ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 12 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 12 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.6k

ความคิดเห็น : 323

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 12 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 12 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

 

ปึ่ก.. 

“อื้ออ” แม็คที่ได้ยินเสียงของอ้อนก็รีบดันอกของคนรักทันที แต่นันไม่ยอม เขากดท้ายทอยของแม็คเอาไว้ เพื่อให้รับจูบของเขาต่อ นันดูดดึงปลายลิ้นของแม็คอย่างเอาแต่ใจ แม็คเลยตัดสินใจหยิกที่สีข้างของคนรัก ทำให้นันผละออกมาทันที 

 

“หยิกทำเหี้ยอะไร เจ็บนะมึง” นันว่าออกมาไม่จริงจังนัก แม็คเม้มปากด้วยท่าทีอึกอัก ก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าแดงอยู่ด้านหลังด้วยความรู้สึกเก้อเขินอยู่ไม่น้อย เพราะรู้ว่าอ้อนคงเห็นบทจูบของเขากับนันแน่ๆ นันปรายตาไปมองเด็กหนุ่มแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร 

“ช็อคไปแล้วเหรอวะ ไม่เคยเห็นคนจูบกันรึไง” นันแกล้งถามกลับไป  

 

“คนอื่นเค้าไม่ได้เหมือนพี่นี่!” อ้อนโวยกลับด้วยใบหน้าแดงๆ จริงๆอยากจะว่านันหน้าด้านด้วยซ้ำ แต่กลัวว่าจะเสียมารยาท เพราะเพิ่งรู้จักกัน นันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แล้วเอนไปพิงเก้าอี้นอนพร้อมกับดื่มเบียร์ต่อ แม็คยิ้มเจื่อนๆให้กับอ้อน 

 

“อะไรกันวะ” โอมเดินกลับมาพร้อมกับถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชายและแม็ค 

 

“กูจูบเมียกู แต่น้องมึงเสือกโวยวาย” นันพูดออกมา อ้อนเดินไปนั่งข้างโอมทันที เมื่อโอมนั่งลงที่เก้าอี้ 

 

“เพื่อนพี่โอม ทำไมหน้าไม่อาย รู้ว่าอ้อนเดินมาแต่ก็ยังบังคับจูบพี่แม็ค” อ้อนฟ้องพี่ชายตัวเองทันที 

 

“แล้วเราจะไปยุ่งอะไรกับเค้าล่ะอ้อน จะเล่นน้ำไม่ใช่รึไง ลงไปเล่นสิ” โอมพูดขึ้น อ้อนทำหน้างอใส่พี่ชายตัวเองที่ไม่ยอมเข้าข้างเขา พอดีกับที่ออฟเดินกลับมาพร้อมน้ำผลไม้ อ้อนจึงชวนแฝดตนเองให้ลงมาเล่นน้ำด้วยกัน ออฟเลยต้องลงไปเล่นเป็นเพื่อนอย่างเสียไม่ได้  

 

“ทำไมชอบแกล้งเด็กวะนัน” แม็คว่าคนรักไม่จริงจังนัก  

 

“แกล้งที่ไหน กูอยากจูบมึง ผิดตรงไหนวะ” นันตอบกลับ ทำให้แม็คร้อนหน้าวาบ เอาจริงๆ แม็คห้ามความรู้สึกเขินเวลาที่นันพูดตรงๆแบบนี้ไม่ได้สักที โอมหัวเราะในลำคอเบาๆ  

 

“เออ เห็นว่าจะเปิดเต็นท์รถมือสองใช่มั้ยวะ” โอมถามขึ้นเมื่อนึกได้ นันก็พยักหน้ารับ 

 

“กูมีที่ดินตรงหน้าปากซอยอยู่ ว่าจะสร้างเต็นท์รถที่นั่น นี่ก็กำลังหาผู้รับเหมาอยู่” นันตอบกลับ 

 

“ใช้เงินเยอะอยู่นะ ไหนจะต้องไปประมูลรถมาขายอีก” โอมพูดไปตามที่คิด ทำให้แม็คนิ่งไปนิด เพราะนึกห่วงนันอยู่ไม่น้อย เพราะนันก็ต้องส่งเขาเรียน ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วพ่อของแม็คจะส่งแม็คเรียนได้โดยไม่เดือดร้อน แต่นันก็ไม่ยอมไปรบกวนพ่อของแม็คแม้แต่นิด 

 

“กูจัดการได้” นันตอบพร้อมกับมองหน้าคนรักที่ขมวดคิ้วเข้าหากัน 

“มีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ไม่ต้องคิดเยอะ ถือเสียว่าเรียนเผื่อกู” นันพูดขึ้น ทำให้แม็คถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ 

 

“มึงก็เป็นแบบนี้ตลอด กูก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ ที่ช่วยอะไรมึงไม่ได้” แม็คบ่นออกมาบ้าง 

 

“ช่วยได้ ช่วยเป็นเด็กดีของกูก็พอ” นันตอบกลับ ทำให้แม็คนิ่งไปนิดพร้อมกับร้อนหน้าวูบกับคำว่าเด็กดีของนัน 

