mimosa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 : ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสถูกใส่ร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสถูกใส่ร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 153

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2562 00:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสถูกใส่ร้าย
แบบอักษร

 

 

 

ช่วงบ่ายแฮร์รี่มีสอนเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟกับเรเวนคลอ แน่นอนว่ามันผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเด็กคนไหนอยากลงเอยแบบรอน วีสลีย์ เมื่อเขาอธิบายเหตุผลให้ฟังแบบเดียวกับที่อธิบายให้เด็กอีกสองบ้านฟังทุกอย่าง  ตอนนี้อาจราบลื่นแต่แฮร์รี่รู้ว่าในไม่ช้า เขาจะต้องโดนตำหนิที่ทำรอนเข้าห้องพยาบาล

แฮร์รี่ถอนหายใจขณะเดินไปห้องโถงกลางเพื่อทานอาหารค่ำ ‘ส่งจดหมายบอกแด๊ดดี้ไว้ก่อนเลยดีไหมนะ?’ แฮร์รี่คิด เผื่อในกรณีที่ผู้ปกครองของคุณวีสลีย์ต้องการเอาเรื่องเขา เด็กหนุ่มนึกภาพออกเลยว่าตาเฒ่าอัลบัสจะต้องเป็นตัวยุยงให้อาจารย์ประจำบ้านและผู้ปกครองเด็กนั่นตำหนิเอาเรื่องให้ถึงที่สุด รวมถึงหาทางไล่เขาออกด้วย ทีนี้แผนการที่จะให้ควิรินัส ควีเรลล์มาเป็นอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแทนเขาก็จะสำเร็จ

‘บอกแด๊ดดี้ไว้ก่อนดีกว่า’ แฮร์รี่ตัดสินใจ ‘ในเมื่อเรามีเส้นสาย ก็ขอใช้ให้เป็นประโยชน์สักหน่อยแล้วกัน’ เด็กหนุ่มยิ้มและหัวเราะเบาๆกับความคิดนั้น ด้วยความที่มัวแต่คิดหาทางรับมือกับเหตุการณ์หลังจากนี้ ทำให้แฮร์รี่ไม่ทันได้ระวังใครบางคนที่เดินออกมาจากทางหัวมุม

 

เซเวอร์รัสรีบเดินไปยังห้องโถงกลางเพื่อทานอาหารค่ำและเจอหน้าใครบางคน ซึ่งใครบางคนที่ว่าก็คือศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัส

วันนี้ไม่ใช่วันดีของเขาเลย ในชั่วโมงเรียนของเด็กปีหนึ่ง เด็กลองบัตท่อมทำหม้อปรุงยาระเบิดและได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าห้องพยาบาล

นี่ขนาดเขาค่อยๆสอนและให้จับคู่กับเด็กเกรนเจอร์ ยังทำหม้อปรุงยาระเบิดได้ ไม่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่ใช้อะไรคิด ถึงคิดเอาเจ้าเด็กนี่ไปต่อสู้กับจอมมาร นอกจากเกิดวันเดียวกันกับเด็กพอตเตอร์นั่นก็ไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่าง ทั้งขี้กลัว,ซุ่มซ่ามและไม่ได้เรื่อง นี่คิดจะส่งไปให้จอมมารฆ่าหรือไง?

เซเวอร์รัสปวดหัวตุบๆกับเด็กชายผู้เป็นความหวังของโลกเวทมนตร์คนใหม่ อาจารย์ใหญ่กำชับนักหนาว่าให้พวกเขาใส่ใจและสอนเด็กลองบัตท่อมดีๆเพื่อพร้อมรับมือกับลอร์ดโวลเดอร์มอร์ แน่นอนว่าอัลบัส ยังคงปฏิบัติกับแฮร์รี่เหมือนไร้ตัวตนและไม่ให้มีส่วนร่วมในงานของพวกเขาซึ่งเซเวอร์รัสและบรรดาอาจารย์คนอื่นๆล้วนไม่พอใจ

‘จะระแวงอะไรนักหนานั่นมันหน้าที่ฉันไม่ใช่รึไง?’ เซเวอร์รัสคิดอย่างฉุนเฉียวและโดยไม่ทันระวังตัว เขาก็ชนกับใครบางคนตรงหัวมุม เมื่อได้กลิ่นพีชกับไลแลคอันเป็นเอกลักษณ์ เซเวอร์รัสรู้ทันทีว่าคนที่เขาชนคือแฮร์รี่ จึงรีบคว้าตัวอีกฝ่ายก่อนจะล้ม เขาคว้าแขนคนอายุน้อยกว่าดึงมาซบอกแล้วโอบเอวไว้ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียหลัก

แฮร์รี่กะพริบตาปริบๆ เงยหน้าสบตาเซเวอร์รัส ดวงตาสีเขียวทรงเสน่ห์ที่จ้องมองมาในระยะประชิดทำสเนปหยุดหายใจ ทว่าหัวใจไม่หยุดเต้น ในทางกลับกัน มันกลับเต้นแรงจนเขารู้สึกปวดอก!!!

‘ใกล้เกินไปแล้ว!!’ เซเวอร์รัสทำอะไรไม่ถูก เขาควรปล่อยแฮร์รี่ได้แล้วแต่อีกใจกลับไม่อยากปล่อยและไอ้ร่างกายทรยศนี่ดันเลือกไม่ยอมปล่อยเสียด้วย!!!

“หืม?” แฮร์รี่รับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจากมือที่วางอยู่บนอกสเนป เขาเอียงซบอกเพื่อฟังเสียงมันให้ชัดเจน ‘อืม มันเต้นแรงจริงๆด้วย’ แฮร์รี่คิด โดยหารู้ไม่...หรือบางทีอาจไม่สนใจ ว่าการกระทำของตัวเอง หัวใจชายหนุ่มยิ่งเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม พร้อมหน้าร้อนฉ่า “หัวใจคุณ เต้นแรงจังศาสตราจารย์สเนป”

‘ก็เพราะเธอนั่นแหละ!!!’ เซเวอร์รัสตะโกนในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป เขาหน้าแดงทั้งสีหน้าเรียบเฉย

“คุณตื่นเต้นอะไรหรอครับ ศาสจารย์สเนป?” แฮร์รี่เอียงหน้า ช้อนตาขึ้นมอง ซึ่งทำเขาใจเต้นแรงมากกว่าเดิมจนแฮร์รี่รู้สึกได้ เด็กหนุ่มหัวเราะ “หรือว่า ที่คุณหัวใจเต้นแรงขนาดนี้ เป็นเพราะ ผม?”

