เขียนจนนิ้วล็อค?

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความแค้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 20:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความแค้น
แบบอักษร

 

ริน เธอนั้นเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของตระกูลยามาโอกะ เธอเติบโตท่ามกลางโถงฝุ่นที่เขราะบ้านทรงเรือนสไตล์ญี่ปุ่นในจังหวัดคางาวะ และเข้าเรียนคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิททยาลัยทาคามัตสึซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน

 

ตระกูลยามาโอกะ นั้นหาใช่ตระกูลที่มีความมั่นคงทางทรัพย์สิน จึงเป็นที่แน่นอนว่าไม่อาจแบกภาระค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของตัวรินได้

 

ในปีนั้นเองแม่ของรินก็ได้ล้มป่วยลง

 

ค่าใช้จ่ายต่างๆเริ่มพอกพูน

 

รินตัดสินใจออกทำงานพิเศษด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่ามันจะช่วยลดภาระเหล่านี้ลงได้

 

พ่อของเธอเองก็เช่นกัน เขาเริ่มทำงานสองกะโดยมุ่งหวังอย่างสุดหัวใจว่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง

 

เขาต้องทนอดหลับอดนอนเป็นเวลานาน ความเครียดได้สั่งสมเป็นกลุ่มก้อน

 

เสียงกระซิบอันดำมืดปลุกเขาตลอดค่ำคืนของทุกๆวัน

 

แม้จะเป็นเสียงกระซิบเบาๆที่ดังถี่ๆ แต่มันกลับให้ความรู้สึกประหนึ่งเสียงดังที่กู่ก้องคำรามอย่างบ้าคลั่งว่า เขากำลังอยู่ในสภาพอันแสนน่าสมเพชที่สิ้นหวังมากเพียงใด ความอิดโรยของร่างกายได้ส่งผลให้สติของเขาหลุดลอย

 

พ่อของรินจึงต้องทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเขาเข้าพบหัวหน้าของตน และอธิบายถึงสถานการณ์ของตนพร้อมร้องขอโบนัสค่าจ้างล่วงหน้า หรือ วันหยุดพัก หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้นที่พอจะเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของเขาได้

 

ช่างเป็นโชคร้ายของเขาที่โลกใบนี้ไม่ได้สีขาวบริสุทธิ์ดั่งเนื้อผ้า

 

ในขณะนั้นบริษัทที่เขาได้ทำงานอยู่เกิดข้อผิดพลาดอันใหญ่หลวงในสายการผลิต ส่งผลให้สูญเสียหลักทรัพย์จำนวนมหาศาล

 

มันจำจะต้องมีใครบางคนรับผิดชอบ ซึ่งตำแหน่งเจ้ากรรมผู้เป็นแพะรับบาปนั้นก็ตกเป็นของเขา

 

พ่อของรินนั้นโชคร้ายยิ่งนักที่อยู่ผิดที่ผิดเวลาในยามนั้น

 

แม้จะเป็นเวลายาวนานกว่าค่อนชีวิตที่พ่อของรินได้ทำงานรับใช้บริษัทแห่งนี้มากว่ายี่สิบปี แต่เขาก็ถูกไล่ออกจากงานอย่างไร้เยื่อใย เพราะในสายตาของบริษัทเขาก็ไม่ต่างไปจากหมากตัวน้อยที่จะมีหรือไม่ก็ได้

 

ใต้แสงจันทราที่รื่นรมย์ของค่ำวันนั้น

 

รินกลับมาจากที่ทำงานช้ากว่าปกติ เพราะติดพันกับลูกค้าที่ยังเหลือในร้านอาหาร

 

ในขณะที่รินกำลังนำรถจักรยานไปเก็บ เสียงกรีดร้องของผู้เป็นแม่ก็ได้ดังขึ้นมาจากตัวเรือนของบ้าน

 

รินรีบรุดไปหาเสียงนั้น

 

ตึง ตึง ตึง

 

เสียงสั่นสะเทือนของบันไดไม้ที่ถูกเหยียบย่ำด้วยความรีบร้อนของริน

 

เธอขึ้นไปหาห้องของผู้เป็นแม่ที่ล้มป่วยด้วยจิตใจที่สั่นเทา กลัวว่าผู้เป็นแม่จะเป็นอะไรไป

 

และในตอนนั้นเอง

 

โลกทั้งใบของเธอก็คล้ายจะหยุดนิ่ง หนังศีรษะของเธอพลันด้านชาไร้ความรู้สึก

 

เพราะภาพเบื้องหน้าที่สะท้อนผ่านมาจากนัยน์ตาสีดำสนิทของเธอก็คือ ร่างเนื้ออันเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยของผู้เป็นแม่ที่กระจัดกระจายเต็มห้อง สีแดงฉานของโลหิตสดๆที่ร้อนผ่าวได้ชโลมไปทั่ว

 

