เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

อยากได้ผัวแฝดเชิญทางนี้ 55555555555 #ถ้าไม่ชอบแนว3Pไม่แนะนำให้อ่านนะคะ จุ๊บ ๆ

#5 ต้องการเธอ! [100%]

ชื่อตอน : #5 ต้องการเธอ! [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 10:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#5 ต้องการเธอ! [100%]
แบบอักษร

#5 ต้องการเธอ!  

 

 

 

ฉันนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในห้อง ถึงที่นี่จะไม่ใช่ถิ่นของฉันแต่มันก็ปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับฉัน เมื่อหาทางออกที่ดีไม่ได้ฉันก็ต้องหาคนมาช่วย กวาดสายตามองหากระเป๋าสะพายของตัวเองจนเจอพลางขยับตัวลุกขึ้นไปค้นหาโทรศัพท์ สายไม่ได้รับจากเอมี่เยอะมาก ฉันเองก็ลืมไปเลยและตั้งใจจะโทรให้เธอมาช่วยอยู่แล้ว 

ปลายนิ้วกำลังจะกดโทรออกกลับต้องชะงักเพราะมีเบอร์อื่นโทรติดต่อเข้ามาซะก่อนและไม่ใช่เบอร์ของใครที่ไหนเลยค่ะ เป็นเบอร์ของพ่อฉันเอง 

เฮ้อ! 

ได้แต่นั่งถอนหายใจ ลังเลว่าจะกดรับสายดีไหม แต่สุดท้ายก็รับอยู่ดีเพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วงไปด้วยอีกคน 

“สวัสดีค่ะ” 

(ลันตา หนูอยู่ไหนน่ะ พ่อโทรหาทำไมถึงไม่ยอมรับสาย) น้ำเสียงของท่านฟังดูเป็นห่วงฉันมาก 

“ขอโทษค่ะ พ่อมีอะไรจะคุยกับลันหรือเปล่าคะ ทำไมน้ำเสียงถึงรีบร้อนแบบนี้” 

(เรื่องแต่งงานลูกจะว่ายังไง ตอนนี้เจ้าหนี้มันมายืนทวงเงินพ่อถึงหน้าบ้านแล้วนะลัน มีแต่ลูกคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพ่อได้) 

“พ่อ! ลันบอกแล้วว่าไม่แต่ง” 

(ถ้าไม่แต่ง พวกเราก็คงต้องตายกันหมด พ่อไม่มีเงินจะใช้หนี้เขาแล้วนะลัน ลูกไม่สงสารพ่อบ้างเหรอ ไม่สงสารตัวเองเหรอ) 

“แต่นั่นมันทั้งชีวิตของลันเลยนะคะ” 

(แต่งได้ก็เลิกได้ แต่ถ้าเราตายแล้วเกิดใหม่ไม่ได้นะลัน) 

ฉันถึงกับสะอึกเลยทีเดียว พ่อก็กล้าคิดนะ แต่มันก็จริงอย่างที่ท่านว่าไว้นั่นแหละ แต่… จะให้ฉันแต่งงานกับใครก็ไม่รู้งั้นเหรอ ฉันไม่มีทางยอมเด็ดขาด 

“แต่ลันมีคนรักแล้วนะคะ ลันคงแต่งงานกับคนที่พ่อหาให้ไม่ได้หรอกค่ะ” 

(ลูกจะหมายถึงผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ที่ลูกเอาเงินไปเปย์น่ะเหรอ คิดว่าคนพวกนั้นจะมีเงินมาใช้หนี้ให้พวกเราเหรอ) 

“ไม่ใช่ค่ะ!” 

(พ่อไม่เคยเห็นผู้ชายหน้าไหนเปย์ลูกเลยนะ นอกจากลูกไปเปย์คนพวกนั้น) 

“พ่อ! อย่าพูดแบบนี้ได้ไหมคะ” 

(หรือพ่อพูดผิด) 

“เปล่าค่ะ พ่อพูดถูก” 

(หึ!) 

“แต่คนรักลันปัจจุบันไม่ใช่ผู้ชายแมงดาพวกนั้นแน่นอนค่ะ ว่าแต่พ่อติดหนี้เขารวม ๆ เท่าไหร่กันคะ” 

(ห้าสิบล้าน) 

“ฮะ! พะ พ่อบอกว่ากี่ล้านนะคะ” 

(ห้าสิบล้าน แต่ถ้าเรามีทุนมาฟื้นฟูบริษัท พ่อคิดว่าคงใช้เวลาไม่ถึงสองปีก็จ่ายหนี้หมด) 

“ทะ ทุนเท่าไหร่เหรอคะ” 

(ยี่สิบล้าน) 

