เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๔๒ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๔๒ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 20:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๔๒ [100%]
แบบอักษร

๔๒ 

 

 

เป็นการอาบน้ำที่สบายมากเพราะมีคนสระผมให้ ผมนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำครับ ให้เยลนั่งข้างบนขอบ 

“หนูเปียกอีกแล้ว” บ่นทันทีเพราะเจ้าตัวต้องเปียกไปด้วย ถ้าไม่เปียกก็สระผมไม่ได้ 

“นิดหน่อยทำเป็นบ่น เปียกก็เปลี่ยนชุดใหม่สิครับ” 

“ยุ่งยาก สระเองไม่ได้เหรอคะ หัวตัวเองแท้ ๆ” 

“ก็อยากให้เมียสระให้อะ” ผมว่าก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับเยลลี่แทน พลางเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าตัวพร้อมกับรอยยิ้ม “แค่นี้บ่นเหรอครับ” 

“ชิ!” อมยิ้มด้วยครับ ผมรู้ว่าเยลกำลังเขิน “หันกลับไปนั่งเหมือนเดิมสิคะ” 

“นั่งแบบนี้ดีกว่า อยากมองหน้าเมีย” 

“พี่ยักษ์!” 

“ไม่ต้องดุหรอกครับ พี่จะนั่งแบบนี้แหละ” พูดพลางยื่นแขนข้างหนึ่งขึ้นไปโอบรอบเอวของเยลลี่เอาไว้ด้วย 

“เอามือออกไปเลยค่ะ” 

“ไม่ครับ” 

“อย่ามาแกล้งหนูนะ หนูอาบน้ำแล้ว” 

“แค่กอดเอวเองครับ พี่แกล้งตรงไหน” ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม เงยหน้ามองเยลลี่อยู่อย่างนั้นพร้อมกับรอยยิ้ม “อยากแนบชิดให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำไป” 

“พี่ยักษ์!” 

“ครับ” 

“อย่ามากวนหนูนะคะ เอามือออกไปเลย ถ้าไม่เอาออก หนูจะออกไปแล้วนะคะ” เยลลี่ว่าพลางขยับตัวหนีจะลุกออกไปจากอ่างอาบน้ำแต่ผมกลับรั้งเอวเธอเอาไว้ก่อนจะกระชากจนตัวปลิวติดมาด้วย 

กรี๊ด! 

ดังลั่นห้องน้ำเลยทีเดียวเพราะเยลล้มลงมาทับตัวผมจนพลอยเปียกไปด้วย 

“พี่ยักษ์! หนูเปียกจนได้” 

“ฮ่า ๆ ไหน ๆ ก็เปียกแล้ว อาบน้ำด้วยกันเลยนะครับ” ผมว่ายิ้ม ๆ รีบจับเยลถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ออกทันที 

“หนูยังไม่ได้บอกเลยว่าจะอาบ อ๊ะ! อย่าถอดกางเกงหนู” 

“หมดแล้ว” ผมพูดพร้อมกับรอยยิ้มเพราะตอนนี้เยลลี่ไม่มีอะไรหลงเหลือติดตัวอยู่แม้แต่นิดเดียวเลยครับ 

“ขี้โกง!” 

“นี่ถ้ายอมให้กินตั้งแต่แรก คงไม่ต้องเปียกแบบนี้หรอก” 

“แล้วมันต่างกันตรงไหน เพราะถึงยังไงหนูก็ต้องอาบน้ำใหม่อยู่ดี” เถียงผมฉอด ๆ เลยครับ เก่งขึ้นเยอะ 

“ต่างสิ เพราะถ้าเสร็จบนเตียงพี่ก็เป็นคนเช็ดตัวให้ แต่ถ้าเสร็จในห้องน้ำ…” 

“เสร็จอะไรล่ะคะ ใครอนุญาตไม่ทราบ” 

“ไม่มีครับ แต่จะทำ” 

“นี่แหนะ ๆ” 

“โอ๊ย! เยล พี่เจ็บ” เมียถึงกับต้องบิดหูผมเลยครับ เจ็บจริงไม่ได้แสดงแต่อย่างใด “เยล! ปล่อยมือก่อน พี่เจ็บจริง ๆ” 

“สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอะไรหนู” 

“เยล!” 