แขนขาของผู้เป็นแม่ได้ถูกใบดาบอันคมกริบฟันฉับ และนำมาพันเกี่ยวกันดูราวกับปรสิต ไม่เท่านั้นหน้าอกของผู้เป็นแม่ยังถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยม มันถูกฟันด้วยใบดาบอันคมกริบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้าเล่าจนเผยให้เห็นถึงสีขาวของกระดูกซี่โครงที่มีสีแดงของเลือด และก้อนเนื้อติดอยู่ประปราย

 

ของเก่าที่ทานมาได้ถูกสำรอกออกมาทางปากอย่างไม่อาจหยุดยั้ง

 

แต่ทันใดนั้นเอง

 

ร่างในเงามืดได้วิ่งเข้ามาพร้อมกับง้างดาบคาตานะขึ้นสูงหมายจะฟันร่างเล็กของรินให้ขาดครึ่ง

 

แต่โชคยังดีที่รินสามารถไหวตัวได้อย่างทันท่วงที เธอใช้ออกด้วยสติ และพลังทุกอย่างที่มีอยู่รับดาบนั้นไว้ได้ด้วยท่อนแขนอันเปลือยเปล่า

 

ในตอนนั้นเองโลกทั้งใบของรินก็คล้ายจะแตกสลายกลายเป็นผงธุลี และจางหายไป

 

เพราะร่างที่ฟาดฟันดาบคาตานะใส่เธอนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกลหากแต่เป็นชายผู้ให้กำเนิดตนนั่นเอง

 

ใบหน้าของผู้เป็นพ่อนั้นปราศจากซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

 

รินร้องขอให้เขาหยุดได้แล้วด้วยความหวังอันริบหรี่

 

"พ่อคะหยุดเถอะค่ะ! ได้โปรด!"

 

แต่ถ้อยคำเหล่านั้นช่างเปล่าประโยชน์

 

แขนของเธอถูกฟันซ้ำอีกฉับ

 

"อ้ากกกกกก!!!!!"

 

เสียงกรีดร้องได้ดังออกมาจากลำคอด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย

 

รินทราบแล้วว่าไม่ว่าตนจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์

 

เธอรีบยันกายลุกขึ้นในขณะที่ผู้เป็นพ่อกำลังง้างดาบคาตานะ

 

แต่โชคร้ายยิ่งนักที่ยังมิทันที่เธอจะได้ลุกขึ้นก็พลันต้องลื่นล้มลงด้วยพื้นที่เปื้อนไปด้วยธารโลหิตอันร้อนผ่าวของผู้เป็นแม่

 

รินรีบใช้มือคว้าวงกบของประตูเพื่อยันกายขึ้นมา

 

แต่ก่อนที่รินจะได้ทำเช่นนั้นดาบคาตานะก็ได้ถูกกวัดแกว่งเข้าที่แขนอีกข้างของเธอ

 

"อ้ากกกกกกก!!!!!"

 

รินแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกระเสือกกระสนไปตามทางเดินเพียงเพื่อให้หลุดพ้นจากคมดาบในมือของบิดาที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ

 

รินผละถอยออกมาด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มไปหมด

 

ภาพชิ้นเนื้อของผู้เป็นแม่ในฉากเมื่อครู่ได้ผุดขึ้นมาในหัว

 

ในตอนนั้นแววตาของเธอที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังก็เริ่มจางหาย

 

เธอหมายจะต่อต้านต่อโชคชะตะที่แสนบัดซบนี้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีสภาพที่น่าอดสูและทรมาณเฉกเช่นภาพในหัวที่ผุดขึ้นมา

 

รินพุ่งเข้าใส่ผู้เป็นพ่อ

 

แต่น่าเสียดายเนื่องด้วยเธอนั้นเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเช่นผู้หญิงที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

 

พ่อของเธอถูกทำให้เสียการทรงตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ผู้เป็นพ่อได้โยนหมัดหนักของเขาเข้าใส่ท้องของริน จนรินถึงกับต้องโก่งตัวด้วยความรุนแรงของมัน

 

ผู้เป็นพ่อไม่ปล่อยโอกาสให้รินที่พยายามจะลุกขึ้น

 

ดาบคาตานะได้ตัดต้นขาของรินอย่างไร้เยื่อใย

 

"อ้ากกกกกกก!!!!!"

 

เสียงกรีดร้องของรินได้ดังออกมาอีกครั้ง

 

ในระหว่างที่เธอกำลังคลานไปยังบันได มือหยาบหนาของผู้เป็นพ่อก็ได้คว้าเส้นผมดำยาวของเธอก่อนจะใช้เล็บจิกเข้าที่หนังศีรษะของริน และทุบหัวของเธอเข้ากับกระจกด้วยความรุนแรง

 

จนกระทั่งกระจกนั้นไม่อาจทัดทานแรงกระแทกนั้นได้

 

เพล้ง!!!

