ตัว ฟอ.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

บทที่ 3 

         หลังจากแต่งเข้าจวนองค์ชายสี่ได้ 3 ปี  

         องค์ชายสี่ มู่หรง หานเฟิง ได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นตำแหน่งรัชทายาท ทำให้เจ้าตัวต้องย้ายไปพำนัก ณ วังบูรพา ฮ่องเต้ยังมีพระราชโองการให้แต่งหญิงงามจากตระกูลต่างๆ เข้าวังบูรพาเพื่อไปเป็นสนมขององค์รัชทายาท ทำให้หนิงฮวาได้พบกับเพื่อนร่วมชีวิตคนใหม่ 

         ณ ตำหนักเฟิ่งหวงเฉิง 

         เหล่าบรรดาพระชายาในองค์รัชทายาท องค์ชายต่างๆ ต้องเข้าวังมาถวายพระพรฮองเฮา และพระสนมขององค์ฮ่องเต้ทุกคนอย่างพร้อมเพียงกัน ทำให้หนิงฮวาได้เข้าวังมาพบผู้เป็นป้าอีกครั้ง ครั้งนี้ผู้เป็นป้ามีรับสั่งให้นางคอยอยู่ที่ปีกตะวันออก เพื่อนั่งสนทนากัน 

         “ หนิงฮวา ตอนนี้ในวังบูรพา ผู้ที่มีอำนาจเป็นรองชายาเอกรัชทายาท คือเจ้า เจ้าจำเป็นที่จะต้องมีโอรสให้กับรัชทายาท จงให้บุตรชายคนโตเกิดกับเจ้า ถ้าหญิงสกุลหลี่โชคดีคลอดบุตรชายคนโตก่อน ตำแหน่งรัชทายาทคนต่อไป และอำนาจย่อมตกที่สกุลหลี่ ป้าจักยอมมิได้” เนื่องจากองค์ชายสี่(รัชทายาท) จำต้องขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา ทำให้ฮองเฮากังวลว่า ถ้าหญิงสกุลหลี่คลอดบุตรชาย บุตรของนางจะมีศักดิ์สถานะเป็นบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก ย่อมมีภาษีดีกว่าบุตรคนอื่นๆที่เกิดจากสนม 

         “ ท่านป้า ข้า... ท่านก็ทราบว่าองค์รัชทายาทมิเคยเสด็จมาหาข้าเลย 3 ปีผ่านไปข้าโดดเดี่ยวยิ่งนัก ข้าจักทำเช่นไรให้มีบุตรได้เล่า”  

         “ เจ้าช่างไร้ฝีมือนัก ข้าจะหาหนทางให้บุตรชายคนโตเกิดแก่อนุให้จงได้ สกุลหลี่จักได้ไม่มีวันลืมตาอ้าปากและใช้อำนาจจากพระทายาทได้แน่ๆ เจ้าดูป้าสิ ไร้ซึ่งบุตรธิดา อำนาจย่อมมิมั่นคง บัลลังก์ฮองเฮาของข้าย่อมสั่นคลอนได้ง่าย ยังดีที่ข้านั้นได้เป็นมารดาบุญธรรมของรัชทายาท ตำแหน่งข้าจึงมั่นคงขึ้น ในเมื่อเจ้ามิอาจมีบุตรคนโตให้รัชทายาทได้ ข้าจำเป็นจะต้องให้ฟู่เก๋อเก่อ มีบุตรก่อนหรือไม่ก็ให้เก๋อเก่อคนอื่นๆมีลูกไปก่อน” 

         “ ท่านป้า ฝ่าบาททรงประชวรหนัก เกรงว่าจักเกิดเรื่องมิดีขึ้น ท่านมิกังวลเลยหรือ” นางเอ่ยถามผู้เป็นป้า เพราะฮองเฮาสกุลเฮ่อเหลียนพระองค์นี้ แต่งเป็นชายาเอกให้ฮ่องเต้ตั้งแต่ยังเป็นองค์ชาย จนขึ้นครองราชย์นับว่าเป็นภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานหลายปี 

         “ กังวลหรือ หึ หนิงฮวา เจ้าหาได้รู้อะไรไม่ การแต่งงานของเชื้อพระวงศ์ใช่ว่าจะใช้หัวใจ ใช้ความรัก มันก็เป็นเพียงหมากทางการเมือง ตอนนั้นสกุลเฮ่อเหลียนของเราเรืองอำนาจแค่ไหนกัน มีอำนาจทางการทหารในมือมากมาย สิ้นปู่ของเจ้าไปอำนาจในการทหารก็ไปอยู่ในมือของฝ่าบาทแทน เขาตอบแทนเพียงให้ข้าเป็นฮองเฮา เจ้าดูตระกูลของเราสิ คล้ายว่าจะเรืองอำนาจแต่ก็เป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น อำนาจทางทหารก็หาได้มีเหมือนกาลก่อน แถมบุตรชายในตระกูลก็มิได้เข้าราชสำนักมากนัก ถึงมีแต่ก็มิใช่ตำแหน่งสูง ดังนั้นสตรีเช่นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างเกียรติยศให้วงศ์ตระกูล” ผู้เป็นป้าเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย การสอนหลานสาวครั้งนี้มิใช่ครั้งแรก แต่ตนพร่ำบอกมาหลายหนเสียด้วยซ้ำ 