‘ขนาดนี้ยังต้องถามอีกเรอะ!!!’ เซเวอร์รัสตะโกนในใจอีกครั้ง และเช่นเดิม เขาไม่พูด ชายหนุ่มสูดลมหายใจ กลิ่นพีชกับไลแลคช่วยให้เขาผ่อนคลายและใจเย็นลง จนเมื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองได้ เขาจึงผละถอยเว้นระยะห่างจากเด็กหนุ่ม เซเวอร์รัสกระแอม ทำราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อุณหภูมิร่างกายเขาสูงขึ้น” ชาร์ลัสกระซิบ “เขาชอบเจ้านาย”

“ใช่” แฮร์รี่กระซิบกลับ เขารู้ว่าสเนปชอบเขา ถึงแฮร์รี่จะสนใจเซเวอร์รัส แต่ตอนนี้หัวใจของเขายังคงมีแค่ป๋าคนเดียวเท่านั้น “ดีแล้วที่เขาชอบฉัน”

“ขอโทษด้วย” เซเวอร์รัสกล่าว

“ไม่หรอกครับ ผมสิต้องเป็นฝ่ายขอโทษ พอดีผมใจลอยไปหน่อยน่ะเลยไม่ทันระวังตัว” แฮร์รี่บอก

“ฉันเองก็ใจลอย” เซเวอร์รัสบอกตามตรง  ชายหนุ่มถอนหายใจกับเรื่องน่าปวดหัวในวันนี้ แต่พอได้เห็นหน้าแฮร์รี่ อาการปวดหัวก็หายไปทันที “เธอล่ะเป็นยังไงบ้าง? สอนวันแรกผ่านไปได้ด้วยดีไหม?”

“ผ่านไปได้ด้วยดีครับ” แฮร์รี่ยิ้ม แต่พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วโมงเรียนแรกของเขา รอยยิ้มนั้นก็หายไป เด็กหนุ่มถอนหายใจ หันหน้าไปทางอื่น “แต่เกิดปัญหาในชั่วโมงเรียนแรก แบบว่า มีนักเรียนปีหนึ่งบ้านกริฟฟินดอร์ชื่อ โรนัลด์ วีสลีย์ เขาอยากลองใช้คาถาปลดอาวุธ ผมห้ามและเตือนเขาแล้วว่าเด็กปีหนึ่งยังไม่พร้อมจะใช้คาถานี้แต่เขามั่นใจว่าเขาสามารถทำได้ ผมคิดว่าในเมื่อห้ามแล้วไม่ฟัง ก็ให้เขาเจอของจริงเองกับตัว เพราะผมลองพิจารณาดูแล้ว มันไม่อันตรายเท่าไร ดังนั้น จึงปล่อยให้เขาลองร่ายคาถาปลดอาวุธและ คุณวีสลัย์ก็สลบทันทีผมจึงให้นักเรียนพาเขาไปส่งห้องพยาบาล”

“คาถาปลดอาวุธ? มันไม่ได้อยู่ในหลักสูตรของชั้นปีหนึ่งไม่ใช่หรือ?” เซเวอร์รัสถาม

“ไม่มีครับ” แฮร์รี่ตอบ

“แล้วทำไมคุณวีสลีย์ถึงรู้คาถานี้?” เซเวอร์รัสไม่เชื่อว่าเด็กวีสลีย์นั่นจะฉลาดพอจำคาถาบทนี้มาจากคนอื่น ยิ่งอ่านหนังสือเจอยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เข้าไปใหญ่ “เธอเป็นคนสอน?”

“เปล่าครับ คุณเกรนเจอร์เป็นคนเสนอคาถานี้ในชั้นเรียน” แฮร์รี่ถอนหายใจ “บางทีผมอาจจะผิดเองที่เป็นฝ่ายบอกให้นักเรียนเสนอคาถาที่อยากเรียนในห้อง ผมคงประมาทไป ไม่ทันคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะรู้จักคาถานี้แล้ว”

“มันไม่มีในหลักสูตรเด็กปีหนึ่ง” เซเวอร์รัสบอก “ต่อให้เด็กเกรนเจอร์นั่นอ่านหนังสือปีหนึ่งหมดทั้งเล่มก็ไม่มีทางเจอคาถาบทนี้ ดังนั้น เด็กนั่นต้องอ่านเจอมาจากที่อื่นแน่”

“จากห้องสมุด?” แฮร์รี่แกล้งสงสัย ทั้งๆที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าเฮอร์ไมโอนี่รู้คาถานี้จากหนังสือที่อาจารย์ใหญ่มอบให้ “ท่าทางเธอเป็นเด็กฉลาด ผมไม่แปลกใจเท่าไรถ้าเธอจะเจอมันในห้องสมุด”

“สอดรู้ไปเสียทุกเรื่องมากกว่า” เซเวอร์รัสทำเสียงขึ้นจมูก แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ ยิ้มเห็นด้วยกับอีกฝ่าย

“จะอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการที่คุณวีสลีย์ต้องเข้าห้องพยาบาลแบบนี้ ทั้งอาจารย์ใหญ่,ศาสตราจารย์มักกอนนากัลและผู้ปกครองคุณวีสลีย์คงไม่พอใจผม” แฮร์รี่กุมขมับ “ผมนึกภาพออกเลยว่าตัวเองต้องถูกเรียกไปตำหนิก่อนโดนไล่ออกแน่”

“ไม่หรอก” เซเวอร์รัสใจหายเมื่อคิดว่าแฮร์รี่จะโดนไล่ออก เขาไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก!! “เธอไม่โดนไล่ออกหรอก”

“ผมก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น” แฮร์รี่ยิ้มอ่อนล้า เหนื่อยใจว่าอัลบัสคงต้องพยายามยัดเยียดข้อหาบีบบังคับให้เขาลาออกจากการเป็นอาจารย์แน่ “แย่จังที่การสอนวันแรกผมก็ทำหน้าที่อาจารย์ได้ไม่ดีเสียแล้ว”

“ใครๆก็พลาดกันได้” เซเวอร์รัสปลอบ “และมันเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บในชั่วโมงเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดพอๆกับชั่วโมงปรุงยานั่นแหละ”

 “ขอบคุณที่ให้กำลังใจผมนะ” แฮร์รี่ยิ้ม “แล้วคุณล่ะครับ? การสอนวันนี้เป็นยังไงบ้าง?”

“จะอะไรเสียอีก ก็เหมือนเดิม มีแต่พวกเด็กหัวขี้เลื่อย” เซเวอร์รัสกอดอกทำเสียงขึ้นจมูก

“โดยเฉพาะพวกกริฟฟินดอร์” แฮร์รี่กับเซเวอร์รัสพูดประโยคนี้พร้อมกัน เซเวอร์รัสสบตาแฮร์รี่ที่ส่งยิ้มมาให้เขาอย่างรู้ทันก่อนจะหัวเราะ เซเวอร์รัสยิ้มเอ็นดูกับท่าทางของอีกฝ่าย

พวกเขาคุยกันตลอดทางเดินไปห้องโถงกลาง สเนปบ่นเรื่องอัลบัสกับเด็กลองบัตท่อมให้แฮร์รี่ฟัง สำหรับเนวิลล์แฮร์รี่ลงความเห็นว่าต้องรอดูไปก่อน ถ้าเด็กนั่นไม่มีการพัฒนาก็ไม่ควรเอาความหวังของโลกเวทมนตร์ไปฝากไว้กับอีกฝ่าย ส่วนอัลบัส แฮร์รี่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้มากนัก เขาเพิ่งมาใหม่ จะแปลกอะไรถ้าอาจารย์ใหญ่ไม่ไว้ใจเขา