“สัญญาก่อนสิคะ” 

“โอ๊ย ๆ โอเค พี่ไม่ทำแล้ว” 

“คิก ๆ จุ๊บ” เยลลี่ปล่อยมือจากหูทั้งสองข้างของผมพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย แต่ที่ไม่น้อยคือริมฝีปากที่จุ๊บหน้าผากผมนี่แหละครับ “พี่ไม่ต้อง เดี๋ยวน้องทำเอง” 

“ฮะ!” 

“ตกใจอะไรล่ะคะ” 

“ใครสอนให้พูดแบบนี้” 

“ไม่บอกค่ะ” 

“พี่จริงจังนะ! ใครสอน” ผมถามเยลลี่เสียงดุ ๆ สีหน้าก็ดุครับ แต่เมียกลับไม่กลัวนอกจากยิ้ม “พี่ถะ… อุ๊บ! อื้อ” ถึงกับตกใจและเงียบปากเมื่อเมียก้มลงมาจูบปิดปากผมแทนคำตอบ 

ถ้าพูดถึงเรื่องจูบของเยล บอกเลยว่าห่วยแตกมากครับ ระดับเด็กน้อยธรรมดาที่เพิ่งฝึกหัดเท่านั้น แต่ผมก็ไม่ขัดนะครับ อยากรู้ว่าจะทำได้ดีมากแค่ไหน ถ้าให้อธิบายเยลแค่เอาปากมาแตะกันและดูดปากผมเล่นเท่านั้น แต่บางทีก็เลียเหมือนกินอมยิ้มก็ไม่ผิด แต่นี่ปากนะครับไม่ใช่อมยิ้ม 

หมับ! 

“งื้อออ ขัดจังหวะทำไมล่ะคะ” ถามผมสีหน้าไม่พอใจเชียวครับ 

“จูบเป็นหรือเปล่า” 

“เมื่อกี้ก็จูบไม่ใช่เหรอคะ” 

“ไม่ใช่ เมื่อกี้มันเลียปากชัด ๆ เดี๋ยวพี่สอนเอง” 

“คะ? อื้อ…”  

ผมไม่ปล่อยให้เยลลี่สงสัยนานหรอกครับ ขยับเข้าไปประกบปากจูบแทนเลย ตอนแรกก็แค่ปากแตะกันแต่พอนานไปกลับไม่ใช่ ผมเริ่มขยับริมฝีปากไปมา ตอนแรกเยลก็ยังนิ่ง แต่พอนานไปกลับเริ่มเรียนรู้และทำตามผม จากภายนอกกลายเป็นภายในค่อยสอดปลายลิ้นเข้าไปด้วย ผมกลัวนะครับ กลัวเมียตกใจแล้วกัดลิ้นผมแทน แต่เหมือนมันจะไม่ใช่เพราะเยลกำลังเรียนรู้แล้วค่อย ๆ ทำตามที่ผมสอน 

“อื้มห์… หะ หายใจไม่ออกแล้วค่ะ” 

เยลพูดพลางดันอกผมให้ออกห่างจากตัว ผมเลยต้องผละริมฝีปากออกแต่ไม่ได้ขยับออกไปไกล ปลายจมูกของพวกเราสองคนแตะกัน ผมมองหน้าเยลพร้อมกับรอยยิ้ม ความรู้สึกตอนนี้ทั้งสุขและทุกข์เลยครับ ที่ทุกข์เพราะอดใจไม่ไหวแล้ว 

“ห้ามทำไมล่ะครับ” 

“หนูจะขาดอากาศหายใจตายซะก่อนน่ะสิคะ ไม่เอาแล้ว หนูไม่จูบแบบนี้แล้ว เจ็บลิ้น” ยกมือขึ้นมาจับลิ้นตัวเองไปด้วยครับ 

“ฮ่า ๆ” ผมกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวจริง ๆ ขำกับท่าทางของเยลลี่ตอนนี้มาก 

“อย่ามาขำหนูนะคะ” เยลลี่ทำหน้ายักษ์ใส่ผมแถมยังกอดอกเชิดหน้าใส่อีก ขนาดว่าเมียกอดอกแล้ว ยังดันหน้าอกได้ไม่เยอะเลยครับ ขอแกล้งหน่อยละกัน 

งับ! 

