นายกระถิน

ดื่มน้ำเยอะๆนะ เป็นห่วง~

บทที่ 16 เคล็ดวิชากระบี่หยก

ชื่อตอน : บทที่ 16 เคล็ดวิชากระบี่หยก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 824

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 เคล็ดวิชากระบี่หยก
แบบอักษร

"ไม่ใช่ว่าแหวนวงอื่นก็มีแต่สิ่งของเช่นนี้?" เมื่อเห็นแหวนวงแรกเต็มไปด้วยป้ายหยกจากหอคณิกา ลู่หลินจึงเริ่มกังวลเกี่ยวกับแหวนวงอื่นบ้าง จากนั้นไม่นานแหวนหลายสิบวงจึงถูกลู่หลินขุดคุ้ย นำสิ่งของภายในนั้นออกมาสำรวจเป็นการใหญ่ สิ่งของที่พบนั้นมีตั้งแต่เสื้อผ้าอาภรณ์ ไปจนถึงดาบกระบี่หลายเล่ม รวมถึงแผ่นหยกเคล็ดวิชาหลายวิชาหลายแผ่น แต่สิ่งของที่ทำให้ลู่หลินตื่นเต้นยินดีมากที่สุด กลับเป็นแหวนที่เก็บเหรียญปราณเอาไว้

"ร่ำรวยเกินไปแล้ว สมกับเป็นนายน้อยตระกูลใหญ่ ไม่เพียงแค่เหรียญปราณแม้แต่หยกปราณก็ยังมี" เพียงประเมินด้วยสายตาก็มีอยู่หลายพันเหรียญ แต่หากประเมินมูลค่าที่แท้จริงอาจมากถึงหลักแสน เนื่องจากเหรียญปราณกับหยกปราณนั้นมูลค่าต่างกัน หยกปราณเพียงหนึ่งเหรียญเทียบเท่าเหรียญปราณหนึ่งพันเหรียญ

ความทุกข์ยากในชีวิตก่อนนั้นไม่อาจประเมินได้ หากตอนนั้นตนมีเงินมากมายเช่นนี้ ลู่หลินไม่อยากจะคิดเลยว่าจะสุขสบายเพียงได้ ด้วยความปราบปลื้มยินดี ตัวลู่หลินถึงขั้นนำเหรียญทั้งหมดออกมานั่งนับทีละเหรียญ กระทั่งรู้สึกพึงพอใจแล้ว เด็กหนุ่มจึงเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งของชิ้นอื่น

ในครรลองสายตาของลู่หลิน กระบี่หยกสีเงินยาวหกฉื่อ ยามถูกส่องด้วยแสงอาทิตย์เกิดเป็นประกายระยิบระยับบนใบมีด ในบรรดาศัสตราวุธที่ลู่หลินนำออกมา ของสิ่งนี้นับว่างดงามเตะตามากที่สุด ไม่เพียงมีความสวยงาม แต่ลู่หลินยังสัมผัสได้ถึงไอปราณอ่อนจางที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่ บนใบมีดมีชื่อที่ถูกสลักเอาไว้'กระบี่หยกพิรุณ' เด็กหนุ่มไม่รอช้าหยิบกระบี่ขึ้นมากวัดแกว่งไปมา

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

กระบี่ยาวหกฉื่อน้ำหนักพอดีมือ เพียงแค่ตวัดอย่างแผ่วเบากลับเกิดเป็นเสียงกรีดอากาศดังไปทั่วห้อง แม้ลู่หลินไม่ได้โคจรออกด้วยลมปราณ แต่ยังเกิดเป็นระลอกปราณแผ่วเบาออกมาจากตัวกระบี่