“พ่อ! ทำไมมันเยอะแบบนี้ล่ะคะ พ่อคิดว่าตัวลันจะถึงเหรอ และอีกอย่างลันไม่ใช่สิ่งของนะคะ” 

(แต่เจ้าบ่าวที่พ่อหาให้ ลันเองก็รู้จักนะ เคยเป็นเพื่อนเล่นกันมาก่อน พ่อว่าลันลองคิดดูใหม่ไหมลูก ถ้าไม่ถูกใจกันจริง ๆ ค่อยหย่าก็ได้) 

“พ่อมีเวลาให้ลันคิดหรือเปล่าคะ” 

(สามวัน เขาให้เวลาพ่อสามวัน) 

“ค่ะ เดี๋ยวลันจะให้คำตอบก็แล้วกัน” 

ฉันกดวางสายจากพ่อพร้อมกับหัวที่ปวดหนึบ ๆ เลยทีเดียว ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย เรื่องนี้ฉันเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ดีแต่ใช้เงินอย่างสุขสบายไปวัน ๆ จนลืมคำนึงถึงวันที่จะไม่เหลืออะไร 

“ยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย แถมยังต้องมาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เพื่อหาเงินใช้หนี้อีก เฮ้อ!” ฉันได้แต่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสายตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้องจนไปหยุดที่รูปถ่ายของพี่น้องฝาแฝดตรงหน้า 

หืม? 

ก่อนหน้านี้เหมือนพวกเขาจะมีข้อเสนอดี ๆ ให้กับฉันนี่หน่า ถ้าฉันยอมตกลงมันจะช่วยได้หรือเปล่านะ อย่างน้อย ๆ ยี่สิบล้านมันก็เป็นไปได้มากกว่าห้าสิบล้านก็แล้วกัน 

“เอาว่ะ! ไหน ๆ ก็เสียไปแล้วนี่ หาทุนคืนหน่อยละกัน” ฉันว่าก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วเดินออกไปข้างนอกอีกครั้ง เปิดประตูออกมาพร้อมกับสายตาของพี่น้องฝาแฝดที่นั่งจ้องมาทางฉัน 

ตึกตัก ตึกตัก 

โอ๊ย! จะมากลัวอะไรตอนนี้เนี่ย กล้า ๆ หน่อยสิลันตา ไหน ๆ เธอก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่ 

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” 

“หึ!” ฉันเกลียดน้ำเสียงเหยียดของแฝดน้องมากเลยค่ะ เขาเป็นอีกคนที่ฉันรู้สึกไม่ชอบขี้หน้า แม้จะหน้าตาเหมือนกันก็ตาม แต่นิสัยไม่เหมือนกันเลยสักนิด 

“แต่ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน” ไหน ๆ ก็ตกกระไดพลอยโจนไปกับสองแฝดนี่แล้ว งั้นขอสะใจก่อนละกัน อยากปากหมาใส่ฉันดีนัก 

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร” น้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์ของแฝดน้องดังขึ้นมา ฉันเริ่มจำพวกเขาได้บ้างแล้ว ดูจากแววตาและการพูดจาเพราะมันไม่เหมือนกันเลยสักนิดเดียว 

“พี่ต้องขอร้องฉันดี ๆ ก่อน” 

“กู?” เขาว่าพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง 

“ใช่! ถ้าพี่ไม่พูด ฉันจะช่วยแค่พี่ธีร์” อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายอย่างเขาจะยอมได้มากแค่ไหน “คิดดูดี ๆ นะคะ แต่ถ้าไม่ พี่ก็ไปหาผู้หญิงคนใหม่เอาเองละกัน” 

“ไม่มีทาง!” 

“ไอ้เธียร์!” 

“มันจะยากอะไร กูก็แค่หาคนใหม่ ส่วนมึงก็เอาอีเตี้ยนี่ไปละกัน”  

โอ๊ย! ปากหนอปาก ฉันเตี้ยตรงไหนไม่ทราบ แต่ถ้าเทียบกับพวกเขาสองคน ฉันก็เตี้ยจริง ๆ นั่นแหละค่ะ 

ปัง! 

ไปแล้ว พูดจบก็เดินหนีเข้าห้องไปเลย ส่วนฉันก็ยืนยิ้มด้วยความสะใจ อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ต้องคบผู้ชายพร้อมกันทีเดียวสองคน 

“มันมีอะไรมากกว่ายอมตกลงใช่มั้ย” 

“ใช่ค่ะ” ในเมื่อเขากล้าถาม ฉันก็กล้ายอมรับเพราะมันคือความจริง “ลันต้องการเงินด้วย” 

“หึ!” เขาแค่นหัวเราะออกมาแววตาที่มองหน้าฉันมันเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนก้าวขาเดินมาหาฉันที่ยืนอยู่ ฉันเลยต้องถอยหลังแทน แต่… 

ตึง! 

