ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 60 แผนดึงตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 60 แผนดึงตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 08:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 60 แผนดึงตัว
แบบอักษร

คำพูดของเพนกระตุ้นจิตวิญญาณหลายคนให้ตื่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษนั่นก็คือคาคุซึที่รักเพียงแค่เงิน ฮิดันที่ชื่นชอบการฆ่าฟัน อาซามิที่มีแผนการในใจและโทบิที่ทำตัวบ้าบอ

 

 

 

"ก่อนจะเริ่มแผนใหญ่ พวกเราในตอนนี้ยังขาดตำแหน่งระดับสูงอีกสองที่ เรื่องนี้ฉันอยากให้โทบิและโคนันเป็นคนหาสมาชิกที่เหมาะสม ที่จะมาร่วมสร้างโลกใหม่ด้วยมือพวกเรา"

 

 

 

เพนหันมากล่าวกับโทบิและโคนันด้วยรอยยิ้ม ซึ่งภายใต้หน้ากากของโทบิเริ่มแสยะยิ้มที่มุมปากเช่นกัน แม้นางาโตะจะสูญเสียเหตุผลและความรู้สึกไปส่วนใหญ่ แต่เจ้าตัวไม่ได้โง่พอจะให้องค์กรมีแต่คนที่อาซามิเป็นคนเลือกเท่านั้น

 

 

 

แม้จะไม่ค่อยไว้ใจในตัวโทบิมากนัก แต่เขาก็ยังไว้ใจมากกว่าอาซามิที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และเป้าหมายที่แท้จริงของเธอ อย่างน้อยโทบิก็เคยพยายามช่วยชีวิตของเขา ยาฮิโกะและโคนันไว้

 

 

 

"ไม่มีปัญหาครับรุ่นพี่เพน เรื่องนี้ไว้ใจผมได้เลย"

 

 

 

โทบิใช้มือตบหน้าอกด้วยท่าทีวอนบาทา สายตาจ้องมองคนอื่นๆด้วยท่าทีเยาะเย้ย ราวกับเขากำลังจะบอกว่าเป็นไงละ เขาไว้ใจฉันมากกว่าพวกนายอะไรประมาณนี้เลย

 

 

 

'อยากฆ่าคน!!'

 

 

 

นี่คือเสียงของทุกคนที่ดังอยู่ในหัวมีแต่อาซามิเท่านั้นที่ยังแอบยิ้มบางๆ โดยไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่นานนักสายตาเธอก็เหลือบมองโคนันอย่างไม่สบอารมณ์ ทำไมคนที่ได้ไปกับที่รัก

 

ไม่ใช่เธอ

 

 

 

"เอาละโทบิ นายมีใครที่อยู่ในใจบ้างไหม ?"

 

 

 

"คนที่ผมสนใจหรอ อืมก็เยอะอยู่นะรุ่นพี่ แต่หลักๆเลยมีคนหนึ่งที่ผมค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษ"

 

 

 

"ใครกัน ?"

 

 

 

นางาโตะในร่างยาฮิโกะถามอย่างสนใจ เนตรสังสาระจ้องมองโทบิเป็นพิเศษเพราะเขาอยากรู้ความคิดของชายที่มีความลึกลับมากมายคนนี้

 

 

 

"ซาโซริทรายแดงแห่งซึนะ"

 

 

 

"เฮ้ยๆ เจ้าหน้ากาก คิดยังไงถึงจะเอาเด็กแบบนั้น..."

 

 

 

คาคุซึยังพูดไม่จบก็หันหน้าไปมองฮิดันก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก เพราะไม่ว่าทั้งซาโซริหรือฮิดันต่างก็มีอายุไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ อาจจะแก่กว่าคาซึยะผีแห่งโคโนฮะสองถึงสามปีเองด้วยซ้ำ

 

 

 

"แม้จักระของซาโซริจะยังอยู่ในระดับโจนิน แต่ก็เชี่ยวชาญในด้านการเชิดหุ่นและพิษมากเป็นพิเศษ ถ้าประมาทเขาระวังจะตายเอานะครับ"

 

 

 

"แล้วเขาจะเข้าร่วม ?"

 

 

 

"แน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะเขากำลังวางแผนสังหารคาเสะคาเงะรุ่นที่สามในสงครามครั้งนี้อยู่"

 

 

 

ได้ยินแบบนี้ทุกคนก็แปลกใจ ส่วนโทบิก็ยักไหลด้วยท่าทีกวนบาทา เสียงหัวเราะหึหึดังอยู่ใต้หน้ากากเริ่มทำให้ใครบางคนเกิดอาการหมั่นใส้อย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

"ดีเราควรสนับสนุนซาโซริและดึงเขาเข้ามาเป็นพวก"

 

 

 

อาซามิที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเพนพยักหน้าไม่ขัดข้อง เธอเข้าไปกระซิบบางอย่างกับเพน จนเจ้าตัวยังรู้สึกแปลกใจ เห็นแบบนี้เพนจึงพยักหน้าเห็นด้วย ตามมาด้วยคาคุซึและคิซาเมะที่อยากเห็นเรื่องสนุก ฮิดันอยากลองไปสังหารคาเสะคาเงะบ้าง

 

 

 

"ตามนั้น พวกเราจะดึงซาโซริมาเป็นพวก ดังนั้นโทบิ เรื่องซาโซริฉันจะฝากไว้กับนายและอาซามิ แยกย้ายจากนี้ฉันจะเริ่มฝึก มีอะไรให้ส่งร่างความคิดผ่านแหวน!"