 

ในชั่วระยะเวลาที่กระจกได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ รินก็ได้ใช้ออกด้วยเรี่ยวแรงสุดกำลังปลดฝ่ามือที่จิกหนังศีรษะเธออยู่จนทำให้ร่างของเธอล่วงลงสู่ชั้นล่างของบ้าน

 

ร่างของเธอได้ถูกความแหลมคมของกระจกที่แตกออกบาดเข้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

แม้กระนั้นเธอก็ยังไม่หมดซึ่งความหวังในการมีชีวิตอยู่

 

รินได้ใช้ร่างที่ด้านชาไร้ความรู้สึกคลานออกห่างจากที่นี่ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะที่มีเสียงฝีเท้าค่อยๆของมัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ

 

ต่อให้เศษกระจกอันแหลมคมจะระเกะระกะขวางเส้นทางของเธอ เธอก็ไม่สน

 

รินรีดเค้นพละกำลังแ และความอดทนอันสูงส่งของตน คลานผ่าดงเศษกระจกอันแหลมคมทำให้ทั่วร่างเปราะเปื้อนไปด้วยบาดแผล และกระจกที่ฝังเข้ากับผิวหนัง

 

โลหิตสีแดงอันร้อนระอุได้ถูกผลักดันออกมาจากปากของริน

 

รินเริ่มได้ยินถึงเสียงหัวใจดวงน้อยๆนี้ที่กำลังหวีดก้องอยู่ในโสตประสาท

 

ร่างกายของเธอหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว

 

ทัศนียภาพเริ่มมัวหมอง

 

ในยามนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าไม่อาจหนีรอดได้แล้ว

 

แต่เธอก็ไม่ใส่ใจมันอีกต่อไปแล้ว

 

เธอจะต้องทำให้เขาชดใช้ให้ได้ ถ้าไม่ใช่ชาตินี้ก็ต้องเป็นชาติหน้า ไม่ชาติหน้าก็ต้องชาติต่อๆไป

 

เธอจะจองล้างจองผลาญบุคคลที่กระทำกับเธอ และผู้เป็นแม่อย่างนี้

 

เธอจะไม่มีวันอภัยให้แก่มันเป็นอันขาด

 

ในตอนนั้นเอง

 

จักรวาลก็คล้ายจะตอบรับในความคิดนั้นของเธอ

 

จู่ๆสายหมอกสีดำทมิฬก็ได้ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่าของอากาศธาตุ และเคลื่อนตัวเข้าไปบดบังดวงตาที่เริ่มพร่ามัวของริน

 

พลังของมันเริ่มปรากฏขึ้นมา และมอบความรู้แจ้งให้แก่เธอ

 

ตอนนี้รินรู้สึกได้ถึงพลังที่สามารถแก้แค้นเดนนรกตรงหน้าได้

 

แต่ว่า

 

มันก็ไม่อาจทำให้ความแค้นของเธอทุเลาเบาบางลงไปแต่อย่างใด

 

ในตอนนั้นเองพลังงานในรูปลักษณ์ของม่านหมอกก็ส่งเสียงกระซิบที่ข้างหูของเธอ

 

แม้จะเป็นเพียงเสียงของภาษาที่ไม่รู้จักแต่รินก็สามารถเข้าใจมันได้

 

"ไม่ใช่ตอนนี้"

 

พลังลึกลับนี้ไม่ประสงค์ให้เธอสามารถใช้งานมันได้ในชาตินี้

 

ความโกรธแค้น และอาฆาตที่เดิมมีมากมหาศาลอยู่แล้วได้ถูกเพิ่มขึ้นเป็นทวีเท่า

 

แม้จะเป็นประโยคสั้นๆคล้ายพูดให้รินทราบ แต่เธอนั้นทราบว่ามันคือถ้อยคำของคำสาบานที่เธอจะต้องตอบ"ตกลง"หากพึงปรารถนาจะชำระแค้นด้วยเลือด

 

เธอใช้ดวงตาที่เริ่มจะมืดบอดมองใบหน้าของชายที่กำลังชูดาบคาตานะขึ้นสูง

 

เธอจะจดจำใบหน้าของมันโดยไม่มีวันลืมเลือน ระหว่างที่กล่าว

 

"ตกลง"

 

เมื่อเอ่ยคำสาบานเรียบร้อยแล้วม่านหมอกสีดำนั้นก็ซึมหายเข้าไปในจิตวิญญาณของตัวเธอ พร้อมกับดาบคาตานะที่ได้ตวัดลงมา

 

พรึบ!

 

จบบท

 

โหดจัดปลัดบอก อย่าเอากุมาล้อสิวะไอ้ฉิบผายยย

//ในเมื่อไปกาวในเรื่องไม่ได้ เราก็มากาวกันตรงนี้นี่แหละเฟ้ยยย//

  "อยากให้เรื่องนี้เป็นไปในแนวทางใดก็เม้นไว้ด้วยล่ะจะได้รู้ เช่น รินตะลุยดลกanimeไรประมาณนี้แหละ"

 

"แล้วทำไมถึงมาบอกอย่างนี้ล่ะ?"

 

"ก็ผมไม่ได้คิดplotห่าไรเลยไง!!!!" 

 

คิดplotอีกเรื่องหนึ่งจนหัวแทบรา(ะ)เบิดไปแล้ว ขี้เกียจมานั่งคิดplotแปลกๆแหวกแนวอีกก็เท่านั้นแหละ(ถึงจะยังไม่ค่อยมีคนแต่ง ดบดล มากนักก็เถอะ)

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น