“มันไม่ยุติธรรม” สเนปพูด “เธอไว้ใจได้”

“ทำไมคุณถึงคิดงั้น?” แฮร์รี่ถาม

“ฉันรู้ก็พอ” เซเวอร์รัสมองคนออก และเขามองว่าแฮร์รี่เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาในตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่เคร่งครัดจนเกินไป โดนล้างสมองโดยตาแก่ตัณหากลับทำให้เขาอ่อนต่อโลก เด็กหนุ่มใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้เนี้ยนะไว้ใจไม่ได้? เขาคิดว่าแฮร์รี่ยังจะดูน่าเชื่อถือกว่าอาจารย์ใหญ่ด้วยซ้ำ

“คุณอาจคิดแบบนั้น ซึ่งต้องขอบคุณมาก” แฮร์รี่เอ่ย “แต่ อาจารย์ใหญ่เขามีอำนาจ เขาเป็นคนตัดสินใจว่าผมไว้ใจได้หรือไม่”

“นี่มันเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด” เซเวอร์รัสกล่าว

“ก็เห็นๆกันอยู่” แฮร์รี่ยักไหล่ “แต่ผมไม่สนหรอก และถ้ามีอะไรสำคัญผมมั่นใจว่าคุณจะนำมาบอกผมแน่นอน ใช่ไหมครับ?”

“แน่นอน” เซเวอร์รัสยืนยัน

“จากที่เห็นอาจารย์ใหญ่นอกจากไม่ไว้ใจผมแล้ว เขายังไม่ชอบผมด้วย” แฮร์รี่ถอนหายใจ “เรื่องที่เกิดในวันนี้ เขาจะต้องใช้มันมาเป็นเหตุผลในการไล่ผมออกแน่ๆ”

“เขาไล่เธอออกไม่ได้” เซเวอร์รัสแย้งและไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้น “เธอไม่ได้ทำอะไรผิด”

“ผมทำให้นักเรียนเข้าห้องพยาบาล ใครจะรู้ บางทีคุณวีสลีย์กับคุณเกรนเจอร์อาจไม่พอใจผมแล้วฟ้องอาจารย์ใหญ่กับผู้ปกครองของพวกเขา และอาจจะโกหกเรื่องการสอนของผม...บางทีอาจใส่ร้ายว่าผมทำร้ายนักเรียนจนต้องเข้าห้องพยาบาลและอาจารย์ใหญ่ก็เชื่อ แล้วใช้เหตุผลข้อนี้ในการไล่ผมออก” แฮร์รี่กล่าวและถ้าการคาดเดานี้เป็นจริงขึ้นมา คนพวกนี้ก็โง่เกินเยียวยา เขามีพยานในที่เกิดเหตุตั้งหลายสิบคน ใส่ร้ายกันโต้งๆแบบนี้มีหน้าแตกแน่!! “ไม่แน่บางที เขาอาจกดดันผมโดยการแจ้งมือปราบมารมาจับผมก็ได้”

ซึ่งอย่างหลัง แฮร์รี่มีเพอร์ซิวัล เกรฟส์คอยให้ความช่วยเหลือ นี่ยังไม่รวมลูกชายและบรรดาคนจากเครือข่ายเสียงกระซิบในกระทรวงเวทมนตร์อีกหลายสิบชีวิต ดูสิว่าเส้นสายเขาเยอะขนาดนี้ อาจารย์ใหญ่จะสามารถทำอะไรเขาได้

“ไม่หรอก” เซเวอร์รัสพูด แต่เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่แฮร์รี่กล่าวมามีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจริงสูงมากเมื่อดูจากการกระทำและนิสัยของแต่ละคน ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวแทนเด็กหนุ่มข้างกาย

ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องโถงกลางพร้อมกัน เด็กๆที่ได้เรียนกับแฮร์รี่ในวันนี้ยิ้มให้อาจารย์หนุ่ม แฮร์รี่ยิ้มตอบทำเด็กๆหลายคนหน้าแดง สเนปขมวดคิ้ว สีหน้าหงุดหงิดกว่าปกติและแผ่รังสีไม่น่าเข้าใกล้ออกมาขณะเดินข้างๆแฮร์รี่

พวกนักเรียนปีหนึ่งต่างบอกคนในบ้านต่อๆกันไปว่าศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสสอนดีมากแค่ไหน ทำให้พวกนักเรียนปีอื่นๆสนใจ รู้สึกอยากมาเรียนกับศาสตราจารย์คนสวยบ้าง

ทุกๆคนพูดถึงแฮร์รี่ไปในทางที่ดี ยกเว้น เฮอไมโอนี่ เกรนเจอร์ เด็กหญิงคิดว่าเขาน่าสงสัย เธอบอกคนในบ้านว่าแฮร์รี่โกหกนักเรียนและนำความรู้ที่ไม่มีในตำรามาสอน เป็นความจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

 แต่เด็กคนอื่นๆที่เรียนในชั่วโมงเรียนเดียวกับเธอพากันช่วยแก้ต่างให้แฮร์รี่ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ไม่พอใจและมองว่าทุกๆคนช่างโง่เขลา มีแค่ตัวเธอเท่านั้นที่ฉลาดสามารถมองเห็นตัวจริงของศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสได้

‘ชิงบอกความจริงกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลก่อนจะมีใครวิ่งมาฟ้องดีไหมนะ?’ แฮร์รี่คิดขณะนั่งลงตรงโต๊ะอาจารย์ เมื่อเขาเห็นแววตาหมายมาดของเกรนเจอร์กับดวงตาเป็นประกายระยิบระยับของอาจารย์ใหญ่ เขาก็ตัดสินใจได้ทันที

“ศาสตราจารย์มักกอนนากัลครับผมมีเรื่องจะบอก” แฮร์รี่กระซิบเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนอื่นๆ

“มีอะไรงั้นหรือแฮร์รี่?” มิเนอร์ว่าขมวดคิ้ว “และฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เรียกฉันว่ามิเนอร์ว่า”

“ก็ได้ครับ มิเนอร์ว่า” แฮร์รี่กล่าว เซเวอร์รัสมองอย่างให้กำลังใจอยู่ข้างๆ “คือผมต้องแจ้งให้คุณทราบก่อนว่า ในชั่วโมงเรียนแรกของผม เกิดเหตุการณ์บางอย่างทำให้คุณวีสลีย์ต้องถูกส่งเข้าห้องพยาบาลครับ”

“ปอบปี้บอกฉันเรื่องนั้นแล้ว” มิเนอร์ว่ามีสีหน้าจริงจัง “ช่วยบอกรายละเอียดของเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังทีได้ไหม?”