         “ คำสั่งสอนของท่านป้า ข้ายินดีน้อมรับ นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว ข้าจำเป็นจะต้องออกจากวัง มิอาจอยู่นานได้ ขอท่านป้าโปรดรักษาสุขภาพ หนิงฮวา ทูลลา” 

         “ รักษาตัวด้วย ป้าเป็นห่วงเจ้าเสมอ ” นางตรัสเพียงเท่านี้ก่อนที่ร่างบอบบางของผู้เป็นหลานสาวจะเดินออกจากประตูตำหนักหงส์เหินไป นางมองร่างนั้นจนหายออกไปจากประตูหลักของตำหนัก 

         “ ฮองเฮาเพคะ ทางตำหนักใหญ่ส่งคนมากราบทูลว่า พระอาการของฝ่าบาททรงทรุดหนักมากเพคะ เกรงว่าอาจจะมิพ้นคืนนี้..” อวี้หู นางกำนัลคนสนิทเอ่ยกับผู้เป็นนาย ซึ่งผู้เป็นนายเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมลง มิอาจคาดเดาอารมณ์ และความคิดได้ว่า พระนางจะมีความคิดเช่นไร 

         “ เข้าใจแล้ว ไปเตรียมเกี้ยว ข้าจักไปตำหนักใหญ่ อ้อ แล้วถ่ายทอดคำสั่งข้า ฝ่าบาททรงประชวร มิควรให้สนมเข้าไปปรนิบัติ ให้พวกนางอยู่แต่ในตำหนัก หรือไม่ก็ไปสวดมนต์ให้กับฝ่าบาท หากใครยังดื้อรั้นจักเข้าเฝ้าให้ได้ ให้ลดขั้นพวกนางไปเรื่อยๆ จนเป็นสามัญชน แล้วขับไปอยู่ตำหนักเย็นให้หมด” รับสั่งเพียงเท่านี้ก็เร่งรุดไปยังตำหนักใหญ่ทันที  

         หลังจากหนิงฮวากลับออกจากตำหนักเฟิ่งหวง ได้ 1 วัน ท้องฟ้าภายในวันนี้ช่างดูอึมครึมน่าวังเวงยิ่งนัก เหล่าสรรพสัตว์ต่างพากันหลบหายออกไปอย่างผิดธรรมชาติ นางที่นั่งอยู่ในเรือนหลักของจวน ซึ่งกำลังนั่งสนทนากับชายาเอกสกุลหลี่ ได้แต่แปลกใจกับเหตุการณ์เช่นนี้ แม้แต่ชายาเอกเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับนาง 

         “ น้องหญิงหนิงฮวา พี่หญิงรู้สึกไม่ดีนัก เจ้าคิดเหมือนกันหรือไม่”  

         “ เป็นดั่งที่ท่านพี่กล่าว น้องเองก็รู้สึกมิดีนักเพคะ เราไปสวดมนต์กันดีไหมเพคะ เผื่ออะไรจะดีขึ้น” นางเอ่ยชวน 

         “ เช่นนั้นก็ดี ไปกันเถิด ฟู่เก๋อเก่อเองกำลังป่วย มิควรให้นางออกไปไหนมาไหน ให้นางพักในจวนนี่แหละ เจ้าไปกับข้าก็แล้วกัน” ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินออกจากตัวเรือนหลักนั้น ทันใดนั้นเอง หลี่กงกง ขันทีคนสนินของรัชทายาทก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนน้ำตา  

         “ ทะ.....ทูล พระชายาเอก พระชายารอง เกิดเรื่องแล้วพะยะค่ะ ฮือ...”  

         “ รีบๆพูดมาเร็วเข้า เกิดอันใดขึ้น” 

         “ ฝ่า…บาท... ฝ่าบาท สิ้นพระชนม์แล้วพะยะค่ะ” เขาเอ่ยแค่นั้นก่อนจะก้มกราบทั้งน้ำตา ทั้งหนิงฮวาและหญิงสกุลหลี่เองก็มิต่างกัน  

         “ แล้วองค์รัชทายาทเล่า อยู่ที่ใดกัน” ชายาเอกเอ่ยถาม 

         “ องค์รัชทายาทอยู่ในวังหลวงพะยะค่ะ มีรับสั่งให้พระชายาทั้งสอง เข้าวังด่วนพะยะค่ะ”  

         บรรยากาศในวังหลวงแคว้นต้าฉีในวันนี้ เต็มไปด้วยความเศร้าโศกโสกัลย์ เมื่อต้องเสียโอรสสวรรค์ไป แผ่นดินเต็มไปด้วยคราบน้ำตา และเสียงร้องให้คร่ำครวญของไพร่ฟ้าประชาราษฏ์ ในวังหลวงเองก็มีเสียงสะอื้นไห้ของบรรดา ฮองเฮา สนม นางกำนัล ชายาอ๋อง พิธีศพจักดำเนินเป็นระยะเวลาหลายวัน รวมถึงพิธีไว้ทุกข์จักต้องมีภายใน 1 ปี เนื่องจากสิ้นองค์จักรพรรดิ จึงต้องมีการผลัดแผ่นดินใหม่ ทำให้รัชทายาทมู่หรง หานเฟิง ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา เป็นจักรพรรดิหานเฟิง และได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้น อาทิเช่นการสับเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง และขั้วอำนาจในฝ่ายใน  

