mummynoi

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21 : เปิดตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 : เปิดตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 75

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 19:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 : เปิดตัว
แบบอักษร

 

ร่างเล็กของณรินตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มทั้งที่ยังอยู่ในท่านอนตะแคง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอหันหน้าไปอีกฝั่งของเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งที่จำได้ว่าก่อนหลับยังนอนกอดอีกคนไว้อยู่ พอพลิกตัวกลับมาก็แน่นอนว่าคนที่นอนอยู่ด้วยกันเมื่อคืนไม่อยู่ที่เตียงแล้ว ต่อให้จะนอนดึกแค่ไหนอีกคนก็ยังตื่นได้ไวกว่าเธออยู่ดี

แต่วันนี้ณรินเองพอจะเดาได้ว่าที่อีกคนหายไปก็คงจะไม่พ้นไปหาน้องสาวฝาแฝดของตัวเองที่อยู่โรงพยาบาลนั่นแหล่ะ ความจริงเธอตั้งใจจะพูดคุยเรื่องนี้กับรสาตั้งแต่เมื่อคืน แต่พออะไรๆ มันพาอารมณ์เตลิดไปไกลก็เลยผิดความตั้งใจไปเสียก่อน เป็นเธอเองที่คิดอยากจะปลอบอีกคนแต่กลับกลายเป็นมาจบเอาที่พากันเหน็ดเหนื่อย แล้วรสาเองก็ยังผล็อยหลับไปก่อนเธอเสียอีกจึงยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกัน มันเป็นความรู้สึกดีที่เธอได้เห็นรสานอนหลับอยู่ข้างๆ แต่คิดแล้วก็เห็นใจที่อีกคนยังต้องคอยวิ่งวุ่นอยู่คนเดียวแบบนี้

ณรินใช้เวลาสักพักในการจัดแจงตัวเองให้พร้อมที่จะไปทำงาน พอเปิดประตูห้องนอนออกมาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก เธอจึงเดินตามกลิ่นหอมชวนหิวตรงมาที่โต๊ะอาหารแล้วก็เอ่ยทักทายคนที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว

“อื้อหือ หอมจังค่ะ ทำอะไรเหรอคะ”

“ทำมื้อเช้าเอาใจใครบางคนค่ะ” รสาตอบคำถามขณะกำลังตักข้าวต้มใส่ถ้วย พอหันกลับมาวางถ้วยลงบนโต๊ะก็ทำหูตาแพรวพราวเจ้าชู้ใส่คนถาม “เมื่อคืนมีคนใจดีไม่ให้พี่ต้องออกแรงเยอะ วันนี้เลยมีแรงเหลือมาทำข้าวต้มให้ทานค่ะ”

พอได้ฟังคำตอบณรินก็รู้สึกได้ถึงใบหน้าตัวเองที่กำลังเห่อร้อนขึ้นจากความขวยเขิน ก็อีกคนเล่นหยอดกันซึ่งหน้าพาให้ทำตัวไม่ถูก ต้องก้มหน้าหลบสายตาที่ส่งมายียวนกัน

“บ้าน่าพี่ซีน”

 

รสาถอดผ้ากันเปื้อนออกพร้อมกับหัวเราะขำให้กับท่าทางเขินอายที่น่าเอ็นดูนั้น เห็นแล้วก็รู้สึกหมันเขี้ยวอยากจะเข้าไปบิดแก้มใสแล้วกอดให้เต็มรัก แต่ก็ต้องห้ามใจไว้ก่อนไม่งั้นเธอคงจะไม่อยากออกไปทำงานในวันนี้เป็นแน่

“มาทานกันดีกว่าค่ะ กำลังร้อนๆ เลย เอาน้ำส้มมั้ยคะ”

“เดี๋ยวรินช่วยเองค่ะ” พอได้ทีณรินก็รีบอาสาช่วย จะได้ไม่ต้องอยู่กับความเขินอายที่มีให้คนตรงหน้านานนัก

 

เมื่อลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้ากันได้สักพัก ณรินก็นึกถึงเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจอยากจะบอกให้อีกคนได้รับรู้

“พี่ซีนคะ เมื่อวานรินไปเจอ…คุณซันมาน่ะค่ะ”

เธอเอ่ยขึ้นมาแบบเกรงๆ เล็กน้อย เพราะไม่แน่ใจว่าอีกคนอยากจะเปิดเผยเรื่องนี้มากแค่ไหน หากรสาไม่อยากให้ใครรับรู้ก็คงจะผิดที่เธอเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของอีกคนมากเกินไปเอง แต่ไหนๆ เธอก็บังเอิญไปรู้เรื่องเข้าเสียแล้วก็เลยคิดว่าควรจะพูดคุยกันสักหน่อย

“พี่รู้แล้วค่ะ”

“รู้แล้ว?”

