โซซอล
facebook-icon

ชินยา สาวชาวบ้านฐานะยากจน แต่เบื้องหลังคือนักล้วงกระเป๋าฝีมือดีไปล้วงกระเป๋าของฮอน เมื่อนางโดนจับได้ นางจึงเผลอกลืนแหวนลงคอแล้วหนีไป แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ชินยาสลับตัวกับน้องสาวที่โดนบังคับให้ไปปรนนิบัติชายสูงศักดิ์ หากใครจะเชื่อว่าผู้สูงศักดิ์คนนั้นคือฮอน!

ตอนที่ 6-4 ความรักครั้งเก่า / ตอนที่ 7-1 ชุดชั้นในมังกรคำราม

ชื่อตอน : ตอนที่ 6-4 ความรักครั้งเก่า / ตอนที่ 7-1 ชุดชั้นในมังกรคำราม

คำค้น : เล่ห์รักจอมโจรสาว นิยายแปลเกาหลี ย้อนยุค ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 426

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6-4 ความรักครั้งเก่า / ตอนที่ 7-1 ชุดชั้นในมังกรคำราม
แบบอักษร

ตอนที่ 6-4 ความรักครั้งเก่า 

 

ชินยาออกมาจากห้องสำหรับถ่ายหนักและถอนหายใจดังเฮ้อ จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาสิบวันแล้วที่กลืนแหวนลงไป แต่ก็ยังคงไร้วี่แววของแหวน 

ย่อยไปในท้องหมดแล้วหรือไง 

ชินยาใช้มือลูบท้องพลางบ่นพึมพำในใจ ตอนนี้นางไม่ปวดท้องแล้วจึงระแวงขึ้นมาว่าแหวนยังอยู่ในท้องตัวเองจริงหรือไม่ ยาสำหรับอาการปวดท้องที่ท่านปู่ยองชอนให้มามีประสิทธิภาพดีเยี่ยม จนอาการเจ็บปวดที่รู้สึกเหมือนมีอะไรขูดไปมาอยู่ข้างในหายเป็นปลิดทิ้ง 

“คำพูดของหมอเถื่อนที่มินฮเยวอนอาจจะจริงก็ได้สินะ” 

ชินยานึกถึงคำพูดของหมอที่บอกว่าอาจจะใช้เวลาหนึ่งเดือนหรือสองเดือนก็ได้ ก่อนจะส่ายหัวในทันที แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ชินยาล้างมือที่ริมบ่อน้ำแล้วซักผ้าจนหมดเกลี้ยง จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องและปักลวดลายมังกรที่ผ้าคาดเอวซึ่งได้รับมาจากร้านปักเย็บ ที่ผ่านมานางปักผ้าตลอดทั้งคืน และนี่คือผืนสุดท้ายแล้ว 

“ชินยา เจ้าอยู่หรือไม่” 

ในตอนที่ชินยากำลังปักเล็บเท้าของมังกรให้เสร็จอยู่นั้น ท่านปู่ยองชอนก็เรียกนางจากด้านนอก ชินยากลัวว่าจะถูกต่อว่าหากโดนจับได้ว่าทำงานพิเศษจึงซ่อนผ้าคาดเอวไว้ในกองผ้าที่ต้องซักแล้วเปิดประตู 

“อยู่เจ้าค่ะ” 

“ชินยา เจ้าไปที่ตลาดให้ข้าหน่อยสิ ข้านึกว่ายังมีสาหร่ายอยู่ แต่มันกลับหมดแล้วเสียได้” 

“สาหร่ายหรือเจ้าคะ” 

ชินยาเอียงคอสงสัยว่าทำไมจู่ๆ ถึงต้องการสาหร่าย 

“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของท่านแม่ทัพใหญ่ คุณซงฮวาไปจ่ายตลาดมาแล้วแต่ลืมซื้อสาหร่ายมาด้วย” 

