นางฟ้าทวิลเลอร์บีส์
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

TI25] พวกแกไปพิสูจน์อะไรธันย์

ชื่อตอน : TI25] พวกแกไปพิสูจน์อะไรธันย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2562 10:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
TI25] พวกแกไปพิสูจน์อะไรธันย์
แบบอักษร

 

 

ยกที่ 3

 

"ลูกอย่าบอกนะว่า..." หม่าม้ากวาดสายตามองอุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆที่อยู่บนโต๊ะภายในครัว "จะแข่งทำอาหาร" ก่อนจะหันมามองลูกชายสองคนที่สวมชุดเชฟเต็มยศ ทั้งผ้ากันเปื้อน ทั้งหมวกครบองค์ประกอบ

"ถูกต้องนะค้าบบบ/ถูกต้องนะค้าบบบ" สองยูตอบประสานเสียง

"ม้าว่า...ยอมแพ้ตอนนี้ยังทันนะลูก"

"ยอมพ้งยอมแพ้ไรม้า ของงี้ไม่ลองไม่รู้นะ" ยูตะกอดอกแสดงความมุ่งมั่น ถึงแม้จะไม่เคยแตะต้องตะหลิวสักครั้งในชีวิตก็เถอะ

"อะ อะ ไหนกติกาว่าไง" หม่าม้าได้แต่ทำหน้าเนือยๆ

"ง่ายๆเลยม้า พวกผมจะแข่งทำอาหารชนิดเดียวกันให้ม้ากับอัยย์ชิม แล้วก็ตัดสินว่าของใครอร่อยกว่ากัน..." ยูตะอธิบาย "แต่ในระหว่างที่รอ ม้ากับน้องต้องออกไปรอข้างนอกนะ เดี๋ยวรู้ว่าของใครเป็นของใครแล้วจะเกิดความลำเอียงขึ้นได้" พูดกระทบหนุ่มหล่อที่ยืนฟังนิ่งๆ

"รอบคอบมากค่ะลูกหมอของแม่..." ประชดคนที่กำลังทำหน้ายักษ์ใส่คู่ต่อสู้ "ว่าแต่...เมนูอะไรเหรอคะที่จะทำให้หม่าม้ากับน้องทาน" จีบปากจีบคอใส่ลูกชาย

"เมนูนั้นก็คือ" ยูตะกับยูไดยืดอกชูคอโดดเด่น

"ไข่เจียวหมูสับ/ไข่เจียวหมูสับ"

"ไข่เจียวหมูสับ???" หม่าม้าเบิกตาแทบถลน ก่อนจะกวาดสายตามองอุปกรณ์เครื่องครัว และวัตถุดิบต่างๆที่วางเต็มโต๊ะ เปิดตัวมาซะอลังการ แต่เมนูเด็กอนุบาลเป็ดน้อย

"ใช่แล้วม้า ไข่เจียวหมูสับของโปรดน้องสาวสุดที่รักของพวกเรา" ยูไดบอกแบบนั้นก่อนจะหันไปยักคิ้วให้อัยย์ริที่กำลังยิ้มกว้าง

"เย้ๆ อัยย์ชอบกินไข่เจียวหมูสับค่ะ" ปรบมือดีใจ

"อันนั้นก็พอเข้าใจ แต่ที่ม้าไม่เข้าใจก็คือ แค่ไข่เจียวหมูสับ ลูกจะขนของออกจากตู้เย็นทำไมเยอะแยะ"

"โถ่ม้า พร็อพไง จะได้ดูเป็นพิธีหน่อย" ยูตะยักไหล่

"ใช่ ทำการใหญ่ทั้งที่มีแค่ไข่สองฟองกับหมูชิ้นนึงมันไม่จ๊าบอ่ะม้า" ยูไดเสริม

"จ้ะ พร็อพเยอะดีเนอะ ผัก ผลไม้ กุ้ง หอย ปู ปลา จ๊าบมากลูก สงสัยกลัวเค้าไม่รู้ว่าลูกหม่าม้าน่ะทำอาหารเยี่ยมยอดแค่ไหน" กัดฟันพูดในประโยคสุดท้าย ก่อนจะหัวเราะประชด รู้หรอกว่าอยากโชว์พาว อยากให้คู่แข่งคิดว่าเจ๋งทั้งที่ความจริงแม้แต่ตีไข่ยังไม่เคยทำเลย

