เส้นเวลา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เคืองโกรธ

คำค้น : สัมผสที่ 6 , ย้อนอดีต, ความรัก , สุโขทัย ,กรรม , ชาติภพ , อรัญญา , ศรีเมือง

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เคืองโกรธ
แบบอักษร

 

      บ่ายวันนั้น แม่นายศรีจัดแต่งพานดอกไม้ ข้าวของต่างๆ เพื่อเป็นของมอบขอขมา แล้วพาศรีเมืองเดินทางไปยังบ้านของแม่หญิงนวลจันทร์ ผู้เป็นคู่หมายตั้งแต่ยังเล็กของศรีเมือง เพื่อพบปะผู้หลักผู้ใหญ่ทางนั้น เพื่อเอ่ยยกเลิกคำสัญญาปากเปล่าที่สามีตนได้เอ่ยเอาไว้ 

            ซึ่งท่านปละ บิดาของแม่หญิงนวลจันทร์ก็ยินดีรับเครื่องขอขมาแต่โดยดี เพราะการสัญญาในครั้งนั้น เป็นการสัญญาในขณะที่บิดาของศรีเมืองมีตำแหน่งหน้าที่เหนือกว่าท่านปละ เป็นเจ้านายของท่านปละ ทำให้ท่านปละยินยอม 

            แต่เมื่อบิดาของศรีเมืองตาย และศรีเมืองเติบโตมาทำหน้าที่เป็นตระลาการกินตำแหน่งลูกขุน ที่ท่านปละไม่ชื่นชอบ เพราะยุ่งเกี่ยวกับชีวิตคน และเรื่องที่ไม่ดี ท่านปละจึงไม่นึกยินดี ที่จะดองกับทางบ้านศรีเมือง ตลอดมาจึงไม่ได้เอ่ยถึงคำสัญญาปากเปล่าในครั้งนั้น .. 

             และท่านปละเองก็คิดว่าหากปีนี้หาทางศรีเมืองไม่มาทวงคำสัญญา ท่านก็จะเป็นฝ่ายไปขอยกเลิกคำสัญญาด้วยตนเอง เพราะเกือบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ศรีเมืองและแม่หญิงนวลจันทร์ก็ไม่เคยผูกสมัครรักใคร่กัน เรียกได้ว่าเหมือนกับเป็นคนแปลกหน้าเสียมากกว่า 

            ท่านปละจึงคิดจะยกเลิกคำสัญญา เพื่อที่ลูกสาวตนจักได้ไปหมั้นหมายกับผู้ที่มียศศักดิ์ และทรัพย์มากกว่าศรีเมือง.. 

 

            แต่เมื่อแม่นายศรีมาเอ่ยเสียก่อน ก็เป็นเรื่องที่ดี เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ตกลงกันได้ จึงไม่มีความขุ่นข้องใดๆ คำสัญญาถูกยกเลิก โดยที่แม่หญิงนวลจันทร์ ก็ไม่ได้คัดค้าน การถอนหมั้นจึงจบลงด้วยดี   

            มีเพียงแค่แม่นายนวล เมียท่านปละ ที่เป็นคนรับคำสัญญาหมั้นหมายปากเปล่า จากบิดาศรีเมืองไว้แต่แรกเท่านั้น ที่ค่อนข้างไม่พอใจ    ซึ่งเหตุที่แม่นายนวลไม่พอใจนั้น ก็เป็นเพราะนี่คือคำสัญญาที่บิดาของศรีเมืองจะชดใช้ให้แก่แม่นายนวล โดยให้บุตรชายตน หมั้นกับบุตรสาวของแม่นายนวล 

            เพื่อชดเชยการที่บิดาของศรีเมืองเคยบิดพลิ้ว ยกเลิกการหมั้นหมายกับแม่นายนวลไปแต่งงานกับแม่นายศรี แต่สุดท้ายการหมั้นหมายกลับล่มอีกครั้ง ทำให้แม่นายนวลนึกอึดอัดใจ และคิดว่าทางบ้านศรีเมืองเก่งแต่เรื่องผิดคำสัญญา..  

            ทว่าแม้จะไม่พอใจ แต่แม่นายนวลก็กล่าวสิ่งใดไม่ได้ เมื่อผู้เป็นสามีตัดสินใจไปแล้ว.. 

 

            การยกเลิกคำสัญญาจบลงอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดรับรู้ นอกจากครอบครัวของแม่หญิงนวลจันทร์ และคนที่เคยได้ยินคำสัญญาเมื่อสิบกว่าปีก่อน.. 