“อื้อ…” ถึงกับครางเสียงสั่นกระเส่าออกมาเลยทีเดียว ก็น่าจะรู้นะว่าผมกำลังจัดการอะไรอยู่ เยลลี่พยายามดันตัวผมออก แต่ผมกลับไม่ยอม จัดการเธอสลับไปมาจนเมียตัวอ่อนยอมคล้อยตาม 

ผมก็ไม่รู้หรอกว่างานนี้ใครเริ่มก่อน แต่ที่แน่ๆ ผมได้กินเยลลี่สมใจอยากครับ จะกินให้อร่อยเลยคอยดู 

“พะ พี่ยักษ์” 

“ครับ” 

“ไปที่เตียงได้ไหม ตรงนี้หนูเมื่อย” 

“ยอมแล้วใช่มั้ย” 

“ยอมตั้งแต่ถูกจูบแล้วค่ะ” พูดพร้อมกับรอยยิ้มจ้องหน้าผมเขม็งเลยทีเดียว 

“เด็กหื่น!” ผมว่ายิ้ม ๆ แต่ก็ยอมทำตาม ลุกขึ้นถอดกางเกงออกจนหมดก่อนจะอุ้มเยลลี่พาเดินออกไปที่เตียง วางร่างเล็กตรงหน้าลงอย่างแผ่วเบา “ห้ามขัดแล้วนะ” 

เยลไม่ตอบครับ นอกจากยิ้มออกมาแทน มือทั้งสองข้างยื่นขึ้นมาคล้องคอผมเอาไว้แทนคำตอบ ผมเลยก้มลงไปจูบปากเธออีกครั้ง 

ปล่อยให้ร่างกายมันขยับไปตามจังหวะ ปล่อยให้เสียงหัวใจเต้นแรงอยู่อย่างนั้น แล้วจะพบกับความสุขที่แท้จริงครับ สุขสมใจอยาก! 

“อ๊ะ!” เยลถึงกับสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วของผมไล่ไปตามลำตัวของเธอจนถึงส่วนกลางร่างกาย ริมฝีปากยังคงกดจูบกันอย่างโหยหา ปลายนิ้วคอยทำหน้าที่จนพลอยทำให้ร่างเล็กตรงหน้าบิดเร่าไปตามแรงปรารถนา “อื้มห์ อื้อ…” 

“ใกล้ยัง” 

“ค่ะ” ความหื่นทำให้เมียผมกล้าครับ และมันคงเป็นแบบนั้นจริง ๆ  

หลังจากช่วยจนเยลลี่สบายตัวก็ถึงตาผมบ้าง ตอนนี้ผมป้องกันแล้วนะครับ แรก ๆ มันอาจจะเจ็บ ไปนานไปคงชินและมันก็ปลอดภัยสำหรับพวกเราในตอนนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าไม่พร้อม แต่ผมคิดว่าเยลคงอยากทำอะไรมากกว่านี้เพราะเธอยังเด็ก 

กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรายังคงดำเนินต่อไป เสียงครางเล็กยังคงดังลั่นห้อง ได้ยินแล้วมีความสุขครับ ผมก็ไม่คิดหรอกครับว่าคนตรงหน้าจะหื่นขนาดนี้ ยิ่งมองยิ่งหลงรัก ยิ่งไม่อยากปล่อยไปไหนอีกแล้ว... 

 

* 

 

ผมไม่รู้หรอกครับว่าเมื่อคืนมันจบลงตอนไหนเพราะตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็เจอสายตาคู่เล็กนอนมองอะไรบางอย่างอยู่แล้ว ฝ่ามือเล็กค่อย ๆ ลูบไปมาที่หน้าอกข้างซ้ายของผม ถ้าให้เดาก็คงเป็นตำแหน่งของรอยสักใหม่นั่นเอง ผมนอนมองอยู่อย่างนั้นและเหมือนเยลลี่จะรู้ตัวเพราะเธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผม 

"ตื่นนานแล้วเหรอคะ" 

"ไม่ครับ" 

"รอยสักนี่..." เธอว่าพลางขยับตัวลุกขึ้นนั่งรั้งผ้าห่มไปปิดร่างกายท่อนบนของตัวเองเอาไว้ด้วยจนผมต้องขยับตัวลุกขึ้นตาม 

"คิดว่ายังไงล่ะครับ" 

"หน้าใครเหรอคะ?" อยากจะขำครับ แม้แต่เมียยังมองหน้าตัวเองไม่ออกเลย ผมว่าไอ้ปืนมันก็สักเหมือนอยู่นะครับ แถมผมยังออกแบบได้เหมือนซะด้วย 

