ใจดินสอ
email-icon facebook-icon

😊✏ว่าด้วยนิยายของไรท์นั้น>>>ไม่ใช่รักดราม่าหรือโรแมนติก ❤ ไม่ใช่รักใสๆวัยว้าวุ่นแต่เป็นรักวัยรุ่นที่มีอิโรติกรวมอยู่ด้วย😁 นอกจากจินตนาการแล้วโปรดใช้วิจารณญาณและศิลปะในการอ่านนะคะ📖 คุยกับไร์หรือแวะไปตามงานได้ที่ เพจ Writer ใจดินสอ

ชื่อตอน : EP.3 กระถิน 3/3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2562 18:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.3 กระถิน 3/3
แบบอักษร

กระถิน... 

" ถ้าเป็นแบบนี้งั้นถินก็ไม่ต้องไปประกวดร้องเพลงแล้วใช่ป่ะ " 

เสียงของอบเชยที่นั่งเคี้ยวขนมอยู่ตรงหน้าฉันถามขึ้น ตอนนี้เราสองคนนั่งอยู่ในสวนหย่อมของมหาลัยเพราะก่อนหน้านี้ฉันเล่าเรื่องที่ฉันต้องเริ่มทำงานวันนี้ให้อบเชยฟังแล้ว และดูเหมือนว่าอบเชยจะดีใจกว่าฉันซะอีกที่เห็นว่าฉันได้งานที่มีค่าจ้างเยอะๆ 

 

" ใช่ ถินเสียดายมากเลยอะเชย อุตส่าห์ตั้งใจซ้อมว่าจะไปคว้าเหรียญทองซะหน่อยคืนนี้ " 

ฉันตอบพลางถอนหายใจออกมายาวๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยากไปร้องเพลงที่งานวัดจนไม่อยากไปทำงานที่ป้าหนาวหามาให้หรอกนะ ฉันดีใจด้วยซ้ำที่ป้าหนาวไม่ได้ทิ้งฉันแถมยังใจดีหางานให้อีก แต่ที่ยังอาลัยอาวรณ์กับงานวัดคืนนี้อยู่ก็เพราะว่าอยากได้เงินหลายๆทางต่างหากแต่ก็ช่างเถอะฉันตัดใจแล้วล่ะ 

 

' ขออนุญาตอาจารย์ที่กำลังทำการสอนอยู่ในขณะนี้ทุกท่าน นี่คือเสียงจากห้องประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย..... ขอเชิญนางสาวมินตรา เริงร่า ที่ห้องประชาสัมพันธ์เดี๋ยวนี้ด้วยค่ะ ' 

 

" อ้าวนั่นชื่อถินนี่นามีอะไรอะ " 

หลังจากเสียงประชาสัมพันธ์ของทางมหาวิทยาลัยจบลง อบเชยที่นั่งกินขนมอยู่ก็เงยหน้ามาสบตากับฉันพลางถามขึ้น นั่นน่ะสิมีอะไรนะทำไมถึงเรียกฉันไป 

 

" หรือว่ายายจะโทรมาหาถิน " 

ฉันหันไปพูดกับอบเชยพลางเก็บหนังสือเรียนใส่กระเป๋าไปด้วย ฉันกับยายเราใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวกันและฉันให้ยายพกโทรศัพท์ติดตัวเอาไว้ เวลายายมีอะไรก็ให้โทรหาอบเชยเพราะส่วนมากฉันกับอบเชยเราจะตัวติดกันตลอดหรือถ้าติดต่ออบเชยไม่ได้ก็ให้ยายโทรเข้าเบอร์มหาลัยได้เลย คิดแล้วก็ร้อนใจยายเป็นอะไรหรือเปล่านะถึงได้โทรมา 

 

" งั้นถินไปแล้วนะเชย " 

ฉันหันไปบอกอบเชยก่อนจะรีบวิ่งไปที่อาคารประชาสัมพันธ์พลางมองหาเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปหา 

 

" สวัสดีค่ะหนูชื่อมินตรานะคะ มาตามประชาสัมพันธ์เมื่อกี้นี้ค่ะ " 

ฉันเดินไปบอกอาจารย์ที่ทำหน้าหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์พลางแจ้งวัตถุประสงค์ของตัวเองออกไป 

 

" อ๋อ เดี๋ยวเชิญนักศึกษาไปที่ลานจอดรถได้เลยค่ะผู้ปกครองมารอแล้ว เห็นบอกว่าคุณยายเข้าโรงพยาบาลด่วน ส่วนเรื่องเรียนวันนี้อาจารย์แจ้งอาจารย์ประจำวิชาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ " 

 

" อ่อค่ะ ขอบคุณมากนะคะ " 

ฉันส่งยิ้มให้อาจารย์ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังลานจอดรถตามที่อาจารย์บอก ในใจก็รู้สึกใจหายและรู้สึกหน่วงๆอย่างบอกไม่ถูก ยายไม่สบายอีกแล้วหรอแต่คราวนี้ถึงกลับเข้าโรงพยาบาลเลยนะ ถ้ายายเป็นอะไรไปแล้วฉันจะอยู่กับใคร...ว่าแต่ใครล่ะที่มารับฉันหรือว่าจะเป็นญาติป้าหนาว 

 

ปริ๊น ปริ๊น! 

