รสสรา
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

เขา...รุกแรงแหกโค้ง เขา...รุนแรงเร่าร้อน เธอ...ไม่เคยเป็นแฟนเขา แต่ข้ามสเต็ปขึ้นแท่นเป็นภรรยาเลย

บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)

ชื่อตอน : บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)

คำค้น : รสสรา ร้าย หื่น ลภัสดลย์ มนต์ลัลลา ฉลาด แต่งงาน 20+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2563 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 อยากสนิท (ต่อ)
แบบอักษร

 

วินาทีนี้แม้ได้ซดเลมอน มินต์ สมูตตีที่เย็นยันลำไส้ใหญ่หมดโอ่งก็ไม่ช่วย ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกจนต้องเม้ม ทั้งโกรธและวิตกกังวล 

        แต่ความโกรธเดือดพล่านมากกว่า 

        ผู้ชายอะไรหน้าด้านหน้าทน ช่างกล้าเดินดุ่มๆ แหวกดงวงศาคณาญาติ ไม่สนใจหน้าอินทร์ หน้าพรหม หรือหัวหงอกหัวดำเพื่อเข้ามาหาเรื่องเธอ 

        ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนนักใช่ไหม เดี๋ยวแม่จะได้จัดหนักจัดเต็มให้หายอยาก เอาให้เลิกชอบกันแทบไม่ทัน 

        “ผมเป็นคนหยิบผิดไปเอง ” 

        ตั้งใจพลาดมากกว่ามั้ง ทำเป็นพูดจาฉอเลาะหน้าซื่อเชียว โอ๊ย เธอหมั่นไส้เหลือเกิน กระนั้นก็โยนความเกรี้ยวกราดระดับปรมาณูลงทิ้งไป และปั้นรอยยิ้มหวานใส “อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ” 

         ‘บางครั้งคนเราก็ตาถั่ว หยิบมั่วได้’ นั่นคือสิ่งที่มนต์ลัลลาคันปากยิกๆ อยากว่าต่อใจแทบขาด  

        “ต้องขอโทษด้วยนะครับ”  

        ลภัสดลย์ก้มหัวลงนิดๆ แต่ได้มุมหล่อเหลา มุมปากประดับรอยยิ้มจริงใจ  มองผ่านๆก็เหมือนเป็นคนปกติ มารยาทดีพร้อม ทำผิดก็กล้ายอมรับ 

        แต่ความจริงเป็นอย่างไรเธอรู้ถึงกึ๋น 

        “อุ๊ย ขอโทษอะไรกันคะ ดิฉันเองก็ผิดที่ไม่ดูให้ดี เครื่องดื่มสองแก้วนี้มีสีเขียวๆ เหมือนกัน คุณไม่ผิดเลยค่ะ”  

        อาของเธอเป็นอัยการ อ่านฎีกาเป็นตั้ง แน่นอนว่าผ่านคดีมาล้านแปด เซนส์จับคนร้ายเทียบเท่ากับพนักงานสอบสวน ที่ว่ากันว่าแค่มองตา ดูลักษณะท่าทางและการตอบคำถามก็รู้แล้วว่ามีเจตนาทำผิดจริงหรือไม่ 

        ดันดูไม่ออกว่าใครเป็นโจร 

        “แต่ว่าหลานสาวของฉันก็กินไปกว่าครึ่งแก้วแล้ว คงจะแลกกลับไม่ได้”  

        หลานที่ถูกพูดถึงหน้าเง้าหน้างอ เหมือนเธอเลินเล่อกินผิดแถมกินเยอะ ผู้ชายบ้านี่แค่ยืนเฉยๆ ความผิดของเขาก็เทมาทางเธอหมดแล้วงั้นเรอะ ไม่ยุติธรรมสักนิด 

        “ที่จริงผมก็ไม่ถือหรอกครับ” ชายหนุ่มยกยิ้มพิมพ์ใจ “เพราะผมเคยจู…” 

        ทันก่อนจะได้ยินคำนั้น  มนต์ลัลลาก็พรั่นพรึงจนเผลอปัดแก้วน้ำล้ม แต่ลภัสดลย์ปราดเข้ามาช่วยจับมันตั้งอย่างรวดเร็ว โชคดีว่ามีฝาปิดทำให้ไม่หก 

        เขาจะพูดคำว่า ‘จูบ’ เขาต้องบอกว่า ‘เพราะผมเคยจูบเธอ’ แน่นอน  

        “เมื่อกี้พ่อหนุ่มจะพูดอะไรรึ” 

         เป็นรัมภาคนแรกที่เลิกคิ้วสงสัย นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของหลานและหนุ่มตรงหน้า สมัยยังสาวนางเองก็ฮ็อตอย่าบอกใคร จึงรู้จักมักคุ้นนิสัยผู้ชายอยู่ไม่น้อย  

        “นั่งก่อนสิคะคุณ ยืนทำไมให้เมื่อยตุ้ม” 

