รวิชนา ทอแสง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18
แบบอักษร

"เรี่องดีนั่นข่อยกะบ่ฮู้คือกันว่ามันมีซำได่ แต่ว่าหน่าตามันกะพอเบิ่งได่แนยุดอก" เป็นเสียงของไผ่นั่นเองที่พูดสวนขึ้นมา เพราะว่าเขานั้นมายืนฟังพวกสาวๆคุยกันอยู่พักนึงแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบฟังก็ตามที แต่ก็เป็นเพราะว่าพวกเธอนั้นเอาแต่มัวพูดนินทาว่าร้ายให้แต่คนอื่นอยู่จนไม่ทันสังเกตเห็นเขากันเอง มะลิหันขวับมามองหน้าน้องชายด้วยความไม่พอใจเมื่อได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้น

"มึงมันสิไปฮู้อิหยังบักไผ่ พวกผุซายกะเบิ่งแม่หญิงแต่ภายนอกจังซี่ล่ะ" มะลิว่าให้น้องชายอย่างเคืองๆ

"หมวดก้องเลากะเป็นผุชายคือกันกะซั่นลังเทือเลากะอาจสิเห็นคือข่อยเห็นกะได่ติ๊ซั่น" ไผ่พูดออกมาตรงๆ ก่อนที่จะเดินไปที่มอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขาแล้วขี่ออกจากบ้านไป

"บักไผ่มันเป็นอิหยังคือเว้าจังซั่น บ่แมนมันกะไปมักอีแตนคือกันเบาะน้อบาดนิ เอื้อยมะลิ" แพงพูดเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย นั่นเป็นเพราะว่าเธอนั้นแอบชอบไผ่มานานแล้วนั่นเอง

"เอ๋า!อีอันนิกะเว้าลงทุ่งลงหนองไปเนาะมึงกะดาย บักไผ่นั่นเบาะมันสิไปมักไผจักเทือ เหมิดมื่อเหมิดเว็นกูกะเห็นตะมันไปสุมหัวกันกับพวกบักเลื่อนยุทุ่งพ้น ขั่นมันไปมักไผปานนี่กูกะฮองฮู้แล้ว"

"กะจักล่ะเนาะ มันคือเว้าแบบนั่นซั่น" แพงถามกลับอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะเธอคิดว่าถ้าไผ่ไม่พูดก็คงจะไม่มีใครรู้อยู่ดีนั่นล่ะ เพราะไผ่ไม่ใช่คนช่างจ้อนัก

ส่วนไผ่เองนั้น นับตั้งแต่วันที่แตนได้มีส่วนในการช่วยเขาเอาไว้จากเรื่องที่เกิดขึ้นในงานกาชาดครั้งนั้นเป็นต้นมา ก็ทำให้เขารู้สึกประทับใจในตัวเพื่อนสาวในวัยเรียนของเขามากขึ้น และเริ่มสังเกตเห็นว่าแตนนั้นก็สวยและน่ารักอยู่ไม่น้อยเลย ไผ่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาอันเป็นที่นัดพบกันเป็นประจำกับเหล่าเพื่อนๆของเขาที่เถียงน้อยกลางนานั่นเอง

"เอ๋า!บักไผ่ ใสมึงว่าสิเอาหงส์มานำบ่แมนติ ใสล่ะกูคือบ่เห็นมึงถืออิหยังติดมือมานำจักอย่างจักแนวเลย" ไอ้ปื๊ดทักขึ้นมาก่อนทันทีที่ไผ่นั้นขี่รถมาถึง และสังเกตเห็นว่าเพื่อนของมันนั้นมาตัวเปล่าโดยไม่มีอะไรติดมือมาด้วยตามที่ได้สัญญากันไว้ก่อนหน้านี้

"มื่อนี่เซาซะก่อนเถาะหมอ กูเป็นเมือยๆเจ็บตนเจ็บโตจังได๋ดอก" ไผ่บอกเพื่อนตรงๆเพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยสบายตัวนักเหมือนจะมีไข้

