jan-writer

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ถึงยังไงก็ไม่มาววววว!

ชื่อตอน : ถึงยังไงก็ไม่มาววววว!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 52

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 18:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถึงยังไงก็ไม่มาววววว!
แบบอักษร

“กลับดี ๆ นะครับ”

           “ขอบคุณค่ะ บาย” พูดแล้วก็ตั้งท่าจะเดินจากมา ส่วนถายุกรก้าวขึ้นไปยืนบนระเบียง เขาไม่ได้หันกลับไปมองสลิลฉัตรอีกและเซแถ่ด ๆ ไปด้านหน้ามากกว่าจะเดินตอนเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู

           ทนายความหนุ่มพิงศีรษะซบกับผนังบ้าน มือไม้ตบที่กระเป๋าเสื้อเพื่อหาคีย์การ์ด ตาเองก็พยายามอย่างสุดกำลังให้ลืมกว้าง ๆ แต่มันก็คอยจะปิดเรื่อย

           “ในกาเป๋าเกง ซ้าย--” บ่นกับตัวเอง พลางยกมือขึ้นมาลูบหน้า “ซ้าย ต้องซ้าย” มือทั้งสองข้างเลื่อนลงไปลูบที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังทั้งสองข้าง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเจอกระเป๋าสตางค์ เอนตัวออกยามคลี่กระเป๋าหาการ์ดสีดำ พอเจอก็หยิบขึ้นมาจ้องอยู่เกือบนาที แล้วก็จับลูกบิดพยายามจะแหย่คีย์การ์ดเข้าไปแทนลูกกุญแจ

           “หน้าบ้านมีต้นมะพร้าว มิส-ซา-ลินไม่เมา กลับเองได้”

           ทางด้านหลังของชายหนุ่ม ห่างจากหน้าบ้านแค่สี่ห้าก้าวคุณหมอสาวยืนชี้นิ้วไปมาอยู่ เธอหรี่ตามองจ้องไปด้านหน้าแต่พบเพียงความมืดสลัว และหาดทรายที่ไร้เงาต้นไม้

           “ม่ายมีต้นมะพร้าวก็ไม่ใช่ทางกลับบ้าน” เธอหมุนตัวกลับโงนเงน แหงนคอมองจนแทบหักก่อนจะยิ้มออกมาได้ “นี่ไงต้นมะพร้าว แหล่วก้อ-อ-อบานนิ” ครั้นหมุนตัวมองตามทิศก็เจอถายุกรกำลังยักแย่ยักยั่นจะเปิดประตูให้ได้ คุณหมอสาวยกมือขึ้นทาบแก้มทั้งสองข้างตีแรง ๆ “โปน-จ้น!” จากนั้นก็ร้องแฮ่ “ผิดแล้ว! โจรปล้น!” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก แต่อีกวินาทีต่อมาก็นิ่งขึง “แจ้งตำรวจ ไม่ ๆ ต้องจับโจรก่อน มิส-ซา-ลินทำได้ จับโปนแค่สิว ๆ”

           คิดได้ก็ย่อง ๆ แบบเป๋ ๆ ตรงไปที่บันไดทางขึ้น ย่อตัวหลบแล้วคลานขึ้นบันไดโผล่แค่ตา คุณหมอคนสวยหรี่ตาที่ปรือสุดขีดเพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ 

           “ทำไมเปิดไม่ได้วะ” หลังปล้ำเปิดประตูอยู่นาน ถายุกรก็ยอมแพ้ เขาบ่นพึมพำแต่ทั้งตัวเอนพิงผนังบ้านไปแล้ว “นอนหน้าห้องเลยได้ไหมวะ แต่โรงแรมอะไรทำไมมียุงด้วยเนี่ย” บ่นจบก็เหมือนจะรูดลงกับพื้นทั้งตัว ทว่า...

           “ขะ-โมย!” เสียงท้วงดัง ถายุกรสะดุ้งโหยงหันไปมองก็พบว่าคุณหมอสาวโหยงตัวขึ้นจากท่าคลาน และกำลังชี้มือมาที่หน้าเขา “แอบเข้าบ้านพักคนอื่นเหรอ นิสัยไม่ดี!”

           ทนายความหนุ่มยกมือขึ้นชูสองข้าง หมุนตัวเอนหลังซบกับผนัง

           “ถึงมิส-ซา-ลินจะม่าย ไม่ใช่ตำรวจ แต่มิส-ซา-ลินจะจับนายให้ตำหนวด!”

           ถายุกรส่ายหน้าด๊อกแด๊ก “นี่ห้องพักผม แต่ใช้คีย์การ์ดไม่ได้ ใช่ มันเสียผมต้องไปหาโอเปอเรอเตอร์ ใช่”

           แหงแหละมันคงเปิดได้หรอก เพราะประตูบ้านพักเป็นลูกบิด และใช้กุญแจ!

