โซซอล
facebook-icon

ในเมื่อลูกชายตัวเล็กของเขาดันมาเรียกผมว่า 'หม่าม้า' งั้นไหนๆ ก็ต้องตายอยู่แล้ว ขอลองจีบยากูซ่าตัวพ่อดูสักครั้งก่อนตายแล้วกัน!

ตอนที่ 2-11 ความอิจฉาของโซจูหนึ่งขวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-11 ความอิจฉาของโซจูหนึ่งขวด

คำค้น : ตกหลุมร้าย ยากูซ่าพ่อลูกติด นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 14:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-11 ความอิจฉาของโซจูหนึ่งขวด
แบบอักษร

โทมะ! จังหวะที่คิดขึ้นมาได้ มินจุนก็แสดงพลังเหนือธรรมชาติโดยการผลักไดกิออก แค่ดันออกเพราะสถานการณ์มันหมิ่นเหม่ ไม่รู้ว่าโทมะจะเปิดประตูเข้ามาเมื่อไหร่ แต่ดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอีกแล้ว ร่างสูงคว้ามินจุนเข้าไปกอดจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะฉกฉวยริมฝีปากแล้วกัดลงไปอย่างแรง รสจูบไร้ความปราณีจบลงในเวลาเดียวกับที่โทมะเปิดประตูเข้ามาพอดี ไดกิจึงยอมผละตัวออกไป 

‘ถ้ากล้าผลักฉันอีกครั้ง จะสับทิ้งซะ จำเอาไว้’ แววตาดุดันคล้ายกระซิบบอกเช่นนั้นทำเอาเขาสะดุ้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังปรายตามองไดกิอย่างไม่พอใจอยู่ดี 

“หม่าม้า หม่าม้าา” 

โทมะในชุดนอนน้องหมาแบบเต็มตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าวิ่งปร๋อเข้ามาหา มินจุนอยากจะลงจากเตียงไปกอดซะเดี๋ยวนั้น ทว่านอกจากร่างกายเปลือยเปล่าแล้ว ยังมีน้ำรักที่อีกคนปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายเขา หลังมอร์นิ่งเซ็กซ์ที่ตนไม่ได้เห็นชอบเมื่อครู่นี้กำลังไหลซึมออกมาอีก ส่งผลให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้ 

ส่วนไดกิก็ลุกขึ้นมาอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรแล้วหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับ ร่างบางมองโทมะตลอดพลางขยับมือส่งสัญญาณไปทางผู้เป็นพ่อของเด็กน้อย ส่งกระแสจิตง่ายๆ ว่าให้พาโทมะออกไปก่อน เขาจะรีบจัดการตัวเองแล้วตามออกไป ทว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยตัดบทว่า “พูดออกมาสิ” อย่างไม่แยแส 

มินจุนเลยพ่นภาษาเกาหลีออกจากปากโดยอัตโนมัติ เหมือนเวลาโมโหจนตัวสั่นเพราะเผลอไปเหยียบไส้เดือนเข้า 

ฮึ่ย ก็มันไหลอยู่เนี่ย! ถ้าโทมะเห็นแล้วถามว่ามันคืออะไร จะให้ตอบว่า อือ ของป๊ะป๋าหรือไง แค่ขอให้พาออกไปแป๊บเดียวเอง ไอ้คุณไดกิเอ๊ย!” 

โทมะกำลังเดินมาทางเตียงก็ตกใจกับการสบถภาษาเกาหลีของมินจุน จึงหยุดชะงักอยู่กับที่ น้ำตาคลอเหมือนจะร้องไห้ 

“หม่าม้า...?” 

“อ๊ะ ไม่ใช่ๆ นะ ไม่ใช่เพราะโทมะ” 

เขามองโทมะแล้วส่งยิ้มให้ ทว่าเด็กน้อยกลับใช้มือเล็กป้อมน่าเอ็นดูของตัวเองปลดกระดุมชุดนอนออกทีละเม็ด 

“โทมะ ถอดเสื้อผ้าทำไม” 

“ป๊ะป๋ามะใฉ่เฉื้อ หม่าม้าก็มะใฉ่ โทมะจะถอดโด้ย” 

“หา! ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด หม่าม้าใส่เสื้อผ้าอยู่นะ มันเหมือนผ้าห่มล่ะสิ มันเป็นชุดนอนผ้าห่มที่เพิ่งออกใหม่เลย หม่าม้าใส่เสื้ออยู่ จริงๆ น้า” 

มินจุนเขินอายมากจนต้องรวบผ้าปูเตียงสีดำขึ้นมาพันหน้าอกไว้แน่น 

“จริงเหยอ” 

“จริงสิ~” 