 

“หยอดเก่ง” โอมแกล้งแซว นันก็หัวเราะขำในลำคอ ก่อนจะเอาขาไปเกี่ยวเอวของแม็คเอาไว้ 

 

“อะไรที่กูตัดสินใจทำแล้ว แปลว่ากูศึกษาและคิดมาดีแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก” นันพูดเสียงจริงจังพร้อมกับจ้องหน้าคนรัก แม็คถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับพยักหน้ารับช้าๆ เพราะถึงแม้ว่าแม็คกับนันจะอายุเท่ากัน แต่นันก็เป็นผู้ใหญ่มากกว่าแม็คหลายเท่านัก  

 

“พี่แม็ค เล่นน้ำกันครับ” เสียงของอ้อนตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง แม็คยิ้มอ่อนๆกลับไปให้ 

 

“อยากเล่นมั้ยล่ะ ถ้าอยากเล่นก็ไปเล่น” นันพูดขึ้น เขาไม่ได้ห้าม เพราะอยากให้แม็คได้พักผ่อนอยู่แล้ว  

 

“ลงไปนั่งเอาขาจุ่มน้ำสักหน่อยดีกว่า ขี้เกียจเปลี่ยนเสื้อผ้า” แม็คพูดขึ้น ก่อนจะหยิบขวดเบียร์แล้วลงไปหาอ้อนกับออฟที่กำลังเล่นน้ำอยู่ โดยมีนันมองตามไปไม่วางตา จนแม็คนั่งที่โขดหินแล้วเอาขาจุ่มลงไปในน้ำ โดยมีอ้อนมาชวนพูดคุยด้วย  

 

“ไอ้แม็คมันห่วงมึงมากนะ” โอมพูดขึ้นมาไม่ดังมากนัก ทำให้นันหันมามองโอมทันที 

“ตอนอยู่ที่โน่น มันบ่นเรื่องมึงทำงานหนักให้กูฟังบ่อยๆ มันอยากจะหางานทำให้มากกว่านี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของมึง แต่ก็กลัวมึงจะโกรธ” โอมเล่าออกมาให้นันฟัง นันหันไปมองแผ่นหลังของคนรักที่นั่งคุยอยู่กับอ้อนและออฟอีกครั้งด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง  

“ถ้ามันไม่เล่าให้กูฟังว่าเมื่อก่อนมันทำตัวเสเพลขนาดไหน กูก็ไม่อยากจะเชื่อนะ เพราะตอนนี้กับเมื่อก่อน มันต่างกันมาก ไม่คิดว่ามึงจะทำให้มันเปลี่ยนแปลงตัวเองได้” โอมพูดชมออกมา นันยกยิ้มออกมาเล็กน้อย 

 

“จริงๆกูก็แค่เป็นตัวกระตุ้นเท่านั้นแหละ อยู่ที่ตัวมันเองมากกว่า ใจมันรู้สึกผิด และคิดได้ว่าควรปรับปรุงตัว มันถึงเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคนมันคิดไม่ได้ ต่อให้กูพูดให้ตาย บังคับให้ตายยังไง มันก็คิดไม่ได้หรอก” นันตอบกลับไป เพราะเขาคิดแบบนี้จริงๆ ยังดีที่แม็คคิดได้ และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อพ่อและเพื่อนัน 

“แล้วอยู่ที่นั่น มีใครมาวุ่นวายกับมันอีกมั้ย” นันถามออกมาอีก โอมยกยิ้มเล็กน้อย 

 

“ก็พอมีบ้าง แต่แม็คมันไม่ค่อยสนใจใคร ใครชวนไปไหนก็ไม่ค่อยไปหรอก ถ้าไม่มีกูไปด้วย” โอมบอกออกมาตรงๆ เพราะถ้าโอมไปด้วย แม็คก็จะรู้ว่านันจะไม่ว่าอะไร  

 

“แล้วไอ้เจฟ” นันถามถึงเจฟฟี่ เพื่อนในกลุ่มของโอมและแม็ค 

 

“หึ กูพูดไป มึงก็อย่าใจร้อนล่ะกัน เอาจริงๆไอ้เจฟมันก็เหมือนยังไม่ตัดใจจากไอ้แม็คนักหรอก แต่ไอ้แม็คมันก็วางตัวดี ไม่ได้ให้ความหวังอะไร พูดคุยเหมือนเพื่อนปกตินี่แหละ” โอมบอกออกมาตรงๆ ไม่คิดจะปิดบังอะไร 

 

“หึ คงคิดว่ากูไม่ได้อยู่ใกล้ไอ้แม็ค เลยจะทำคะแนนเผื่อไอ้แม็คจะเปลี่ยนใจจากกูสินะ” นันพูดออกมา รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ที่รู้ว่าเจฟฟี่ยังคงไม่ตัดใจจากแม็คสักที 