"แน่น้อนนนน..." ยูไดกางมือยักไหล่ "หมอยูไม่เคยธรรมดาอยู่แล้ว จัดจ้านในย่านนี้อ่ะค้าบบบ" แล้วสองคนก็เก๊กท่านักเลงที่ทำเอาคนเป็นแม่ต้องกุมขมับ

"ตกลงเป็นหมอหรือเป็นนักเลงกันเเน่ลูกฉัน เห้อ...เอาเถอะๆ ว่าเเต่ลูกจะไม่ถามความเห็นธันย์หน่อยหรือไง" ได้แต่ปลง

"โหยยย แค่ไข่เจียวหมูสับง่ายๆทำไม่เป็นก็ไม่รู้ว่าไงแล้วม้า" ยูตะกรอกตาไปมา

"เออ ก็แค่เจียวไข่ อ้อ ลืมไป นายมันลูกคุณหนูนี่เนอะ เผลอๆอาจไม่เคยจับต้องของในครัวด้วยซ้ำ" ยูไดทำหน้าล้อเลียนจนน่าหมั่นไส้

"ปากเก่งจริงจริ๊งงง ได้ข่าวว่าสองเกมส์ที่ผ่านมาแพ้เค้าราบคาบ ถ้าเกมส์นี้ยังแพ้อีกคงต้องหาปี๊บคลุมหัวแล้วล่ะม้างงง" หม่าม้าทำเป็นแกะเล็บ ปากก็บ่นงึมงำแบบที่ตั้งใจให้ได้ยิน

"ไม่มีทาง ไข่เจียวมันคือจิตวิญญาณของพวกเรา ม้าเตรียมรับมือกับรสชาติความกล่มกล่อม ความอร่อยเหาะ ความอูมามิ ความ..." ยูตะยังไม่ทันได้อวดจบ ยูไดก็เบรคไว้ซะก่อน

"เบาาา เบาก่อนไอ้เรือง อย่าออกตัวแรงมาก แพ้อีกเสียหมานะบอกไว้ก่อน" เอียงหน้ากระซิบ

"เสียหมอโว้ย ฉันไม่ใช่หมา"

"เออๆ หมอๆ แต่...จะว่าไปเอ็งก็หน้าเหมือนไอ้ตูบข้างร้านบะหมี่อยู่เหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าฮ่า" แซะกันเองซะอย่างนั้น

"ตามนั้นม้า งั้น...เริ่มเลยแล้วกัน ไม่อยากพูดมาก..." ว่าแล้วก็หันไปข่มขวัญคู่ต่อสู้ "มันเจ็บคอ" ยักคิ้วหงึกๆ

"จ้ะ ถ้าอย่างนั้นม้ากับน้องไปเตรียมยาแก้เจ็บคอ เอ้ย ไปเตรียมตัวเป็นกรรมการตัดสินข้างนอกนะ..." หม่าม้าแสร้งยิ้มหวานพลางกอดเอวลูกสาว "อ้อ...ก่อนออกไป ฝากไว้นิดนึงนะคะลูกรัก ม้าไม่อยากเสียเงินซ่อมครัวเพราะมิชชั่นติ๊งต๊องของลูก ฉะนั้นแล้ว อย่าทำครัวไหม้ โอเค้"

"ม้ากำชับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนม้าเหอะ ผมสองคนสบายมาก" ยูไดพยักพเยิดไปหาธันเดอร์

"สู้ๆนะจ๊ะธันย์" หันมาให้กำลังใจเชฟสุดหล่อ

"เอ้า ซะงั้น" ยูไดหน้ามุ่ย

"พี่ธันย์สู้ๆนะคะ อัยย์จะรอกินไข่เจียวค่ะ" น้องน้อยยิ้มแป้นแล้น

"ค่ะ พี่ธันย์จะทำสุดฝีมือเลยนะคะ" พูดจบก็ยื่นมือลูบหัวทุยเบาๆ

"อะแฮ่มมม! มือ มืออ่ะมือ..." แต่เสียงกระแอ้มพร้อมกับลำแสงที่ส่องออกมาจากตาของยูตะ ทำให้ต้องชะงักยอมเอามือออก "อย่างน้านนน ดีมาก ถึงเนื้อถึงตัวตลอดเลยน้าาาเราอ่ะ" มองแรง

