กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 32 เจ้ากรรมนายเวร

ชื่อตอน : chapter 32 เจ้ากรรมนายเวร

คำค้น : แอ๊คชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 124

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2562 00:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 32 เจ้ากรรมนายเวร
แบบอักษร

32...   เจ้ากรรมนายเวร  

         ขณะร่วมทานอาหารเย็นในห้องกันตามลำพัง  

        วิชุดาเล่าประวัติคุณนายเลวิสกับเหม่ยหลินให้จอห์นฟัง แล้วบอกเขาอย่างมั่นใจว่าหญิงชราคนนี้คือคุณย่าของเพื่อนเธอ 

          จอห์นนิ่งฟังด้วยความประหลาดใจ และลงความเห็นว่าเป็นไปได้  

      วิชุดาดีใจ รีบยืมมือถือจะโทรไปบอกเรื่องนี้กับเหม่ยหลิน แต่จอห์นปฏิเสธ ให้เหตุผลว่าตำรวจอาจดักฟังโทรศัพท์ แล้วแกะรอยตามมาถึงที่นี่ได้ 

                      วิชุดาจำนนในเหตุผล จึงยอมพักเรื่องนี้ไว้ก่อน 

        หลังจากทานดินเนอร์เสร็จ จอห์นก็ขอตัวไปทำงานหน้าโน๊ตบุ๊คที่โซฟารับแขก  

               วิชุดาขึ้นไปนอนเอกเขนกอยู่บนเตียง เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ไม่นานเธอก็ม่อยหลับไป 

       วิชุดาฝันเห็นเด็กหญิงผมดำวัยห้าขวบคนนึง กำลังเล่นซุกซนอยู่ในห้องเพดานบนบ้านเก่าๆหลังหนึ่ง 

        ทั้งที่ในห้องนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและหยากไย่รกรุงรัง แต่แม่หนูน้อยก็ไม่นำพา ก้มๆเงยๆรื้อค้นข้าวของในลังกระดาษผุๆใบนึงอย่างสนุกสนาน  

                  เด็กน้อย หยิบแผ่นเสียงไวนิลสปีด 45 ในลังออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเริ่มเล่นแผลงๆ ด้วยการเทแผ่นออกจากซองลงบนพื้นทีละแผ่น แล้วหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจอย่างไร้เดียงสา 

            กระทั่งถึงแผ่นสุดท้ายตราแคปปิตอล ซึ่งเป็นแผ่นซิงเกิ้ลดังของวงเดอะบีทเทิ้ลส์ รูปถ่ายเก่าๆใบหนึ่งที่ถูกซุกไว้ในปกแผ่น ก็ร่วงลงมาพร้อมแผ่นเสียง 

          แม่หนูจอมซนทำตาเป็นประกาย รีบก้มลงเก็บรูปขึ้นมาดู  

          มันคือรูปถ่ายคู่รักหนุ่มสาวคู่นึง กำลังยืนกอดกันใต้แสงจันทร์ริมทะเล บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ  

        ฝ่ายชายไว้หนวดเคราเขียวครึ้มอายุสามสิบปลายๆ ใส่เครื่องแบบนาวิกโยธินสหรัฐ ฝ่ายหญิงดูอ่อนกว่าผู้ชายราวสิบปี ผมบลอนด์สวยราวนางฟ้า ใส่ส้นสูง สวมกระโปรงนิวลุคสั้นๆสีส้มแปร๊ดโชว์ขาอ่อนขาวจั๊ว รูปร่างหน้าตาเหมือนคุณนายเลวิสตอนสาวๆราวกับพิมพ์เดียวกัน ตรงมุมขวาด้านล่างภาพ มีตัวอักษรหวัดแกมบรรจงเขียนว่า  

       ‘ มะนิลา 1970 ’ 

           แล้วภาพในฝันก็ตัดฉับ ขาดหายไปดื้อๆ  

      “ กริ๊งๆๆๆ ” 

         วิชุดาตกใจตื่นขึ้นมาเมื่อเสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น เธอลืมตาเห็นจอห์นละจากจอโน๊ตบุ๊ค และออกไปรับสายที่นอกระเบียง  

           วิชุดาลุกขึ้นเดินงัวเงีย เข้าไปล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำสระผมจนสะอาดสะอ้าน พอเปิดประตูออกมา ก็เห็นชายหนุ่มกลับมานั่งที่เดิมแล้ว  