“สงสัยกูต้องหาโอกาสไปเที่ยวหาพวกมึงที่โน่นอีกสักครั้งล่ะมั้ง” นันพูดขึ้นมาพร้อมกับดื่มเบียร์จนหมดกระป๋อง แล้วหยิบกระป๋องใหม่มาเปิด 

 

“สมมุตินะไอ้นัน แค่สมมุตินะเว้ย ถ้าไอ้แม็คมันใจอ่อนให้ไอ้เจฟล่ะ มึงจะทำยังไง” โอมถามเล่นๆด้วยความอยากรู้ นันนิ่งไปนิด 

 

“กูจะไม่ให้มันได้มีความสุขด้วยกันหรอก กูไม่ใช่พระเอกที่จะยินดีกับความรักครั้งใหม่ของเมียตัวเองหรอกนะ” นันพูดออกมาตรงๆ พร้อมกับเผลอบีบกระป๋องเบียร์จนเบียร์ทะลักล้นออกมา 

 

“เฮ้ยๆ ใจเย็น ฮ่าๆ กูแค่สมมุติ มึงคิดจริงจังทำบ้าอะไรวะเนี่ย” โอมพูดออกมาอย่างขำๆ นันเองก็รีบเบี่ยงกระป๋องเบียร์ออกทันที เมื่อล้นลงมาใส่เสื้อของเขา แม็คหันมามองนันกับโอมด้วยความสงสัย  

 

“เป็นอะไรกันวะ” แม็คตะโกนถามขึ้นมา นันสบถเล็กน้อย ก่อนจะถอดเสื้อออก เพราะเปียกเบียร์  

 

“ไอ้นันมันมโนจริงจังไปหน่อย” โอมพูดอย่างขำๆ แม็คร้อนหน้าเล็กน้อย เมื่อเห็นท่อนบนที่เปลือยของคนรัก และแอบหวงอยู่ลึกๆ 

 

“โห พี่นัน หุ่นดีชะมัด” ออฟที่มองเห็นจากในน้ำพูดขึ้น  

 

“มันออกกำลังกายทุกวันน่ะ” แม็คตอบกลับ  

 

“ไม่เห็นจะดีเลย มีรอยสักด้วย น่ากลัวจะตาย” อ้อนพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะหมั่นไส้นัน 

 

“แต่พี่ชอบนะ” แม็คพูดออกมาด้วยความลืมตัว ทำให้อ้อนกับออฟชะงักไปนิด แม็คทำหน้าไม่ถูก รู้สึกเขินไม่น้อยที่เผลอพูดต่อหน้าเด็กหนุ่มทั้งสองคน 

 

“พี่แม็คกับพี่นันคบกันมานานรึยังครับ” อ้อนถามด้วยความอยากรู้ 

 

“ก็..จะ 2 ปีแล้วล่ะ” แม็คตอบกลับ 

 

“พี่แม็คกับพี่นันเรียนอยู่กับพี่โอมที่โน่นเหรอครับ” อ้อนถามต่อ 

 

“พี่เรียนอยู่กับโอม ส่วนนันมันอยู่ที่ไทยน่ะ นันทำงานแล้ว” แม็คตอบกลับไปอีก  

 

“อยู่ห่างกันแบบนี้ ไม่กลัวว่าพี่นันจะนอกใจเหรอครับ” อ้อนถามต่อ 

 

“อ้อน เสียมารยาทว่ะ” ออฟว่าแฝดของตัวเอง 

 

“ก็เราสงสัยนี่นา ออฟจำไอ้รุณที่เป็นแฟนกับฟ้าเพื่อนเราได้มั้ยล่ะ ที่มันได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกาน่ะ มันไปไม่ถึงปี มันแอบนอกใจฟ้าไปมีคนอื่นแล้วนะ รู้รึเปล่า ฟ้าเสียใจมากเลยนะ” อ้อนเล่าให้แฝดของตัวเองฟัง เพราะเรียนคนละห้อง 

 

“จริงดิ นี่ไม่รู้ข่าวมันเลยนะ” ออฟถามกลับด้วยความไม่รู้จริงๆ แม็คนั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไร 

 

“อ้อนขอโทษนะครับพี่แม็ค ที่เสียมารยาทถาม” อ้อนที่รู้ตัวว่าไม่ควรถามแบบนั้นก้พูดขึ้นมา แม็คยิ้มอ่อนๆกลับไปให้ 

 

“ไม่เป็นไรครับ” แม็คตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ 

“แต่พี่เชื่อใจนันมันนะ พี่อธิบายไม่ถูกหรอก ว่าทำไมถึงเชื่อใจ แล้วพี่เองก็เชื่อใจตัวเองพี่เองด้วย ว่าไม่มีทางหวั่นไหวไปกับคนอื่น” แม็คบอกออกมาตามที่รู้สึก  

 

“พี่แม็คพูดแบบนี้เหมือนตัดกำลังใจอ้อนเลยอ่ะ” เด็กหนุ่มพูดเสียงกระเง้ากระงอด แม็คก็หัวเราะขำนิดๆ 