"มาหวงอะไรตอนนี้ไม่ทราบ ตะกี้เค้าเพิ่งหอมแก้มกันไปไม่ใช่หรือไง ฮึ่ยยย ไปค่ะลูก เราไปรอข้างนอกกัน ธันย์สู้ๆนะลูก ถ้าโดนพี่หมอแกล้งล่ะก็ ตะโกนฟ้องป้าเลยนะ" สองแม่ลูกยิ้มกว้างก่อนจะเดินออกไป ขณะที่ลูกชายสองคนกำลังทำปากขมุบขมิบล้อเลียนด้วยความหมั่นไส้ ที่เห็นแม่เอาอกเอาใจชายหนุ่มประหนึ่งลูกชายอีกคน

ธันเดอร์ไม่ได้สนใจกับการกระทำนั้น เขาหันกลับมาสวมผ้ากันเปื้อน และเตรียมของบนโต๊ะ

"เฮ้ย ทำเป็นนิ่งไม่พูดไม่จา นี่เป็นวิธีข่มขวัญคู่ต่อสู้ของนายเหรอ" ยูไดถามคนที่กำลังก้มหน้าไม่พูดไม่จา

"เปล่าครับ ผมไม่รู้จะพูดอะไร" ก้มเตรียมของต่อ

"อั๊ยยะ ทำเป็นเข้มซะด้วย" สองยูพยักหน้าใส่กัน

"แล้วแกอยากพูดอะไรหรือเปล่า แบบว่า...พูดอะไรก็ได้ให้พวกฉันกลัวอ่ะ ขอประโยคเด็ดๆเลย" ธันเดอร์เงยหน้าขึ้นมาอีกรอบ ก็เห็นสองหนุ่มกำลังทำหน้ายียวนกวนประสาท

"พี่สองคนใส่หมวกผิดด้านครับ" พูดแค่นั้นก่อนจะก้มลงแบบเดิม สองพี่น้องมองหน้ากัน ก่อนจะพร้อมใจกันถอดหมวกออกมาดู

"ผิดเหรอวะ" ยูตะขมวดคิ้วงง

"มันกวนตีนเราป่าววะ"

"เปิดกูเกิลดูแม่งเลย..." พูดจบก็กดมือถือเข้าไปดู "เชี่ยยย ผิดจริง"

"โถ่ เอ็งไม่เปิดดูตั้งแต่แรกวะ แล้วมาบอกข้าให้ใส่ด้านนี้ โดนมันเล่นเลยเนี่ย อายไหมล่ะ" ยูไดหน้ามุ่ยพร้อมกับวางหมวกลงบนโต๊ะ แล้วจัดทรงผมให้เข้าที่

"เออ ของงี้ก็พลาดได้ป่าววะ ประเด็นคือไข่เจียวสูตรเด็ดของข้าต่างหากล่ะ" ว่าแล้วก็หันมาเตรียมของบ้าง "ว่าแต่...ต้องทำไรก่อนวะ"

"โวะ อะไรของเอ็งเนี่ย ไข่เจียวก็ต้องตีไข่ก่อนดิ..." ยูไดจะหยิบไข่แต่ก็ชะงัก "หรือต้องสับหมูก่อนวะ" แล้วทั้งคู่ก็มองหน้ากันอย่างครุ่นคิด

ตาสบตารับรู้ถึงความคิดของกันและกัน ทั้งคู่แอบชะเง้อมองคนที่กำลังเตรียมสับหมู พอเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกะล่อนก่อนจะยักคิ้วให้กัน

"โถ่เอ้ยยูได ของง่ายๆก็แค่สับหมู เดี๋ยวข้าทำให้ดู" ตั้งใจพูดเสียงดังกว่าปกติ ขณะที่ธันเดอร์เงยหน้ามองเพียงแว้บเดียวเท่านั้น...

 

10 นาทีผ่านไป

 

ฟู่วววว!!!