 

            และเมื่อจัดการ ยกเลิกคำสัญญาเรื่องคู่หมายของศรีเมืองเรียบร้อยแล้ว แม่นายศรีก็จัดการยกขันหมากมาสู่ขออรัญญาอย่างเอิกเกริก และบอกเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับคืนนั้นที่นายชุบศรบุกเข้ามาไปตามที่นัดแนะกับพวกนายท่านทศและแม่นายบัว.. 

             สามวันหลังจากเกิดเหตุ อรัญญากลายเป็นคู่หมั้นของศรีเมืองอย่างเป็นทางการ.. 

 

            ส่วนเหล่าคนที่ชื่นชอบการติฉิน นินทา ก็เอ่ยเล่าเรื่องราว ที่เล่าจากปากของแม่นายบัว แม่นายศรี โดยตรงกันไปปากต่อปาก.. 

            ว่ากลางดึกคืนนั้นศรีเมืองมาพบศรีทิตย์เพื่อหารือคดีเร่งด่วนยามดึก จนพบปะอ้ายชุบศร แล้วช่วยเหลืออรัญญาได้ทันการ และเหตุร้ายที่ประสบนั้น ก็ทำให้ตระลาการใหญ่ศรีเมือง รู้ว่าตนหลงรักแม่หญิงอัญ และไม่อาจสูญเสียแม่หญิงอัญไปได้ ท่านตระลาการศรีเมืองจึงขอหมั้นหมายแม่หญิงอัญเอาไว้ จับจองตัวไว้ก่อน ประกาศว่าแม่หญิงอัญคือคู่หมั้นของตน เพื่อไม่ให้ชายใดเข้ามาใกล้ชิดแม่หญิงอัญได้อีก     

   ซึ่งข่าวลือนี้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะมันเป็นเรื่องที่สตรีทั้งหลายล้วนชื่นชอบ 

            และเมื่อเป็นเรื่องที่แม่นายศรี และคนในเรือนนายท่านทศ เอ่ยปากด้วยตนเองเช่นนี้ ทุกคนก็ยิ่งเชื่อถือ เลิกติฉิน นินทา ต่อว่าอรัญญา และครอบครัวในแง่ร้าย..                                                                          

   ส่วนนายชุบศรก็รับโทษตามกฎหมาย โดยที่บิดา มารดา ไม่อาจช่วยเหลือได้   เพราะศรีเมือง และนายท่านทศมีอำนาจมากกว่า เจ้าชุบศรจึงถูกลงโทษกักขังไว้ในคุกเป็นระยะเวลาสิบปี 

            เรื่องราววุ่นวายที่นายชุบศรก่อเอาไว้ จึงจบลงเช่นนี้.. 

  

             “มาอีกแล้ว มาอยู่ได้ทุกวัน..” อรัญญาเอ่ยคำ สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึก อึดอัด ขัดเขิน  เมื่อเห็นผู้ที่กำลังเดินอยู่บนลานกว้างหน้าเรือน และเมื่อแม่นายได้ยินเสียงบ่นของผู้เป็นบุตรสาว ก็ชะเง้อคอมองดูผู้มาเยือน เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ก็ตีเพี๊ยะที่แขนบุตรสาวไปเสียหนึ่งที  

             “แน่ะ แม่อัญพ่อศรีเมืองอุตสาหะมาเยี่ยมหา ยังบ่รีบลุกขึ้นไปต้อนรับ พี่เขา แต่กลับเอ่ยว่าพี่เขาอีก น่าตีอีกสักหลายทีจริงเชียว” แม่นายเอ่ยว่าบุตรสาวตน จนอรัญญาหน้ามุ่ย 

 

            จะไม่ให้เธอบ่นได้อย่างไรเล่า นับจากวันที่เธอยอมตกลงหมั้นหมายวันนั้น พ่อตระลาการใหญ่ ก็แวะเวียนมาหาเธอได้แทบทุกวัน เทียวมาทานข้าวเย็นอยู่บ่อยๆ เสียจนจะกลายเป็นลูกชายอีกคนของแม่บัวแล้ว 

            ทำให้เธอที่เห็นอีกฝ่ายทุกวัน รู้สึกอึดอัด ขัดเขิน ทำตัวไม่ถูก เรียกได้ว่าเธอกำลังถูกอีกฝ่ายรุกหนักจนเสียกระบวนเลยทีเดียว.. 