 

“จริงๆอ้อนไม่ได้ชอบพี่ในแง่นั้นหรอก แค่รู้สึกปลื้มเท่านั้นเอง จริงมั้ยล่ะ” แม็คถามกลับไป อ้อนนิ่งคิด ก่อนจะพยักหน้ารับ เพราะมันเป็นเรื่องจริง ถึงแม้ว่าตอนแรกจะสนใจแม็ค แต่พอรู้ว่าแม็คมีแฟนแล้ว อ้อนก็เลยไม่คิดอะไรต่อ แต่ที่ยังวอแวอยู่เพราะหมั่นไส้นันที่ชอบแกล้งเขาเท่านั้นเอง 

 

“นั่งเล่นด้วยคน” เสียงทุ้มของนันดังขึ้น ทำให้แม็คหันไปมองก็เห็นนันกับโอมเดินลงมาหาพวกเขาที่ริมน้ำ  

 

“พี่นัน ผมอยากหุ่นแบบพี่บ้าง ต้องทำยังไง” ออฟถามขึ้นทันที นันนั่งลงข้างๆแม็ค ส่วนโอมก็ถอดเสื้อลงไปนั่งแช่ในน้ำ เพราะเป็นโขดหิน 

 

“ออกกำลังกาย” นันตอบสั้นๆ พร้อมกับยกแขนไปพาดไหล่ของแม็คเอาไว้ 

 

“แล้วรอยสัก พี่นันสักมานานรึยังครับ” ออฟถามต่อ เหมือนว่าตอนนี้ออฟยกนันเป็นไอดอลของตัวเองไปแล้ว 

 

“นานแล้ว แต่ถ้าคิดจะสักน่ะ คิดให้ดีๆก่อนนะ มันไม่ใช่การเพ้นท์ที่จะลบออกได้ง่ายๆ” นันเตือนออกมา ออฟก็ตอบรับ 

“แล้วนั่นน่ะ มองอะไร ไม่เคยเห็นคนกอดเมียตัวเองรึไง” นันหันไปถามอ้อนที่มองแม็คกับนันสลับไปมา อ้อนหน้าบึ้งทันที 

 

“ไม่รู้พี่แม็คไปชอบพี่ได้ยังไง แตกต่างกันซะขนาดนี้” อ้อนแขวะกลับเพราหมั่นไส้นันที่ชอบแกล้งแหย่เขาเรื่องแม็ค  

 

“กูจับมันปล้ำทำเมียก่อน” นันตอบกลับไปตรงๆ ทำให้อ้อนหน้าแดงทันที 

 

“ไม่คุยกับพี่แล้ว พูดออกมาได้ ไม่คิดว่าพี่แม็คจะอายบ้างรึไง อ้อนไปเล่นน้ำต่อดีกว่า ออฟไปเล่นตรงโน้นกัน” พูดจบเด็กหนุ่มก็เรียกแฝดของตัวเองไปเล่นน้ำ ออฟเลยต้องว่ายไปเล่นกับอ้อน เพราะห่วงแฝดตัวเองโอมเองก็ยิ้มขำให้กับท่าทีของน้องชายตัวเอง ที่เถียงนันไม่ได้  

 

“มึงอายเหรอ” นันแกล้งถามออกมา  

 

“กูเริ่มจะซึบซับความหน้าหนาจากมึงมาบ้างแล้วล่ะ” แม็คตอบประชดกลับไป นันหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ ก่อนจะขยับลงไปในน้ำ แล้วไปนั่งแช่น้ำพิงโขดหินใกล้ๆ ระดับอยู่ประมาณอกของนัน เพราะเขานั่งตรงที่น้ำตื้นๆ 

 

“ลงมา” นันเรียกแม็คให้ลงมาแช่น้ำกับเขา แม็คก็ขยับลงไปอย่างไม่อิดออด นันดึงแม็คให้มานั่งหันหลังตรงระหว่างขาของเขา โดยให้พิงอกแกร่งของนันเอาไว้ 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++50%+++++++++++++++++++++++ 

 

“ทำไมต้องให้นั่งแบบนี้วะ” แม็คถามเสียงไม่ดังมากนัก เพราะรู้สึกขัดเขินกับสายตาของอ้อนและออฟที่มองมา

“กูพอใจแบบนี้” นันตอบกลับ แม็คถอนหายใจเบาๆให้กับความเอาแต่ใจของคนรัก นันเอาขาเกี่ยวเอวของแม็คเอาไว้ แล้วรับเบียร์ที่โอมส่งมาให้ มาดื่มต่อ แม็คก็เอามือวักน้ำเล่นไปเรื่อย

“ตกลงพรุ่งนี้ไปล่องแก่งกันมั้ย” โอมถามขึ้นอีกครั้ง แม็คหันมามองหน้านันเพื่อถามความคิดเห็น