เสียงแตรรถยนต์สีดำคันหรูที่จอดติดเครื่องยนต์อยู่ดังขึ้น พอฉันหันไปมองก็เห็นว่ากระจกฝั่งคนขับนั้นลดระดับลงแล้วผู้ชายชุดดำที่นั่งอยู่ในนั้นก็พยักหน้าเรียกฉัน น่ากลัวชะมัดเลยคนนี้หรือเปล่านะที่ป้าหนาวบอกว่าเป็นญาติอะ จากที่กังวลเรื่องยายอยู่ดีๆฉันกลับมากังวลเรื่องของอิตาคนนี้แทนซะงั้น 

 

" สวัสดีค่ะ ใช่ญาติป้าหนาวมั้ยคะ " 

ฉันเดินเข้าไปยกมือไหว้ก่อนจะถามเพื่อให้แน่ใจ จะได้ไม่ต้องขึ้นรถผิดคันแต่พอมองไปรอบๆแล้วนอกจากผู้ชายตรงหน้านี้ฉันก็ไม่เห็นใครที่ไหนอีกเลยนะ 

 

" ไม่ใช่ " 

อ้าว  

 

" รีบๆขึ้นมาได้แล้วครับ คุณหนูรอคุณอยู่ที่โรงพยาบาล " 

คนในรถพูดพลางทำสีหน้าหงุดหงิดใส่ฉัน อะไรวะเราก็แค่ถามดีๆป่ะถ้าไม่ใช่ญาติก็ตอบมาดีๆสิว่าเป็นคนขับรถ ไอ้ลุงหน้าจืดเอ๊ย!! 

 

" ลุงไม่ต้องเรียกถินว่าคุณหรือพูดคงพูดครับกับถินหรอก ชื่อกระถินเรียกถินเฉยๆก็ได้ " 

ฉันหันไปบอกคนข้างๆที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ หร่ตามองดีๆก็หล่ออยู่หรอกนะแต่รู้สึกไม่ค่อยชอบขี้หน้าอิตาลุงคนนี้เลย เหมือนจะเป็นคนขี้หงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้หรือว่านี่จะเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังเข้าสู่วัยทองนะ 

 

" งั้นเธอก็เลิกเรียกฉันว่าลุงได้แล้วฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่ถึงสามสิบด้วย " 

คนข้างๆพูดแบบไม่หันมามองหน้าฉัน  

 

" ไม่ได้หรอกลุงคนอื่นๆถินก็เรียกลุงเหมือนกันเดี๋ยวจะไม่ยุติธรรมกับคนอื่นนะ " 

ฉันตอบพลางเลิกคิ้วให้ ก็ญาติๆป้าหนาวที่ป้าหนาวเรียกเจ๊เรียกเฮียฉันก็เรียกพวกพี่เขาว่าลุงกับป้าทั้งนั้น ถ้าอยู่ดีๆมาเรียกอิตาลุงคนนี้ว่าพี่มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับคนอื่นน่ะสิ  

 

" ลุงเป็นคนขับรถบ้านป้าหนาวหรอทำไมถินไม่เคยเห็นอะ ถินไปบ้านป้าหนาวบ่อยนะ " 

ฉันหันไปถาม 

 

" เป็นบอดี้การ์ดของคุณนักรบแต่ก็ดูแลคุณหนูเดือนหนาวด้วย " 

คนข้างๆตอบนิ่งๆ 

 

" อ๋อคนของลุงรบนี่เอง ว่าแต่ลุงทำงานกับลุงรบนานยังอะแล้วที่เขาเล่ากันต่อๆมาว่าลุงรบเป็นมาเฟียอะจริงป่ะลุง " 

 

" เฮ้อ!! ช่วยนั่งเงียบๆได้มั้ยฉันต้องใช้สมาธิในการขับรถ " 

เป็นครั้งแรกที่คนข้างๆหันมามองหน้าแล้วพูดกับฉันก่อนจะหันกลับไป อะไรของเขาถามแค่นี้ก็ไม่ได้ไอ้เราก็หวังดีกลัวจะเหงานั่งขับรถเงียบๆก็เลยชวนคุย ชิไม่คุยก็ไม่ต้องคุย!! 