แฮร์รี่เล่าความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชั่วโมงเรียนของเขาให้มิเนอร์ว่าฟัง โดยมีอาจารย์ท่านอื่นๆคอยเงี่ยหูฟังด้วย แฮร์รี่ได้แต่หวังว่าเขาจะบอกเรื่องนี้กับมิเนอร์ว่าทันก่อนใครบางคนจะบอกความเท็จกับเธอ

เขาไม่รู้เลยว่า เฮ็ดวิกเป็นตัวช่วยไม่ให้เฮอร์ไมโอนี่เข้าไปฟ้องเรื่องนี้กับมิเนอร์ว่าหรืออัลบัส นกฮูกสาวขอความช่วยเหลือจากบรรดานกฮูกทั้งโรงเลี้ยงนกฮูกและป่าต้องห้ามให้มาช่วยเธอก่อกวนเกรนเจอร์เวลาที่หล่อนทำท่าจะวิ่งไปฟ้องใคร

ถ้าเฮอร์ไมโอนี่ร่ายคาถาใส่พวกเธอ เฮ็ดวิกที่มีอักษรรูนและเวทมนตร์ปกป้องจากแฮร์รี่จะเข้ามากำบังนกฮูกตัวอื่นๆแทน ด้วยเหตุนี้ เกรนเจอร์จึงยังไม่ได้ฟ้องเรื่องนี้กับใครจนถึงมื้อค่ำ

“เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง” มิเนอร์ว่าพยักหน้าเข้าใจ ถอนหายใจกับพฤติกรรมของนักเรียนบ้านเธอ “ขอโทษด้วยที่นักเรียนของฉันทำให้เธอลำบาก”

“ไม่ลำบากหรอกครับผมผิดเองที่เป็นคนบอกให้พวกเขาเสนอคาถาที่อยากเรียก” แฮร์รี่โทษตัวเอง  นั่นทำให้เหล่าอาจารย์หลายๆคน โดยเฉพาะอาจารย์ผู้หญิงรู้สึกสงสารเด็กหนุ่ม อาจารย์คนใหม่ดูใสซื่อและใจดีขนาดนี้ จะมีผิดพลาดในวันแรกบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา และฟังจากเสียงพูดคุยของพวกนักเรียนแต่ละบ้านแล้ว การสอนของแฮร์รี่ค่อนข้างเป็นที่ถูกใจทีเดียว

 “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ” เซเวอร์รัสบอก คนอื่นๆมองเขาด้วยความแปลกใจ “อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”

“ถ้าคุณว่างั้นนะ” แฮร์รี่ยิ้มให้เซเวอร์รัส “ขอบคุณครับ ศาสตราจารย์สเนป”

“อืม” สเนปยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าหน้าอาจารย์ปรุงยาหน้าแดงนิดหน่อย แน่นอนว่าอาจารย์หลายๆท่านสังเกตเห็น

“นั่น เซเวอร์รัสเพิ่งปลอบแฮร์รี่งั้นเหรอ?” ป็อปปี้ พอมฟรีย์กระซิบกับมิเนอร์ว่าและโมโมน่า สเปราต์ พวกเธอแปลกใจมากกับการกระทำของสเนป ชายหนุ่มแทบจะไม่เคยพูดดีกับใครยกเว้นเรื่องงาน ยิ่งเรื่องปลอบใจน่ะลืมไปได้เลย แต่กับแฮร์รี่มันต่างออกไป พวกเธอสังเกตเห็นหลายครั้งว่าทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนมและเดินไปไหนมาไหนด้วยกันค่อนข้างบ่อย

เซเวอร์รัส สเนปดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเมื่ออยู่กับแฮร์รี่ ชายหนุ่มดูมีชีวิตชีวาขึ้น? คงใช่ มีชีวิตชีวาขึ้น ผิดกับตอนปกติที่มักจะนิ่งเงียบ สีหน้าไม่เป็นมิตรราวกับโลกทั้งใบคือศัตรูของเขาและไม่สนใจใครด้วย...จนกระทั่งตอนนี้

“ฉันว่าระหว่างพวกเขา” โพโมน่ากระซิบ “มันมีอะไรบางอย่าง”

“ฉันคิดว่าเซเวอร์รัสกำลังตกหลุมรัก” มิเนอร์ว่าลอบยิ้มกับป็อปปี้และโพโมน่า ซึ่งพวกเธอเห็นด้วยกับอาจารย์สอนวิชาแปลงร่าง มันเห็นได้ชัดจากแววตาและการกระทำเพราะนับตั้งแต่แฮร์รี่เข้ามาทำงานในฮอกวอตส์ สเนปยังไม่เคยพูดจาไม่ดีกับแฮร์รี่เลยสักครั้ง ผิดกับคนอื่นลิบลับ

“พวกเขาเป็นคู่ที่น่ารักดีนะ” ป็อปปี้กล่าว “ดูเหมาะสมกันดี”

มิเนอร์ว่ากับโพโมน่าเห็นด้วย พวกเธอรอลุ้นให้แฮร์รี่คบกับเซเวอร์รัสแทบไม่ไหว เด็กหนุ่มทำให้ชายผู้เย็นชาและเข้าใจยากกลายเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง...จากที่พวกเธอนั่งมอง ใช่ เซเวอร์รัสดูเป็นเพียงแค่ชายคนหนึ่งที่กำลังพูดคุยกับคนที่ตัวเองชอบอย่างมีความสุขเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าการที่สเนปลงเอยกับแฮร์รี่มันจะทำให้เขากลายเป็นคนที่ดีขึ้น

แต่นั่นมันเป็นเรื่องของคนสองคน อาจารย์หญิงทั้งสามทำได้แค่ให้กำลังใจและคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ โดยพวกเธอไม่ได้สังเกตแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของแฮร์รี่เลยสักนิด

อัลบัสหรี่ตามองเซเวอร์รัสกับแฮร์รี่ เขาเองก็รู้สึกได้ว่าสเนปมีใจให้เด็กหนุ่ม ซึ่งมันค่อนข้างผิดคาด เขาคิดว่าเซเวอร์รัสจะรักเพียงแค่ลิลลี่ไปตลอดชีวิตเสียอีก ถ้าทั้งสองคนลงเอยกันเขามีปัญหาแน่

อย่างแรกหากแฮร์รี่ต้องออกจากการเป็นอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เซเวอร์รัสคงไม่ลังเลที่จะลาออกตามอีกฝ่ายไปด้วย

อย่างที่สองเขาไม่มีอะไรมาเหนี่ยวรั้งเซเวอร์รัสไว้กับตัวเองอีกแล้ว ไม่มีทั้งลิลลี่หรือเด็กชายผู้รอดชีวิต สเนปก็ไม่จำเป็นต้องทำงานให้เขาอีกต่อไป

ตอนนี้ทางเดียวที่พอจะทำให้เซเวอร์รัสเชื่อฟังเขาได้คือดึงแฮร์รี่มาเป็นพวก และการจะทำเช่นนั้นได้คือให้เด็กหนุ่มทำงานที่นี่ต่อไป ชายชราคิดหนัก เพราะควิรินัส ควีเรลล์คือส่วนสำคัญในแผนการคืนชีพดาร์กลอร์ด

เซเวอร์รัสรู้สึกเหมือนมีคนจ้องพวกเขา ชายหนุ่มหันมองโดยรอบ มิเนอร์ว่า,โพโมน่าและป็อปปี้รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที พอมองไปที่อาจารย์ใหญ่ ชายชราทำเพียงแค่ยิ้มให้อย่างคุณปู่ใจดี

แววตาที่เหมือนจะมองทะลุไปถึงจิตใจของอัลบัส ทำสเนประแวงและไม่พอใจ เขารู้ว่าไม่ควรแสดงออกมากไปว่าเขาชอบแฮร์รี่ มันจะทำให้เด็กหนุ่มอยู่ในอันตราย และถ้าเจ้านายของเขา ไม่ว่าจะฝ่ายแสงสว่างหรือว่าฝ่ายมืด ถ้าพวกเขารู้ว่าเซเวอร์รัสมีใจให้แฮร์รี่ ทั้งอัลบัสและดาร์กลอร์ดจะต้องใช้แฮร์รี่เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้เขาทำตามคำสั่งแน่ เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นและไม่ยอมให้เด็กหนุ่มเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอันขาด!!