"แค่เพียงตวัดกระบี่ยังมีอานุภาพถึงเพียงนี้ ถ้าใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาจะรุนแรงเพียงใด" ลู่หลินตื่นเต้นยินดีกับอานุภาพของกระบี่ รีบเร่งค้นเคล็ดวิชาที่คาดว่าน่าจะเป็นมีประโยชน์ต่อตน ในสิ่งของที่นำออกมามีอยู่จำนวนไม่น้อยที่เป็นเคล็ดวิชา เมื่อลองตรวจสอบดูทีละแผ่นเสร็จแล้ว ลู่หลินจึงเลือกเคล็ดวิชาที่โดดเด่นที่สุดออกมา

แผ่นหยกนี้สลักชื่อไว้ว่า'เคล็ดวิชากระบี่หยก' พร้อมตราประทับที่ถูกสลักไว้ ลู่หลินทราบทันทีว่านี่คือตราประทับของตระกูลลู่

"เคล็ดวิชากระบี่หยกนี้ สมควรเป็นเคล็ดวิชาประจำตระกูลลู่" ลู่หลินโคจรลมปราณส่งเข้าไปภายในแผ่นหยก แต่เมื่อลมปราณถูกดูดซับเข้าไปกลับแรงต่อต้านจากภายในผลักออกมา ไม่ยินยอมให้ลู่หลินอ่านเนื้อหาในแผ่นหยกได้

"หืม?" เมื่อความพยายามครั้งแรกไม่เป็นผล ลู่หลินจึงลองอีกครั้งแต่ผลลัพธ์กลับเป็นเช่นเดิม ยามนั้นเองห้วงความคิดของลู่หลินจึงได้กวาดผ่านจิตทรงจำที่เกี่ยวกับแผ่นหยกนี้ ทำให้รับทราบถึงสาเหตุในทันที ลู่หลินกรีดนิ้วตนเองให้เป็นแผลขนาดเล็ก จากนั้นหยดเลือดหนึ่งหยดลงไปยังแผ่นหยก ยามที่เลือดสดสีแดงหลอมรวมกับแผ่นหยกเสร็จสิ้น ลู่หลินจึงส่งลมปราณเข้าไปอีกรอบ

เมื่อแผ่นหยกได้หลอมรวมกับหยดเลือด แผ่นหยกนั้นจึงอนุญาตให้พลังปราณแทรกสอดเข้าไปเพื่ออ่านเนื้อหาภายในได้ ในห้วงความคิดมองเห็นเป็นเคล็ดวิชากระบี่หยกรูปแบบต่างๆ โดยเคล็ดวิชาได้แบ่งออกเป็น'เคล็ดลมปราณ'กับ'เคล็ดกระบวนท่า'

เมื่อครั้งลู่หลินโคจรออกด้วยพลังปราณภายในร่างนั้น ตนเพียงโคจรตามลำดับจุดชีพจรลมปราณ ซึ่งการโคจรดังกล่าวเป็นเพียงการโคจรขั้นพื้นฐาน แต่ละตระกูลย่อมมีลำดับการโคจรลมปราณที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เพียงแค่ลำดับจุดชีพจรที่แตกต่าง แต่การเน้นหนักเบาตามจุดชีพจร เพื่อควบคุมการไหลของกระแสปราณก็แตกต่างเช่นกัน

การโคจรลมปราณพื้นฐานนั้นเพียงโคจรตามลำดับจุดชีพจรทั้งภายในร่างอย่างสม่ำเสมอ ทุกจุดชีพจรกำหนดการไหลเข้าออกของลมปราณในปริมาณเท่ากัน แต่หากมีการเปลี่ยนลำดับจุดชีพจร รวมถึงความรวดเร็วหนักเบาของลมปราณที่ไหลผ่านเส้นชีพจร ปราณที่แผ่ออกมาก็จะมีคุณลักษณะแปรผันตามไปด้วย สิ่งนี้เองก่อเกิดเป็นเคล็ดวิชาลมปราณของแต่ละตระกูล อาจจะรุนแรงแข็งกร้าวหรือนุ่มนวลเรียบสงบ ก็ขึ้นกับว่าแต่ละตระกูลคิดค้นขึ้นมาได้แบบใด