โทมะเอียงใบหน้าน่ารักไปมา เส้นผมดัดลอนกระเซอะกระเซิงไปหมดคงเพราะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาทั้งคืน เขานึกว่าอีกฝ่ายจะยอมสวมเสื้อผ้าอีกครั้ง แต่... สุดท้ายกลับปลดกระดุมออกหมดแล้วถอดชุดนอนจนได้ 

“โทมะจาใฉ่โด้ยๆ ชุดนอนผ้าห่ม กะหม่าม้า” 

พอเจออย่างนี้ มินจุนจึงขยับก้นอยู่บนเตียงพร้อมมองไดกิ คำพูดเร่งด่วนไม่ได้ออกมาในทันที มีแค่ริมฝีปากผะงาบๆ ร่างสูงยกมุมปากเป็นรอยยิ้ม... เห? ตาฝาดหรือเปล่านะ มินจุนหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กำลังยิ้มอยู่จริงๆ ด้วย รอยยิ้มแสนเซ็กซี่ที่ทำให้หัวใจละลาย 

ไดกิเดินมาอุ้มลูกชายที่ถอดชุดนอนน้องหมาออกไปครึ่งตัวแล้วขึ้นมา ก่อนจะกระซิบบางอย่างที่ข้างหูแล้วพาเดินออกจากห้องไป 

 

อาการเช้าในเวลาเจ็ดโมง ซึ่งช้ากว่าเวลาปกติสามสิบนาทีเป๊ะ โทมะคงจะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจจากการเข้านอนและตื่นขึ้นมาในห้องของเคนตะเมื่อคืน เลยเอาแต่กอดมินจุนแน่นเหมือนโคอาล่า ไม่ยอมทานข้าวเองด้วยและทานแต่ข้าวที่หม้าม้าตักให้ 

มินจุนเหมือนเข้าใจและไม่เข้าใจไปพร้อมๆ กัน ว่าทำไมต้องกระวนกระวายกลัวลูกดอกจะลอยมาถึงตัว แต่เขารู้สึกหวาดกลัวกับสายตาเยียบเย็นของคนที่กำลังดื่มกาแฟอยู่ จนไม่กล้าหันไปทางนั้นเลยแม้แต่น้อย 

“โทมะ ไปนั่งกินข้าวบนเก้าอี้ของหนูดีกว่าเนอะ” 

ตัวเขาก็ไม่ได้เป็นหม่าม้าบ้าคลั่งความใคร่ หนีไปเป็นชู้กับชายอื่นซะหน่อย แต่กลับรู้สึกผิดต่อโทมะมาก แม้เขาจะยอมถวายชีวิตไว้กับการทำตัวน่าเอ็นดูของโทมะ แต่ขณะเดียวกันก็หวาดกลัวไดกิจนตัวสั่น เลยพยายามดันตัวออกเพื่อให้โทมะกลับไปนั่งเก้าอี้สำหรับเด็กของตัวเอง ทว่าเด็กน้อยกลับกอดคอเขาแล้วเริ่มออดอ้อนทันที 

“มะอาว จะกิงตงนี้” 

“โทมะ หม่าม้าเองก็อยากให้ทำแบบนั้น แต่...” 

“โทมะ กลับไปนั่งที่ตัวเองแล้วกินข้าว!” 

อดทนมานาน... หลังจากนั่งดูอยู่ประมาณห้านาที ไดกิก็ส่งเสียงออกมา... มินจุนอ้าปากค้างจ้องอีกฝ่าย แต่พอสบสายตาเข้าก็รีบหลบอย่างรวดเร็ว 

พระเจ้า ความสัมพันธ์อันแนบแน่นตั้งแต่เมื่อคืน ไม่สิ ยังรวมมอร์นิ่งเซ็กเมื่อเช้าอีก แล้วไหงถึงยังใช้สายตาน่ากลัวนั่นมองเรา สายตาคมกริบแทบจะกลายเป็นลูกดอกอยู่แล้ว! รู้สึกใจเสียกับสายตาที่มองกันอย่างน่ากลัว มินจุนเลยสะดุ้งแล้วอุ้มโทมะให้นั่งห่างจากตัวเองไปเล็กน้อย 

โทมะใช้มือขวาตักข้าว ขณะที่มือซ้ายจับมือมินจุนไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายไป แฮะ~ โทมะ หม่าม้าถนัดซ้ายนะลูก คงจะกินข้าวไม่ได้แล้วล่ะ... แม้จะลำบากสักหน่อย แต่พอเห็นว่าเด็กน้อยน่าสงสาร เขาก็ตัดสินใจว่าจะรอให้โทมะกินข้าวให้เสร็จก่อนจึงปล่อยไว้แบบนั้น ทว่า 

“โทมะ กินข้าวทั้งๆ ที่จับมือไว้แบบนั้น แล้วหม่าม้าจะกินข้าวยังไง” 

ทันทีที่ไดกิมองพฤติกรรมของลูกชายอยู่พูดขึ้นมา โทมะก็พองแก้มมองผู้เป็นพ่อกลับ ก่อนจะตักข้าวในถ้วยของตัวเองขึ้นมาหนึ่งคำแล้วยื่นมาให้มินจุน 

“กิง!” 