ชายชรายองชอนบอกตำแหน่งที่ตั้งของร้านขายอาหารทะเลแห้งให้แก่ชินยา รวมถึงให้เงินค่าไปทำธุระด้วย ไหนๆ ก็ต้องไปตลาดแล้วชินยาจึงแวะเอาผ้าคาดเอวไปให้ที่ร้านปักเย็บด้วยเลย นายหญิงดงฮวา เจ้าของร้านปักเย็บตรวจดูลายปักมังกรของผ้าคาดเอวอย่างละเอียดรอบคอบ มังกรที่คาบลูกแก้ววิเศษอยู่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาราวกับว่าจะบินออกมาได้ทุกเมื่อ นายหญิงดงฮวายิ้มอย่างพอใจพร้อมกับส่งงานใหม่ให้ ชินยากางเสื้อผ้าที่นายหญิงส่งให้ออก มันคือกางเกงตัวในของบุรุษที่ทำมาจากผ้าแพรนุ่ม เพียงแค่สัมผัสด้วยปลายนิ้วก็รู้ได้เลยว่ามันคือผ้าแพรที่คุณภาพดีที่สุด 

“ตายแล้ว! ทำไมถึงเป็นชุดชั้นในของผู้ชายน่าอายแบบนี้ล่ะเจ้าคะ” 

ชินยาเอ่ยถามด้วยความตกใจ 

“เจ้ายังไม่ได้ออกเรือนอีกหรือ” 

“เจ้าค่ะ” 

“โฮะๆ มีอะไรแบบนั้นด้วยนะ” 

เมื่อนายหญิงดงฮวาหัวเราะอย่างมีเลศนัย ผู้หญิงที่อยู่รอบๆ ต่างก็หัวเราะโฮะๆ ตามอย่างมีเลศนัยเช่นกัน ชินยาที่เคยเห็นพวกผู้ชายที่โรงเตี๊ยมพูดเรื่องลามกในหมู่ผู้ชายด้วยกันเป็นประจำทุกวันก็พอจะเดาออกได้ว่า ‘อะไรแบบนั้น’ มันคืออะไร แต่ก็ได้แต่ยิ้มเล็กน้อย 

“แล้วต้องปักอะไรลงไปบนนี้หรือเจ้าคะ” 

“โฮะๆ จะเป็นอะไรไปได้อีกเล่า ก็มังกรคาบลูกแก้ววิเศษเหมือนกับที่เจ้าปักลงบนผ้าคาดเอวนั่นแหละ ช่วยปักเจ้ามังกรที่เต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่าพร้อมจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ทุกเมื่อตรงกลางชุดชั้นในนี่เลย” 

คิกๆ พวกผู้หญิงต่างส่งสายตาให้กันและกันพร้อมกับหัวเราะคิกคัก และมีคุณป้าที่กุมท้องหัวเราะเหมือนกับชอบใจอะไรบางอย่างด้วย 

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ” 

“เจ้ามีฝีมือเพราะฉะนั้นข้าจะตีราคาให้ดีๆ ก็แล้วกัน เหรียญทองสัมฤทธิ์ห้ามุนต่อชุดชั้นในหนึ่งตัว” 

ชินยาคิดในใจว่าสุดยอดไปเลย แต่ว่าของแบบนี้ย่อมขายแพงอยู่แล้ว ดังนั้นนางถึงจงใจทำสีหน้าผิดหวัง 

“ห้ามุนหรือเจ้าคะ เจ็ดมุนได้ไหมเจ้าคะ” 

“แหม เจ้าหัวไวไม่เบาเลยนะ คิดจะต่อรองแล้วงั้นหรือ หกมุน มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” 

ชินยาตกลงกับราคาหกมุน จากนั้นจึงรับค่าเย็บผ้าคาดเอวครั้งที่แล้วและชุดชั้นในมาแล้วออกมาจากร้าน หลังจากซื้อสาหร่ายเสร็จ นางก็กลับมาที่บ้านและเมื่อนำสาหร่ายไปให้ท่านซงฮวาที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว ท่านซงฮวาจึงส่งถาดน้ำชาที่มีขนม จ็อน และกาเหล้าวางอยู่ให้ 

“เสร็จพอดีเลย เจ้าเอาของพวกนี้ไปให้ท่านแม่ทัพใหญ่หน่อย ท่านน่าจะอยู่ที่ศาลาทาริม” 

 

“ปักชุดชั้นในตัวละสิบวัน เดือนนึงก็จะได้เหรียญทองสัมฤทธิ์สิบแปดมุน หึๆ กำไรเสียจริง! ถ้าทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกไม่นานก็คงจะได้เป็นเศรษฐีแน่ๆ! หรือนี่จะเป็นโอกาสในการตั้งรกรากที่แทวังซอง?” 