 

 

 

เพนค่อยๆเดินจากไป ซึ่งโทบิสะกิดโคนันและกระซิบพูดบางสิ่งให้เธอไปหานางาโตะ ก่อนจะเดินออกไปจากโถงสำนักงาน โดยมีอาซามิเดินตามเขามาต้อยๆ เขาเหล่มองเธอก่อนจะถอนหายใจและหันไปถามบางสิ่งกับเธอด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างไปจากเดิม

 

 

 

"คิดอะไรอยู่ถึงอยากจับทีมกับฉัน"

 

 

 

"อยู่กับโทบิคุงนี่แหละน่าสนุกที่สุดแล้ว ถ้านี่เป็นร่างหลักของโทบิคุงคงน่าสนุกกว่านี้อีก"

 

 

 

เห็นอาซามิทำหน้าเสียดายโทบิก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ ดีแล้วละที่นี่ไม่ใช่ร่างหลักเพราะเขาไม่อยากเจอกับลมบ้าหมูของฮินะจังอีก นึกถึงตอนร่างหลักกลับบ้านไปและแฟนสาวได้กลิ่นหญิงอื่นติดจากเสื้อผ้า เขาก็ถูกเธอสอบปากคำและควบคุมความประพฤติทันที ดีที่เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าเขายังคงควบคุมโทบิด้วยความคิด

 

 

 

"แล้วแต่เลยก็แล้วกัน"

 

 

 

"ชิ น่าเบื่อจัง แล้วโทบิคุงคิดจะทำอะไรต่อ เพราะกว่าสงครามครั้งที่สามจะจบ ซาโซริคงไม่คิดจะเริ่มแผนแน่ๆ?"

 

 

 

ทำอะไรต่อ ? จริงสิเขาลืมคิดเรื่องนี้และที่ให้โคนันไปอยู่กับนางาโตะไม่ใช่ว่าเขาจะทิ้งเธอแต่เขาตั้งใจให้เธอดูความประพฤติของนางาโตะต่างหาก อีกอย่างตอนนี้อาเมะยังต้องการคนดูแล มีโคนันอยู่ด้วยคงช่วยได้เยอะ

 

 

 

"ฉันจะเดินทางไปที่ตระกูลคางูยะ ได้ข่าวมาว่าตอนนี้ตระกูลกำลังถูกกวาดล้าง"

 

 

 

"คางูยะ ที่รักจะไปทำอะไรที่นั่น?"

 

 

 

โทบิไม่ได้พูดอะไร ถ้าเขาไม่ไปนี่สิจะเกิดปัญหา และเขาค่อนข้างสงสารชะตาชีวิตของคิมิมาโร่ด้วย ปัจจุบันอาจารย์โอโรจิมารุไม่ได้แวะเวียนไปที่คิริงาคุเระ จึงไม่มีผู้ที่จะไปช่วยคิมิมาโร่หนีจากการไล่ล่า 

 

 

 

ไหนจะขีดจำกัดทางสายเลือดการควบคุมกระดูก เขาจะไปเก็บศพของคนในตระกูลคางูยะมาพัฒนาพลังให้กับตัวเองได้อีกด้วยตอนนี้เขายังขาดพลังหลักๆของโอซึซึกิ

 

 

 

'การจะเป็นคนใหญ่คนโตได้เราต้องมีลูกน้องคนสนิทสักคน คิมิมาโร่ถ้าเราสอนและรักษาเขาไว้ให้ดีน่าจะเป็นประโยชน์กับเราและหมู่บ้าน'

 

 

 

น่าเสียดายที่ยังมีนินจาที่เขาสนใจแต่ยังไม่น่าจะเกิด และคิดจะดึงตัวมาช่วยงานในอนาคตเช่นเด็กชายหน้าสวยฮาคุผู้มีขีดจำกัดทางสายเลือดน้ำแข็ง ทายูยะผู้มีพลังในการสะกดจิตศัตรูด้วยขลุ่ย อุซึมากิ คารินผู้มีพลังในการรักษาและฟื้นฟูสูง

 

 

 

สามคนนี้ถ้าได้ร่วมมือกันจะเป็นเช่นไรกัน คนหนึ่งเหมาะแก่การลอบสังหาร อีกคนเหมาะแก่การสะกดจิตศัตรู แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้วสะกดจิตและสังหารในชั่วพริบตาและมีการฟื้นฟูของคารินคอยช่วยเหลือ แต่ตอนนี้เขาคิดถึงคิมิมาโร่เป็นหลัก

 

 

 

"อาซามิเธอช่วยไปติดต่อซาโซริแทนฉันที"

 

 

 

"หือ~ก็ได้ ถือว่าที่รักติดหนี้ฉันไว้ก็แล้วกัน"