“อยากเล่นมั้ย” นันถามแม็คกลับไป

“กู..ไม่เคยเล่น” แม็คตอบเสียงอ่อยๆ เพราะเขาไม่ค่อยเที่ยวธรรมชาติมากนัก เริ่มมาเที่ยวก็ตอนที่ได้คบกับนัน ส่วนใหญ่เมื่อก่อนจะเข้าผับเข้าบาร์ ไปสนามแข่งรถ ไปเที่ยวทะเลแบบกินหรูอยู่สบายเสียมากกว่า แทบจะไม่เที่ยวธรรมชาติป่าไม้เลย เพราะมันไม่มีแสงสี

“งั้นเล่น” นันหันไปตอบโอม โอมหัวเราะออกมาเบาๆ

“อยากให้ไอ้แม็คมันลองเล่นใช่มั้ย” โอมถามอย่างนึกขำ นันก็ยกยิ้มเล็กน้อย

“เดี๋ยวนะ กูว่ากูเพิ่งสังเกตเห็น ไอ้นัน มึงสักชื่อไอ้แม็คเหรอวะ” โอมพยักหน้าไปที่มือขวาของนัน เพราะเขาเพิ่งเห็นจริงๆ นันยกขึ้นมาดูแล้วพยักหน้ารับ

“พี่นันสักชื่อพี่แม็คจริงๆเหรอครับ” ออฟที่ได้ยินรีบว่ายน้ำเข้ามาดูด้วย นันก็ยื่นให้ดู

“โห พี่เจ๋งจริง” ออฟพูดขึ้นมาอย่างนึกทึ่ง

“อย่าริทำตามล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็ก” นันเตือนเอาไว้ก่อน แล้วเขาก็เงียบไป เมื่อได้ยินเสียงมือถือดังแว่วๆอยู่ตรงชานที่เขานั่งกันอยู่ก่อนหน้านี้

“เสียงมือถือของมึงรึเปล่าแม็ค” นันถามขึ้น เพราะจำเสียงมือถือของคนรักได้ แม็คเงียบฟังก่อนจะพยักหน้ารับ

“เออว่ะ เดี๋ยวกูขึ้นไปดูก่อน” แม็คพูดพร้อมกับทำท่าจะลุกจากการแช่น้ำ

“ไม่ต้องมึง เดี๋ยวกูไปเอามาให้” โอมพูดขึ้น เพราะเขานั่งอยู่ใกล้ทางขึ้นที่สุดแล้ว โอมลุกเดินขึ้นไปบนชานแล้วหยิบมือถือของแม็คขึ้นมาดู

“คนชื่อเท็นโทรมาว่ะ” เสียงของโอมตะโกนบอก ทำให้แม็คหันไปมองหน้านันทันที

“มึงรับเลย บอกว่าไอ้แม็คไม่ว่างคุยด้วย” นันพูดกลับไป โอมมองหน้าแม็ค แม็คก็พยักหน้ารับเพื่อยืนยันคำพูดของนัน โอมเลยกดรับสายแทนให้ โอมพูดคุยกับอีกฝ่ายไม่นานนักก็วางสายไป

“อย่าบอกนะว่ากิ๊กมึง” โอมแกล้งถาม เมื่อถือมือถือของแม็คลงมาด้วย

“กิ๊กบ้านมึงสิ” แม็คว่ากลับไป

“แต่เค้าก็สนใจมึงใช่ไหม” โอมถามต่อ แม็คก็พยักหน้ารับ โอมหันไปมองนันต่ออีกคน

“มึงรู้?” โอมถามสั้นๆ

“เออ เคยเจอมาแล้ว ตอนแรกมันคิดว่ากูเป็นคนขับรถของไอ้แม็ค” นันพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ก็เหมือนอยู่นะครับ” เสียงของอ้อนที่เงียบไปก่อนหน้านี้ดังขึ้น เพราะฟังพวกพี่ๆคุยกันไปด้วย เล่นน้ำไปด้วย นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ ไม่ได้ไม่พอใจอะไรกับน้องชายของโอม

“แล้วมึงทำไงวะ” โอมถามอย่างนึกขำ พลางคิดว่าถ้าเป็นเขาคงเสียเซลฟ์ไม่น้อยที่โดนทักว่าเป็นคนขับรถของแฟนตัวเอง

“โดนไอ้นันแกล้งกลับไปแล้ว ที่โทรมาสงสัยยังไม่เข็ด” แม็คตอบแทนออกมาอย่างเหนื่อยใจ

“เสน่ห์แรงจังวะ” โอมถามยิ้มๆ แม็คยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่องอื่น และไม่สนใจเรื่องของเท็นที่โทรเข้ามาอีก

แปะ แปะ

“หืม อะไรวะ อยู่ๆฝนก็ตกซะงั้น” โอมพูดขึ้น เมื่อเม็ดฝนกำลังตกลงมา

“ขึ้นบ้านเถอะ” นันบอกออกมา เพราะไม่อยากให้แม็คแช่น้ำพร้อมกับน้ำฝนแบบนี้ โอมเลยเรียกฝาแฝดทั้งสองให้ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เพราะฝนเริ่มจะลงเม็ดหนักขึ้น พวกเขารีบพากันขึ้นไปบนชานบ้านที่มีหลังคาคลุม โอมเดินไปเอาชุดคลุมและผ้าขนหนูมาให้ทุกคน เพราะต้องเดินเข้าไปในบ้าน นันกับแม็คก็พากันขึ้นไปบนห้อง