"เฮ้ยยย!/เฮ้ยยย!" สองยูวิ่งออกห่างจากกระทะด้วยสีหน้าแตกตื่น คนที่กำลังตั้งกระทะอยู่ข้างๆค่อยๆเอียงตัวไปปิดแก๊สให้เมื่อเห็นว่าไฟมันแรงเกินไป

"ทอดไข่เจียวใช้ไฟอ่อนๆก็พอครับ เดี๋ยวจะไหม้ก่อนสุก"

"เออ รู้แล้วไม่ต้องสอน ก็แค่...อยาก...ลองทอดไฟแรงดู" ยูตะทำเป็นยักไหล่

"วิ่งหนีตายขนาดนี้ เอ็งยังจะปากดีอีกเหรอ" ยูไดหน้ามุ่ย

"โถ่!!!"

"ไม่ถ่งไม่โถ่ เอ็งไม่ได้เรื่องว่ะ ทำอะไรเป็นบ้างไหมวะพี่กูเนี่ย ถนัดแต่เรื่องฟันๆสินะ" บ่นงึมงำก่อนจะเดินเท้าสะเอวเข้าไปใกล้กระทะ "เดี๋ยวข้าทำเอง แค่ทอดไข่มันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว" แล้วเปิดแก๊สอีกรอบ

ธันเดอร์ได้แต่พ่นลมหายใจก่อนจะหันกลับไปจัดการของตัวเอง ปล่อยสองพี่น้องตีกันต่อไป...

 

15 นาทีผ่านไป

 

สองแม่ลูกนั่งมองจานไข่เจียวทั้งสองจานสลับกัน ก่อนจะเงยหน้ามองผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย

"เป็นไงล่ะ จะยากเท่าไหร่นักเชียวของเอ็ง นั่นเอ็งเจียวไข่ หรือคนไข่กันแน่วะ ไม่หลงเหลือเค้าความเป็นไข่ทอดเลย" ยูตะกระซิบ พร้อมหัวเราะเบาๆให้กับผลงานของคนเป็นน้อง

"อย่าเสียงดังไป เดี๋ยวม้ากับอัยย์ก็รู้หรอกว่าอันนั้นข้าทำ" ได้แต่ดึงหน้าให้ตึงเข้าไว้

"ดูไม่ออกเลยจ้ะว่าของใครเป็นของใคร" หม่าม้าฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี ประชดไหมล่ะ

"อันนี้ของพี่ธันย์ค่ะหม่าม้า" เด็กน้อยใสซื่อชี้ไปที่จานไข่เจียวฟูสวย

"แน่ใจได้ไงอัยย์ พวกเฮียยังไม่เฉลยเลย" ยูไดก็ยังคงทำหน้าให้แนบเนียน

"แน่ใจค่ะ เพราะ..."

"เอาน่าลูก เราชิมแล้วตัดสินเลยดีกว่าเนอะ เอ่อ...เริ่มจากจานไหนดี" อันที่จริงแล้วอยากจะเลือกกินแค่จานเดียว

"อัยย์ชิมแค่ของพี่ธันย์ได้ไหมคะ" ก็ยังยืนยันว่าจานนั้นเป็นของเขา

"นี่ มั่นใจจังเลยนะว่าจานนั้นของหมอนี่อ่ะ" ยูตะจ้องด้วยความรู้สึกขัดใจนิดๆ ขณะที่น้องสาวก็ได้แต่ทำหน้างอ

"ชิมทั้งสองจานเลยดีกว่าค่ะลูก"

"แต่จานนี้มันไม่เหมือนไข่เจียวเลยค่ะหม่าม้า เหมือนก้อนอะไรก็ไม่รู้ค่ะ แถมยังไหม้ด้วย น่ากลัวค่ะอัยย์ไม่กล้าชิม" เด็กน้อยหวั่นใจกับอาหารหน้าตาประหลาดตรงหน้า คนที่ยืนเงียบอยู่อมยิ้มน้อยๆ แต่โดนสองยูถลึงตาใส่เลยปรับหน้าให้นิ่งเหมือนเดิม

"เอาน่าลูก บางครั้งหน้าตาไม่น่าทาน แต่...รสชาติอาจจะอร่อยก็ได้ค่ะ" หม่าม้าก็พูดไปอย่างนั้นทั้งที่ใจไม่ได้คิดแบบนั้นเลย