        รัมภาคนเดิมผายมือเชิญให้ลภัสดลย์นั่ง มนต์ลัลลาประหวั่น ไม่เธอก็เขาคงทำให้รัมภาสงสัยเข้าแล้ว เทียบกับมัทนาที่ตอนนี้ยังวางท่ามีเมตตา นับว่าย่าเล็กน่าสะพรึงกว่ามาก นางโสดก็จริง แต่นั่นหลังจากปฏิเสธผู้ชายที่คบหาดูใจกันเป็นโหล  

จะบอกว่าเป็นสาวเทื้อไร้คนทาบทามตลอดชีวิตก็คงไม่ใช่ 

        คนเข้มงวดกวดขันแบบย่าเล็กจะจับพิรุธได้นับว่าไม่แปลก แต่เธอจะไม่ยอมถูกต้อนจนมุม  

พับผ่าเถอะ เธอจะทำอย่างไรได้เล่า จะลากผู้ชายหน้ามึนอึนซึนออกจากร้านก็ไม่ได้ 

        ลภัสดลย์นั่งลงข้างสาวปั้นปึง เดาว่าเธอคงอยากปิดปากเขาแทบดับดิ้น 

        “ขอบคุณครับ” 

        หญิงสาวขนลุก รู้สึกถึงไอร้อนจากร่างสูง รังสีบางอย่างแผ่กระจายออกมา เชื่อหมดใจว่าตอนนี้คนบ้าต้องกำลังคิดอะไรพิสดารแหงๆ 

        “ว่าไงล่ะ เมื่อครู่คุณจะพูดอะไรหรือ” 

        อยากส่งสายตาพิฆาตว่าอย่าได้เปิดเปิงเรื่องระหว่างเราแต่เธอปล่อยพิรุธมากกว่านี้ไม่ได้ ถ้าส่งสายตาให้เขา รัมภาต้องจับได้แน่ จึงทำได้แต่กุมสองมือที่กำลังสั่นไว้ใต้โต๊ะ  

        และขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้เขาปากโป้ง ให้ตายเถอะ ในชีวิตเธอเคยวอนขอสวรรค์ครั้งไหนบ้าง 

        “อ้อ ผมแค่จะบอกว่าผมเคยจู้จี้แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับ เลยไม่ถือสาว่าเธอจะกินหรือยัง” 

        ผู้ใหญ่ทั้งสามคนชะงักไปเล็กน้อย มัทนากับปิยธิดาคิดแค่ว่าเขาน่าจะรักความสะอาดมากกว่านี้ เพราะตั้งแต่หัวถึงเท้าแต่งตัวเนี้ยบหรู แต่กลับไม่แยแสที่กินแก้วเดียวกับคนแปลกหน้า 

        กระนั้นสุดท้ายก็เยินยอว่าเป็นผู้ชายติดดินที่แท้ทรู  

ส่วนรัมภาก็ทำเพียงระบายยิ้ม ทบทวนว่าตนฟุ้งซ่านเกินไปหรือเปล่า มันอาจไม่ใช่คำว่าจูบ แต่เป็นคำว่าจู้จี้ 

        “เป็นอย่างนี้นี่เอง” รัมภาพยักหน้าเรื่อยเปื่อย “ไม่ถือตัว ไม่รังเกียจแบบนี้นับว่าหายาก” 

        ลภัสดลย์ยิ้มให้ผู้สูงวัย  เขาจะรังเกียจเธอได้อย่างไร ในเมื่อเราเคยจูบกันแถมข้ามขั้นไปถึงระดับแอดวานซ์ 

        ให้ชิมทั้งตัวยังได้เลย 

        มนต์ลัลลาหน้าแดงก่ำ ไม่ได้ซาบซึ้งในเหตุผลจอมปลอม จากที่อยู่กันมาสองปี กระจ่างแจ้งว่าเขาถือเรื่องกินร้อนช้อนกลาง เวลาพาทีมวิศวะไปฉลองหลังจากปิดโครงการต่างๆ เขามักเข้มงวดเรื่องสุขอนามัย 

        แต่ที่เขาไม่ถือเรื่องกินแก้วเดียวกับเธอ เป็นเพราะ… 

        “ชาไทยนี่อร่อยมาก” รัมภายกหลอดขึ้นมาดูด “คุณอยากลองชิมไหม” 

        มนต์ลัลลาเกือบตกเก้าอี้ รู้หมดใจว่าลภัสดลย์โดนลองของเข้าให้แล้ว  

        เสี้ยวหนึ่งสายตาท้าทายจากรัมภาทำให้ชายหนุ่มนึกถึงมนต์ลัลลา ความเฉียบฉลาดช่างสังเกต ช่างสงสัย และไม่ยอมคน 

        มนต์ลัลลาได้จากนางมาไม่น้อย 

        “น้องก็พูดอะไรไม่เข้าท่า จะกินต่อได้อย่างไร” มัทนาค้อนปะหลับปะเหลือกให้น้องสาว อยู่ดีๆ ก็ทำกิริยาประหลาด จะให้พ่อหนุ่มหล่อเหลาคนนี้กินแก้วเดียวกัน ฟั่นเฟือนไปแล้วรึ 