“มึงไปอาบน้ำก่อนไป” นันพูดขึ้น ใจจริงเขาอยากจะอาบน้ำพร้อมคนรักเลยด้วยซ้ำ แต่กลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้ เขาไม่อยากให้แม็คมาป่วยก่อนได้ล่องแก่ง

“ไม่อาบพร้อมกันเหรอ” แม็คถามขึ้น

“อยากโดนเอารึไง กูอุตส่าห์ให้โอกาสอาบคนเดียวแล้วนะ” นันพูดพร้อมกับยกยิ้มร้ายๆแม็ครีบเดินเข้าห้องน้ำทันทีโดยไม่ถามต่อ นันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมายืนสูบตรงระเบียงห้อง ยังดีที่ฝนไม่สาดลงมา ฝนเริ่มตกหนักขึ้นพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง ควันสีขาวที่ถูกพ่นออกจากจมูกและริมฝีปาก ลอยคละคลุ้งอยู่รอบๆตัวของนัน โดยที่เจ้าตัวก็ยืนคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย

จนกระทั่งแม็คอาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมามองร่างแกร่งของคนรักที่ยืนหันหลังให้กับเขาตอนนี้ แม็คเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขากำลังเอาผ้าขนหนูผืนเล้กเช็ดผมไปด้วย แม็คเดินเข้ามาหานันทางด้านหลัง ก่อนจะยืนซ้อนแล้วเอาหัวพิงแผ่นหลังของนัน นันเลิกคิ้วนิดๆ เขาพ่นควันบุหรี่ทิ้งท้ายก่อนจะขยี้ลงที่เขี่ยบุหรี่ แล้วยกมือปัดควันให้ออกห่างจากตัวเองเขา เพราะไม่อยากให้ควันลอยไปหาแม็ค

“อ้อนเหรอวะ” นันถามกลับไป

“ไม่ใช่ อ้อนอยู่กับออฟ” แม็คตอบกลับ ทำให้นันหัวเราะในลำคอออกมา เมื่อโดนคนรักเล่นมุกกลับ นันหันมาหาแม็คแล้วรั้งเอวของแม็คให้เข้ามาแนบชิดกับร่างแกร่งของตัวเอง

“เดี๋ยวนี้หัดกวนตีนนะมึง” นันพูดกลับไปยิ้มๆ แม็คก็หัวเราะออกมาเบาๆ เขามองลงมาที่อกแกร่งของคนรัก แล้วรู้สึกร้อนหน้าวูบวาบ เพราะนันอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ผ้าที่ไขว้กันตรงอกเปิดออกจนเห็นกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น แต่ไม่ได้ใหญ่โตจนดูน่ากลัวแต่อย่างไร

“ชอบล่ะสิ” นันแกล้งถามขึ้นมา

กึก..

แม็คโน้มใบหน้าไปกัดที่อกแกร่งของนันอย่างหมั่นไส้ นันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือจิกเส้นผมที่ท้ายทอยของแม็คไม่แรงมากนัก แล้วรั้งหัวของแม็คให้ผละออกจากอกของเขา

“อยากให้กูรุนแรงก็บอกกันดีๆก็ได้ กูจัดให้มึงได้เสมอ” นันพูดขึ้น ก่อนจะประกบจูบแม็คทันที

“อื้อออ” แม็คส่งเสียงประท้วงในลำคอ เขาก็แค่อยากแกล้งคนรักเท่านั้น นันดันร่างเพรียวของแม็คให้เดินถอยไปที่เตียง แม็คก็ขืนตัวเองไม่ได้ เพราะนันแรงเยอะ จนแม็คเสียหลักเพราะเขาไปโดนขอบเตียง นันรวบเอวของแม็คเอาไว้ไม่ให้หงายหลังไป แต่นันเป็นฝ่ายประคองตัวของแม็คให้นอนลงบนเตียงด้วยตัวเอง

“อื้อ..นัน ไม่เอา” แม็คส่งเสียงห้ามออกมา พร้อมกับหันหน้าหนีการบดจูบของคนรัก

“มึงยั่วกูก่อนนะ” นันพูดเสียงพร่า ร่างแกร่งของเขาทาบทับร่างกายของแม็คเอาไว้อยู่

“กูแค่หมั่นไส้มึง” แม็คตอบกลับ หัวใจเต้นระรัวและร้อนวูบวาบในช่องท้องไม่น้อย เพียงแค่โดนนันจูบ

“แล้วยังไง” นันถามกลับไปต่อ แววตาของนันพราวระยับ บ่งบอกถึงความต้องการได้เป็นอย่างดี