สายเลือดมันช่างอัศจรรย์ใจจริงๆ สายเลือดสีแดงเข้มที่ค้นพบได้จากพันธุกรรม ต่อให้ผ่านเวลามากว่าสองพันปีก็ยังน่าอัศจรรย์ ช่วงเวลานั้นเขาตระหนักถึงพลังแห่งการโคลนนิ่งอย่างแท้จริง 

ร่างบางเคี้ยวข้าวที่โทมะป้อน พร้อมรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าคาริสม่าทั้งหมดของไดกิถูกสืบทอดมายังโทมะหมดแล้ว  

 

ช่วงเวลาอาหารเช้าแสนตึงเครียดจบลงจนได้ และนี่เป็นครั้งแรกที่โทมะปฏิเสธจูบจากไดกิ ถึงขั้นขัดขวางจูบระหว่างป๊ะป๋ากับหม่าม้าขณะตัวเองอยู่ในอ้อมกอดมินจุนด้วย ดูท่าจะรับรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าที่ตัวเองโดนส่งไปนอนห้องเคนตะเป็นคำสั่งของไดกิ ถึงโกรธเคืองอยู่เช่นนี้  

ร่างสูงก็ไม่ได้พูดอะไร แต่มองหน้ามินจุนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกไป 

พอถึงช่วงสาย ก็เป็นเวลาเรียนของโทมะ ระหว่างโดนทิ้งให้อยู่คนเดียว มินจุนก็ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถึงจะคลี่คลายความสัมพันธ์ของไดกิกับโทมะ คิดไปคิดมาก็นึกได้ว่าที่ชิบะมีสวนสนุกดีแลนด์อยู่ 

อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ อีกอย่างสำหรับเด็กๆ ยังไงก็ต้องสวนสนุกสิ... ถ้ามีแค่เรากับโทมะไป มันก็ไม่มีความหมายอะไร แต่ถ้าชวนชวนไดกิไปด้วย... 

ต่อให้โลกแตกแล้วเกิดมาอีกครั้ง ก็ยังยากจะจินตนาการภาพไดกิพาโทมะขี่คอเดินเล่นในสวนสนุกเลย ร่างบางสะบัดหัวไล่ความคิดอื่นๆ ออกไป 

“หม่าม้า หนูเยียนเฉดแย้ว” 

โทมะสวมเสื้อแมนทูแมนสีฟ้ากับกางเกงสกินนี่แนบเนื้อสีขาวกระโดดหยองเหยงเข้ามากอด ตัวเขาเองก็สวมเสื้อแมนทูแมนสีเดียวกับเด็กน้อยเข้าคู่กับสกินนี่สีเทา อันที่จริงแสบก้นจนอยากจะใส่กระโปรงมาก แต่เพราะเป็นผู้ชายเลยใส่ไม่ได้ 

“โทมะ ป๊ะป๋าเขา...” 

“เกียดป๊ะป๋า” 

 ‘อ้าว อย่าเกลียดสิโทมะ หม่าม้าอยากอยู่ใต้ร่างป๊ะป๋านะ ถึงเมื่อวานมันจะผิดจากที่คาดไปหน่อย แต่ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นได้อีก... ครั้งหน้า ถ้าเสร็จแล้วหม่าม้าจะรีบกลับไปนอนข้างหนูน้า โทมะ’ 

“โทมะทำไมถึงเกลียดป๊ะป๋าล่ะ” 

“กะนอนหม่าม้า มะนอนกะโทมะ.. โทมะหยักนอนกะป๊ะป๋า กะหม่าม้า” 

เอ๊ะ! ปัญหานี้ก็ยากสำหรับฉันอยู่นะ ยกให้ไดกิแล้วกัน.. ดูเหมือนมินจุนจะไม่สามารถหาคำตอบให้ได้จึงข้ามมันไป แล้วจดจ่ออยู่กับการหาวิธีคลายอารมณ์ให้โทมะ 

ขณะนั้นเขาก็มองไปเห็นแผ่นพับสอดอยู่ในหนังสือพิมพ์บนโต๊ะ คนตัวเล็กจึงเดินไปหยิบแผ่นพับขึ้นมาทั้งๆ ที่กำลังกอดโทมะอยู่ พรหมลิขิตชัดๆ มันคือแผ่นพับโฆษณาม้าหมุนตัวใหม่ของดีแลนด์! แค่คิดก็เจอแผ่นพับเลยราวกับเทพธิดาแห่งโชคชะตาส่งมอบให้ มินจุนหอบความหวังแล้วเอาแผ่นพับให้โทมะดู 

“โทมะรู้จักอันนี้ไหม” 

“อื้อ มะยู้จัก รถเหยอ” 

แม่เจ้า นี่ไม่รู้จักม้าหมุน เครื่องเล่นที่เด็กทั่วโลกกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ต้องเคยขึ้นเหรอเนี่ย... เขาคิดว่านี่มันค่อนข้างจะร้ายแรงเกินไปจึงตัดสินใจกับตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันหยุดนี้ต้องพาโทมะไปขึ้นม้าหมุนกับไดกิให้ได้! 