            แม้เธอจะเคยบอกว่า ยินดีที่เขามีความรักให้กับเธอ และให้กาลเวลาเป็นบทพิสูจน์ 

            แต่ว่าการที่เห็นหน้าศรีเมืองทุกวัน ในเวลาทั้ง เช้า สาย บ่าย เย็นก็ทำให้อรัญญา อึดอัด ขัดเขิน จนแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจ.. 

 

             “แน่ะ ยังบ่รีบไปอีก เร็วเข้า”    แม่นายบัวที่เปลี่ยนฝ่ายมาสนับสนุนศรีเมือง เพราะอยากให้อรัญญารักศรีเมืองจากใจจริง รีบเอ่ยคะยั้นคะยอบุตรสาว  

             “เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ จักรีบไปต้อนรับ ขับสู้ให้ดีเลยเจ้าค่ะ” อรัญญารับคำผู้เป็นมารดา 

             จากนั้นจึงลงไปรับศรีเมือง เมื่อพบหน้า หญิงสาวก็รีบกลบเกลื่อนอาการขัดเขิน เสียกระบวนของตน ด้วยการเอ่ยเหน็บศรีเมือง 

             “บ่มีงานทำรึเจ้าคะ ท่านตระลาการใหญ่ เทียวไปเทียวมาเสียทุกเย็น” อรัญญายู่หน้าใส่ศรีเมือง แต่คนฟังคำเหน็บกลับไม่สนใจสีหน้าท่าทางนั้น ศรีเมืองยิ้มแย้มให้อรัญญาพลางเอ่ยคำ   

 

             “งานน่ะมี แต่บ่มีงานไหนเร่งด่วนเท่ามาเยี่ยมเยือนคู่หมั้นของตนดอก” ศรีเมืองเอ่ยตอบ 

              ทำเอาอรัญญาหน้าแดงแจ๋ อึ้งไปพักหนึ่ง เพราะไม่รู้จะจัดการกับคนหน้านิ่งที่ชอบเอ่ยคำพูดให้เธอเขินอายอย่างไร 

         หากเขายิ้มสักนิด มีท่าทางสักหน่อย เธอคงรับมือได้ง่ายกว่านี้..  

          อรัญญานึกเขินอายกับคำพูดศรีเมือง แต่อีกใจกลับไม่วายนึกไปถึง เจ้าพัน.. 

            ผู้ชายอีกคนที่ช่างคล้ายกับศรีเมือง และเป็นคนที่เธอฝันถึงบ่อยครั้งในระยะนี้.. 

 

            และมันเป็นการฝัน ที่เธอไม่ได้ยืนดูอยู่รอบนอก แต่กลับฝันว่าตัวเธอเป็นอรัญญิกา ที่กำลังรักหวานชื่นกับเจ้าพัน! เธอฝันมาหลายวันแล้ว ฝันซ้ำๆ จนบางครั้งอรัญญาก็เริ่มสับสนระหว่างความจริงและความฝัน เธอเริ่มสงสัยว่าจริงๆแล้ว.. เธอคืออรัญญาหรืออรัญญิกากันแน่! 

             “แม่อัญ แม่อัญเหม่อมองสิ่งใดอยู่รึ” ศรีเมืองเดินเข้ามาใกล้อรัญญา พลางเอ่ยเรียก เมื่อเห็นหญิงสาวยืนเหม่อลอยหลังจากฟังคำตอบของตน ซึ่งพักหลังๆ อรัญญามักเหม่อลอย ให้ศรีเมืองเห็นอยู่บ่อยครั้งในช่วงนี้  

 

             “บ่มีอันใดเจ้าค่ะ ขึ้นเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ” อรัญญาได้สติเมื่อถูกเอ่ยเรียก หญิงสาวจึงเอ่ยชวนศรีเมืองขึ้นเรือน ด้วยความเคยชินที่หลายวันมานี้ต้องทำบ่อยๆ  

            ศรีเมืองเองก็ยิ้มรับท่าทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นของอรัญญาที่มีต่อตน พลางเดินตามสาวเจ้าขึ้นเรือนไป สวัสดีแม่นายบัว แล้วนั่งพูดคุยสนทนา ทานข้าวเย็นด้วยกัน  

 

             “ท่านป้าขอรับ วันพรุ่งวันพระ ท่านป้าจักไปทำบุญที่วัดใดรึขอรับ ท่านแม่ฝากถาม จักได้ไปทำบุญด้วยกัน” หลังจากกินข้าว กินปลาเรียบร้อยแล้ว ศรีเมืองก็เอ่ยถามแม่นายบัว 