ชินยาถือถาดน้ำชาพลางคิดและบ่นพึมพำอย่างมีความสุข เมื่อเข้าสู่เส้นทางแคบที่ตรงไปยังศาลาทาริม เสียงขลุ่ยเศร้าๆ ก็ดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง มันลอยมาตามลมแล้วแทรกซึมเข้าไปในหัวใจจนทำให้รู้สึกกระวนกระวายใจ 

เสียงขลุ่ยอะไรกัน 

ไม่รู้ทำไมพอฟังได้ฟังแล้วชินยาจึงน้ำตาไหลออกมา ยิ่งเข้าไปใกล้ศาลามากเท่าไร เสียงขลุ่ยก็ค่อยๆ ดังขึ้น 

“ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นคนเป่างั้นหรือ โห เก่งพอสมควรเลยนะเนี่ย แต่ว่าเลือกเพลงได้แย่เสียจริง เพลงเศร้างั้นหรือ สงสัยต้องไปขอให้เป่าเพลงสนุกๆ หน่อยเสียแล้ว” 

ชินยารีบก้าวเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว นางเหนื่อยหอบเล็กน้อย เมื่อเดินไปตามเส้นทางแคบที่มีความลาดชันนิดหน่อย จากนั้นจึงเห็นศาลาทาริมอยู่ระหว่างกิ่งก้านของต้นสน ชินยาเรียกฮอนด้วยความดีใจ 

“ท่านแม่ทัพใหญ่” 

ชินยาหยุดฝีเท้าลง นางหยุดยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ โดยที่ไม่สามารถเรียกฮอนได้ 

ฮอนนั่งอยู่ที่ศาลา ขลุ่ยแนบชิดอยู่ตรงริมฝีปากและกำลังบรรเลงท่วงทำนองด้วยนิ้วมือ ไม่สิ เขากำลังดึงตะปูที่ถูกปักลึกอยู่ในใจออกมาพร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่กำลังไหลออกมาต่างหาก 

นิ้วมือขาวนวลปิดรูของขลุ่ยแล้วเปิดออก และทุกครั้งเลือดสีแดงก็จะไหลออกมาจากรูนั้น 

อย่างน้อยก็ในสายตาของชินยาก็เห็นเป็นเช่นนั้น และในตอนที่สายตาเลื่อนไปตามนิ้วเรียวยาวผ่านแขน ปากที่เป่าขลุ่ย จมูกเป็นสันคม จนมาถึงดวงตาของฮอนที่ใสสะอาดและเงียบสงบราวกับทะเลสาบ โครม! 

หัวใจของชินยาหล่นลงไปที่ตาตุ่ม 

หยดน้ำตาใสคลออยู่ที่ดวงตาของฮอน แสงอาทิตย์สีแดงพาดบนไหล่ของฮอน เสียงขลุ่ยอันหดหู่ยังคงบรรเลงต่อเนื่องอย่างเลือนรางราวกับกำลังจะหยุด 

ชินยาได้รู้เป็นครั้งแรกว่าน้ำตาของชายหนุ่มนั้นช่างงดงามและก็น่าสงสารในคราวเดียวกัน 

 

 

ตอนที่ 7-1 ชุดชั้นในมังกรคำราม 

 

พระอาทิตย์ลอยอยู่ด้านบนต้นสนที่เนินเขา ต้นสนแผ่กิ่งก้านและรั้งพระอาทิตย์ไว้ไม่ให้จากไป พระอาทิตย์ที่ไร้น้ำใจสัญญาว่าจะกลับมา ก่อนจะเริ่มลาลับยอดเขาไป ท้องฟ้าเป็นสีแดงไปทั่วราวกับหัวใจที่โศกเศร้าที่จำต้องส่งพระอาทิตย์ไป 

ฮอนนั่งเป่าขลุ่ยหยกอยู่ที่ศาลาทาริม เสียงขลุ่ยอันไพเราะและเสียงดังกังวานสั่นสะเทือนอากาศโดยรอบ ปลอบประโลมกิ่งก้านต้นสน 

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร 

 

‘เจ้ายังชอบฮวาอาอยู่ใช่หรือไม่’ 

 