เคล็ดลมปราณนี้ยังสอดคล้องไปกับเคล็ดกระบวนท่าที่คิดค้นขึ้นมาอีกด้วย แม้การใช้ออกด้วยเคล็ดลมปราณของตระกูลจะสามารถสำแดงอานุภาพของกระบวนท่าได้ แต่หากเป็นกระบวนท่าที่จำเพาะเจาะจง ย่อมมีการโคจรลมปราณที่แปลกพิสดารขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

ลู่หลินนั่งขัดสมาธิจ่มจ่อมลงไปในห้วงความคิด พยายามโคจรลมปราณในร่างให้หมุนวนตามลำดับของเคล็ดวิชา เกิดเป็นลมปราณสีม่วงอ่อนจางหมุนวนลื่นไหลไปตามเส้นชีพจร แม้การเปลี่ยนลำดับชีพจรจะทำให้โคจรได้ยุ่งยากติดขัดขึ้นบ้าง แต่ลู่หลินใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อคุ้นชินแล้วก็สามารถโคจรไปมาได้อย่างลื่นไหลไร้ติดขัด

เพียงครึ่งชั่วยามให้หลัง ภายในห้องปรากฏเป็นลมปราณสีม่วงหมุนวนรอบตัวลู่หลิน ปราณดังกล่าวรวดเร็วดุดันทั้งยังแฝงไปด้วยความแหลมคม เมื่อพยายามเน้นหนักเบาไปตามจุดชีพจรเพื่อกำหนดการไหลของลมปราณ ลมปราณที่แผ่ออกมาก็แปรเปลี่ยน จากเดิมหมุนวนรวดเร็วกลายเป็นลื่นไหลอ่อนนุ่ม การสลับไปมานั้นสำหรับลู่หลินลำบากเพียงใจนึกเท่านั้น

"เคล็ดลมปราณนี้เพียงใช้ออกด้วยจุดชีพจรเพียงสามสิบหกจุดเท่านั้น หากข้าหนุนเสริมด้วยจุดชีพจรที่เหลืออยู่ อานุภาพจะเป็นเช่นไร" ยามนั้นเองลู่หลินจึงทดลองเปิดจุดชีพจรทั้งหมดขึ้น หนุนเสริมการโคจรลมปราณของจุดชีพจรเดิม

วู้ววววววว เสียงลมกรรโชกโบกพัดไปทั่วห้อง เผยอานุภาพของลมปราณที่ถูกโคจรออกมา กลิ่นอายวายุอันแหลมคมคล้ายสามารถตัดสะบั้นได้ทุกสิ่งอย่าง

"ไม่เห็นยากเท่าไหร่ เพียงครึ่งชั่วยามเคล็ดลมปราณนี้ก็ไม่มีสิ่งใดให้เรียนอีกแล้ว" ทีแรกลู่หลินยังหวั่นใจอยู่ว่าการเปลี่ยนรูปแบบโคจรลมปราณจะยากลำบากเพียงใด แต่เมื่อลองกระทำตามจึงค้นพบว่าความยุ่งยากนั้น มีเพียงจำลำดับการโคจรให้ได้เท่านั้น เมื่อสำเร็จจากเคล็ดลมปราณ ลู่หลินจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่เคล็ดกระบวนท่าแทน

"เคล็ดกระบวนท่ายังแบ่งออกได้อีกสองอย่าง คือกระบวนท่าพื้นฐานกับกระบวนท่าลำดับขั้น ทั้งสองอย่างต่างเกื้อหนุนกันเอง หากเคล็ดพื้นฐานไม่มั่นคงย่อมไม่สามารถสำเร็จเคล็ดลำดับขั้นได้" กระบวนท่าพื้นฐานนั้นเป็นดั่งชื่อของมัน ซึ่งแบ่งออกเป็นการกวัดแกว่งดาบพื้นฐาน การเคลื่อนไหว การรับมือป้องกันสรรพาวุธที่จู่โจมเข้ามา หากกระบวนท่าที่เริ่มซับซ้อนขึ้นมาบ้างก็จะเป็นการร่ายรำกระบวนหลายอย่างต่อเนื่องกัน เกิดเป็นสภาพรุกรับพลิกผันไปมาไม่รู้จบ