เซเวอร์รัสรู้ว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ ทั้งเพราะความปลอดภัยของตัวแฮร์รี่เองและแฮร์รี่ก็แต่งงานแล้ว!!! แต่จากเหตุการณ์ในอดีตที่เขากับ...ลิลลี่? สเนปนวดหว่างคิ้วเมื่อนึกถึงลิลลี่มีเสียงสองเสียงตีกันในหัวของเขาอีกแล้ว

จะอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เขาพูดไม่ดีกับเธอจนเธอห่างเหินกับเขาแล้วสูญเสียเธอไป เซเวอร์รัสได้เรียนรู้และไม่ต้องการสูญเสียคนที่เขารักไปอีกครั้ง

เขาไม่อยากเสียแฮร์รี่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เด็กหนุ่มไม่เหมือนลิลลี่และเขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีจุดจบเดียวกับเธอด้วย สำหรับเขาแฮร์รี่เป็นเหมือนแสงสว่างและสายฝน แค่ได้เห็นความเหนื่อยล้าทุกๆอย่างก็หายไป แค่ได้พูดคุยก็รู้สึกอบอุ่นในอก แฮร์รี่ช่วยให้เซเวอร์รัสได้รู้สึกถึงความสุขอีกครั้งในรอบหลายสิบปี

‘ฉันต้องปกป้องเขา’ เซเวอร์รัสคิดขณะมองรอยยิ้มเด็กหนุ่ม ‘ไม่ว่าฝ่ายมืดหรือฝ่ายสว่าง จะไม่มีใครได้แตะต้องต้องเขา’

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

ผมทำให้มั่นใจว่าเขาจะยังไม่รับรู้เรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์จนกว่าจะถึงเวลา

นั่นคือข้อความจากจดหมายของเจสัน แฮร์รี่ยืนอ่านมัน รับสายลมยามค่ำคืนบริเวณโถงทางเดิน เขาหันหน้าไปยังสนามควิดดิช แสงจากพระจันทร์ช่วยให้การอ่านจดหมายง่ายขึ้น

แฮร์รี่เพิ่งเขียนจดหมายส่งไปหาพ่อบุญธรรมกับลูกชายของเขาเผื่อในกรณีที่มีใครสักคนโวยวายเรื่องเขาทำเด็กเข้าห้องพยาบาล ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีกว่า

เขาได้รับจดหมายฉบับนี้ระหว่างกำลังเดินเล่นรับลมเย็นๆกับชมวิวบรรยากาศท้องฟ้ายามราตรีด้านนอกฮอกวอตส์ มันถูกส่งมาจากเจสัน

เด็กหนุ่มพับจดหมายเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อคลุม เขามองท้องฟ้า สีดำทำให้เขานึกถึงพ่อทูนหัวที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าก็ถูกส่งเข้าอัซคาบัน ในอดีต...อนาคต? ช่างเถอะ เอาเป็นว่า ในช่วงเวลาเดิมของเขา ซีเรียส แบล็ก หนีออกไปตามหาเขาก็จริง แต่ไม่พบ เขาเร่ร่อนตามหาแฮร์รี่ก่อนจะจบชีวิตลงเพราะคอร์นีเลียส ฟัดจ์ออกคำสั่งจับตาย

พ่อทูนหัวได้รับจุมพิตผู้คุมวิญญาณ อีกฝ่ายตายภายในอ้อมกอดของเขา แฮร์รี่จำได้ว่ามันเจ็บปวดมาก เขาไม่โกรธพวกผู้คุมวิญญาณที่ทำให้ซีเรียสตาย แต่เขาโกรธฟัดจ์ที่อนุมัติคำสั่งบ้าๆนั่น อุตส่าห์รู้ว่ามีพ่อทูนหัว อุตส่าห์ตามหาอีกฝ่ายจนเจอ...อนิจจา เขามาช้าไป

ส่วนรีมัส ลูปิน ถูกพวกผู้วิเศษหน้าโง่ฆ่าตายด้วยกฎหมายกีดกันเผ่าวิเศษของ โดโลเรส อัมบริดจ์ รวมไปถึงการกล่าวหาว่าคำสาปที่พรากชีวิตเหล่าผู้วิเศษเป็นเชื้อน่ารังเกียจที่แพร่มาจากพวกมนุษย์หมาป่า ช่างน่าขำที่เหล่าผู้วิเศษเชื่อคำโกหกเหล่านั้น รีมัสก็เป็นอีกคนที่พยายามตามหาแฮร์รี่ แต่เพราะชายหนุ่มเป็นมนุษย์หมาป่าทำให้ต้องตามหาและหลบหนีการตามล่าพวกนักล่าเผ่าวิเศษไปด้วย

และสำหรับเซเวอร์รัส สเนป ชายหนุ่มตายเพราะถูกอัลบัส ดับเบิลดอร์ดูดทั้งพลังเวทและพลังชีวิตเพื่อกำจัดเจ้าแห่งศาสตร์มืด ทว่าช่างน่าเศร้าที่การตายของสเนปมันสูญเปล่า อัลบัสแพ้ดาร์กลอร์ดและถูกฆ่าตาย

สุดท้าย ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ เขาได้ครองโลกเวทมนตร์สมใจ แต่ก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทอม ริดเดิ้ลจะอายุยืนกว่านี้ถ้าไม่มายุ่งกับเขา แฮร์รี่ฆ่าดาร์กลอร์ดและพวกผู้เสพความตายทั้งหมด เขาว่าจะปล่อยไปแล้วถ้าพวกมันไม่ตามราวีช่วงที่เขากำลังฮันนีมูนกับป๋าจนน่ารำคาญ

แฮร์รี่น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงซีเรียส เขาอยากทำความรู้จักและใช้เวลากับพ่อทูนหัวสักครั้ง แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ ช่วงเวลาที่ซีเรียสจะปลอดภัยและสามารถพบเขาได้คืออีกสองปีข้างหน้า ถ้าเทียบแบบง่ายๆหน่อยก็คือตอนเดรโก มัลฟอยอยู่ปีสาม

ตอนนั้นเขาจะได้พบทั้งรีมัสและซีเรียส มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่ปลอดภัย ถ้าแฮร์รี่ไปพบพวกเขาก่อนหน้านั้นแม้เพียงสักนิด สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคืออัลบัสดูดพลังเวทมนตร์และชีวิตจากทั้งสองคนจนตาย