            แม่นายบัวนั่งคิดเพียงครู่ก็เอ่ยตอบไป “ป้าคงไปวัดพระศรีมหาธาตุแหละพ่อ จักได้ไปกราบเคารพพระธาตุให้เป็นศิริมงคล อย่างไรก็ไปเจอกันที่วัดเลย แต่หากพ่ออยากจักมารับน้องไปด้วย ก็มาให้เช้าสักหน่อย” แม่นายเอ่ยบอก อย่างรู้สึกสนุกกับการส่งเสริมให้ทั้งสองคนรักกัน 

            ด้วยแม่นายเห็นว่าไหนๆ ก็ตกกระไดพลอยโจรมาถึงเพียงนี้ ทั้งศรีเมืองก็ดูเหมือนจะรักอรัญญาจากใจจริง แม่นายจึงเห็นควรว่า ต้องส่งเสริมให้ถึงที่สุด 

            อีกทั้งพักหลังๆมานี้ แม่นายบัว ก็เห็นว่าอรัญญาดูเหมือนจะเริ่มชอบศรีเมืองแล้ว เพียงแต่อรัญญาเองยังไม่ยอมรับ แม่นายบัวจึงคิดช่วยส่งเสริมให้เต็มที่ 

             “ขอรับ” ศรีเมืองรับคำ 

 

            เช้าวันรุ่งขึ้น แม่นายศรีก็พาลูกชายและบ่าวไพร่มาที่เรือนแม่นายบัวตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะได้เดินทางไปวัดด้วยกันเสียเลย ซึ่งทางแม่นายบัวก็ตระเตรียมเรียบร้อยแล้วเช่นกัน  

             “สวัสดีท่านป้าเจ้าค่ะ” อรัญญาเอ่ยสวัสดีแม่นายศรี ที่รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม  

             “ไหว้พระเถิด แม่อัญ” แม่นายศรีตอบรับ แล้วหันเอ่ยชวนแม่นายบัว                                                                

   “ไปกันเถิดแม่บัว ไปเช้าๆ จักได้มีเวลาตระเตรียมของทำบุญ ถวายพระ”  จากนั้นผู้คนจากสองบ้าน ก็ยกขบวนไปวัดกันทั้งหมดหยุดการทำงานต่างๆ เอาไว้ ไปทำบุญกันทุกผู้คน 

 

             “แม่อัญ วันนี้พี่จักตักบาตรร่วมขันกับเจ้า ยามตักบาตรร่วมขัน แม่ก็อย่าได้เขินอายจนเดินหนีไปที่ใดเล่า” ศรีเมืองเอ่ยเย้าอรัญญา ระหว่างเดินทาง และพยายามจะขยับเข้าใกล้อรัญญาให้มากขึ้น แต่ไม่วายโดนศรีทิตย์เข้ามาแทรกกลาง ขวางกั้นเอาไว้ 

 

            “แม่อัญ ทำบุญกับพี่ดีกว่าหนาเจ้า ชาติหน้าจักได้เกิดมาเป็นน้องสาวพี่อีก แลออกห่างไอ้ฤษีจอมปลอมนี่เสียที ก่อนหน้าก็เป็นเพียงฤษีที่เงียบขรึมแท้ๆ แต่พอลอกคราบก็กลายเป็นเยี่ยงคนเจ้าชู้ไปเสียนี่”    ศรีทิตย์เอ่ยว่าสหาย ด้วยใจที่นึกหมั่นไส้ศรีเมืองเหลือคณา ที่หลายวันมานี้อีกฝ่ายเทียวไปมา เกี้ยวพาน้องสาวตนไม่ได้ขาด จนชายหนุ่มนึกขัดหูขัดตา   

        และเมื่อถูกศรีทิตย์ต่อว่า ศรีเมืองก็ทำหน้านิ่งไม่สนใจจะต่อปากต่อคำกับศรีทิตย์ กลับยื่นมือไปดึงตะกร้าสานของอรัญญามาช่วยถือ แต่ก็ไม่วายแอบสัมผัสมือนุ่มนิ่ม 

            ทำให้อรัญญาได้แต่ส่งสายตาเขียวปั๊ดให้พ่อคนชอบฉวยโอกาส  

 

            เดินไปกันได้ไม่นาน ทั้งกลุ่มก็ต้องหยุดเมื่อพบกับขบวนผู้มาใหม่ที่เดินมาอีกทางแยก จนพบกันพอดี เพื่อตัดเข้าสู่ถนนเข้าวัด 