 

" คุณยายของเธอต้องค้างที่โรงพยาบาลหลายคืนนะ หมอบอกว่าตรวจเจอโรคอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเลย " 

อยู่ๆคนข้างๆก็พูดขึ้น ฉันรู้แล้วว่ายายอะป่วยแต่ฉันไม่มีเงินพายายไปหาหมอนี่ อีกอย่างยายก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ต้องไปก็ได้ฉันก็เลยไม่ได้พายายไปหาหมอสักทีแต่ถึงไปแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารักษาล่ะ 

 

" เฮ้!! ฉันคุยกับเธออยู่นะ " 

 

" ก็ลุงบอกให้ถินนั่งเงียบๆไง จะเอาอะไรอีก " 

ฉันหันไปทำหน้าหงุดหงิดใส่อิตาลุงคนนี้บ้างคิดว่าตัวเองหงุดหงิดเป็นคนเดียวหรือไง ฉันรู้เรื่องของยายมาตลอดแหละแต่จะให้ทำยังไงล่ะ 

 

" ในระหว่างที่ยายเธอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลคุณหนูให้เธอไปพักที่ผับเพราะยังไงก็ต้องทำงานที่นั่นอยู่แล้ว เข้าใจหรือเปล่า " 

คนข้างๆหันมาพูดกับฉันอีกครั้ง แน่นอนสิฉันไม่กล้านอนที่บ้านคนเดียวหรอกครั้งแรกก็คิดว่าจะไปขอนอนกับอบเชยแต่ถ้าป้าหนาวบอกมาแบบนั้นฉันก็คงขัดไม่ได้  

 

" ค่ะ " 

ระหว่างทางที่ฉันกับลุงที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อนั่งรถมาด้วยกันบรรยากาศในรถก็เงียบลงเรื่อยๆแม้แต่เสียงเพลงก็ยังไม่มี คนบ้าอะไรขับรถไม่เปิดเพลง  

 

การจราจรที่ติดขัดในช่วงบ่ายเลยไปจนถึงช่วงเย็นจนเป็นเวลามืดค่ำฉันกับตาลุงไร้ชื่อก็เดินทางมาถึงวัดซึ่งอยู่ในซอยบ้านฉัน ฉันบอกตาลุงไร้ชื่อคนนี้ว่าต้องจอดรถเอาไว้ในวัดแล้วก็เดินเข้าไปเพราะทางมันแคบรถยนต์เข้าไม่ได้และให้ตาลุงไร้ชื่อรออยู่ที่นี่พอฉันเก็บของเสร็จแล้วจะรีบกลับมา แต่ว่าตาลุงไร้ชื่อคนนี้สิก็ยังอยากจะเดินตามมาอีกอะไรจะฟังคำสั่งป้าหนาวขนาดนั้น ' คุณหนูบอกให้ฉันดูแลเธอ ' เฮอะ!! 

 

ระหว่างทางที่ฉันกับตาลุงไร้ชื่อนั้นเดินมาด้วยกันมีเพียงแสงไฟไกลๆจากวัดเท่านั้นที่ส่องสว่างแล้วก็ได้แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือของตาลุงไร้ชื่อด้วยที่ส่องทางพอให้เห็น ถ้ามาคนเดียวป่านนี้ฉันวิ่งร้อยคูณร้อยไปแล้วไม่มัวมาเดินจงกลมอยู่แบบนี้หรอกบรรยากาศวังเวงจะตาย 

 

" ลุงกลัวหมาป่าว " 

ฉันหันไปถามคนที่เดินส่องไฟตามหลังฉันมาเพราะข้างหน้าที่เราต้องเดินผ่านจะเป็นป่าช้าหลังวัดแถมตรงนั้นยังมีหมาวัดอยู่เต็มไปหมด 

 

" ไม่ " 

คนข้างหลังตอบ โอเคได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย 

 

" ทำไมกำแพงวัดเป็นรูปแปลกๆ " 

อยู่ๆคนข้างหลังก็ถามขึ้นพลางบุ้ยปากไปยังอัฐิสภาพโทรมๆบางอันก็หักพังลงวางเรียงรายอยู่ตามรายทาง สงสัยเป็นต่างชาติล่ะสิท่าเพราะเป็นคนของลุงรบก็เลยไม่รู้จัก 

 

" กำแพงวัดที่ไหนกันล่ะลุงเขาเรียกอัฐิเอาไว้ใส่เถ้ากระดูกของคนที่ตายไปแล้ว " 

 

" .......... " 

 

" แล้วก็ตอนนี้น่ะนะเราเดินมาถึงป้าช้าหลังวัดแล้วนะ ป้าช้าที่เขาเอาศพคนตายมาฝังอะลุง ไม่ก็เอาอัฐิมาวางไว้แบบที่ลุงเห็นอะ " 

 

โบร๊วววว!!  

 

" เชี้ย!! " 

 

" กรี๊ด!! ลุง!! ปล่อยถินนะ จะกอดทำไมเนี่ยปล่อยก่อน!! " 

ความคิดเห็น