หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 31 นักตุ้มตุ๋นผู้เก่งกาจ (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 นักตุ้มตุ๋นผู้เก่งกาจ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 นักตุ้มตุ๋นผู้เก่งกาจ (1)
แบบอักษร

เขามั่นใจว่าท่านปู่ไม่รู้เรื่องที่ตนไร้สมรรถภาพจนไม่อาจร่วมประเวณีได้ แต่อวิ๋นลั่วเฟิงรู้เรื่องนี้ได้เช่นไร 

ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่คิดตรึกตรองเรื่องนี้มาหลายเพลา เขาจึงตัดสินใจมาที่นี่เพื่อสืบหาความจริง! 

เขาสังเกตเห็นสตรีอาภรณ์ขาวเดินมาจากที่ไกลๆ แสงอาทิตย์สาดกระทบใบหน้างามล้ำแลราวกับว่านางหลุดออกมาจากภาพเขียน งดงามเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้  

นัยน์ตาของมู่เซินเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เหตุใดเขาถึงไม่เคยสังเกตเห็นว่าอวิ๋นลั่วเฟิงงดงามถึงเพียงนี้ ใช่แล้ว มันต้องเป็นเพราะนิสัยใจคอของนางแน่! 

บัดนี้ นิสัยของสตรีผู้นี้แปรเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่เหมือนนก่อนหน้าที่เอาแต่ทำตัวเสื่อมเสีย ยามนี้นางกลายเป็นสตรีทรงเสน่ห์แลเต็มไปด้วยความมั่นใจ ความทระนงของนางถูกส่งผ่านออกมาทางหว่างคิ้ว ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองมาราวกับเย้ยหยันโลกทั้งใบ 

ขณะนั้นมู่เซินก็สังหรณ์ใจว่าแม้กระทั่งน้องสาวของเขา มู่อู่ซวง ก็ไม่อาจมาเทียบเปรียบความงามของสตรีอาภรณ์ขาวผู้นี้ได้ สักวันหนึ่งในภายภาคหน้าองค์รัชทายาทจักต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่ยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง 

 “อวิ๋นลั่วเฟิง” อารมณ์ของมู่เซินในตอนนี้สับสนไปหมด เขาจับจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังเดินมาตรงหน้าและขบฟันเค่นเสียงออกมา “เจ้ารู้ได้อย่างไร…เอ่อ หมายถึงรู้ว่าข้ามีปัญหาที่ตรงนั้น” 

 ใบหน้าของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ อย่างไรการยอมรับว่าตนไร้สมรรถภาพไม่อาจร่วมประเวณีได้ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่สุดสำหรับชายชาตรี 

 หญิงสาวยังคงเฉยเมยไร้ปฏิกิริยาเหมือนดังก่อนหน้านี้ ดวงตาทรงเสน่ห์ของนางชำเลืองมองไปที่มู่เซินก่อนมุมปากของนางจะคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ที่เจ้ามาถึงนี่ได้ ก็เป็นเพราะเจ้ารู้คำตอบอยู่แล้วมิใช่หรือ” 

ตุบ! 

เพลานั้นเองมู่เซินก็คุกเข่าลงต่อหน้าอวิ๋นลั่วเฟิง เขาคร่ำครวญอ้อนวอนนาง “ท่านหมอหัตถ์เทวดา โปรดช่วยข้าด้วย” 

 “เจ้าไม่ได้บอกว่าข้าเป็นเพียงแค่เศษสวะไร้ค่าหรอกหรือ” อวิ๋นลั่วเฟิงมองไปยังมู่เซินที่กำลังคุกเข่าอยู่ด้วยแววตาเมินเฉย 

 “ท่านหมอหัตถ์เทวดา ข้ารู้ข้าผิดไปแล้ว ข้าเหมือนกับคนตาบอดและได้กระทำล่วงเกินให้ท่านขุ่นเคืองใจ หากท่านหมอรักษาอาการของข้าได้ มู่เซินคนนี้จะติดตามท่านไปตลอดชีวิต” มู่เซินอ้อนวอนพลางปาดน้ำตาป้อย  

“ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาติดตามข้า แต่กระนั้นก็อย่างที่เจ้ารู้ ข้าต้องการเพียงเงินทุนเพื่อรักษาผู้ป่วย ทุกวันนี้สมุนไพรราคาแพงมากแลจวนแม่ทัพก็ยากจนเต็มที ข้าไม่สามารถจ่ายเงินค่าสมุนไพรเหล่านั้นได้” 

อวิ๋นลั่วเฟิงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “ถึงแม้ข้าจะยินดีช่วยเหลือเจ้า แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี”  

“ท่านหมอหัตถ์เทวดา เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาตราบใดที่ท่านรักษาข้าได้ ไม่ว่าต้องใช้เงินมากมายเท่าใดก็ไม่เป็นปัญหา” เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นลั่วเฟิง ดวงตาของมู่เซินก็เปล่งประกายขึ้น 

 “ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าจริงใจถึงเพียงนี้ ข้าก็จะไม่เรียกเก็บค่ารักษาจากเจ้า เจ้าเพียงแต่ต้องจ่ายเงินเล็กน้อยเท่านั้น” มุมปากของอวิ๋นลั่วเฟิงแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ “วันพรุ่งนี้ให้นำเงินห้าสิบล้านตำลึงมาที่นี่ แลข้าจะเริ่มรักษาเจ้าทันที สำหรับวันนี้เจ้าต้องมอบเงินห้าล้านตำลึงมาเพื่อเป็นค่ามัดจำเสียก่อน” 

 “ท่านว่าอย่างไรนะ” มู่เซินตกตะลึงแกมประหลาดใจ 

 ห้าสิบล้านน่ะหรือค่าใช้จ่ายเล็กน้อย สมุนไพรชนิดใดกันถึงมีราคาสูงเพียงนี้ 

 “อ้อ เจ้าต้องรู้ไว้นะว่าอาการป่วยของเจ้ามิใช่การป่วยไข้ธรรมดา ราคาห้าสิบล้านถือเป็นราคาที่ต่ำที่สุดแล้ว และนี่เป็นเพียงค่าใช้จ่ายสำหรับสมุนไพรเท่านั้น ข้ามิได้เก็บเงินสำหรับค่าแรงเลยแม้แต่แดงเดียว” อวิ๋นลั่วเฟิงชำเลืองมองมู่เซิน “หากเจ้าไม่ต้องตาข้า แม้เจ้าจะมอบเงินหนึ่งร้อยล้านตำลึงให้ข้า ข้าก็จะไม่รักษาเจ้า! ยิ่งไปกว่านั้นอาการป่วยของเจ้ารักษายากเย็นนัก ทั้งยังบั่นทอนกำลังของข้ามาก” 

 แววตาของมู่เซินเปี่ยมไปด้วยอารมณ์มากมาย การรักษาอาการเจ็บป่วยของเขาเป็นเรื่องเหนื่อยยากลำบากแสนสำหรับอวิ๋นลั่วเฟิง แล้วเขายังคิดว่าเงินจำนวนห้าสิบล้านนี้แพงเกินไปอีกหรือ... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น