“ป้าอิ่มโทรมาบอกเมื่อเช้าค่ะ ป้าอิ่มคือคนที่ดูแลซันอยู่ที่โรงพยาบาล”

“อ๋อ คนที่รินเจอ”

“ใช่ค่ะ ป้าอิ่มเป็นคนเก่าแก่ของที่บ้านพี่ตั้งแต่...” น้ำเสียงของรสาอ่อนลง สายตาหลุบลงต่ำมองที่ไปถ้วยอาหารที่ตอนนี้พร่องลงไปมากแล้ว ช้อนที่ใช้ตักอาหารเข้าปากกลับกลายเป็นเอามาใช้เขี่ยส่วนที่เหลืออยู่ไปมาเบาๆ เหมือนกับมันไม่อร่อยขึ้นมาเสียเฉยๆ อย่างนั้น “ตั้งแต่ที่คุณพ่อคุณแม่ยังอยู่น่ะ”

 

เกิดความรู้สึกผิดอยู่ในใจของณรินขึ้นมาเล็กน้อยที่การพูดคุยไปสะกิดแผลให้อีกคนรู้สึกไม่ดี ก่อนที่เธอจะรีบพูดขึ้นมาเพื่อให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดผ่อนคลายลง

"รินเสียใจด้วยนะคะ แล้วก็ขอโทษที่วุ่นวาย"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว จริงๆ พี่ก็ไม่ควรจะมาเสียเวลาเศร้าโศกเสียใจอะไรอีก"

“งั้นเย็นนี้รินขอไปเยี่ยมคุณซันด้วยได้มั้ยคะ”

รสาระบายยิ้มน้อยๆ ตอบรับเพราะรู้ว่าอีกคนกำลังพยายามปลอบใจเธออยู่ สุดท้ายเธอก็พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาอยู่ในโหมดปกติเพื่อให้บรรยากาศการพูดคุยดีขึ้น

“ได้สิคะ”

 

รถยนต์คันใหญ่ของรสามาจอดเทียบหน้าตึกอันเป็นสถานที่ทำงานของเธอเหมือนทุกวัน พอก้าวลงจากรถแล้วเธอก็หยุดยืนคอยให้อีกคนลงมาจากรถคันเดียวกัน เมื่อเห็นคนตัวเล็กก้าวลงมาแล้วเธอก็หันไปเรียกไว้ให้อีกคนเข้ามาหาใกล้ๆ

"น้องริน มานี่ค่ะ"

มันจะดูไม่เป็นที่สนใจเท่าไหร่นักหากรสาจะทำเหมือนทุกวันที่ผ่านมา คือเพียงแค่ให้ณรินลงจากรถแล้วเดินตามหลังเธอไปช้าๆ การที่ผู้ช่วยเลขาอย่างณรินจะเดินตามเจ้านายอย่างเธอเหมือนที่คนอื่นเคยเห็นประจำมันก็คงจะไม่เป็นเรื่องที่แปลกอะไร แต่วันนี้รสากลับทำให้มันพิเศษกว่านั้น

"ส่งมือมาค่ะ”

คนตัวเล็กมองหน้าเธอด้วยความแปลกใจหน่อยๆ แต่ก็ยอมเดินมาหาโดยดี รสาทำท่ากวักมือเรียกแล้วพยักเพยิดหน้าเพื่อให้อีกคนส่งมือมาให้เธอ พอมือน้อยยื่นส่งมาเธอก็รีบคว้ามาจับเอาไว้ก่อนจะพากันก้าวเดินเข้าไปในตึกใหญ่

 

ณรินเดินตามคนที่จูงมือเธอไปพร้อมกับหันมองรอบตัวด้วยอาการตื่นๆ รสาจับมือเธอไว้แน่นตลอดทางที่เดินผ่านผู้คนที่ทำท่าซุบซิบชี้มือชี้ไม้มา เธอเองก็เริ่มทำตัวไม่ถูกได้แต่เดินก้มหน้าหลบสายตาผู้คนรายทางจนแทบจะซุกหน้าฝังกับต้นแขนของอีกคนไว้