แม่นายศรีมองผู้นำอีกกลุ่มด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วนชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็หันไปส่งยิ้มให้  

 

             “ความสุขสวัสดีเจ้าค่ะ ท่านปละ แม่นายนวล” แม่นายศรีเอ่ยทักทาย 

            ส่วนอรัญญาก็มองสำรวจผู้ที่แม่นายศรีต้องหยุดทักทายด้วยแววตาแปลกใจ เธอเห็นว่าในกลุ่มนั้นมีหญิงวัยกลางคนและหญิงสาวแรกรุ่นอยู่สองคน ทั้งสองหน้าตาสะสวยมากทีเดียว 

            หากแต่หญิงวัยกลางคนกลับมองมาทางเธอด้วยสีหน้าขุ่นเคือง ทำให้อรัญญางุนงงยิ่งนักจวบจนแม่นายบัวหันมาบอก อรัญญาจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร 

 

             “แม่อัญ ไหว้ท่านปละ กับแม่นายนวลสิลูก ส่วนแม่หญิงนางนี้ คือแม่หญิงนวลจันทร์จ้ะ คงรุ่นราวคราวเดียวกับลูก”แม่นายบัวเอ่ยบอก 

            และเมื่อได้ยินชื่อที่เหล่าผีๆ เคยบอก อรัญญาก็นึกได้ทันที จึงส่งยิ้มให้แม่หญิงนวลจันทร์อย่างเป็นมิตร แต่เมื่อหันกลับไปมองศรีเมือง อรัญญาก็รู้สึกคันยุบยิบในอก จนต้องเชิดหน้าขึ้น พยักพเยิดไปทางแม่หญิงนวลจันทร์ 

      อดีตคู่หมายท่านน่ะ ทักทายสิ!  

 

            เมื่อเห็นท่าทางของอรัญญา ที่คล้ายว่ากำลังหึงหวง ศรีเมืองก็กลั้นยิ้มเสียจนใบหน้าแข็งเกร็ง แล้วรีบสูดลมหายใจเข้าลึก กลับมาสงบนิ่งดังเดิม แล้วหันไปกล่าวสวัสดีท่านปละ แม่นายนวล พลางส่งยิ้มให้แม่หญิงนวลจันทร์เล็กน้อย แล้วหันกลับมามองอรัญญา ที่หันหน้าหนีไปทางอื่นเสียแล้ว ชายหนุ่มจึงได้แต่ลอบขบขัน คนที่หึงโดยไม่รู้ตัว.. 

            แล้วเดินเข้าไปใกล้อรัญญามากขึ้น พลางเอ่ยคำ 

 

             “ดูทำสีหน้า ท่าทางเข้า หากแม่อัญรักพี่ พี่คงคิดว่าเจ้าหึงหวง พี่กับแม่หญิงนวลจันทร์..แต่ถึงเจ้ายังบ่รักพี่ พี่ก็อยากจักบอกว่า”   

            ศรีเมืองหยุดคำพูด พลางสังเกตอรัญญา เมื่อเห็นหญิงสาวเหล่มองตน เหมือนคนที่อยากรู้เต็มที จึงค่อยแย้มยิ้มเอ่ยคำต่อ 

 

            “พี่อยากจักบอกว่า ถึงแม้พี่กับแม่หญิงนวลจันทร์ จักเป็นคู่หมายมาเนิ่นนาน แต่แท้จริงแล้วพี่กับแม่หญิง แทบบ่เคยได้พบกันเลย สิบกว่าปีที่หมั้นหมายกันมา ได้พบปะกัน บ่ถึงห้าครั้งกระมัง” ศรีเมืองเอ่ยบอก 

            ทำเอาอรัญญาหันกลับมามองชายหนุ่ม ด้วยดวงตากลมโต เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง 

             เพราะรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดมากเกินไป เป็นคู่หมายแต่แทบไม่เคยได้พบกัน แต่ว่าแววตาชั่วแวบของแม่หญิงนวลจันทร์ที่มองมาทางศรีเมืองน่ะ เธอเห็นแววซับซ้อนมากมาย แต่ที่เห็นชัดมันคือ ความชัง ความแค้นใจ ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม! อรัญญาคิดด้วยความรู้สึกว้าวุ่นในใจ 

 