   “ ใครโทรมาคะจอห์นนี่ ? ” วิชุดาร้องถามพลางเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่หน้าตาเป็นมันย่อง ยังใส่เสื้อผ้าชุดเดิม บ่งบอกว่าคร่ำเคร่งกับงาน จนไม่ได้ผลัดผ้าผัดผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สบายเนื้อสบายตัว 

      “ พาเมล่า เลขาผมครับ คุณนั่งลงสิ ผมมีข่าวดีจะบอก ” จอห์นกล่าวยิ้มๆ และดึงมือหญิงสาวที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำให้นั่งลงข้างๆ 

       “ ข่าวดีอะไรคะ ? ” วิชุดาหน้าตื่น 

     “ พาเมล่าโทรมาบอกว่า หล่อนเตรียมแผนพาคุณหลบหนีไว้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ตอนสายๆคุณออกเดินทางได้เลย ” จอห์นมีท่าทีเริงร่า 

    “ ทางออกจากเมืองทุกทางมีด่านตรวจตั้งอยู่ เลขาคุณจะพาฉันหลบตำรวจไปได้ยังไง ? ” วิชุดาหน้าตาเหรอหรา ยังไม่ปักใจว่าจะเป็นไปได้    

     “ หล่อนทำได้แน่นอน คุณวางใจได้ เลขาผมคนนี้ ไม่เคยทำงานพลาด ” จอห์นออกตัวแทนลูกน้องอย่างมั่นใจ  

                         วิชุดาขมวดคิ้วเกาหัวแกรกๆ     

        “ ขนาดนั้นเชียว ไหนบอกมาสิ หล่อนมีแผนยังไงบ้าง ? ”  

      “ หล่อนปลอมตัวเป็นไกด์ไปติดต่อขอเช่าเฮลิคอปเตอร์ได้ลำนึง อ้างว่าจะพาพวกมหาเศรษฐีไปทัวร์แกรนแคนย่อนแบบส่วนตั๊วส่วนตัว ” จอห์นสรุปให้ฟังย่อๆ 

      “ แกรนแคนย่อน ? ” วิชุดาทวนคำในลำคอ  

                         จอห์นพยักหน้า  

  “ ใช่..จากที่นั่นพาเมล่าจะเป็นคนเทคแคร์พาคุณหนีต่อไป จนถึงที่ปลอดภัยในแม็กซิโก หล่อนเตรียมพาสปอร์ตปลอมไว้ให้คุณด้วย ”  

                 แทนที่จะดีใจ วิชุดากลับรู้สึกใจหายยังไงชอบกล 

    “ แล้วคุณล่ะ ? ” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย แววตาไหวระริกจากน้ำตาที่มาคลออยู่บางๆ 

                 จอห์นยิ้มอ่อนโยน  

 “ ผมจะอยู่ที่นี่ เพื่อเปิดโปงไอ้ฆาตกรตัวจริง คืนความบริสุทธิ์ให้คุณ จากภาพหลักฐานที่ได้มา ผมพบเงื่อนงำบางอย่างแล้ว ขอเวลาอีกหน่อย รับรองมันไม่รอดมือผมแน่ ” สีหน้าแววตาเขามุ่งมั่นจริงจัง 

                     วิชุดาอึ้งกับน้ำจิตน้ำใจเขา ได้แต่พยักหน้าคล้อยตาม 

     “ คุณไปเปลี่ยนบรรยากาศทานอาหารแม็กซิกันแซ่บๆให้สบายใจเถอะ เสร็จเรื่องเมื่อไหร่ ผมจะไปรับคุณกลับมาทันที ผมสัญญา ” 

     “ ค่ะ ฉันจะทำตามที่คุณบอก ดึกแล้ว คุณไปอาบน้ำเถอะ จะได้มานอนพักผ่อน ” วิชุดาตัดใจสรุป แล้วไล่ชายหนุ่มไปอาบน้ำ 

                                จอห์นสั่นศีรษะปฏิเสธ 

         “ คุณนอนก่อนเถอะ ผมจะทำงานต่ออีกหน่อย ง่วงเมื่อไหร่เดี๋ยวผมนอนบนโซฟานี่แหละ ไม่ต้องห่วง ” 

                         วิชุดามองโซฟายาวที่สั้นกว่าตัวจอห์นเยอะ แล้วนึกสงสาร 

      “ ฉันไม่เอาเปรียบคุณหรอก ขึ้นมานอนบนเตียงกับฉันดีกว่า แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ลวนลามล่วงเกินฉัน ” เธอยื่นข้อเสนอที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

              จอห์นหูผึ่งลืมตาโพลง รีบรับปากส่งเดช แล้วทิ้งงานทิ้งการเข้าไปอาบน้ำเข้านอนทันที 

                   จอห์นอาบน้ำผลัดผ้าเสร็จออกมาพบว่า วิชุดานอนหันหลังอยู่บนเตียง  

                  นายหื่นยิ้มกริ่ม รีบย่องขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ 

                    เมื่อเห็นหญิงสาวนอนนิ่ง เหมือนไม่รู้สึกรู้สม เขาก็ขยับเข้าไปใกล้ และร้องเรียกหล่อนเบาๆ 

     “ วีนัส..วีนัส..” 

