจริงแล้วพวกหนูไม่ได้ไปมีเรื่องกันแต่ว่ายัยฟองเพื่อนของหนูโดนลูกหลงจนอาการสาหัสต่างหาก” 

ฉันพยายามอธิบายความจริงให้หมดเปลือกแต่รุ่นพี่หน้าร้ายก็ยังหาทางออกสำหรับเรื่องนี้จนได้ 

“หึๆ ฉันเห็นเธอยืนคุยกับผู้ชายสองคนที่อยู่ในแก๊งชกต่อยนะ^^ คนแรกคือผู้ชายหุ่นล่ำหน้าหล่อ ส่วนคนที่สองคือเพื่อนของผู้ชายคนแรก” 

“นี่เธอคิดว่าพวกพี่ไม่รู้จักเอเดนเอกวรรณคดีรึไง?” 

หมายความว่ายัยรุ่นพี่พวกนี้แอบตามดูฉันทุกฝีก้าวเลยสินะ ร้ายมากร้ายที่สุด! 

“เธอเป็นอะไรกับเอเดนหรอ..” 

พอรุ่นพี่เห็นว่าฉันนั่งลอบถอนหายใจก็ถามขึ้นมาโต้งๆจนฉันสะดุ้งเล็กน้อย นี่ฉันคิดว่าเรื่องซวยครั้งนี้จะจบลงโดยที่ไม่มีอีตานั่นมาเกี่ยวข้องแล้วนะ..แล้วทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้เล่า 

“หนูไม่ได้เป็นอะไรกับนายนั่นค่ะ แค่คุยกันตามประสาคนรู้จักห่างๆเฉยๆ” 

“อ๋อ..พี่เข้าใจละ แล้วตกลงน้องลูกชุบจะเอายังไงกับเรื่องประกวดคะ จะตกลงดีมั้ย..หรือว่าจะปฏิเสธเอ่ย^_^” 

ฉันเกลียดรอยยิ้มจอมปลอมของยัยรุ่นพี่คนนี้จัง -_- 

หลังจากที่รุ่นพี่ถามฉันและรอฟังคำตอบ จึงมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้ในตอนนี้นั้นก็คือการทำใจนั่นเอง 

“ค่ะ..หนูจะลงประกวด” 

และประโยคนี้แหละที่ทำให้ฉันน้ำตาไหลพรากภายในใจ ส่วนยัยมินก็ได้แค่ยิ้มให้กำลังใจพร้อมกับส่งข้อความไปบอกยัยหวานเจี๊ยบที่ไม่ได้มามอในวันนี้ และถ้าจะให้ฉันประกวดคนเดียวโดยไม่มีเพื่อนมันก็ยังไงอยู่ ถ้างั้น..เอาแบบนี้ละกัน 

“เอ่อพี่ฟ้าคะ” 

“ว่าไงจ๊ะน้องลูกชุบ” 

“คือหนูมีเพื่อนอีกคนที่จะแนะนำให้พวกพี่เลือกลงประกวดค่ะ” 

“หืม ใครหรอ?” 

“^^” 

 

 

 

 

ไรท์จะทยอยลงนิยายในคลังให้เพื่อนๆได้อ่านไปก่อนนะคะ ไม่ต้องตกใจถ้าเห็นไรท์ลงถี่ๆรัวๆขนาดนี้ 😋  

ยังไงก็เม้นๆมากันหน่อยน้าาา แล้วเจอกันตอนต่อไปค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น