สองแม่ลูกค่อยๆตักไข่เจียวที่เป็นชิ้นเล็กๆน้อยๆ เข้าปาก

"หืมมม เค็มปี๋เลยค่ะหม่าม้า แอ่ะ" อัยย์ริแสดงสีหน้าชัดว่ารสชาติดีขนาดไหน จนสองหนุ่มนิ่วหน้าตามไปด้วย ขณะที่หม่าม้าเองต้องยกน้ำตาม

"ทำหน้าซะ โถ่ อีกจานจะอร่อยแค่ไหนกัน หน้าตาน่ากินรสชาติอาจห่วยแตกก็ได้" ยูไดบ่นงึมงำ

"หม่าม้าให้จานนี้ชนะ"

"เอ้า ได้ไงม้า ยังไม่ชิมเลย" ยูตะโวยวาย

"จะอะไรก็ช่างยังไงก็ดีกว่าจานนี้แน่ กินอีกคำโรคไตถามหาแน่นอน" ได้แต่พ่นลมหายใจกับความไม่ได้เรื่องของลูก

"หม่าม้าไม่ชิมไม่ได้ค่ะ เพราะมันอร่อยมากกกกกก" ลากเสียงยาวก่อนจะตักใส่จานให้หม่าม้า ขณะที่คนถูกชมได้แต่อมยิ้มน้อยๆ

"อื้มมม อร่อยจริงๆด้วยลูก..." หม่าม้าทำตาโตๆไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจกับเมนูง่ายๆแบบนี้ "เก่งรอบด้านจริงๆนะเรา ไม่น่าอัยย์ริชมไม่ขาดปากเลย..." ชมก่อนจะหันมาตักใส่ปากอีกคำ "ถ้ามีข้าวสวยร้อนๆสักจานคงจะดีนะลูก" พูดกับลูกสาวที่กำลังลิ้มรสไข่เจียว กินบ่อยแต่ก็ไม่เคยเบื่อ

"งั้นเดี๋ยวผมไปอุ่นข้าวให้ครับคุณป้า เห็นว่ามีข้าวอยู่ในหม้อ"

"อุ๊ย จริงด้วยจ้า งั้นรบกวนด้วยนะจ๊ะธันย์" เขาคลี่ยิ้มให้สองสาวต่างวัยก่อนจะเดินเข้าครัวไป

"อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอวะ" ยูตะขมวดคิ้วยุ่ง

"นั่นดิ ดูทำหน้าเข้า ฟินเกิ๊นนน"

"อยากรู้ว่าฟินไม่ฟินมาชิมหน่อยไหมล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าม้าลำเอียง" หม่าม้าทำเป็นบ่นแบบตั้งใจให้ได้ยิน ลูกชายสองคนพอได้รับคำเชิญชวนก็รีบตรงเข้าไปตักเข้าปากคนล่ะคำ

"หืมมม อร่อยเฉย" ยูตะพูดพร้อมทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

"เออว่ะ" ยูไดตักใส่ปากอีกคำ

"อร่อยกว่าม้าทำอีกอ่ะ" สองหนุ่มพยักหน้าเห็นตรงกัน

"ยูได" พอหม่าม้ากดเสียงต่ำใส่ สองยูก็ยักคิ้วหลิ่วตาไม่แคร์ อยากสนใจไอ้หมอนั่นดีนัก จะกินให้หมดเลยเกลี้ยงเลย เหอะ!...><

 

ช่วงเย็น

 

"อะไรนะม้า???"

"อยากรู้รายละเอียดก็ถามกันเอาเองละกัน ม้าไปเตรียมผ้าให้น้องกับป๊าก่อน" พูดจบหม่าม้าก็เดินขึ้นบ้านไปเตรียมของให้สองพ่อลูกที่ออกไปปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะท้ายหมู่บ้าน ทิ้งระเบิดลูกโตไว้ให้รักยมที่กำลังนั่งทำหน้าสลอน

"เล่ามา พวกแกไปพิสูจน์อะไรธันย์" อิคคิวนั่งไขว้ห้างจ้องน้องชายสองคนที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายสุดๆ

