รสสรา

เมื่อคนขี้เล่นออกล่าต่อกรกับเขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ปฏิบัติการลากเมียขึ้นเตียง

บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)

ชื่อตอน : บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)

คำค้น : รสสรา ร้าย หื่น ลภัสดลย์ มนต์ลัลลา ฉลาด แต่งงาน 20+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 124

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)
แบบอักษร

บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)  

 

มนต์ลัลลาลนลานยกแก้วขึ้นสำรวจชัดๆ แล้วหัวใจก็เปลี่ยนจังหวะเต้น เมื่อสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่เครื่องดื่มของเธอแต่เป็นของเขา 

งั้นเมื่อกี้ตอนรับเครื่องดื่ม...เขาจงใจสลับแก้ว ! 

ก็ว่าอยู่ว่าทำไมปิยธิดาสั่งก่อนจึงได้ทีหลัง ดวงตาสวยตวัดหมายจะค้อนคนขี้แกล้ง แต่แล้วก็ต้องช็อก เมื่อเห็นเขามายืนเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ข้างๆ เร็วราวมีพลังหายตัวได้ 

สุ่มเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยด้วยความเป็นมิตร 

 “ขอโทษนะครับ ดูเหมือนว่าแก้วของเราจะสลับกัน” 

วินาทีนี้แม้ได้ซดเลมอน มินต์ สมูตตีที่เย็นยันลำไส้ใหญ่หมดโอ่งก็ไม่ช่วยอะไร มนต์ลัลลารู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อเม็ดกลมที่เริ่มผุดขึ้นจากรูขุมขม ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกจนต้องเม้ม ทั้งโกรธและวิตกกังวล 

แต่...ความโกรธเดือดพล่านมากกว่า 

ผู้ชายอะไรหน้าด้านหน้าทน เขาช่างกล้าเดินดุ่มๆแหวกดงวงศาคณาญาติ ไม่สนใจหน้าอินทร์ หน้าพรหม หรือหัวหงอกหัวดำเพื่อเข้ามาหาเรื่องเธอ 

ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนนักใช่ไหม เดี๋ยวแม่จะได้จัดหนักจัดเต็มให้หายอยาก เอาให้เลิกชอบกันแทบไม่ทัน 

“ผมเป็นคนหยิบผิดไปเอง...” 

ตั้งใจพลาดมากกว่ามั้ง ทำเป็นพูดจาฉอเลาะหน้าซื่อเชียว โอ้ย เธอหมั่นไส้เหลือเกิน กระนั้นมนต์ลัลลาก็โยนความเกรี้ยวกราดระดับปรมาณูลงทิ้งไป และปั้นรอยยิ้มหวานใส “อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ” 

 บางครั้งคนเราก็ตาถั่ว หยิบมั่วได้ นั่นคือสิ่งที่มนต์ลัลลาคันปากยิกๆอยากว่าต่อใจแทบขาด  

“...ต้องขอโทษด้วยนะครับ” 

ลภัสดลย์ก้มหัวลงนิดๆแต่ได้มุมหล่อเหลาอย่างลุแก่โทษ มุมปากประดับรอยยิ้มจริงใจ ถ้ามองผ่านๆก็เหมือนเป็นคนปกติ มารยาทดีพร้อม  ทำผิดก็กล้ายอมรับ

แต่ความจริงเป็นอย่างไร...เธอรู้ถึงกึ๋น

“อุ้ย ขอโทษอะไรกันคะ ดิฉันเองก็ผิดที่ไม่ดูให้ดี เครื่องดื่มสองแก้วนี้มีสีเขียวๆเหมือนกัน คุณไม่ผิดเลยค่ะ” 

มนต์ลัลลาแทบอ้าปากค้าง คิ้วได้รูปขมวดมุ่น ใจคัดค้านปิยธิดาสุดฤทธิ์ อาของเธอเป็นอัยการ อ่านฎีกาเป็นตั้ง แน่นอนว่าผ่านคดีมาล้านแปด เซ้นส์จับคนร้ายเทียบเท่ากับพนักงานสอบสวน ที่ว่ากันว่าแค่มองตา ดูลักษณะท่าทางและการตอบคำถามก็รู้แล้วว่ามีเจตนาทำผิดจริงหรือไม่

ทว่ากลับพลาด ดูไม่ออกว่าใครเป็นโจร

“แต่ว่าหลานสาวของฉันก็กินไปกว่าครึ่งแก้วแล้ว คงจะแลกกลับไม่ได้” 

