melada
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข่าวไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง 2

ชื่อตอน : ข่าวไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 630

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 18:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่าวไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง 2
แบบอักษร

รถม้าของอ๋องห้าเดินทางมาถึงจวนตระกูลเสี่ยว ในยามซวี (19:00-20:59) เมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าจวน กงกงน้อยจึงเอ่ยแจ้งแก่นายตน

“กราบทูลท่านอ๋อง ตอนนี้รถม้าจอดเทียบจวนตระกูลเสี่ยวแล้วพะยะค่ะ”

กล่าวรายงานเสร็จ กงกงน้อยก็รีบวางบรรใดทางลงรถม้าแล้วก้าวลงไปรอนายตนเบื้องล่างทันที

“ถึงจวนของข้าแล้ว ข้าขอตัวนะเจ้าค่ะ”

เสี่ยวลี่เหมยกล่าวจบก็เตรียมจะลุกขึ้นเพื่อจะกลับจวน แต่บุรุษที่นั่งนิ่งมาตลอดทางกับคว้าแขนของนางไว้

“เดี๋ยวก่อนข้าเป็นบุรุษจะปล่อยให้สตรีเช่นเจ้าเดินลงไปเองได้เยี่ยงไร ให้ข้าลงไปรอรับเจ้าเบื้องล่างก่อนแล้วเจ้าค่อยตามข้าลงมา”

กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินนำหญิงสาวออกจากตัวรถทันที ปล่อยให้เสี่ยวลี่เหมยได้แต่ยืนงงอยู่ด้านใน บุรุษผู้นี้คิดจะทำสิ่งใดอีกกัน

“เจ้าจะมิกลับเข้าจวนหรือไรเหมยเออร์ ถึงได้ยังยืนอยู่เช่นนั้น”

“เข้าเจ้าค่ะ แต่ข้ากำลังสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงต้องลงไปกับข้าด้วยเล่าเจ้าค่ะ”

“อย่าถามให้มากความได้หรือไม่ ตามข้าลงมาเถิดเดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”

เสี่ยวลี่เหมยได้แต่จำใจทำตามคำสั่งของอ๋องหนุ่ม หากยังต่อปากกันอยู่เช่นนี้คงมิได้เข้าจวนไปพักผ่อนเป็นแน่

“ส่งมือของเจ้ามาสิ”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าลงเองได้”

“เจ้าจะเดินลงมาเองได้เยี่ยงไร บรรไดก็ออกจะสูงเพียงนั้น ขาของเจ้าก็สั้นเช่นนี้ยังจะมาดื้อรั้นกับข้าอีกหรือ ถ้าเกิดเจ้าเดินมิระวังพลาดตกลงมาจะทำเช่นไร มีหวังเจ้าได้อับอายจนขายไม่ออกเป็นแน่”

“แล้วใครใช้ให้พวกท่านทำขั้นบรรไดสูงเช่นนี้กัน สตรีบอบบางเช่นข้าก็ขึ้นลงลำบากสิเจ้าค่ะ จะทำขั้นบรรไดให้มันเล็กลงหน่อยไม่ได้หรือไรกัน”

“เหอะ! อย่างเจ้าเขาเรียกว่าเตี้ยมิใช่บอบบาง เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกหลงตัวเองเสียที หัดรู้จักเอียงอายเช่นสตรีอื่นได้หรือไม่ ข้าเหนื่อยใจกับเจ้าเสียจริง”

“ก็ข้างามจริงๆ นิเจ้าค่ะ จะเอ่ยชมตนเองก็มิเห็นจะเสียหายที่ใด”

“เลิกตีฝีปากกับข้าเสียที ส่งมือของเจ้ามาได้แล้ว”

เสี่ยวลี่เหมยได้แต่ทำหน้าเอือมระอาใส่อ๋องหนุ่ม ที่ชอบทำตัววางอำนาจกับนาง แต่ก็ยอมส่งมือให้ชายหนุ่มแต่โดยดี พลางแอบกร้นด่าอ๋องหนุ่มในใจไปด้วย มิรู้ว่านางซุ่มซ่ามหรือมัวแต่สรรเสริญบุรุษหนุ่มจนเพลิน จึงมิทันระวังจนเยียบชายกระโปรงตนเองเสียหน้าคะมำล้มคล้ำลงไป ตั้งแต่ยังมิได้เหยียบลงบรรไดขั้นแรก หญิงสาวได้แต่กรีดร้องออกมาดังๆ พลางคิดในใจว่า หน้างามๆของนางคงต้องลงไปนอนวัดพื้นเล่นเป็นแน่คราวนี้ หญิงสาวได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจมิน่าไปสาปแช่งอ๋องหนุ่มไว้เลย ยังมิทันไรเวรกรรมก็ตามนางทันเสียแล้ว เสี่ยวลี่เหมยได้แต่หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บเต็มที่ แต่จนแล้วจนลอดนางล้มลงมาสูงเพียงนั้นเหตุใดจึงไม่เจ็บกัน”