"ก็นิดๆหน่อยๆอ่ะเฮีย แต่มันกวาดเรียบทุกด่านเลย" ยูตะบอกพร้อมถอนหายใจเซ็งๆ

"นี่พวกผมอุตส่าห์เลือกที่ตัวเองถนัดแล้วนะ" ยูไดเสริม

"ก็แล้วทำอะไรล่ะ ไม่เล่าจะรู้ไหมเนี่ย" พี่ใหญ่เริ่มหัวเสีย

"เออ ก็จะเล่าอยู่เนี่ย เฮียรมเสียไรมาวะ ทะเลาะกะเมียหรือไง" ยูตะถาม แล้วคือจี้ใจดำ ทะเลาะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทะเลาะเรื่องสถานที่ที่จะไปฮันนีมูน

"จะเล่าได้ยัง ไม่เล่าก็ไม่ฟังละ"

"เฮ้ยยยๆๆ เล่าดิเล่า" จะลุกแต่โดนสองยูดึงไว้ เลยต้องทิ้งตัวนั่งลงตามเดิม

"เกมส์แรกที่ท้ามัน คือชู้ตบาสเว้ยเฮีย ทีเเรก..."

"เดี๋ยวนะ ชู้ตบาสเนี่ยนะ?"

"ใช่ไง" ยูตะพยักหน้าหงึก อิคคิวเกาหัวอยากจะด่าให้แสบทรวง

"มันชู้ตบาสโคตรเก่งอ่ะเฮีย ผมว่าผมเเม่นแล้วนะ แต่แม่งแม่นกว่าผมอีกอ่ะ" ยูไดก็ยังสงสัยไม่หาย

"พวกแกจะบ้าหรือไงวะ ไปท้าแข่งชู้ตบาสกับนักกีฬาตัวเต็งระดับมหาลัยอ่ะ"

"หาาา!!/หาาา!!" ตาสองคู่แทบถลน

"แกว่าแกเก่งที่เคยเป็นนักกีฬาโรงเรียนใช่ไหม แต่ธันย์น่ะหัดเล่นบาสมาตั้งแต่แปดขวบ คุณอาพ่อของธันย์ก็เป็นนักบาสเก่า แล้วรู้ปะ? สถิติล่าสุดของธันย์ที่แข่งบาสมาตลอดสามปีของการเป็นนักศึกษาเนี่ยนะ เคยชู้ตพลาดไปแค่สามลูก ซึ่งที่พลาดก็เพราะแข่งตอนที่ไม่สบาย เนี่ย!!! พวกแกจะเอาไรไปสู้วะ" ได้แต่ทำหน้าเนือยๆขณะที่สองคนกำลังอ้าปากหวอมองหน้ากัน

"นี่กูไปท้าจระเข้ว่ายน้ำเหรอวะเนี่ย" ยูตะถึงกับเสียอาการ

"เออดิ ดูทรงละ ไปโม้ไว้เยอะเลยล่ะสิ เหอะ สมน้ำหน้า"

"เอ้า อะไรอ่ะ ก็มันไม่ยอมบอกอ่ะ ใครจะรู้อ่ะเฮีย"

"บอกทำไม เป็นฉันก็ไม่บอก รอฟาดทีเดียวแบบที่ธันย์มันทำสะใจกว่าเยอะ เป็นคนท้าเค้าเองแท้ๆไม่มีกึ๋นอะไรเลย..." พ่นลมหายใบแล้วทิ้งตัวพิงหลัง "แล้วไหนเกมส์ที่สองอะไร"

"ต่อโมเดลบ้านเจ้าหญิง" ยูไดตอบ

"ฮะ!!! ต่อโมเดลบ้าน???" อิคคิวถึงกับเด้งตัวนั่ง

"เออดิ เฮียตกใจใช่ไหมว่าทำไมพวกผมถึงแพ้ ทั้งที่ต่อให้น้องเล่นมาตั้งแต่เด็กจนชำนาญแล้วอ่ะ แต่หมอนั่นต่อโคตรเร็ว ให้ทายนะ มันต้องเล่นมาตั้งแต่เด็กๆแล้วเหมือนกัน" ยูตะอธิบาย

"ใช่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยนะ พวกแกลืมไปแล้วหรือไง ว่าธันย์เรียนสถาปัตย์ โมเดลบ้านเจ้าหญิงฟรุ้งฟริ้งของอัยย์หลับตาต่อก็ยังต่อถูกเลย" ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าดี

"เออว่ะ! เชี่ยเอ้ย อะไรวะเนี่ย"