แผ่นหลังของฉันชนเข้ากับลำตัวของใครบางคน จนฉันต้องหยุดเดินแล้วแหงนหน้าขึ้นไปมองก็เห็นสายตาดุ ๆ ของใครอีกคนจ้องเขม็งอยู่ 

“หน้าเงิน!” 

ฮึย! โดนด่าไปอีกดอกแล้ว 

“ฉันไม่ปฏิเสธ! เพราะเงินมันเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต ถ้าพวกพี่ไม่ตกลงฉันก็ไม่ง้อ” ประโยคนี้ฉันทำใจก่อนพูดมาแล้ว ดูจากสายตาและสถานที่ในตอนนี้ฉันมั่นใจว่าพวกเขาสองคนมีเงินมากพอให้ฉันอย่างแน่นอน แต่ถ้าชวดไปก็แค่ต้องยอมแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อบอกเอาไว้แทน 

“แน่ใจ?” ทำไมฉันถึงรู้สึกขนลุกเพราะน้ำเสียงของผู้ชายตรงหน้าอีกคนกันนะ ก่อนหน้านี้เขาดูใจดีมาก แต่ทำไมตอนนี้ถึงดูน่ากลัวล่ะ 

“ชะ ใช่!” 

“งั้นเธอก็คงต้องผิดหวัง” น้ำเสียงของเขานิ่งมากและน่ากลัวมากด้วย สายตาที่จริงจังของพวกเขาทั้งคู่มันทำให้ฉันรู้สึกไม่โอเค 

“ก็ดี… ถ้างั้นข้อตกลงของพวกเราถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน ขอบคุณที่ช่วยเหลือไว้ก่อนหน้านี้” ฉันว่าพลางหมุนตัวเองเดินกลับเข้าห้อง สภาพนี้จะกลับบ้านยังไงกัน แต่ไหน ๆ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แล้ว ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับข้อเสนอของพ่อ 

ฉันหยิบโทรศัพท์กดโทรหาเอมี่ทันที สภาพฉันตอนนี้คงออกจากห้องนี้ลำบากแน่นอน 

“ฮะ…” 

(ลลิต! ให้ตายเถอะ ฉันเป็นห่วงแกแทบแย่) 

“ว่างหรือเปล่า ช่วยมารับหน่อยสิ” 

(ได้ ๆ ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน) 

“เดี๋ยวฉันส่งโลเคชั่นไปให้ละกัน รีบ ๆ มานะ” 

(โอเค) 

กดวางสายจากเอมี่ กดเข้าไลน์เพื่อจะส่งโลเคชั่นไปให้เธอ มันโชคดีตรงที่เอมี่บอกว่าเธอเองก็อยู่ใกล้ ๆ นี้เหมือนกัน ฉันเลยรีบเก็บของที่จำเป็นก่อนจะเดินออกจากห้อง 

“จะออกไปทั้งสภาพนี้งั้นเหรอ” ฉันมองหน้าพวกเขาสองคนสลับกัน แต่กลับไม่ได้ตอบคำถามของพี่ธีร์เลือกจะเงียบแล้วเดินเลี่ยงออกมาแทน สภาพนี้มันเป็นยังไงหรือเหมือนคนบ้าดี ๆ นี่เอง  

หมับ! 

ขาที่กำลังจะก้าวออกจากห้องตรงหยุดชะงักเพราะแขนข้างหนึ่งของฉันถูกกระชากเอาไว้จากคนด้านหลังจนต้องเอี้ยวตัวหันกลับไปมอง 

“อะไร? กำลังจะไปอยู่นี่ไง” 

“ไม่คิดว่าจะดื้อขนาดนี้” น้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนลงของพี่เธียร์ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วทันที เขาเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ก่อนหน้านี้ยังด่าว่าฉันหน้าเงินอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาพูดดีด้วย 

“มันเรื่องของฉัน ปล่อยได้แล้ว” 

“เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” ปกติเขาจะพูดจาหยาบคายกับฉันตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่ มันเลยทำให้ฉันแปลกใจ เขาจะมาไม้ไหนอีกกันแน่ 

“พวกพี่ต้องการอะไรจากฉันกันแน่” 

“ต้องการเธอ!” 

คำตอบของพวกเขาทำให้ฉันกะพริบตาถี่ ๆ มองใบหน้าที่เหมือนกันอย่างกับพิมพ์เดียวสลับไปมาทันที อะไรคือคำตอบแบบนี้ แล้วประโยคมากมายก่อนหน้านี้ของพวกเขาคือยังไงกันแน่ 

โอ๊ย! กรรม ทำไมฉันต้องมาเจอผู้ชายสองคนนี้ด้วยเนี่ย 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น