 

 

 

แม้อาซามิอยากจะรู้ว่าคาซึยะในร่างโทบิคิดจะทำอะไร แต่เธอก็ไม่อยากละลาบละล้วงเขามากเกินไป ยังไงสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ยังเป็นศัตรูกัน ถึงตอนนี้เขาจะใช้คาซึยะมาช่วยงานในแผนการเธอก็เถอะ

 

 

 

"ขอบใจไว้ฉันจะใช้หนี้คืน"

 

 

 

อาซามิยิ้มใต้หน้ากากก่อนร่างของเธอจะมุดลงดินไป ทิ้งให้โทบิอยู่ภายในป่าเพียงคนเดียว และไม่นานเท่าไหร่นักโทบิก็หายตัวไปราวกับภูติพรายโดยไม่สนใจสายตาที่จ้องมองเขาของชายผิวสองสี

 

 

 

"โทบิ ? ทำไมยัยอาซามิถึงดูสนใจเขานัก!"

 

 

 

ได้แต่คิดอย่างสงสัยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พลังการเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตาของโทบินั้นน่าเกรงขามเกินไป เซ็ตสึได้แต่ตัดใจและตามอาซามิไปอย่างเงียบๆ

 

 

 

ส่วนโทบิหลังจากที่วาปมาด้วยAme no Tokotachi(ประตูสวรรค์) ซึ่งเป็นพลังของเนตรสังสาระก็มาโผล่ยังที่ไหนก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ เขาอยู่ที่แคว้นมิซึโนะคุนิแล้วอย่างแน่นอนแม้จะไม่เคยมาก็เถอะ

 

 

 

"บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากอาเมะลิบลับเลย"

 

 

 

แคว้นอาเมะโนะคุนิค่อนข้างอับชื้น เนื่องจากฝนที่ตกตลอดทั้งปี ไหนจะความซึมเศร้าของผู้อาศัยในแคว้นทำให้บรรยากาศค่อนข้างแย่ต่างจากที่นี่ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเลือดและความกระหาย

 

 

 

"ที่นี่สมควรถูกเรียกว่าหมู่บ้านหมอกโลหิต"

 

 

 

เซ็งเคร็ง หมู่บ้านหลังจากยางูระเข้ามาปกครอง ดินแดนนี้ก็กลายเป็นทะเลเลือด ไหนจะการสร้างเจ็ดดาบที่จับเด็กร้อยคนให้มาสังหารกันเองจนเหลือเพียงคนเดียวก็ดี แต่ปีนี้แย่หน่อยที่การคัดเลือกเจ็ดดาบมีหลายตำแหน่ง เกรงว่าเด็กที่ต้องใช้ควรจะมีมากกว่าครึ่งพัน

 

 

 

"ถ้าหลังจากนี้เทรุมิ เมย์ไม่รีบเข้าปฏิวัติหมู่บ้านใหม่แล้วละก็ คิริงาคุเระจะไม่มีวันเจริญก้าวหน้าอีกต่อไป"

 

 

 

น่าสงสารเจ้าพวกนี้ มันคงไม่รู้เลยว่าเหล่าเด็กๆนี่แหละคืออนาคตของแคว้นอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีเด็กอนาคตก็จะไม่เกิด มันค่อนข้างน่าสงสารเหล่าเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาตายด้วยความกระหายของคนไม่กี่คน

 

 

 

มีขีดจำกัดทางสายเลือดต้องถูกกวาดล้าง มีพลังมากเกินไปจะโดนเพ่งเล็ง อ่อนแอเกินไปจะกลายเป็นทาส แคว้นที่มีแต่ความโสมมแบบนี้ไม่ควรมีอยู่เขาเป็นคนที่รักเด็กมาก รู้แบบนี้แล้ว

 

 

 

"ฉันน่าจะฆ่ามันทิ้งตั้งแต่ตอนนั้น"

 

 

 

ถ้าวันนั้นเขาอัดจักระของตัวเองใส่ในการสะท้อนของอุจิวะแล้วละก็น่าจะสังหารยางูระได้ง่ายๆ น่าเสียดายที่ชีวิตของคนในหมู่บ้านโคโนฮะต้องมาก่อน

 

 

 

เขาเริ่มออกเดินทางเพื่อค้นหาหมู่บ้านและข่าวสารเสียก่อน การจะหาตระกูลคางูยะโดยไม่มีข้อมูลเป็นเรื่องที่โง่เขลาสิ้นดี ดังนั้นแผนของเขาจึงคือการหาข่าว

 

 

 

ในป่าไม้นานาพรรณที่เขียวชะอุ่มโทบิเดินทางอย่างช้าๆ ด้วยพลังของเนตรสังสาระเขาสามารถมองไปยังที่ที่ไกลออกไปได้หลายกิโลเมตร เพียงไม่นานเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าไม่ไกลจากที่นี่มีคนกำลังวิ่งหนีกลุ่มนินจานับร้อยหัวซุกหัวซุน

 

 

 

"คงไม่บังเอิญเป็นคิมิมาโร่หรอกนะฮ่ะๆ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น