พอเดินมาถึงหน้าลิฟต์รัศมีความน่าเกรงขามของท่านรองประธานก็แผ่ออกมาจนทั่วบริเวณ รสายืนทำหน้านิ่งเคร่งขรึม ก่อนจะส่งเสียงกระแอมดังๆ ไปหนึ่งครั้งพร้อมปรายตาดุนิดๆ เป็นสัญญาณเตือน เพียงเท่านั้นเหล่าพนักงานที่ยืนรายล้อมมองกันเป็นตาเดียวก็รีบก้มหน้าหลบสายตาเย็นเฉียบกันอย่างพร้อมเพรียง จนกระทั่งเสียงลิฟต์ดังขึ้นและประตูเปิดออกรสาจึงจูงมือณรินก้าวเข้าไปข้างใน

ไม่มีใครกล้าพอที่จะก้าวเข้ามาในลิฟต์ตัวเดียวกันนี้เมื่อเห็นสายตาของท่านรองประธาน นั่นจึงทำให้ณรินคลายความอึดอัดใจลงไปได้บ้างเมื่อมาอยู่ในลิฟต์กันแค่สองคน พอรสาสังเกตเห็นอาการของคนข้างๆ ก็แอบหัวเราะอยู่ในลำคอพร้อมกับแกล้งพูดหยอกให้ได้เขินอายอีกครั้ง

"เขินเหรอคะ เดินก้มหน้างุดเชียว คนเก่งเมื่อคืนหายไปไหนกันนะ"

 

ณรินยังไม่ทันได้ตอบอะไรลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นปลายทาง รสาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอออกจนกระทั่งเดินมาถึงหน้าเคาท์เตอร์ที่เธอใช้นั่งทำงานประจำ นาราเห็นผู้เป็นนายมาก็ลุกขึ้นเอ่ยทักทายและแอบส่งยิ้มน้อยๆ ให้เธอที่เดินแนบข้างมา

“ฝากดูไว้หน่อยนะคะคุณนารา เดี๋ยวเด็กน้อยจะหายไปซนที่ไหนอีก” ว่าจบก็หันมายิ้มเย้าให้กับคนที่เอาหน้าซุกต้นแขนเธอมาตลอดทาง

“คุณรสาคะ” ณรินย่นคิ้วใส่อีกคนพลางใช้มือดึงแขนเสื้อคลุมที่อีกคนใส่อยู่เป็นเชิงประท้วงเพื่อแก้เขิน

 

รสาหมุนตัวมาหาณรินและจับให้อีกคนหันหน้ามาหากันตรงๆ พร้อมกับใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นให้มองหน้าเธอ มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าก่อนที่เธอจะเอ่ยคำให้คนฟังใจสั่น

“พี่บอกให้เรียกว่ายังไงคะ”

“แต่นี่มันที่ทำงานนะคะ” ณรินพูดอ้อมแอ้มเสียงเบาจนรสาต้องโน้มหน้าเข้ามาใกล้กัน

“ว่าไงคะ พี่บอกให้น้องรินเรียกว่ายังไง?”

ใบหน้าของอีกคนโน้มลงมาใกล้มากขึ้นอีกจนณรินย่นคอเกร็งตัวก้าวถอยร่นออกห่างไปข้างหลัง หน้าเธอคงจะแดงไปจนถึงหูได้แล้วมั้งป่านนี้

“ให้เรียกว่า...พี่ซีนค่ะ”

“ดีมากค่ะ” พูดจบรสาก็ระบายยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับปล่อยมือออกจากกัน แล้วก็เดินเข้าห้องทำงานไป

 

ณรินยืนหน้าตึงเพราะเลือดสูบฉีดจากความเขินอาย พอประตูปิดลงสนิทก็หันกลับมาเจอกับสายตาเป็นประกายและรอยยิ้มล้อเลียนของนาราเข้า

"พอเลยค่ะพี่นาราแค่นี้รินก็เขินจะแย่อยู่แล้ว"

"พี่ยังไม่ทันพูดอะไรเลยน๊า" นาราแกล้งทำเป็นลากเสียงยาวเย้าอีกคนเล่น มองดูณรินที่ยังคงหุบรอยยิ้มบนใบหน้าไม่ลงก็ยิ่งแกล้งหยอกให้เขินไปกันใหญ่

 

เวลาดำเนินผ่านพ้นไปจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน ณรินร่ำลากับเลขาสาวของรสาแล้วเข้ามานั่งคอยอีกคนอยู่ที่โซฟาในห้องทำงานใหญ่

“ไปกันค่ะริน”

“เสร็จแล้วเหรอคะ”

“ค่ะ”

รสาผายมือออกมาส่งให้ณรินจับไว้ เธอยิ้มรับพร้อมกับวางมือลงบนฝ่ามือนุ่มของอีกคนแล้วจับจูงเดินไปพร้อมกัน