หลานที่ถูกพูดถึงหน้างอเป็นจวัก มัทนาพูดเหมือนเธอเป็นคนเลินเล่อกินผิดแถมกินเยอะ ผู้ชายบ้านี่แค่ยืนเฉยๆ ความผิดของเขาก็เทมาทางเธอหมดแล้วงั้นเรอะ ไม่ยุติธรรมสักนิด

“ที่จริงผมก็ไม่ถือหรอกครับ” ชายหนุ่มยกยิ้มพิมพ์ใจ “เพราะผมเคยจู…”

ทันก่อนจะได้ยินคำนั้น มนต์ลัลลาก็พรั่นพรึงจนเผลอปัดแก้วน้ำล้ม แต่ลภัสดลย์ปราดเข้ามาช่วยจับมันตั้งอย่างรวดเร็ว โชคดีว่ามีฝาปิดไว้ทำให้ของเหลวในแก้วไม่ทันหกเปรอะเปื้อนเลอะเทอะ

หญิงสาวค้อนคนกลั้นขำ  รู้ทันหรอกว่าเขาจะพูดคำว่า จูบ เขาต้องบอกว่า ‘เพราะผมเคยจูบเธอ’ แน่นอน 

“เมื่อกี้พ่อหนุ่มจะพูดอะไรรึ”

 เป็นรัมภาคนแรกที่เลิกคิ้วถาม นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของหลานสาวและหนุ่มตรงหน้า สมัยยังสาวนางเองก็ฮ็อตอย่าบอกใคร ทำให้รู้จักมักคุ้นกับนิสัยผู้ชายมาไม่น้อย 

“นั่งก่อนสิคะคุณ ยืนทำไมให้เมื่อยตุ้ม”

รัมภาคนเดิมผายมือเชิญให้ลภัสดลย์นั่งหลังจากยืนมาชั่วครู่ มนต์ลัลลาประหวั่นทันที ไม่เธอก็เขาคงทำให้รัมภาสงสัยเข้าแล้ว เทียบกับมัทนาที่ตอนนี้ยังวางหน้ายิ้มมีเมตตา นับว่าย่าเล็กน่าสะพรึงอยู่มาก นางโสดก็จริง แต่นั่นหลังจากปฏิเสธผู้ชายที่คบหาดูใจกันเป็นโหล จะบอกว่าเป็นสาวเทื้อไร้คนทาบทามตลอดชีวิตก็คงไม่ใช่

คนเข้มงวดกวดขันแบบย่าเล็กจะจับพิรุธได้นับว่าไม่แปลก...แต่เธอจะไม่ยอมถูกต้อนจนมุม ทว่าพับผ่าเถอะ เธอจะทำอย่างไรได้เล่า จะลากผู้ชายหน้ามึนอึนซึนออกจากร้านก็ไม่ได้

ลภัสดลย์ดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงข้างสาวปั้นปึง เดาว่าเธอคงอยากปิดปากเขาแทบดับดิ้น แต่สำหรับเขามีเพียงปากนุ่มอวบอิ่มเท่านั้นที่จะทำให้เขาหยุดพูด

ก็แค่เธอจูบ...เขาจะยอม

“ขอบคุณครับ”

หญิงสาวขนลุก รู้สึกถึงไอร้อนจากร่างสูง รับรู้ถึงรังสีบางอย่างที่แผ่กาะจายออกมา  เชื่อหมดใจว่าตอนนี้คนบ้านี่ต้องกำลังคิดอะไรพิสดารแหงๆ

ตอนแรกก็คิดว่ากลุ่มผู้บริหารพีระประกาศิตแต่ละคนช่างมีความสัปดนคาดไม่ถึงเป็นของตัวเอง แวบหนึ่งยังดีใจเนื้อเต้นว่าลภัสดลย์ เจ้านายของเธอไม่ติด

ที่ไหนได้...ออกมาพิมพ์เดียวกับผองเพื่อนเป๊ะ 

มิน่าเล่าถึงคบกันยืนยาว ศีลเสมอกันนี่เอง

“ว่าไงล่ะ เมื่อครู่คุณจะพูดอะไรหรือ”