                    อีกฝ่ายเงียบงันไม่มีกิริยาตอบสนองใดๆ  

             จอห์นคิดว่าวิชุดาคงหลับไปแล้ว จึงอดใจไม่ไหวที่จะฉวยโอกาสทำผิดสัญญา 

                 เขานอนตะแคงกอดร่างบางไว้ในวงแขน แล้วซุกหน้าสูดดมความหอมของไรผมบนต้นคอหล่อนอย่างย่ามใจ 

                      วิชุดาปัดแขนเขาออกไป และถอยหนีไปเกือบตกเตียง 

    “ ไม่เอาน่าจอห์น อย่าทำแบบนี้ คุณสัญญาแล้วนะ ” เธอหันมาดุเบาๆ 

                        จอห์นทำเป็นไม่ได้ยิน เขยิบตามเข้าไปกอดร่างบางไว้แน่น 

     “ ขอกอดหน่อยนะ ผมหนาว ” เขาออดอ้อนข้างหู 

      “ หนาวก็ห่มผ้าสิ ” วิชุดาขืนร่างฮึดฮัด 

                      จอห์นไม่ฟังเสียง กระชับวงแขนรัดร่างบางไว้ราวงูเหลือมรัดเหยื่อ      

       “ ห่มผ้ามันไม่หายหนาว ตัวคุณทั้งอุ่นทั้งหอม กอดแล้วหายหนาวนอนหลับสบาย ” เสียงเขาอู้อี้เหมือนคนละเมอ  

                            วิชุดาจนปัญญา ต้องยอมจำนน 

        “ ก็ได้ กอดอย่างเดียวนะห้ามเลื้อยเด็ดขาด ม่ายงั้นฉันจะไปนอนกับคุณยาย ” เธอยื่นคำขาด แล้วข่มตานอนจนหลับไป... 

                           ******           

               ช่วงเวลาเดียวกัน.. 

            ในมุมมืดของบาร์เหล้าแห่งหนึ่ง ชานเมืองปาห์รัมป์ 

                   ชายลึกลับสองคนกำลังซุบซิบวางแผนจะเล่นงานใครบางคน       

   “ มันมาคนเดียวใช่มั้ย ? ” 

     “ ครับนาย ”  

     “ ประเสริฐ งั้นวันนี้ก็คือวันตายของมัน ”  

     “ ใช่นาย เราต้องล้างแค้นแทนนายน้อยให้ได้ ” 

    “ โอกาสแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว เอ็งรีบไปเตรียมคนกับอาวุธ แล้วไปรอข้าที่จุดนัดพบ ” 

     “ ครับนาย ”  

                      หนึ่งในสองคนลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป 

            ที่เคาเตอร์บาร์ในร้านเดียวกัน ผู้กองมอนโร นั่งดื่มเหล้าย้อมใจอยู่ตามลำพัง     

              หล่อนคว้าน้ำเหลว หลังจากไปแกร่วดักรอคนร้ายมาวันกับคืนเต็มๆ 

            ข่าวการมรณกรรมของจ่าโคล ทำให้ผู้กองมอนโร ต้องตัดสินใจเดินทางกลับ  

            การเสียลูกน้องมือขวาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี สร้างความสะเทือนใจให้ผู้กองมาก 

            หล่อนกระดกเหล้าหมดแก้ว แล้ววางเงินบนเคาท์เตอร์ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเซออกจากร้าน โดยไม่ได้สังเกตว่ามีคนสะกดรอยตามประกบอยู่ห่างๆ 

           คนๆนั้นไปสตาร์ทรถรอ พอผู้กองขึ้นรถขับออกไป มันก็ออกรถขับตามไปทันที             

                พอออกนอกเมืองปาห์รัมป์ เสียงปืนกลก็ดังรัวขึ้นสนั่นหวั่นไหว 

       “ ปังๆๆๆๆๆๆ เฟี้ยววววว ” 