“เหมยเออร์เจ้าจะนอนทับข้าอีกนานหรือไม่ ผู้คนหันมามองกันหมดแล้ว รีบลุกขึ้นเสียทีข้าหนัก”

ทันทีที่เสี่ยวลี่เหมยได้ยินเช่นนั้นนางก็รีบลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เพราะคาดไม่ถึงมาก่อนว่าอ๋องหนุ่มจะเอาตัวเองมารองรับตน

“ขออภัยเจ้าคะ ข้าคิดไม่ถึงว่าท่านจะช่วยข้าไว้จึงมิได้ลืมตาขึ้นดู ท่านเจ็บที่ใดหรือไม่เจ้าค่ะ”

ความเป็นห่วงที่เสี่ยวลี่เหมยเผลอตัวแสดงออกมานั้น ทำให้อ๋องหนุ่มมีความสุขอย่างประหลาด ความเจ็บที่เขาได้รับเมื่อครู่แถบหายไปเกือบสิ้น

“ข้ามิได้เจ็บอันใดมากมาย เรารีบเข้าไปข้างในกันเถิด ป่านนี้ท่านราชครูกับฮูหญิงคงเป็นห่วงเจ้าแย่แล้ว”

“ท่านจะเข้าไปในจวนกับข้าหรือเจ้าค่ะ ข้าว่าท่านกลับไปเสียเถิด นี้ก็เริ่มมืดแล้วหากข้าพาบุรุษเช่นท่านเข้าจวนคงไม่เหมาะเจ้าค่ะ”

“เสี่ยวลี่เหมย...เจ้านี้เป็นสตรีเช่นไรกัน ข้ายอมเจ็บตัวช่วยเจ้าเพียงนี้ จะขอบคุณสักคำยังไม่มีแถมยังไล่ข้ากลับตำหนักอีกใจจืดใจดำเสียจริง มิรู้ว่ากระดูกข้าจะหัดตรงที่ใดหรือไม่ ตัวเจ้าก็หนักออกปานนั้น”

“แล้วใยข้าถามท่านเมื่อครู่ถึงบอกว่ามิเจ็บกันเจ้าคะ”

“ข้าพึ่งรู้สึกเจ็บ ตอนที่กำลังจะลุกขึ้นไม่รู้ว่าซี่โครงข้าจะหักด้วยหรือไม่”

ท่านอ๋องท่านช่างแสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดได้สมจริงยิ่งนัก กงกงน้อยที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ได้แต่ข่อนขอดอ๋องหนุ่มในใจ

“งั้นเชิญท่านอ๋องเข้าไปพักข้างในจวนก่อนเถิดเจ้าคะ ข้าจะให้ฉิงๆ ไปตามหมอหลวงมาตรวจดูอาการของท่านให้”

“เช่นนั้นก็มาประคองข้าเขาไปเสียสิ จะมัวยืนรออะไรเล่า ข้าเจ็บระบมไปเสียทั้งตัวแล้ว”

“ให้กระหม่อมช่วยประคองพระองค์เข้าไปดีหรือไม่ พะยะคะ หากให้แม่นางลี่ช่วยประคองเพราะองค์เข้าไปคงจะไม่เป็นการสมควร เพราะนางเป็นสตรีที่ยังมิได้ออกเรือน การแตะต้องตัวบุรุษเช่นพระองค์อาจทำให้นางเสื่อมเสียได้พะยะคะ”

กงกงน้อยเอ่ยเตือนสติอ๋องหนุ่ม ที่แกล้งสำออยจนน่าหมั่นไส้ ตัวนางออกจะผอมบางเพียงนั้นจะไปหนักถึงขั้นทำให้พระองค์กระดูกหักได้เช่นไร ทีตอนไปออกรบบาดแผลเต็มตัว ข้ายังมิเคยเห็นพระองค์จะอวดครวญแม้แต่ครึ่งคำ

“เปิ่นหวางเจ็บตัวจนอาจเลาะเลือนไปชั่วขณะ ขอบใจเจ้าแล้วกงกงน้อย ที่เอ่ยเตือนสติเปิ่นหวางเช่นนี้ หากกลับตำหนักเมื่อใดเปิ่นหวางจะ ตบรางวันเจ้า อย่างงามเลยเชียว”

ยวนเปาซุนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก กลิ่นอายกดดันลุนแรงแผ่ออกมาจากตัวอ๋องหนุ่ม เมื่อกงกงน้อยเห็นเช่นนั้น พลั่นคิดในใจว่าซวยแล้วมิน่าสอดมือเข้าไม่ขัดจังหวะเรียกคะแนนสงสารของอ๋องหนุ่มเลย

“รีบเข้ามาประคองเปิ่นหวางเสียสิ จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานหรือไม่”

“ปะ..ไปแล้วพะยะคะ”

กงกงน้อยรีบเข้ามาประคองอ๋องหนุ่มพลางร่ำร้องอยู่ในใจ พวกท่านแง่งอลกันเยื้องไร เหตุไฉนข้าจึงซวย ฮือๆ

_______________________________

55555 โถ่กงกงผู้น่าสงสารของไรท์

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น