แผนของแฮร์รี่คือ ให้ทุกๆอย่างเกิดขึ้นไปตามเวลาของมันอย่างที่อัลบัสต้องการ ทำให้ชายชราชะล่าใจแล้วจัดการเชือดเขาทีหลังก็ยังไม่สาย อีกอย่าง ระหว่างนี้เขาจะได้ทรมานชายแก่ไปทีละนิดๆ อย่างช้าๆและเจ็บปวด ให้มันสาสมกับสิ่งที่มันทำ

ที่สำคัญ แฮร์รี่ต้องหาทางแก้ไขสัญญาดูดพลังเวทมนตร์และชีวิตที่อัลบัสทำกับซีเรียส,รีมัสและเซวเอร์รัส รวมถึงคนอื่นๆที่เขาอยากช่วยด้วย แต่เขายังทำตอนนี้ไม่ได้ มันเร็วเกินไป อัลบัสอาจรู้ตัวแล้วทำอะไรที่รุนแรงกว่าเดิม แฮร์รี่ไม่ขอเสี่ยง

เด็กหนุ่มเช็ดน้ำตา แววตาเย็นชาทว่าเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธ ‘พวกมันทุกๆตัวจะต้องชดใช้’ แฮร์รี่หมายมาด ทุกๆคนที่พรากเพื่อนของแม่ไปจากเขา จะต้องชดใช้อย่างสาสมและเจ็บปวด!!

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

‘เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆด้วย’ แฮร์รี่แววตาว่างเปล่า ไม่ยินดียินร้ายกับการที่เขาถูกเรียกมาพบอาจารย์ใหญ่ในเช้าวันถัดมา ณ ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ นอกจากชายชราแล้วยังมีผู้หญิงวัยกลางคนผมสีแดงกำลังจ้องมาที่เขาเขม็ง แฮร์รี่รู้ว่าเธอคือ มอลลี่ วีสลีย์ เธอเกือบจะเข้ามาตบเขาแล้วถ้าไม่ใช่เพราะมิเนอร์ว่าช่วยขวางไว้

แม้อัลบัสไม่ได้เรียกมินเนอร์ว่ากับเซเวอร์รัสมาด้วย แต่ทั้งสองคนรู้ดีว่าอาจารย์ใหญ่เรียกแฮร์รี่มาพบเพื่ออะไร และพวกเขาจะไม่ยอมให้ชายชรารังแกเด็กหนุ่มเป็นอันขาด!!!

“คุณเรียกแฮร์รี่มาพบทำไมอัลบัส?” มิเนอร์ว่าถาม หรี่ตามองมอลลี่ “ถ้าเป็นเรื่องของคุณวีสลีย์ คุณก็น่าจะรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของแฮร์รี่”

“ไม่ใช่ความผิดของเขางั้นเหรอ!!!” มอลลี่ตะคอก “รอนบอกฉันหมดทุกอย่างแล้ว เขาโดนอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ทำร้ายและล้างสมองนักเรียนในห้อง!! เนี้ยนะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด?!!! นี่มันอาชญากรรรมชัดๆ คุณต้องไล่เขาออกนะอาจารย์ใหญ่!!!”

‘เอาจริงดิ?’ แฮร์รี่อยากจะกลอกตา ไม่ผิดจากที่คิด รอนไม่พอใจจนต้องฟ้องแม่และโกหกใส่ร้ายเขา ที่น่าตลกคือมอลลี่เชื่อคำโกหกรอน ซึ่งจะไม่แปลกใจเลยว่าเฮอร์ไมโอนี่ทั้งเข้าข้างและสนับสนุนความคิดของรอน ‘เรียกมือปราบมารมาด้วยนะ ฉันอยากเห็นพวกแกหน้าแตก’ แฮร์รี่คิดอย่างประชดประชัน

เซเวอร์รัสหันมาสบตากับแฮร์รี่ ทั้งสองมีสีหน้าเรียบเฉย ‘เธอพูดถูก’ แววตาสเนปบอกแบบนั้น ‘ผมกะแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้’ แฮร์รี่ส่งสายตาตอบ พวกเขาละสายตาออกจากกันแล้วหันมามองมอลลี่กับอัลบัส ชายชราไม่โต้แย้งใดๆ เขาไตร่ตรองดูแล้ว อัลบัสเลือกจะดำเนินการตามแผนเดิม คือให้ควิรีนัล ควีเรลล์เข้ามาสอนในตำแหน่งอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

แผนของเขาจำเป็นต้องดำเนินต่อ เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดแก่โลกเวทมนตร์ และแฮร์รี่ไม่ใช่ส่วนสำคัญของแผนการนี้ ‘เอาไว้ค่อยสะกดใจเซเวอร์รัสอีกที ถ้าเขาตั้งท่าจะลาออกตามเบอร์นาร์ดัส’ อัลบัสตัดสินใจ

“ใครบอกคุณเรื่องนั้นกัน?” มิเนอร์ว่าไม่อยากเชื่อว่าเธอจะได้ยินเรื่องบ้าๆแบบนี้ “แฮร์รี่ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เขาจะล้างสมองพวกนักเรียนทำไม? เขาแค่สอนคาถานักเรียนแล้วลูกชายของคุณเลือกจะร่ายคาถาที่ไม่เหมาะกับวัยของเขา”

“คุณโดนหลอกแล้วมิเนอร์ว่า” มอลลี่กล่าว “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ช่วยยืนยันคำพูดของรอนได้ พ่อมดผิดเพศนี่สอนคาถานอกหลักสูตรและเริ่มล้างสมองพวกนักเรียน เขาปล่อยให้รอนใช้คาถาอันตรายและทำร้ายลูกชายของฉัน!!!”

“ระวังคำพูดด้วย คุณนายวีสลีย์” เซเวอร์รัสพูดเสียงจริงจัง ไม่พอใจที่มอลลี่ว่าแฮร์รี่ เขาเหยียดยิ้มเยาะให้อีกฝ่าย “คาถาปลดอาวุธเนี้ยนะอันตราย? ถ้าคาถานี้มันอันตรายจริง พวกเรารวมไปถึงมือปราบมารคงถูกส่งเข้าอัซคาบันไปแล้ว”

“เขาสะกดจิตให้รอนร่ายคาถาอื่นที่ไม่ใช่คาถาปลดอาวุธ” มอลลี่กล่าว

เป็นอีกครั้งที่สเนปกับแฮร์รี่หันมามองหน้ากัน ‘อันนี้เกินคาดนะครับ’ แฮร์รี่ส่งสายตา ‘ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณนายวีสลีย์จะพ่นเรื่องไร้สาระแบบนี้ออกจากปาก’ สเนปตอบกลับด้วยสีหน้า

“นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ” มิเนอร์ว่าสุดจะทนกับเรื่องไร้สาระนี้ เธอหันไปจ้องอาจารย์ใหญ่ “นี่ใจคอคุณจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือไงอัลบัส?”