คำถามของอีโซวนเวียนอยู่ภายในหัวของฮอน 

ข้ายังรักฮวาอาอยู่งั้นหรือ 

ฮอนหาคำตอบไม่ได้แม้จะถามตัวเองแล้วก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงตอนที่เจอกับเยรังเมื่อตอนกลางวันนี้ ฮอนก็รู้สึกอึดอัดหน้าอกขึ้นมาในทันที เยรังที่ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปียังคงงดงามเหมือนเดิม แต่กลับมีเงาจางๆ ปรากฏอยู่บนหน้า รอยยิ้มที่เคยยิ้มอย่างสดใสจนทำให้คนที่อยู่รอบข้างพลอยอารมณ์ดีตามไปด้วยกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่ยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

 

‘ท่านแม่ทัพใหญ่ สุขสันต์วันเกิดนะเจ้าคะ’ 

 

เสียงสั่นเครือของเยรังที่เก็บคำพูดมากมายไว้ในใจลอยมาตามสายลม 

เจ้ามีความสุขดีใช่หรือไม่ เยรัง 

เสียงขลุ่ยเศร้ายิ่งกว่าเดิม ชายผู้หนึ่งซึ่งปล่อยความรักหลุดมือไปแสดงความอึดอัดใจออกมาผ่านขลุ่ย เพราะคนรักเก่าที่ดูเศร้าสร้อย 

กรอบแกรบ เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบทำให้ฮอนหยุดเป่าขลุ่ยแล้วหันไปมอง 

“มาแล้วหรือ” 

ชินยาโค้งคำนับ แล้วยกถาดไปวางบนศาลาอย่างระมัดระวัง จากนั้นมองดูฮอนโดยที่ไม่พูดอะไร หยดน้ำตาที่คลออยู่ตรงดวงตาของฮอนลอยหายไปในอากาศโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากเสียงขลุ่ย แต่มีลมฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็นห่อหุ้มตัวฮอนแทน สายลมดูเหมือนจะพาเขาไปที่ไหนสักแห่ง ไม่รู้ทำไมชินยาถึงรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา ดังนั้นนางจึงนั่งลงข้างๆ กับฮอนแล้ววางมือตัวเองทับซ้อนลงบนฝ่ามือของเขาอย่างเงียบๆ ร่างกายของนางเคลื่อนไหวไปตามที่หัวใจสั่งโดยที่ไม่ได้คิดอะไร ฮอนก้มลงมองมือตัวเอง พลางส่งสายตาสงสัยไปให้ชินยา ชินยาลังเลสักพักจึงเปิดปากพูด 