อยากส่งสายตาพิฆาตข่มขู่ว่าอย่าได้เปิดเปิงเรื่องระหว่างเรา แต่เธอจะปล่อยพิรุธมากกว่านี้ไม่ได้ ถ้าส่งสายตาให้เขารัมภาต้องจับได้แน่ จึงทำได้แต่กุมสองมือที่กำลังสั่นไว้ใต้โต๊ะ ควบคุมลมหายใจเข้าออก

และขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้เขาปากโป้ง ให้ตายเถอะ ในชีวิตเธอเคยวอนขอสวรรค์ครั้งไหนบ้าง

“อ้อ ผมแค่จะบอกว่าผมเคยจู้จี้แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับ เลยไม่ถือสาว่าเธอจะกินหรือยัง”

ผู้ใหญ่ทั้งสามคนชะงักไปเล็กน้อย มัทนากับปิยธิดาคิดแค่ว่าเขาน่าจะรักความสะอาดมากกว่านี้ เพราะตั้งแต่หัวถึงเท้าแต่งตัวเนี้ยบหรู แต่กลับไม่แยแสการกินแก้วเดียวกันกับคนแปลกหน้าเนี่ยนะ

กระนั้นสุดท้ายก็เยินยอว่าเขาเป็นผู้ชายติดดินที่แท้ทรู ส่วนรัมภาก็ทำเพียงส่งยิ้มบางๆ ทบทวนว่าตนฟุ้งซ่านเกินไปหรือเปล่า

มันอาจไม่ใช่คำว่าจูบ แต่เป็นคำว่าจู้จี้

“เป็นอย่างนี้นี่เอง” รัมภาแสร้งพยักหน้าเออออเรื่อยเปื่อย “ไม่ถือตัว ไม่รังเกียจแบบนี้นับว่าหายาก”

ลภัสดลย์ยิ้มละไมให้ผู้สูงวัย เขาจะรังเกียจเธอได้อย่างไร ในเมื่อเราเคยจูบกันอย่างลึกซึ้งแถมข้ามขั้นไประดับแอดวานซ์

 ให้ชิมทั้งตัวยังได้เลย

มนต์ลัลลาหน้าแดงก่ำ ไม่ได้ซาบซึ้งในเหตุผลจอมปลอม เพราะจากที่อยู่กันมาสองปี จึงกระจ่างแจ้งว่าเขาถือเรื่องกินร้อนช้อนกลาง เวลาพาทีมวิศวะไปฉลองหลังจากปิดโครงการต่างๆ เขามักเข้มงวดเรื่องสุขอนามัยตลอด

แต่ที่เขาไม่ถือเรื่องกินแก้วเดียวกับเธอ เป็นเพราะ…

“ชาไทยนี่อร่อยมาก” รัมภายกหลอดขึ้นมาดูดแล้วเอ่ยเนิบนาบ “คุณอยากลองชิมไหม”

มนต์ลัลลาเกือบตกเก้าอี้ รู้หมดใจว่าลภัสดลย์โดนลองของเข้าให้แล้ว 

เสี้ยวหนึ่งสายตาท้าทายจากรัมภาทำให้ชายหนุ่มนึกถึงมนต์ลัลลา ความเฉียบฉลาดช่างสังเกต ช่างสงสัย และไม่ยอมคน

มนต์ลัลลาได้จากนางมาไม่น้อย

“น้องก็พูดอะไรไม่เข้าท่า จะกินต่อได้อย่างไร” มัทนาขัดจังหวะ ค้อนปะหลับปะเหลือกให้น้องสาว อยู่ดีๆก็ทำกิริยาประหลาด จะให้พ่อหนุ่มหล่อเหลาคนนี้กินแก้วเดียวกัน ฟั่นเฟือนไปแล้วรึ

“รัมภาก็แค่ล้อเล่นเองค่ะคุณพี่ เห็นคุณเค้าน่าเอ็นดูก็เลยหยอก” 

เสียงหัวเราะกลบเกลื่อนของย่าเล็กไม่ได้ทำให้มนต์ลัลลาดีขึ้น พลันหน้าสวยซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วคุณทำงานอะไรเหรอคะ ทำงานในสนามบินหรือเปล่า” รัมภาซักไซ้อีก

“ผมเป็นวิศวะโยธาครับ” เขารีบบอกอย่างอารมณ์ดี แล้วชำเลืองมองวิศวะอีกคนที่นั่งข้างๆ