“กลัวรินจะหนีไปไหนหรือคะจับมือไม่ปล่อยแบบนี้”

“ใช่ค่ะ” รสาหันหน้ามาเชิดคางคนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆ ไว้ “เพราะน้องรินชอบทำให้พี่เป็นห่วง”

“มันเหตุสุดวิสัยนี่คะ รินไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย” ณรินยู่ปากทำหน้าอ้อนแบบคนสำนึกผิด

“คราวหน้าถ้าหายไปไม่บอกอีก พี่จะจับทำโทษซะให้เข็ด”

พอพูดจบก็ทำเป็นส่งสายตาดุแบบไม่จริงจังมาให้ แต่ข้างในนั้นกลับมีประกายความเจ้าเล่ห์แอบแฝงอยู่ ณรินก็ได้แต่ยิ้มหวาดๆ ตอบกลับไปให้คนที่กล่าวคาดโทษเธอ เพราะไม่แน่ใจว่าการลงโทษของรสานั้นมันจะออกมาในรูปแบบใด

 

ภายในห้องผู้ป่วยที่ร่างสวยยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติ รสานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยที่หน้าเหมือนเธอทุกกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ตอนนี้ใบหน้านั้นยังนอนหลับตานิ่งไม่เคลื่อนไหว มีเพียงเสียงลมหายใจเบาๆ เท่านั้นที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ของอีกคน มือเรียวของรสาลูบลงบนศีรษะที่วางนิ่งอยู่บนหมอนแผ่วเบาก่อนจะเริ่มเอ่ยถ้อยคำ

“ซัน เค้ามาแล้วนะ วันนี้มีใครคนนึงมาเยี่ยมตัวด้วยนะ น้องรินไง ตัวจำน้องรินได้ใช่มั้ย รีบตื่นขึ้นมาไวๆ นะ เค้าอยากให้ตัวได้เจอกับน้องริน เค้ารอตัวอยู่นะ”

 

บรรยากาศในห้องดูเงียบเหงาขึ้นมาจับใจ ณรินคิดอยากจะหาคำพูดปลอบแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคำใด เพราะเกรงว่าหากพูดไปแล้วจะไปกระทบจิตใจของอีกคนนึงเข้า ไม่นานนักประตูห้องผู้ป่วยก็เปิดออกพร้อมกับมีใครอีกคนเดินเข้ามา

“อ้าวคุณหนูซีนมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เอ๊ะ! หนูคนเมื่อวานหนิ”

“สวัสดีค่ะ” ณรินยกมือไหว้ทักทายคนมีอายุมากกว่าพร้อมระบายยิ้มหวานผูกมิตรส่งให้

“ซีนมาถึงสักพักแล้วค่ะ นี่ณรินค่ะป้าอิ่ม” รสาตอบคำถามพร้อมกับแนะนำคนที่มาด้วยให้รู้จักอีกครั้ง

“อ๋อ หนูคนนี้ที่เมื่อวานเข้าใจว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเป็นคุณหนูซีน”

“ใช่ค่ะ คือหนูไม่รู้มาก่อนว่าคุณซีนมีฝาแฝด” ณรินตอบเสียงอ่อยพร้อมกับมองหน้ารสาเป็นเชิงขอโทษอีกคนที่ตัวเองเข้าใจผิด

 

รสามองตอบกลับมาด้วยแววตาแบบไม่ถือสาพร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปเอ่ยถามไถ่อาการของคนป่วยจากคนที่คอยดูแลอยู่

“วันนี้ซันเป็นไงมั่งคะป้า”

“คุณหมอบอกว่าคุณหนูซันดูมีสีหน้าดีขึ้นนะคะ แต่ก็ยังไม่ตอบสนองอะไร ป้าก็ได้แต่หวังว่าคุณหนูซันจะฟื้นขึ้นมาเร็วๆ”

“ซีนก็หวังให้เป็นอย่างนั้นค่ะ ป้าอิ่มพักผ่อนมั่งนะคะ เดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน”

“ขอบคุณที่ยังเป็นห่วงป้านะคะ คุณหนูเองก็ต้องพักผ่อนเหมือนกันนะคะ”

 

ณรินนั่งมองคนที่กำลังสนทนากันอยู่ห่างๆ รสาแสดงออกถึงความใส่ใจคนรอบข้างอย่างที่เธอเคยเห็นมาตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้กัน เธอเองก็ได้แต่หวังว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงจะรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากคนรอบตัวแล้วรีบตื่นขึ้นมาเป็นกำลังใจให้อีกคนได้สักที

 

 

----------------------------------------

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น