             ศรีเมืองที่เห็นคิ้วขมวดมุ่นของอรัญญา ก็ยิ้มแย้มเอ่ยคำ 

            “หยุดคิดวุ่นวายเถิดนะเจ้า ยามนี้ พี่มีตัวเจ้าเป็นคู่หมั้นของพี่เพียงผู้เดียว ทั้งในวันนี้ แลในวันข้างหน้า บ่เปลี่ยนเป็นผู้ใดอีกแล้ว”  

 

             “แหวะ เอ่ยเข้าข้างตัวเอง เชื่อไม่ได้ หมั้นได้ก็ถอนได้” เมื่อได้ยินคำพูดของศรีเมือง ใบหูของอรัญญาก็เห่อร้อน เลือดสูบฉีดไปทั้งหน้า แต่ท่าทางที่แสดงออกกลับตรงกันข้าม หญิงสาวเบ้ปากให้ศรีเมืองอย่างเสียกริยา 

            ศรีเมืองจึงได้แต่ส่ายหัว ยกมือดีดหน้าผากอรัญญา ที่ช่างพูด ช่างสงสัย ชอบกลบเกลื่อนความรู้สึกตนเองอย่างอดไม่ได้ 

             “เจ็บนะ นี่แน่ะ” อรัญญาตีแขนชายหนุ่มกลับ อย่างรวดเร็วตามประสาคนมือไว                                                                                             

            ศรีเมืองจึงอดยิ้มไม่ได้ ที่อรัญญาเป็นฝ่ายแตะตัวเขาก่อน และเมื่อศรีเมืองยิ้ม อรัญญาก็ได้แต่ก้มหน้างุด รีบเดินหนีไปยืนอยู่ข้างมารดาตน  ด้วยความเขินอาย.. 

            จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ เดินปะปนกันเพื่อเดินไปยังวัด  อรัญญาเดินไปพลางพูดคุยหยอกล้อกับพี่ชายตนที่คอยขัดขวางไม่ให้ศรีเมืองเข้าใกล้เธอไปพลาง หญิงสาวพูดคุยอย่างสนุกสนาน 

 

            โดยไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของผู้ที่มองดูอยู่ด้านหลัง แม่หญิงนวลจันทร์ ที่กำหมัดแน่น ใบหน้าอ่อนโยนแสนดีเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปพริบตา 

            ศรีเมืองผิดคำสัญญา! ยกเลิกคำสัญญาหมั้นหมายที่มีต่อนางไม่นาน ยังกล้ารักกันหวานชื่นให้นางเห็น ทั้งๆที่นางอุตส่าห์เฝ้าคอยวันที่เขาจะมาเอ่ยเรื่องหมั้นหมายกับบิดา รับนางแต่งเข้าเรือน 

          นางผูกพันกับเขาตั้งแต่เล็ก เพราะท่านแม่ที่คอยย้ำเตือนอยู่เสมอว่านางมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว ต้องทำตัวให้เหมาะสม นางจึงเฝ้านึกถึงแต่เขา และยิ่งศรีเมืองกลายเป็นลูกขุนมีอนาคตทีดี มีชาติตระกูล หน้าที่การงานสูงส่ง นางก็ยิ่งดีใจ  

           ยามได้พบเพื่อนพ้อง ชนชั้นเจ้านายด้วยกัน นางก็สามารถเชิดหน้าได้เต็มที่ เพราะว่าตนคือคู่หมายของศรีเมือง เป็นคู่หมายที่บิดาศรีเมืองหมั้นหมายเอาไว้ แลจักไม่มีหญิงใดจักมาแทนที่นางได้... 

          เพราะนางแน่ใจว่าศรีเมืองไม่กล้าบิดพลิ้วคำสัญญาที่บิดาของเขาเป็นคนให้ไว้กับแม่ของนาง ซึ่งเป็นหญิงคู่หมายเก่าที่ไม่อาจกลายเป็นคู่ชื่นกันได้  

            นวลจันทร์จึงไม่เคยเข้าหาศรีเมืองก่อน เพราะคิดว่าศรีเมืองจะอย่างไรก็เป็นของนาง เขาควรเข้าหานางด้วยตนเอง.. 

          ทว่าสุดท้ายศรีเมืองกับทรยศ ทำความฝันของนางพังทลาย! 

          คอยดูเถิด พวกเขาจักต้องชดใช้! สิ่งที่ทำไว้กับนาง!   

            แม่หญิงนวลจันทร์ มองตามอรัญญาด้วยแววตามาดร้าย! 

  

 --------------------- 

  

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น