มนต์ลัลลาแทบจะเบ้ปากให้กับความแหลระดับสิบ โอเคว่าเขาจบวิศวะก็จริงแต่ตอนนี้ทำงานเป็นผู้บริหารต่างหาก ไม่บอกเทือกเถาของเธอเสียหน่อยเล่าว่าเป็นซีอีโอของพีระรามจะได้ฮือฮาหัวใจวายกันตรงนี้

เขาคงได้บุญอีกเยอะ

“บังเอิญจังเลยค่ะ หลานสาวของฉันคนนี้ก็เป็นวิศวะโยธาเหมือนกัน”

 ปิยธิดาเม้าต์มอยอย่างสนุกสนาน บางทีเขาอาจดวงสมพงษ์กับมนต์ลัลลาก็ได้ คิดเล่นๆว่าถ้าได้มาเป็นหลานเขย หล่อนก็คงพออกพอใจ เพราะรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น

“เคยเจอหลานของฉันบ้างไหมคะ” 

รัมภายิ้มเย็นถามไถ่อีก มนต์ลัลลาแทบสะดุ้ง เริ่มสับสนว่าทำไมย่าเล็กถึงออกอาการหนัก เพราะเขายังไม่คายความลับของเราด้วยซ้ำ 

แต่เมื่อคุยกันมาได้นานถึงตรงนี้ ก็โล่งอกว่าเขาคงเจตนาแค่แกล้งเท่านั้น

ไม่ได้คิดเปิดเผยมันจริงจัง

“เคยครับ”

มนต์ลัลลาลืมตัวถลึงตาใส่ หัวใจเต้นปกติได้แปปเดียวก็กลับมาเต้นโครมครามอีกรอบ

เคยกับผีน่ะสิ

“ตกลงคือเคยจริงๆสินะคะ” 

รัมภาแสยะยิ้ม ตวัดตามองมนต์ลัลลาอย่างคาดโทษ คิดเอาไว้แล้วเชียวที่หลานของหล่อนเหลือบมองผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เข้าร้าน มันต้องมีอะไรทะแม่ง

มนต์ลัลลาเคยลุกลี้ลุกลนที่ไหนกัน ขนาดปะฉะดะกับปิยพรยังโคตรจะนิ่ง

“เคยอะไรของคุณ จำคนผิดแล้วมั้งคะ” เธอยังรักษาอารมณ์ ไม่ให้ระเบิดออกมา ลภัสดลย์อมยิ้ม ตอนแรกก็สนุกอยู่หรอกแต่พอเห็นดวงตาหวานไหวระริก ใจเขาก็สะท้าน ถ้าเธอร้องไห้ 

เขาคงอดไม่ไหวที่จะดึงเธอเข้ามากอด

“ผมหมายถึงปกติสภาวิศวกรก็จัดงานต่างๆนับครั้งไม่ถ้วน ผมและน้องเขาเป็นวิศวะโยธาเหมือนกัน ย่อมต้องเคยเจอกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา”

น้ำหนักที่เขาพูดมาน้อยเสียที่ไหน เปี่ยมสุรนนท์มีวิศวะโยธาหลายคนทั้งปราการ ป้องปก มนต์ลัลลา หรือแม้กระทั่งไปรยา

พวกเขาเข้าร่วมงานสำคัญออกจะบ่อย รัมภาทราบดี

“แล้วนี่คุณมารับใครเหรอคะ...ภรรยาหรือเปล่า” ยิงคำถามสำคัญแล้วก็ยิ้มแช่มชื่น มัทนากับปิยธิดายิ่งฉงนว่าทำไมวันนี้รัมภาเฟรนด์ลีเป็นพิเศษ แต่คำถามนี้ก็ดูจะเอ็กซ์คลูซีฟหน่อยกระมัง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ห้ามปราม

เพราะก็อยากรู้เหมือนกัน

“เปล่าครับ พอดีมารับลูกพี่ลูกน้อง ผมยังไม่มีภรรยาหรอก ถ้าคุณย่ามีหลานสาวคนไหนยังโสด แนะนำให้ผมหน่อยก็จะเป็นพระคุณอย่างมาก”

-------------------

Talk

งุงิ วันนี้ติดธุระเลยแว้บมาลงให้ก่อนค่ะ ส่วนที่เหลือยังปรับปรุงไม่เสร็จเลย ต้องออกไปทำธุระอีกแล้วววว อ่านแล้วชอบอย่าลืมกดหัวใจให้กันน้าาาาา เป็นกำลังของเค้าเลยแหละ จริงๆนะ 555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น