"อดเลยเฮาบาดนิหมอ ฮ้อยยยยยยย" ไอ้ปื๊ดหันไปพูดกับเลื่อนแบบเซ็งๆ ก่อนที่จะเอนตัวลงนอนราบไปกับพื้นขนำบิดตัวไปมาอย่างคนขี้เกียจ เลื่อนหันไปมองเพื่อนยิ้มๆแต่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ จนไผ่นึกสงสัยขึ้นมาจึงถามออกไปแบบไม่ได้จริงจังอะไรนักว่า

"บักเลื่อนคือทรงสิเป็นตาอารมณ์ดีแถะมื่อนิ นั่งยิ้มน้ำจิ้มย้อยยุพอปานคนเมายาบักห่าขั่วมึง ซุมื่อนิขะเจ่าแฮงพากันซาว่าพวกเฮาติดยายุมึงกะแฮงเฮ็ดคือเข่าไปอีก" ไผ่ว่าให้เพื่อนขำๆ แต่ถึงจะโดนว่าเอาขนาดนั้นเลื่อนก็ยังคงนั่งยิ้มเฉยอยู่ไม่ว่าอะไร แต่อย่างใดจนปื๊ดถึงกับหัวเราะออกมา ก่อนที่จะเล่าเท้าความให้ไผ่ฟังว่า

"ฮ่าๆๆๆๆมึงบ่ฮู้อิหยังบักไผ่ มื่อก่อนนิบักเลื่อนมันไปพ้อผุสาวบ้านไต้มา ได่ยินมันว่างามคักงามแนจนบัดนี่มันกะยังเพ้อบ่เซายุ กูล่ะเหมิดคำสิเว้านำมันล่ะๆฮ่าๆๆๆเอิ๊กๆๆ"

"เป็นหลายแล้วมึงบักเลื่อนฮ่าๆๆๆ" ไผ่ว่าให้เพื่อนอย่างขันๆ ก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปถามเพื่อนๆขึ้นว่า

"กูได่ข่าวว่าหมวดก้องเลาจีบอีแตน มันแมนอิหลีเบาะ สูได่ยินแนบ่"

"กะได่ยินมาแบบนั่นล่ะ เห็นขะเจ่าว่ามาหาฮอดเฮือนพุ้นตั่วหมอ อีน้อยสิฮู้ยุล่ะมั้ง เห็นมันไปใสมาใสนำกันตลอดเลยนี่" เลื่อนบอกออกมาพร้อมกับสังเกตเห็นว่าพักนี้นั้นดูเหมือนว่าไผ่จะพูดถึงแตนอยู่บ่อยครั้งจนผิดสังเกต จึงลองหยั่งเชิงถามขึ้น

"มึงกะได่ข่าวยุติ ที่จริงกูว่าอีแตนมันกะผุไคแนยุ ถึงสิเตี้ยไปจักนอยแต่กะเป็นตาฮักเติบยุ"

"ไผอีแตนนั่นเบาะมันกะเป็นตะฮักแนยู้ แต่หั่นคือบ่ฮู้จักใหญ่จักเทือยังดื้อยังมึนคือเด็กน้อยยุบ่เซา มึงกะเบิ่งมูรุ่นเดียวกันกับพวกเฮาแนเขาใหญ่เป็นสาวกันเหมิดแล้ว มีแต่มันนั่นล่ะยังเตี้ยกะป๊อกล๊อกยุคือเก่านั่น" ปื๊ดพูดขึ้นอย่างขำๆเมื่อนึกไปถึงแตนเพื่อนในวัยเด็กของตนที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ทีๆเธอก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเลยในสายตาของเขา แล้วจากนั้นเสียงพูดคุยกันของหนุ่มๆบ้านทุ่งทั้งสามคนนั้นก็ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆก่อนที่จะพากันนอนหันหัวกันไปคนล่ะทิศละทางแล้วหลับไปในที่สุด ใกล้วันขึ้นปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว ลมหนาวได้พัดพาเอาความหนาวเย็นเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศและแรงขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเป็นคลื่นเสียงหวีดหวิวดังมาแต่ไกลอย่างน่ากลัวท่ามกลางความเงียบสงบของท้องทุ่งที่ร้างไร้ผู้คนไปไกลสุดสายตาเพราะเลยฤดูกาลเก็บเกี่ยวไปแล้วนั่นเอง..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น