            กระสุนหลายนัดทะลุตัวถังพุ่งเฉี่ยวร่างผู้กองไปอย่างหวุดหวิด  

                 ผู้กองมอนโร มองกระจกหลังแล้วขบกรามกรอด เมื่อพบว่ากระสุนเหล่านั้นยิงมาจากรถเก๋งที่ขับตามอยู่ข้างหลัง 

                 ผู้กองชักปืนออกมายิงโต้ตอบ และเร่งความเร็วพยายามจะหลบหนี 

              ฝ่ายติดตามก็เร่งเครื่องตามมาอย่างไม่ลดละ และกราดยิงถล่มอีกหลายชุด จนรถผู้กองทะลุปรุพรุนไปทั้งคัน 

            ผู้กองมอนโรกระทืบคันเร่งจนจมมิด แล้วต้องเบรกตัวโก่ง เมื่อพบว่ามีรถบรรทุกคันหนึ่งจอดคร่อมถนนขวางหน้าอยู่ 

             ชายฉกรรจ์ติดอาวุธนับสิบกรูลงมาจากรถบรรทุก แล้วพร้อมใจกันสาดกระสุนใส่รถผู้กองอย่างไม่ปรานี 

         ผู้กองมอนโรโดนขนาบทั้งหน้าหลัง ต้องจอดรถกลายเป็นเป้านิ่งให้คนร้ายรุมทำร้ายอย่างไร้ทางต่อสู้  

          ผู้กองฟุบตัวลงบนเบาะหลบห่ากระสุนที่พุ่งมาจากทุกสารทิศ พอโงหัวขึ้นมาพวกคนร้ายก็บุกเข้ามาถึงตัวแล้ว จึงจำต้องชูมือยอมจำนน 

        คนเหล่านั้นปลดอาวุธผู้กอง แล้วลากตัวไปพบลูกพี่มันที่ยืนแสยะยิ้มคอยอยู่ที่รถ 

        พอเห็นหน้าตัวหัวหน้าผู้กองมอนโรก็หน้าถอดสี รู้ตัวทันทีว่าไม่รอดถึงพรุ่งนี้แน่ 

               มันคือหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดเชื้อสายโคลัมเบีย บิดาของรองหัวหน้าแก๊งที่ถูกหล่อนวิสามัญตายคาที่ไปเมื่อสองเดือนก่อน 

                   หัวหน้าคนชั่วจิกหัวผู้กองกระชากจนหน้าหงาย แล้วตะคอกใส่หน้า 

      “ อีนังตัวแสบ มึงฆ่าลูกกู กูจะให้มึงชดใช้อย่าสาสมที่สุด ” 

      “ ถุย จะฆ่าก็ฆ่า ไม่ต้องมาขู่ กูไม่กลัวพวกมึงหรอก ” ผู้กองมอนโรถุยน้ำลายใส่ และเชิดหน้าไม่สะทกสะท้าน 

                    ไอ้นักเลงโตปาดน้ำลายบนหน้าทิ้ง แล้วตบปากคนถุยเต็มเหนี่ยว เสียงดังฉาดใหญ่ 

        “ นี่แน่ะ ! ไม่ต้องปากดี มึงได้ตายสมใจแน่ แต่กูจะให้มึงตายช้าๆอย่างทุกข์ทรมานที่สุด ” มันสรุปอย่างมีเลศนัย แล้วร้องสั่งพวกลิ่วล้อ 

    “ จับมันถอดเสื้อผ้าออกให้หมด ” 

                         พวกลูกน้องกรูเข้าไปทำตามคำสั่งที่รอคอยทันที 

    “ พวกมึงคิดจะทำอะไร? ปล่อยกูนะ ” ผู้กองต่อสู้ขัดขืนสุดฤทธิ์  

 “ กูจะให้ลูกน้องกูเรียงคิวข่มขืนมึงให้สาแก่ใจก่อน แล้วค่อยส่งมึงไปเมืองผี กว่าจะครบคน รับรองมึงตายตาเหลือกแน่ ฮ่าๆ ” ไอ้จอมอันธพาลประกาศเจตนารมณ์ แล้วเดินหัวเราะจากไป 

                   ถึงผู้กองมอนโรจะแข็งแรงกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่ไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงชายฉกรรจ์นับสิบได้  

                สุดท้ายหล่อนก็ถูกจับแก้ผ้าจนล่อนจ้อน และถูกลากหายเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง... 

         

                       ******  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น