“โทมะ มันคือม้าหมุนนะ พอเราขึ้นไปบนวงกลมใหญ่ๆ นี่ เครื่องเล่นก็จะหมุนๆ แล้วม้าก็จะขยับตามไปด้วย อยากขึ้นไหม” 

โทมะทำตาวาว ปรบมือพลางส่งเสียงอย่างตื่นเต้น 

“ขึ้นหมุนๆ โทมะหยักไปขี่ม้า” 

“ถ้างั้นเราไปชวนป๊ะป๋ากัน ต้องมีเงินเยอะๆ ถึงจะขึ้นได้ ป๊ะป๋าต้องไปด้วย” 

“อื้อ ป๊ะป๋าเงินเยอะ ไปโด้ยกัง” 

เคนตะมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าอึมครึมแล้วก็ถอนหายใจออกมา แตกต่างจากมินจุนที่มองเด็กน้อยตื่นเต้นด้วยสีหน้าพึงพอใจ  

“ถอนหายใจทำไมเหรอครับ” 

“ผมคิดว่าการโกหกไม่ใช่เรื่องดีนะครับ” 

“กะ โกหกอะไรกันครับ” 

“ม้าหมุนแพงขนาดนั้นเลยเหรอครับ” 

“แพงสิครับ! ราคาขึ้นมาตั้งเยอะ เคยนเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วครับ ผมน่ะเพื่อไปเล่นมาเมื่อปีที่แล้ว แพงถึงขนาดเล่นแค่รอบเดียว ต้องเดินกลับโตเกียวเลยนะครับ เพราะค่ารถไม่พอ... โธ่ ช่วยหน่อยสิครับ” 

ร่างบางโกหกออกมาไม่หยุดจนน้ำลายกระเด็นกระดอนใส่เคนตะ ทว่าถึงจะใช้ฝีปากแกร่งกล้า แต่สุดท้ายก็ต้องเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นขอร้อง 

“บอสดูเหมือนคนจะไปสวนสนุกเหรอครับ” 

“ไม่ไงครับ เพราะฉะนั้นช่วยหน่อยผมนะครับ นะ” 

พอเจอกับสายตาออดอ้อนของมินจุน เคนตะก็กระแอมไอแล้วแอบหลบสายตาเงียบๆ 

“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดครับ ยังไงผมขอตัวไปดูก่อนว่าของว่างของท่านโทมะเสร็จหรือยัง” 

เขาจ้องท้ายทอยของคนที่ปฏิเสธกันอย่างเย็นชาจนแทบทะลุเป็นรูพรุน แต่ก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน ก็ต้องพาไดกิกับโทมะไปสวนสนุกให้ได้ 

 

คืนนั้น 

มินจุนถือแผ่นพับยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องหนังสือของไดกิ ยูกิที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องหนังสือมองท่าทางคนตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง 

“ให้ผมแจ้งให้ไหมครับ” 

“ไม่ๆ ครับ อย่าเพิ่งครับ ผมยังไม่ได้เตรียมใจ... คือว่า วันนี้ไดกิอารมณ์ดีไหมครับ” 

ยูกิหยุดคิดครู่หนึ่ง 

“ไม่ทราบครับ บอสเขาก็เป็นแบบนั้นอยู่ตลอด” 

“ก็ถูก สีหน้าแบบ...” 

พูดถึงแค่ตรงนี้ก็พลันคิดถึงภาพไดกิวุ่นวายโอบกอดตัวเองอยู่ตลอดคืน แค่นั้นใบหน้าก็แดงเถือกจนไม่สามารถพูดต่อได้ 

“เป็นอะไรไปครับ” 

“อ๋อ เปล่าครับเปล่า เอ้อ... ทำไมอยู่ๆ ก็ร้อนจัง ฟู่~ ร้อนจังเล้ย คุณยูกิ ช่วยบอกเขาทีว่าผมมาหาครับ” 

มินจุนคิดพร้อมส่งแรงไปยังมือที่ถือแผ่นพับอยู่ ยังไงเมื่อคืนก็เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแล้ว คงไม่ปาลูกดอกใส่กันหรอกมั้ง... เรามีเซ็กซ์กันแล้วนี่นา... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น