“ไม่ทำตอนนี้ได้มั้ยวะ” แม็คร้องขอ พลางนึกด่าตัวเองในใจว่าไม่ควรเริ่มเลยจริงๆ

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงกับตรงนี้ของกู” นันจับมือของแม็คเลื่อนลงไปที่กลางกายของเขา ซึ่งตอนนี้กำลังตื่นตัวขึ้นมา แม็คตาโตเล็กน้อย เมื่อมือสัมผัสถึงความแข็งขืนภายในชุดคลุมอาบน้ำ แม็คเม้มปากนิดๆอย่างลังเลใจ นันเลื่อนมืออีกข้าง ส่งนิ้วยาวไปเกลี่ยที่ริมฝีปากของแม็คแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“ถ้าไม่อยากให้กูทำ งั้นมึงก็ใช้ปากทำให้กูสิ” นันพูดขึ้น แม็คใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นด้วยและประหม่าด้วย

“ก็..ได้” แม็คตอบตกลง เพราะอย่างน้อยเขาก็จะไม่เจ็บตัวในวันนี้ นันยกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้คำตอบที่ต้องการจากคนรัก เขาจึงยันตัวเองลุกลงมาที่ปลายเตียง พร้อมกับดึงแม็คให้ลุกนั่งด้วย

“มานั่งตรงนี้” นันดึงให้แม็คมานั่งตรงปลายเตียง โดยวางเท้าไว้ที่พื้นห้อง ส่วนนันก็ยืนอยู่ตรงด้านหน้าของแม็ค ซึ่งใบหน้าของแม็คจะอยู่ในระดับเดียวกับกลางกายของนันพอดี นันถอดเชือกที่รัดชุดคลุมออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่ตื่นตัวขึ้นมา แต่นันไม่ได้ถอดชุดคลุมออกจากร่างกายแต่อย่างไร

“เอาสิ ทักทายมันหน่อย” นันพูดขึ้นยิ้มๆ

“โรคจิต ชอบแกล้งกู” แม็คว่าไปอย่างนั้นเอง เพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขินของตนเอง

“แต่มึงก็ชอบให้กูทำโรคจิตใส่ไม่ใช่รึไง” นันพูดก่อนจะจับแท่งร้อนของตัวเองไปตีที่ปากของคนรัก แม็คยกมือฟาดต้นขาของนันอย่างหมั่นไส้

“หึหึ” นันหัวเราะในลำคอ ทำให้แม็คหน้าแดงก่ำ แต่เจ้าตัวก็ยอมยกมือขึ้นมาจับแท่งร้อนของนันเอาไว้ แม็คช้อนสายตามองนันเล็กน้อย แล้วค่อยๆใช้ปลายลิ้นแตะไปที่ส่วนปลายแท่งร้อนของนัน นันหรี่ตาเล็กน้อยด้วยความเสียว แล้วแม็คก็ใช้ลิ้นเลียไปตามความยาวของแท่งร้อนคนรัก ที่ตนเองจับเอาไว้ จนส่วนปลายยอดแท่งร้อนของนันมีน้ำใสปริ่มออกมา เพราะความเสียวซ่าน

“อืมมม..ดีมาก” นันครางออกมาจากลำคอ ก่อนที่แม็คจะค่อยๆใช้โพรงปากอุ่นครอบครองแท่งร้อนของนันเข้าไป แล้วรูดรั้ง ดูดเม้ม

“ซี๊ดด” นันแอ่นสะโพกตัวเองเล็กน้อย พร้อมกับลูบหัวของแม็คเพื่อระบายความเสียวไปด้วย เขาก้มมองคนรักที่กำลังใช้ริมฝีปากเพื่อปลดปล่อยให้กับเขา แม็ครูดรั้งเร็วขึ้น ลิ้นก็ละเลงอย่างรู้งาน ทำให้นันครางออกมาด้วยความพึงพอใจ

“แบบนั้นล่ะ..ซี๊ดดด..อ่า..” นันส่งเสียงครางกระเส่า พร้อมกับขยับโยกสะโพกตัวเองด้วย

“อื้ออ” แม็คส่งเสียงออกมา พร้อมกับขืนตัวเองเล็กน้อย เมื่อนันโยกสะโพกทำให้แท่งร้อนของนันเข้ามาในปากของแม็คลึกเกินไป เพราะแม็คไม่สามารถครอบครองแท่งร้อนของนันได้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือก็ใช้มือช่วยรูดรั้งไปด้วย

“หึหึ” นันหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ เมื่อเห็นว่าแม็คทำท่าจะสำลัก เขาเลยขยับสะโพกในจังหวะตื้นๆ แม็คผละริมฝีปากออกมาหายใจบ้างเป็นระยะ แม็คทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อให้คนรักพึงพอใจ จนนันเริ่มใกล้ถึงจุดปลดปล่อย นันส่งเสียงคำรามออกมาจากลำคอ