         “ ราชโองการฟ้า ฮ่องเต้มีรับสั่ง ฮองเฮาสกุลเฮ่อเหลียน มีศักดิ์เป็นมารดาตามกฎมนเฑียรบาล เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ปกครองวังหลัง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่แผ่นดิน จึงสถาปนาขึ้นเป็นหมู่โฮ่วฮองไทเฮา จางผินสกุลจาง มีศักดิ์เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด จึงสถาปนาย้อนหลังขึ้นเป็นจางเฟย มีสถานะเป็นไท่เฟย และสถาปนาพระชายาเอกสกุลหลี่ ขึ้นเป็นฮองเฮา จบราชโองการ” หลี่กงกงอ่านราชโองการต่อหน้าเหล่าขุนนางทั้งหลายที่พากันคุกเข่า หลังจากจบราชโองการ พวกเขาต่างพากันสรรเสริญกล่าวถวายพระพรก่อนจะพากันออกจากวังหลวงไป เป็นการเสร็จสิ้นพิธีการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิองค์ใหม่ และมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินและรัชศกใหม่อีกครั้ง  

         ณ ทางเดินในวังหลวง 

         ขบวนเกี้ยวเกียรติยศในศักดิ์สถานะของพระพันปีหลวงแห่งแคว้นฉี ไทเฮาสกุลเฮ่อเหลียน ซึ่งเป็นไทเฮาเพียงพระองค์เดียว แถมยังพ่วงตำแหน่งอดีตฮองเฮาในรัชกาลก่อน ทำให้พระนางได้ไปประทับ ณ ตำหนักอายุนิรันด์ ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับของไทเฮาโดยเฉพาะ ในวันนี้พระนางสวมชุดสีเหลืองทอง ปักลายหงส์มังกร มวยผมประดับปิ่นทองฝังมุกลวดลายพญาหงส์ ดูสูงศักดิ์ล้ำค่า สมสถานะของพระพันปีหลวงแห่งต้าฉียิ่งนัก อวี้หู นางกำนัลคนสนิทจึงพลอยได้อานิสงส์จากผู้เป็นนายไปด้วย  

         “ ไทเฮา อีกไม่นานเราก็จะไปถึงตำหนักฉางโช่วแล้ว เมื่อท่านได้เป็นนายตำหนักเท่ากับว่า สถานะไทเฮาของท่านมั่นคงดีแล้วเพคะ” นางเอ่ย 

         “ อืม.. วังหลังช่างเงียบสงบนัก ข้าอยากให้มันเงียบสงบแบบนี้ต่อไปอีก บรรดาสนมของอดีตฮ่องเต้ต่างถูกย้ายไปพำนักที่ตำหนักหลัง ตำหนักฉางโช่ว มีเพียงหญิงสกุลจางมารดาของฮ่องเต้เท่านั้นที่ได้ครองตำหนักหย่งเหิง ถึงแม้จะไม่ใหญ่โตเท่าตำหนักฉางโช่วแต่ก็สมฐานะของนาง” 

         “ แน่นอนเพคะ นางเป็นเพียงไท่เฟย ไฉนเลยจะเทียบเท่าไทเฮา นางมีตำแหน่งต่ำต้อย มิอาจขึ้นเป็นเฟยได้ก่อนอดีตฮ่องเต้สวรรคต มิเช่นนั้นนางคงได้ตำแหน่ง *เซิ่งหมู่ฮองไทเฮา มีศักดิ์และอำนาจเป็นรองหรืออาจจักแทนท่านได้” อวี้กูกู่เอ่ยกับผู้เป็นนาย 

         “ ถึงจะเป็นไทเฮาเช่นเดียวกัน แต่ตามกฎบรรพชน ไทเฮาที่เป็นฮองเฮาในรัชกาลก่อนย่อมมีศักดิ์และสถานะสูงกว่า ไทเฮาที่เป็นพระมารดาในฮ่องเต้ เอาล่ะเลิกพูดเรื่องนี้สักที ถึงตำหนักไวเท่าใดข้ายิ่งได้พักผ่อนไวเท่านั้น รุ่งเช้าฮองเฮาคงจะนำบรรดาสนมมาเข้าเฝ้าข้าที่ตำหนักเป็นแน่แท้” พระนางเอ่ยเพียงเท่านี้ก่อนที่อวี้หูจะสั่งให้คนแบกเกี้ยวเดินให้เร็วขึ้น เพราะตำหนักฉางโช่วอยู่ห่างจากตำหนักเฟิ่งหวงไปอีก หรือเรียกได้ว่าตำหนักฉางโช่วนั้นจะอยู่บริเวณด้านหน้าของตำหนักทั้งหมดในฝ่ายในก็ว่าได้  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น