        “รัมภาก็แค่ล้อเล่นเองค่ะคุณพี่ เห็นคุณเขาน่าเอ็นดูก็เลยหยอก”  

        เสียงหัวเราะกลบเกลื่อนของย่าเล็กไม่ได้ทำให้มนต์ลัลลาโล่งอก พลันหน้าสวยก็ซีดเผือด 

        “แล้วคุณทำงานอะไรเหรอคะ ทำงานในสนามบินหรือเปล่า” รัมภาซักไซ้อีก 

        “ผมเป็นวิศวะโยธาครับ” บอกอย่างอารมณ์ดี ชำเลืองมองวิศวะอีกคนที่นั่งข้างๆ 

        มนต์ลัลลาอยากจะแบะปากให้กับความแหลระดับสิบ  เขาจบวิศวะก็จริงแต่ตอนนี้ทำงานเป็นผู้บริหารต่างหาก ไม่บอกเทือกเถาของเธอเสียหน่อยเล่าว่าเป็นซีอีโอของพีระราม ทุกคนจะได้ฮือฮาหัวใจวายกันตรงนี้ 

        “บังเอิญจังเลยค่ะ หลานสาวของฉันคนนี้ก็เป็นวิศวะโยธาเหมือนกัน” 

         ปิยธิดาเมาท์มอย บางทีเขาอาจดวงสมพงศ์กับมนต์ลัลลาก็ได้ คิดเล่นๆว่าถ้าได้มาเป็นหลานเขย หล่อนก็คงพออกพอใจ เพราะรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น 

        “เคยเจอหลานของฉันบ้างไหมคะ”  

        รัมภาถามอีก มนต์ลัลลาแทบสะดุ้ง ทำไมย่าเล็กถึงสงสัยนัก เพราะเขายังไม่คายความลับของเราด้วยซ้ำ คุยกันมาได้นานถึงตรงนี้ก็โล่งอกว่าเขาคงเจตนาแค่แกล้งเท่านั้น  

        “เคยครับ” 

        มนต์ลัลลาลืมตัวถลึงตาใส่ หัวใจเต้นปกติได้แป๊ปเดียวก็กลับมาเต้นโครมครามอีกรอบ 

        เคยกับผีน่ะสิ 

        “ตกลงคือเคยจริงๆ สินะคะ”  

        รัมภาแสยะยิ้ม ตวัดสายตามองมนต์ลัลลาอย่างคาดโทษ คิดเอาไว้แล้วเชียวที่หลานของหล่อนเหลือบมองผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เข้าร้าน มันต้องมีอะไรทะแม่ง 

        มนต์ลัลลาเคยลุกลี้ลุกลนที่ไหนกัน ขนาดปะฉะดะกับปิยพรยังโคตรนิ่ง 

        “เคยอะไรของคุณ จำคนผิดแล้วมั้งคะ” เธอยังรักษาอารมณ์ ไม่ให้ระเบิดออกมา ลภัสดลย์อมยิ้ม ตอนแรกก็สนุกอยู่หรอกแต่พอเห็นดวงตาหวานไหวระริก ใจเขาก็สะท้าน ถ้าเธอร้องไห้  

        เขาคงอดไม่ไหวที่จะดึงเธอเข้ามากอด 

        “ผมหมายถึงปกติสภาวิศวกรก็จัดงานต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน ผมและน้องเขาเป็นวิศวะโยธาเหมือนกัน ย่อมต้องเคยเจอกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา” 

        น้ำหนักที่เขาพูดมาน้อยเสียที่ไหน เปี่ยมสุรนนท์มีวิศวะโยธาหลายคนทั้งปราการ ป้องปก มนต์ลัลลา หรือแม้กระทั่งไปรยา 

        พวกเขาเข้าร่วมงานสำคัญบ่อย รัมภาทราบดี 

        “แล้วนี่คุณมารับใครเหรอคะ ภรรยาหรือเปล่า”  

มัทนากับปิยธิดายิ่งฉงนว่าทำไมวันนี้รัมภาเฟรนด์ลีเป็นพิเศษ  แต่คำถามนี้ก็ดูจะเอกซ์คลูซิฟหน่อยกระมัง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ห้ามปราม 

        เพราะก็อยากรู้เหมือนกัน 

        “เปล่าครับ พอดีมารับลูกพี่ลูกน้อง ผมยังไม่มีภรรยาหรอก ถ้าคุณย่ามีหลานสาวคนไหนยังโสด แนะนำให้ผมหน่อยก็จะเป็นพระคุณมาก” 

------------------- 

 

Talk 

 

งุงิ วันนี้ติดธุระเลยแว้บมาลงให้ก่อนค่ะ ส่วนที่เหลือยังปรับปรุงไม่เสร็จเลย ต้องออกไปทำธุระอีกแล้วววว อ่านแล้วชอบอย่าลืมกดหัวใจให้กันน้าาาาา เป็นกำลังของเค้าเลยแหละ จริงๆนะ 555 

ความคิดเห็น