“...ถ้าแฮร์รี่ล้างสมองนักเรียนและทำอย่างที่คุณวีสลัย์กับคุณเกรนเจอร์ยืนยันจริงๆ เขาก็ถือเป็นตัวอันตรายของพวกเด็กๆ” อัลบัสกล่าว “ผมเรียกมือปราบมารมาแล้ว เขาจะช่วยพวกเราสืบสวนหาความจริง”

‘และฉันจะรอดูเรื่องสนุก’ แฮร์รี่ปิดปากเพื่อปิดรอยยิ้มแต่เซเวอร์รัสกับมิเนอร์ว่าเข้าใจว่า เด็กหนุ่มตกใจกับการกระทำของอาจารย์ใหญ่ พวกเขาหันขวับมาจ้องชายชราเขม็ง

“ทุกๆคนใจเย็นๆ ถ้าเขาบริสุทธิ์จริง มือปราบมารก็ไม่จับเขาหรอก” อัลบัสพูด ‘แต่มือปราบมารจะจับเขาเข้าอัซคาบันเลยต่างหาก’ อัลบัสคิด มองแฮร์รี่อย่างเห็นใจ ทว่าภายในมีความเย็นชาซ่อนอยู่ ‘อย่าถือโทษโกรธกันเลยนะ เบอร์นาร์ดัส แต่เธอไม่มีความสำคัญในแผนการของฉัน’

“คุณทำเกินไปแล้วนะอัลบัส!!” มิเนอร์ว่าตบโต๊ะอย่างเหลืออด “ถึงกับเรียกมือปราบมารมาแบบนี้ ไม่เท่ากับว่าคุณเชื่อคำพูดของพวกเขางั้นเหรอ!!?”

“นี่ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่ายมากที่สุดแล้ว” อัลบัสเอ่ย มิเนอร์ว่าเม้มปาก

‘ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่ายบ้านคุณสิ’ แฮร์รี่กับสเนปสบถในใจเหมือนกัน เซเวอรรัสไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าชายชราพยายามกำจัดแฮร์รี่ออกไป เขาไม่มียอม!!!

 “ถ้าแฮร์รี่ทำอะไรแบบนั้นจริง คุณต้องรู้สิ อาจารย์ใหญ่” เซเวอร์รัสกอดอก “หรืออย่างน้อย เหล่าคณาจารย์ก็ต้องได้รับสัญญาณเตือนภัยถ้านักเรียนได้รับอันตราย พวกคุณคงไม่ได้กำลังบอกว่า ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัส ทรงพลังขนาดทำให้สัญญาณเตือนภัยในฮอกวอตส์ไม่ทำงาน,ทั้งล้างสมองนักเรียนและสะกดจิตนักเรียน?  ถ้าเป็นงั้นจริงเขาคงทรงพลังกว่าจอมมารเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์กับคนที่รู้ว่าใครรวมกันอีก”

แฮร์รี่ยิ้มขำกับความประชดประชันของสเนป เขาไม่รู้ว่าตัวเองเก่งเหนือจอมมารกรินเดลวัลด์หรือเปล่า แต่กับโวลเดอร์มอร์เขาเก่งกว่าอยู่แล้ว...เก่งกว่าขนาดฆ่าทำลายอีกฝ่ายได้ในระดับวิญญาณเลยล่ะ

 อย่างไรก็ตาม สำหรับแฮร์รี่ สามีของเขาคือพ่อมดที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุดในโลก

“เซเวอร์รัสพูดถูก” มิเนอร์ว่าสนับสนุน “พวกเราไม่ได้รับสัญญาณเตือนใดๆ หรือว่าคุณได้รับล่ะ อัลบัส?”

“ไม่ ผมไม่ได้รับสัญญาณเตือน” อัลบัสบอก “แต่บางที ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัส อาจมีเครื่องรางหรือกลอะไรบางอย่างช่วยซ่อนจากสัญญาณเตือนก็ได้”

‘ช่างพยายามเสียจริง’ แฮร์รี่อยากปรบมือให้กับความพยายามยัดเยียดข้อหาของอาจารย์ใหญ่ เขาหันไปมองฟ็อกซ์ นกฟินิกซ์ของอัลบัส เจ้านกขนสีแดงสบตากับเขา เขาสังเกตเห็นบางสิ่งน่าขยะแขยงรอบๆตัวฟ็อกซ์

“เจ้านกนั่น น่าขนลุก” ชาร์ลัสกระซิบ “มันเป็นมิตรกับเราหรือเปล่าครับนายท่าน?”

“ช่างน่าเสียดาย” แฮร์รี่ถอนสายตาจากมัน ในดวงตาสีเขียวมีประกายเย็นชา แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น “มันเป็นเหยื่อและตอนนี้ เป็นศัตรูของเรา”

“นายท่านจะเอายังไงกับมันครับ” ชาร์ลัสถาม “ให้ผมกินมันไหม?”

“ไม่จำเป็น” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ “ฉันมีแผนสำหรับมัน”

“คุณบ้าไปแล้ว!!” มิเนอร์ว่าตะโกน แฮร์รี่กับชาร์ลัสกลับมาสนใจเหตุการณ์ตรงหน้า เกือบลืมไปแล้วว่าแฮร์รี่กำลังถูกยัดเยียดข้อหา

“ไม่ นี่มันคือความยุติธรรมต่างหากมิเนอร์ว่า” มอลลี่แย้ง มองเหยียดแฮร์รี่ “เขาจะผิดจริงหรือไม่ พวกมือปราบมารมาถึงเมื่อไรเดี๋ยวก็จะได้รู้กัน”

“เธอไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรอ ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัส?” อัลบัสถาม

“จะให้ผมพูดอะไรล่ะครับ?” แฮร์รี่ถามกลับ “ผมพูดอะไรออกไป ยังไงพวกคุณก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว”

มิเนอร์ว่ากับเซเวอร์รัสมองแฮร์รี่อย่างสงสารและมองอัลบัสกับมอลลี่อย่างตำหนิ เปลวไฟสีเขียวลุกไหม้ในเตาผิง เป็นสัญญาณว่ากำลังมีคนใช้ฟลูมาที่นี่

“นั่นคงเป็นมือปราบมาร” อัลบัสเอ่ย

‘เรื่องสนุกเริ่มขึ้นแล้ว’ แฮร์รี่แสยะยิ้มก่อนจะชะงักเมื่อเซเวอร์รัสดันเขาไปอยู่ด้านหลังแล้วใช้ตัวเองบังแฮร์รี่อย่างปกป้อง ชายหนุ่มกุมมือคนอายุน้อยกว่าเพื่อให้กำลังใจและเป็นการบอกกลายๆว่าเขาจะไม่เป็นอะไร มันทำเด็กหนุ่มรู้สึกอบอุ่นในอก แต่ขณะเดียวกันก็สงสัย ‘ถ้าแด๊ดดี้มาเห็น แด๊ดดี้จะมีปฏิกิริยายังไงกันนะ?’