“ฮึ่มมม เร็วอีก..อ่า..อีกนิด” นันส่งเสียงบอกออกมา แม็คก็รูดรั้งริมฝีปากเร็วขึ้น นันเหมือนจะทนไม่ไหว เขายึดหัวของแม็คเอาไว้แล้วโยกสะโพกด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าจะพยายามให้เข้าออกในจังหวะตื้นๆแล้ว แต่ก็เผลอขยับแรงทำให้แม็คต้องตีขาของคนรักให้เบาแรงลง สุดท้ายแล้วนันก็ถอนแท่งร้อนของตัวเองออกมาพร้อมกับปลดปล่อยใส่หน้าของแม็ค ทำให้แม็ครีบหลับตาทันที

“อืมมม” นันส่งเสียงในลำคออย่างพอใจ เมื่อตัวเองปลดปล่อยออกมาแล้ว เขามองใบหน้าของคนรักที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำรักของเขาอย่างพอใจ

“ทำไมต้องปล่อยใส่หน้ากูด้วย” แม็คบ่นเล็กน้อย แต่ในใจก็ตื่นเต้นไปด้วยเหมือนกัน นันไม่ค่อยปล่อยน้ำรักใส่หน้าของเขาแบบนี้

“เซ็กซี่ฉิบหาย” นันพูดขึ้นพร้อมกับหายใจหอบนิดๆ

“ไปล้างหน้า” นันพูดขึ้น แม็คเลยรีบลุกไปล้างหน้าที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว พอแม็คล้างหน้าเสร็จ นันก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง แม็คนั่งรอนันด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นแรงอยู่ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกอายอยู่บ้าง แต่เขาก็พอใจ ที่ทำให้คนรักมีความสุขได้ แล้วอีกอย่าง แม็คคิดว่าเขาสองคน ไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ด้วยกันได้บ่อยๆ เพราะมีช่วงที่ต้องห่างไกลกัน แม้แต่อ้อมกอดก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้ จนกว่าจะได้มาเจอกัน

“ฝนยังตกหนักอยู่เลย” แม็คพูดขึ้น เมื่อนันออกมาใส่เสื้อผ้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ

“พูดกลบเกลื่อนเรื่องที่เพิ่งทำไปเมื่อกี้เหรอวะ” นันแกล้งถาม แม็คเม้มปากเล็กน้อย

“แล้วถ้ามึงไม่พูดถึงจะตายรึไง” แม็คเถียงกลับไปไม่จริงจังนัก นันหัวเราะออกมาเบาๆ พอแต่งตัวเสร็จก็เดินมานั่งซ้อนแม็คจากทางด้านหลัง แล้วโอบกอดแม็คเอาไว้ โดยเอาคางเกยที่ไหล่ของแม็ค

“จะตายเพราะปากเมียนี่แหละ ดูดเก่ง เลียเก่ง โอ๊ยย” นันแกล้งพูดข้างหูของแม็ค ก่อนจะโดนแม็คเอาศอกถองเข้าไปที่สีข้างอย่างหมั่นไส้ ใบหน้าของแม็คแดงก่ำ ถึงจะรู้ดีว่านันชอบแกล้ง ชอบพูดอะไรออกมาตรงๆแบบนี้ แต่แม็คก็ยังรู้สึกเขินอยู่ดี

“กูไม่รู้จะด่ามึงคำไหนแล้วนะนัน” แม็คว่าออกมาไม่จริงจังนัก เพราะเขายังร้อนหน้าวูบวาบอยู่เลย

“ด่ามาเหอะ กูไม่สะเทือนสักคำอยู่แล้ว” นันพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ แม็คถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับคนรัก แต่การที่นันเป็นแบบนี้ ก็ทำให้แม็ครักได้เหมือนกัน

“ฝนจะหยุดตกเมื่อไรไม่รู้ นี่กูพูดเรื่องฝนจริงๆ ไม่ได้กลบเกลื่อนอะไรทั้งนั้นแหละ” แม็คพูดเรื่องฝนอีกครั้งและพูดดักออกมาเช่นเดียวกัน

“หึหึ จะเอาอะไรกับสภาพอากาศประเทศไทย นึกอยากจะร้อนก็ร้อน นึกอยากจะฝนตกก็ตก” นันบอกกลับ พร้อมกับมองออกไปที่นอกระเบียง เพราะตอนแรกแดดยังร้อนอยู่เลย จู่ๆฝนก็ตกหนักซะงั้น

ครืนนน เปรี้ยง!

อยู่ๆฟ้าก็ร้องดังคำรามไปทั่วท้องฟ้าแล้วเสียงเหมือนฟ้าผ่าก็ดังขึ้นมาทำให้แม็คสะดุ้งด้วยความตกใจ จนนันต้องกอดเอาไว้แน่น

พรึ่บ..

“เจริญ..ไฟดับ” นันพูดขึ้น เมื่ออยู่ๆไฟในห้องก็ดับลง ยังดีที่ฟ้ายังไม่ได้มืด ยังพอมีแสงจากด้านนอกเข้ามาในห้องบ้าง

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ครบ 100 แล้วค่ะ

อาจจะดูเรื่อยๆไปหน่อยนะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น