ส่วนกระบวนท่าลำดับขั้น เป็นการใช้ออกด้วยลมปราณปริมาณมหาศาลในครั้งเดียว การใช้ออกครั้งนี้จำเป็นต้องสำเร็จเคล็ดลมปราณขั้นพื้นฐานเสียก่อน เมื่อจะใช้กระบวนท่าลำดับขั้น ยังต้องโคจรปราณให้พลิกผันตามกระบวนท่าที่จะใช้ออกอีกด้วย ยิ่งลำดับขั้นสูงการเรียกใช้ยิ่งยุ่งยากซับซ้อน ซ้ำยังต้องอยู่สถานการณ์ที่พอเหมาะอีกด้วย

ลู่หลินเรียกกระบี่หยกพิรุณออกมา ในห้วงความคิดเกิดเป็นเงาร่างเคลื่อนไหวร่ายรำเพลงกระบี่ไปมา เพียงภาพเคลื่อนไหวไหลผ่านห้วงความคิด เด็กหนุ่มก็เริ่มกวัดแกว่งร่ายรำเพลงกระบี่ตามที่เห็น

แม้กระบวนท่าที่แสดงออกมาในห้วงความคิดจะยุ่งยากซับซ้อน มากไปด้วยการผันแปร แต่ลู่หลินที่สมาธิจมจ่อมถึงขีดสุด สามารถคัดลอกเลียนแบบตามได้ในทันที แม้พบเห็นเพียงครั้งเดียวแต่ร่างกายกลับสามารถจดจำกระบวนท่าที่เคยผ่านตาได้ทั้งหมด

เด็กหนุ่มรู้สึกคล้ายยิ่งฝึกฝนยิ่งตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงสูบฉีด ถึงกระนั้นสมาธิยังคงจดจ่อต่อกระบวนท่าหมื่นพันที่พลิกผันไปมา ร่างกายที่เคลื่อนไหวตามภาพในห้วงความคิด เกิดเป็นเสียงก้าวย่างของฝีเท้าผสานกับเพลงกระบี่ที่กรีดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว

เมื่อเคล็ดกระบวนท่าเริ่มถูกฝึกฝนไปทีละนิด ลู่หลินพลันโคจรลมปราณภายในร่าง เคล็ดวิชาลำดับขั้นแม้ยุ่งยากซับซ้อนเพราะนอกจากต้องชำนาญกระบวนท่าพื้นฐานแล้ว ยังต้องโคจรพลังปราณให้สอดคล้องกันอีกด้วย ถึงกระนั้นเมื่อลู่หลินโคจรพลังปราณตามกลับไม่เกิดความติดขัดใดๆทั้งสิ้น

เด็กหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นคึกคะนองถึงขีดสุด ตลอดมานับตั้งแต่เริ่มสลายฤทธิ์โอสถจนถึงฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่หยก ลู่หลินต่างทำได้ดีมาโดยตลอด เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีส่วนใดที่ติดขัดเลย ตนยามนี้คิดไปว่าชีวิตนี้จะมีสิ่งใดง่ายดายไปกว่าการฝึกยุทธ์อีก เมื่อลมปราณสีม่วงหมุนวนรอบกาย พร้อมด้วยกระบวนท่าอันเหมาะเจาะ คนพลันฟาดกระบี่ไปยังเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

เปรี้ยงงงงงง

กระแสปราณสีม่วงเมื่อหลุดออกจากปลายกระบี่ จึงพุ่งตรงสาดซัดเข้าใส่วัตถุที่ขวางกันเบื้องหน้า ปราณแหลมคมพุ่งชนตัดผ่านสิ่งของเครื่องเรือนง่ายดายราวตัดกระดาษ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น