“ตอนเด็กๆ ข้าถูกท่านพ่อเรียกว่างูพิษเจ้าค่ะ นังคนที่จับแม่กิน ท่านพ่อมักจะมองข้าด้วยสายตาเกลียดชังแล้วพูดเช่นนั้นเสมอ คงเพราะแบบนั้นท่านพ่อถึงไม่เคยกอดข้าเลยสักครั้งเดียวเจ้าค่ะ ตอนห้าขวบหรือไม่นะ ท่านพ่อโยนข้าไปให้อาเหมือนกับฝากสิ่งของไว้ก่อนจะหายตัวไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าก็เลยทำทุกอย่างด้วยตัวเองเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ดูแลงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านตั้งแต่ตอนหกขวบและพอโตขึ้นอีกนิดหน่อยก็ไปรับใช้คุณหนูที่บ้านเศรษฐี ไม่มีงานที่ข้าไม่เคยลองทำเจ้าค่ะ ในตอนนั้นข้าทำทุกอย่างอย่างดีแม้จะตัวคนเดียวก็ตามเหมือนกับเป็นตุ๊กตาล้มลุกเลยเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะลำบากขนาดไหน ไม่ว่าจะเจ็บปวดขนาดไหน ข้าก็ทำมันด้วยตัวคนเดียว เพราะคิดว่าการพึ่งพาใครสักคนเป็นสิ่งโง่เขลา และคิดว่านั่นคือสิ่งที่มีแต่คนที่อ่อนแอและทึ่มเท่านั้นที่ทำ แต่อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดเรื่องที่ยากลำบากขึ้น ข้าไม่ได้เป็นคนขโมย แต่นายหญิงเจ้าของบ้านบอกว่าข้าเป็นคนขโมยสร้อยไปเจ้าค่ะ ข้าบอกว่าไม่ใช่ข้าจริงๆ แต่กลับไม่มีผู้ใดเชื่อข้าเลยสักคน ท่านหญิงเจ้าของบ้านไล่ข้าออกและไม่จ่ายเงินค่าแรงที่ข้าทำงานมาตลอดหนึ่งปีเลยด้วยเจ้าค่ะ นางเสียดายเงินที่จะต้องจ่ายเป็นค่าจ้างจึงกล่าวหาว่าข้าเป็นขโมยเจ้าค่ะ วันนั้นข้ารู้สึกไม่ยุติธรรมและโกรธแค้นเป็นอย่างมากจึงร้องไห้สุดเสียงตรงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์หน้าหมูบ้านระหว่างทางกลับบ้าน แต่แล้วก็มีเด็กบ้านคนทรงที่อาศัยอยู่แถวนั้นได้ยินเสียงร้องไห้จึงเดินเข้ามาหาแล้วจับมือข้าไว้แน่น เด็กคนนั้งไม่ถามว่าข้าร้องไห้ทำไม ไม่ปลอบใจว่าไม่เป็นไร ทำเพียงแค่จับมือไว้เฉยๆ จากนั้นจึงวาดรูปเล่นที่พื้น มันน่าทึ่งมากเลยใช่ไหมเจ้าคะ สิ่งที่เด็กคนนั้นจับก็แค่มือ แต่ข้ากลับรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อเด็กคนนั้นทำเช่นนั้น ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าความร้อนที่สัมผัสได้จากมือของเด็กมันถูกส่งเข้ามาในใจอย่างอบอุ่นราวกับลมในฤดูใบไม้ผลิเลยเจ้าค่ะ วันนี้ก็เช่นกัน มีเรื่องที่ยากลำบากเกิดขึ้นกับข้า อย่าถามว่าเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ แต่ถึงจะถามข้าก็ไม่ตอบหรอก แต่ว่าช่วยอยู่อย่างนี้สักพักนะเจ้าคะ ช่วยจับมือข้าไว้แบบนี้เหมือนกับเด็กคนนั้นในตอนนั้น” 

ชินยากระซิบเบาๆ แล้วเบนหน้าไปทางด้านหน้า ฮอนมองหน้าของชินยาเงียบๆ ชินยามองดูพระอาทิตย์ตกอย่างไม่สนใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ดวงตาของนางกลับสั่นนิดๆ แก้มที่รู้สึกประหม่าก็กระตุกยิกๆ ฮอนรับรู้จากความรู้ได้ว่าความสนใจของนางมุ่งตรงมาที่ตนเอง ถึงแม้จะมองไปข้างหน้าอยู่ก็ตาม 

มีเรื่องที่ยากลำบากเลยมาขอจับมืองั้นหรือ โกหกชัดๆ 

อย่างไรก็ตามฮอนก็รู้สึกเสียใจกับชีวิตที่ผ่านมาของชินยาที่นางสาธยายยืดยาวเพื่อที่จะพูดคำโกหกนั้น และคิดว่าความพยายามของชินยาที่ตั้งใจจะปลอบใจเขานั้นงดงามมาก ดังนั้นฮอนจึงไม่ปล่อยมือ แต่กลับพลิกมือและประกบมือของชินยาที่ทาบทับอยู่บนมือของตัวเองเอาไว้แน่น 

ชินยาชำเลืองมองเขา ฮอนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ชินยาเองก็หันไปมองแสงอาทิตย์ที่ย้อมสีท้องฟ้าราวกับเผาไหม้อีกครั้ง เวลาผ่านไปท่ามกลางความเงียบ ในอีกฝั่งหนึ่ง พระจันทร์เต็มดวงกำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ แสงจันทร์สาดส่องลงมายังไหล่ของพวกเขาที่นั่งข้างกันอย่างนุ่มนวล 

ฮอนรู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดตรงหน้าอกได้หายไปแล้ว ใจของเขารู้สึกปลอดโปร่งราวกับพระจันทร์ที่สว่างจ้า อีกทั้งยังรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านมาจากมือของชินยาอีกด้วย รอยยิ้มของฮอนจึงชัดเจนยิ่งขึ้น 

“ขอบใจนะ” 

ฮอนพูดพลางมองชินยาด้วยดวงตาที่เงียบสงบ 

 

* * * 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น