           “อย่ามาโกหก นายนะไม่ดี ๆ เข้าบ้านคนอื่น” สลิลฉัตรยืดตัวตรงและก้าวขึ้นบันไดช้า ๆ ดวงตาคู่สวยปรือเหมือนจะหลับมิหลับแหล่ เธอเดินจากนั้นก็เซพุ่งตรงไปยังประตู ถายุกรแม้จะเมาแต่ก็ยังพอมีสติจึงรับไว้ได้ทัน แต่ก็ทำเขาล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น หลังกระแทกกับบานประตูมีคุณหมอสาวคร่อมทับอยู่ด้านบน

           “เจ็บ!” ชายหนุ่มนิ่วหน้ายกมือขึ้นคลำท้ายทอย 

คุณหมอยกมือขึ้นตีหน้าสองสามครั้ง พยายามเบิกตาให้โต “คุณเดินยังไงเนี่ย ชนฉันล้มเลยไหม อ้าว?” หญิงสาวยกมือขึ้นคลำใบหน้าเขา หรี่ตามองพลางสะบัดหน้า “คุณเก่ง มาไมเนี่ย ยังม่ายถึงโรงแรมอีกเหรอ เห็นขาโมยไหม เมื่อกี้นายนั้นจะงัดห้องฉัน”

“ผมไม่เห็น แต่เดี๋ยว คุณฉัตรนะที่เป็นฝ่ายล้มมาทับผมเนี่ย”

           คำตำหนิเรียกเสียงหัวเราะได้จากทั้งคู่ตามเดิม ดูเหมือนพอเมาแล้วทั้งถายุกรและสลิลฉัตรจะรั่วไม่ต่างกันเลย

           “แตกไหม เผื่อได้แจกห้าร้อย” คนพูดเอื้อมมือไปคลำศีรษะถายุกรให้วุ่นวาย ขณะที่คนเจ็บที่หลับตาก่อนหน้าค่อยปรือตามองขึ้น ใบหน้านวลแดงก่ำท่ามกลางแสงไฟแรงเทียนทำให้ผู้หญิงตรงหน้าเขาดูคล้ายภาพวาดเก่า ๆ เขาสะบัดศีรษะเรียกสติแต่สลิลฉัตรจับยึดไว้

           “ดูแผลหน่อย อย่าขยับสิเออ ดื้อจริง ฟังคุณหมอนะคะ เด็กดีต้องอยู่นิ่ง ๆ นะคะ”

           ถายุกรเหมือนจะไม่ได้ยิน สายตาเขาจับอยู่แค่ใบหน้าที่ห่างแค่นิดเดียว เสียงพูด ลมหายใจ อยู่ใกล้ชิดจนเขารู้สึกว่าอากาศเย็นสบายมันเริ่มร้อนขึ้นมาหน่อย ๆ

           “คุณ... ฉัตร”

           สติที่มีไม่มากบอกว่าเธอคือใคร แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่รู้สึกตัวเพราะสนใจแต่หัวเขาอยู่

           “ใช่ค่ะ หมอฉัตรเองนะ หนูอยู่นิ่ง ๆ นะคะขอคุณหมอดูหน่อยนะ อีกเดี๋ยวก็จะหายเจ็บแล้ว เพี้ยง!” 

คำว่าเพี้ยงคือการที่สลิลฉัตรหลับตาแล้วเป่าลมบริเวณหน้าผากถายุกร หัวใจชายหนุ่มเต้นโครมครามอยู่ในอก ยิ่งพูดจบแล้วหญิงสาวลืมตาขึ้นมามองจนได้สบตากัน เขาก็แทบจะลืมทุกอย่างในหัวไปจนหมด 

ขณะเดียวกันคนที่เพิ่งลืมตามองสบกันก็หยุดนิ่งโดยไม่ตั้งใจ เธอเพิ่งทำให้ ‘คนไข้เด็ก’ หายงอแงยอมให้ตรวจ จึงตั้งใจจะชมว่าเป็นเด็กดี ทว่าใบหน้าที่เห็นอยู่ใกล้ ๆ กลับไม่ใช่ใบหน้าของเด็ก มันคือใบหน้าของผู้ชายหนุ่ม ดวงหน้าขาวคมสัน มองเห็นกระทั่งไรหนวดเขียว ๆ ที่ขึ้นอยู่เหนือริมฝีปากและตามปลายคาง

เราเผลอมองสบตากัน และถูกดึงดูดเข้าหากัน

           เวลาเมา สิ่งหนึ่งที่เสียไปคือการยั้งคิด และการใช้เหตุผล ซึ่งเหมือนว่าทั้งคู่ก็เป็นเช่นนั้น

           ถายุกรเลื่อนมือที่โอบเอวคอดไว้แน่นขึ้น ทำให้ตัวเธอแนบชิดไปกับเขา ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าใกล้ทีละน้อย ดวงตามองจับที่ริมฝีปากระเรื่อ หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทุกวินาที มันแทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก และพลอยทำให้หัวใจอีกฝ่ายเต้นแรงตามไปด้วย

           เนื้อตัวที่แนบชิดกัน แผงอกกว้างของเขาที่ใกล้ชิดกับหน้าอกเธอมันร้อนผ่าว สลิลฉัตรรู้สึกถึงลมหายใจที่ขาดห้วง ยามเขาหรี่ตาลง เธอก็หลุบตาปรือ รู้สึกถึงลมหายใจร้อน ๆ ที่ผสมรวมกัน

           กลิ่นแอลกอฮอร์จาง ๆ จากลมหายใจยิ่งทำให้มึนงง

           ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ นอกจากความใกล้ชิดสนิทสนมที่กำลังเกิดขึ้น สลิลฉัตรหลับตาลงเช่นเดียวกับถายุกรยามที่ริมฝีปากเราบดเบียดเข้าด้วยกัน

           เธอตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนเขา ยามที่เขากอดรัดแนบแน่นขึ้นทีละน้อย ในดวงตาแสงสว่างลับหายไป ภาพใด ๆ ไม่ปรากฏ สิ่งที่รับรู้คือลมหายใจอุ่นจนร้อน กับแรงกระแทกของหัวใจในช่องอก และเสียงคลื่นดังกระทบฝั่งคล้ายดนตรี

********************* 

รีเนื้อหานิดนึงน้าชาวเลา ส่วนเค้าจะ...กันไหม หืมมมมม มาลุ้นนนนน 5555+ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น