"ลืมไปได้ไงวะ มันเรียนคณะเดียวกันกะน้องเรานี่หว่า โอ้ยยย เอ็งเลยยูตะ"

"เฮ้ยยย ข้าไม่ได้สนใจนี่หว่าเลยลืม เอ็งก็ลืมเหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต้องโทษข้าเลย"

"ไม่ต้องเถียงกัน พอกันทั้งคู่อ่ะ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยอยู่แล้วนี่ เห้อ.." เป็นอีกครั้งที่ทิ้งหลังพิงพนัก "แล้วเกมส์สุดท้ายล่ะอะไร" ให้ทายก็คงเป็นงานถนัดของธันเดอร์อยู่ดี

"ทำอาหาร" ยูตะตอบไม่เต็มเสียงนัก

"คุณพระ ฉันล่ะเชื่อพวกแกเลยจริงๆว่ะ..." อิคคิวส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก็ไม่แปลกที่ธันเดอร์จะชนะรวด "พวกแกก็รู้นี่ว่าคุณแม่ธันย์เปิดร้านอาหาร"

"ก็รู้ไง แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะสนใจเรื่องแบบนี้ล่ะ ขนาดเมียเฮียเป็นผู้หญิงแท้ๆยังทอดไข่ดาวไหม้เลย"

"เอ้า ไอ้น้องคนนี้ลามปาม" ถลึงตาใส่ยูตะ

"หรือไม่จริงอ่ะ"

"เออไง จริง แต่นั่นน่ะธีญ่า ไม่เหมือนธันเดอร์ รายนี้นะเก่งรอบด้าน ทำได้ดีทุกอย่างเลยด้วยไม่งั้นป๊ากับม้าจะชอบเหรอ" สองยูทำปากขมุบขมิบหมั่นไส้คนที่กำลังถูกเอ่ยถึง

"ดีไปหมดอ่ะเนอะ หล่อ รวย เพอร์เฟค ปัดโถ่! นี่คนหรือเทวดาจากสรวงสวรรค์ชั้นไหนครับพี่" ยูไดประชด

"ก็มันคือเรื่องจริง ก็ต้องยอมรับแล้วไหม ว่าแต่ทำอาหาร ทำอะไรวะ" สงสัยอยู่เหมือนกันว่าไอ้เจ้าสองคนนี้ทำไมกล้าท้าทั้งที่ตัวเองไม่เข้าใกล้ครัวเลย

"ไข่เจียว/ไข่เจียว"

"ฮะ???" อิคคิวอึ้งในตอนแรกก่อนจะหลุดขำ

"เอ้า ขำไรวะเฮีย ของโปรดน้องเรานะ" ยูไดหน้ามุ่ย

"ขำว่ะ แต่ถือว่าพวกแกยังถ่อมตัวนะ ท้าให้ทอดไข่เจียว ดีไม่บอกให้ทำตามใจ คงได้หน้าหงายกันหมดอ่ะ เออ...ขำๆตลกดี"

"อะไรของเฮียวะ ตลกอะไร พวกผมแพ้มันนะ"

"ก็ตลกพวกแกนั่นแหละ เห้อออ ฉันว่าแกเป็นหมา เอ้ย เป็นหมอรักษาคนป่วยเหมาะแล้ว อย่ามาทำอะไรแบบนี้เลย อายเด็กมัน" ขำต่อไม่รอแล้วนะ ขำจนสองยูแยกเขี้ยวใส่

"รู้งี้ท้าต่อยแม่งก็จบ" ยูไดทำหน้างอ

"หยุดเลย..." หยุดหัวเราะกะทันหัน "หยุดความคิดไว้ตรงนั้น ธันเดอร์เทควันโดสายดำ เห็นหน้าหวานๆอย่างนั้นซัดหน้ามาหลายคนละนะ ขอเตือนด้วยความหวังดี"

"โว้ยยยย อะไรก็ไม่รู้ มีอะไรที่มันทำไม่ได้บ้างไหมวะ" ยูไดเริ่มโวยวาย

"มีดิ ก็...อื้มมม รักษารากฟัน ถอนฟัน ตรวจไข้คนป่วยแบบที่พวกแกทำอ่ะ ธันย์ทำไม่เป็นหรอก ไม่ลองท้าไปขูดหินปูนดูล่ะ"