"มองไม่ออกเหรอ" 

"ไม่ค่ะ" 

"แล้วสวยไหม?" ผมถามยิ้ม จ้องหน้าเยลลี่เพื่อรอฟังคำตอบ อยากรู้ว่าเมียจะตอบยังไง 

"หนูกับคนในรอยสักนี่ พี่ยักษ์รักใครมากกว่ากันล่ะคะ" ผมหัวเราะได้ไหมครับ ผมอยากหัวเราะจริง ๆ นะ ทำไมเมียถึงมองไม่ออกว่ามันคือคนเดียวกัน แถมยังกล้าตั้งคำถามแบบนี้ออกมาอีก "ตอบมาสิคะ" 

"หึงเหรอครับ" ผมถึงกับอมยิ้มเลยครับเพราะท่าทางของเยลลี่ตอนนี้คือกำลังหึงผมอยู่ชัด ๆ "ตอบสิครับ" 

"หนูถามก่อนนะคะ" 

"แล้วถ้าพี่บอกว่าคนในรอยสักล่ะครับ แถมยังรักคนนี้มากด้วย" 

"พี่ยักษ์!" สีหน้าโกรธจัดเลยทีเดียวครับ แถมยังจะลุกออกจากเตียงอีก แต่ผมกลับเอื้อมมือไปรั้งเอวให้กลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิม "ปล่อยหนูนะ" 

"ดูดี ๆ สิครับ" ว่าพลางหมุนตัวเยลลี่ให้หันกลับมามองหน้าผม แต่เธอไม่ยอมมองดี ๆ จนผมต้องรั้งใบหน้าเอาไว้แล้วบังคับให้มองตรงตำแหน่งรอยสักแทน "หน้าเหมือนเมียพี่ยักษ์เลยครับ" 

"คะ?" 

"อะไรล่ะครับ นี่มองไม่ออกจริง ๆ เหรอว่าพี่สักหน้าใคร" 

"หนูไม่ได้เก่งด้านนี้สักหน่อย หนูจะมองออกเหรอคะ" 

"งั้นพี่บอกก็ได้ครับ" เยลลี่เงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผมเพื่อรอฟังคำตอบ สีหน้าโคตรอยากรู้เลยครับ จนผมอยากแกล้งต่อ แต่พอเห็นหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนยุ่งเหยิงไปหมดผมก็ไม่อยากแกล้งแล้วครับ "คนนี้ เมียพี่ยักษ์ยังไงล่ะครับ เยลลี่..." 

"เอ๊ะ?" ทำหน้าแปลกใจเชียวครับ "หน้าหนูเหรอคะ" ขยับเข้ามามองใกล้ ๆ จนหน้ากับหน้าอกผมจะแนบชิดกันแล้วครับ 

"ไม่เหมือนเหรอ" 

"อ๋อ... สวยจังเลยค่ะ สวยเหมือนตัวจริง" 

"ฮ่า ๆ" คราวนี้ผมกลั้นเอาไว้ไม่อยู่จริง ๆ ครับ ทำไมเมียผมถึงได้เปลี่ยนไวขนาดนี้ แถมยังชมตัวเองเก่งอีกต่างหาก 

“หัวเราะหนูอีกแล้วนะคะ หรือว่าหนูไม่สวย” 

“สวยครับ สวยมากด้วย” 

“…” ไม่พูดอะไรออกมาต่อนอกจากยิ้มเขินแล้วมองหน้าผม จนผมอดใจไม่ไหวต้องโน้มใบหน้าลงไปจูบหน้าผากเยลลี่แผ่วเบา 

“รักนะครับ” 

“ฮั่นแน่! ตกหลุมรักหนูเข้าเต็ม ๆ แล้วใช่มั้ยคะ” 

“ครับ” 

ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับเพราะมันคือความจริง พวกเรานั่งมองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม จากยิ้มก็หัวเราะออกมาเหมือนคนบ้ากันทั้งคู่ เขาว่ากันว่าความรักทำให้เราดูเด็กลง ผมเริ่มจะรู้สึกแบบนั้นแล้วสิครับ สามสิบกว่าอะไร ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งสิบสี่อีกครั้งเลยทีเดียว ฮ่า ๆ 

ความคิดเห็น