"เฮียตลกละ ก็แหงดิมันไม่ได้เรียนหมอนี่หว่า" ยูตะหายใจฟึดฟัด

"เอ้า ก็ถามว่าทำไรไม่เป็นบ้างนี่หว่า อ้อ แต่มีอีกอย่างว่ะที่ทำไม่เป็นเหมือนกัน" อิคคิวตีสีหน้าจริงจัง จนสองหนุ่มต้องนิ่งตั้งใจรอคำตอบ

"อะไรเหรอเฮีย"

"แพ้ไง แพ้ไม่เป็น" พูดจบก็หลุดขำอีก

"โอ้ยยย ตอกย้ำจังวะ"

"ไม่ตืบซ้ำก็ดีแค่ไหนแล้ว ท้าทำเรื่องติ๊งต๊องแลกกับอิสรภาพน้องสาวตัวเองเนี่ย ฉันจะฟ้องป๊าว่าพวกแกโดดงานมาทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง"

"เฮ้ยยย อย่าเชียวนะเฮีย ห้ามเด็ดขาด" ยูตะยกมือปราม

"ป๊ารู้ไม่ได้นะเฮีย เหยียบให้จมดินเลย" ยูได้ทำเครื่องหมายกากบาท

"อะไร นี่กลัวป๊ากันเหรอ เฮ้ย นั่นไง ป๊ากับอัยย์มาพอดีเลยว่ะ" อิคคิวรีบลุกขึ้นเดินไปหาสองคนที่เดินเข้ามาในบ้าน โดยมีสองยูวิ่งไปขนาบข้างอีกที

"เหนื่อยไหมครับป๊า เหนื่อยไหมคะอัยย์" ถามป๊าแล้วก็ก้มลงถามเด็กน้อยที่กำลังยิ้มแฉ่ง

"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ปั่นจักรยานกับปะป๊ะสนุกมากกกกกก"

"ไว้ปะป๊าว่างจะพาไปปั่นอีกนะคะลูก" คนเป็นพ่อส่งยิ้มอบอุ่น ยอมรับว่าหลังๆไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว ลูกๆดูจะเข้าใจ แต่สุดท้ายก็โดนนางพญาอย่างแม่บ่นให้ทุกวัน

"โอเคค่ะ" ฟุบกอดปะป๊าออดอ้อน

"ยูตะยูได เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ตาแทบถลนกันอีกรอบ รู้ได้ทันทีว่าเรื่องอะไร

"อัยย์ริ" ยูตะกดเสียงต่ำ ยัยเด็กแสบที่กำลังยิ้มแป้นแล้นเป็นคนฟ้องแน่ๆ

"อัยย์เล่าให้ปะป๊าฟังด้วยค่ะ ว่าวันนี้ยูตะยูไดชวนพี่ธันย์เล่นเกมส์ สนุกมากๆเลย" สนุกกับผีสางเทวดาที่ไหนล่ะ พี่ๆโดนหมายหัวอยู่รู้บ้างไหม

"งั้นเอาแบบนี้ค่ะอัยย์ อัยย์ไปข้างบนกับเฮียดีกว่าค่ะ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวทานข้าว ปะป๊าจะได้คุยธุระกับเฮียสองคน"

"โอเคค่ะ" เด็กน้อยยื่นมือให้พี่จูง "เฮียอิคขา วันนี้อัยย์อยากดูการ์ตูนเรื่องใหม่ที่พี่ธีซื้อมาฝากค่ะ เฮียดูกับอัยย์นะคะ"

"ได้เลยค่ะ เฮียมีเวลาให้อัยย์ทั้งวันทั้งคืนเลย" สองพี่น้องคุยกันมุ้งมิ้ง ปล่อยสองยูมองตามตาปริบๆ

"อ้อ จริงด้วยป๊า ผมนึกได้ว่านัดคนไข้..."

"ไม่ต้องเลยไอ้สองแสบ นั่งลงเดี๋ยวนี้" ยอมรับชะตากรรมเดินคอตกตามๆกันไป วันซวยแห่งชาติ!!!

.

.

|😂😂 วงวารรรรร ฮ่าฮ่าาา สองยูโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง|

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น