บุคคลห้าคนเดินออกมาจากฟลูและหนึ่งในห้าคนนั้นทำให้ทุกๆคนในห้องเบิกตากว้าง ยกเว้นแฮร์รี่

“ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์ ท่านสุภาพบุรุษ” อัลบัสกล่าวต้อนรับ เขาเดินมาหยุดตรงหน้ามือปราบมารทั้งห้าคน ชายชรามองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางนิ่ง “ไม่ทราบว่าคุณมาทำอะไรที่นี่? คุณเกรฟส์”

มือปราบมารที่มามีคิงสลีย์ ชักเคิลโบต์กับซาเวจ มือปราบมารแปลกหน้าที่อัลบัสไม่รู้จักคนหนึ่งกับมือปราบมารจากมาคูซ่าอีกหนึ่ง แต่ที่ทำให้ทุกๆคนตกใจและแปลกใจที่สุดคือการปรากฏตัวของเพอร์ซิวัล เกรฟส์หัวหน้ากองควบคุมเวทมนตร์แห่งมาคูซ่า

ถึงแม้จะมีนโยบายการแลกเปลี่ยนงานหรือทำงานสลับกันไปมาระหว่างมือปราบมารอังกฤษกับอเมริกา สำหรับคนที่มีญาติหรือครอบครัวอยู่ในทั้งสองประเทศ ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็น คำถามคือ หัวหน้ามือปราบมารมาคูซ่ามาทำอะไรที่นี่? ไม่ใช่แค่เหล่าบุคคลในห้องนี้ที่สงสัยและแปลกใจ แม้กระทั่งมือปราบมารทั้งสี่ที่อัลบัสติดต่อมาก็ยังงง

อัลบัสมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างระมัดระวัง เขาอิจฉาลอร์ดเกรฟส์ที่ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร อีกฝ่ายก็ไม่ดูแก่ลงเลยสักนิด รวมไปถึงพลังเวทมนตร์ที่ค่อนข้างสูง จะอย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของเกรฟส์อาจทำให้แผนการของเขาผิดพลาดได้

เพอร์ซิวัลหรี่ตามองอัลบัสสลับกับมอลลี่ก่อนจะหันไปมองแฮร์รี่ เขาขมวดคิ้วสีหน้าเย็นชาเมื่อเห็นชายแปลกหน้ากำลังกุมมือลูกชายเขา ลอร์ดเกรฟส์เดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคน

“ผมตามมือปราบมารมาตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมาย” อัลบัสรีบอธิบายเมื่อลอร์ดเกรฟส์เดินตรงเข้าไปหาแฮร์รี่ด้วยสีหน้าเย็นชา มิเนอร์ว่ามองอย่างกังวล มอลลี่หน้าแดง รู้สึกเขินอายกับความหล่อเหลานั้น “พวกเราสงสัยว่าศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสจะทำการล้างสมองและสะกดใจพวกนักเรียน”

“แฮร์รี่ไม่ได้ทำ” มิเนอร์ว่าตะโกน

“เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน” อัลบัสกล่าว

ลอร์ดเกรฟส์เดินมาหยุดตรงหน้าแฮร์รี่ เซเวอร์รัสยังคงยืนบังเด็กหนุ่มอย่างปกป้อง นั่นยิ่งทำให้เพอร์ซิวัลมีเงาดำพาดผ่านใบหน้าพร้อมกับแผ่รังสีคุกคาม เซเวอร์รัสเองก็ไม่ต่างกัน ทั้งสองจ้องตาเขม็ง คนอื่นๆในห้องเริ่มรู้สึกหนาวกับรังสีที่หัวหน้ามาคูซ่ากับอาจารย์วิชาปรุงยาแผ่ออกมา

“พวกเขาจะฆ่ากันไหม?” ชาร์ลัสถาม

“คงไม่หรอก” แฮร์รี่ลูบแขน เขาไม่เคยเห็นแด๊ดดี้เป็นแบบนี้มาก่อน ‘เป็นปฏิกิริยาที่หาดูได้ยากจริงๆ’ แฮร์รี่คิด

“ทำงานเป็นยังไงบ้าง?” เพอร์ซิวัลหันมาถามแฮร์รี่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง แต่ไม่เท่ากับนิวท์

“ก็ดีครับ” แฮร์รี่ตอบ ผละออกมาจากสเนป เขาตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าลอร์ดเกรฟส์ “เว้นแต่ชั่วโมงเรียนแรกที่มีนักเรียนถูกส่งเข้าห้องพยาบาลหนึ่งคน”

“เขาใช้คาถาสะกดใจทำให้ลูกชายของฉันใช้คาถาอันตรายจนต้องเข้าห้องพยาบาล!!” มอลลี่รีบบอก “คุณต้องช่วยให้ความเป็นธรรมกับลูกชายของฉันนะคะ”

“ขอตรวจไม้กายสิทธิ์หน่อย” เพอร์ซิวัลแบมือตรงหน้าแฮร์รี่ เมินคนอื่นๆ มีมองแรงเซเวอร์รัสบ้าง แน่นอนว่าสเนปมองแรงกลับ เด็กหนุ่มหยิบไม้กายสิทธิ์ตัวเองออกมาให้ตรวจอย่างว่าง่าย เพอร์ซิวัลขมวดคิ้วเมื่อเห็นผ้าพันแผลบนฝ่ามือแฮร์รี่ “มือไปโดนอะไรมา? ทำไมมีผ้าพันแผล?”

“แด๊ดดี้ก็รู้นี่ครับว่าพอผมจับไม้กายสิทธิ์แล้วเป็นยังไง” แฮร์รี่ตอบทั้งรอยยิ้ม แต่ทำทุกๆคนในห้องตะลึง สเนปชะงักมองแฮร์รี่สลับกับลอร์ดเกรฟส์

“การจะหาไม้กายสิทธิ์ที่รองรับเวทมนตร์มหาศาลของลูกได้เป็นเรื่องยาก” เพอร์ซิวัลพึมพำ ใช้คาถาไร้เสียงป้องกันคนแอบฟังขณะทำการตรวจว่าคาถาที่ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ใช้ล่าสุด “ไม้นี่สั่งทำใช่ไหม?”

“ครับ” แฮร์รี่ยืนยัน “แต่ผมยังไม่ได้ลองใช้เลย กลัวมันไหม้คามือ”

“ถึงตอนนั้นก็ค่อยไปซื้อใหม่ เดี๋ยวพ่อออกเงินให้” เพอร์ซิวัลกล่าว พวกเขาไม่สนใจคนอื่นที่ตอนนี้ตกใจจนยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินไปแล้ว

“ผมมีเงินน่าแด๊ดดี้ เดี๋ยวผมซื้อเอง” แฮร์รี่หน้ามุ่ย เพอร์ซิวัลยิ้มเอ็นดูบีบจมูกลูกชายด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะคืนไม้กายสิทธิ์ให้แฮร์รี่

บรรดาคนถูกเมินกะพริบตามองสองพ่อลูกตรงหน้า ทุกๆคนมีเรื่องสงสัยมากมายโดยเฉพาะความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ เซเวอร์รัสหรี่ตา ‘หมอนี่เรอะ ที่ให้แฮร์รี่หมั้นกับคนอายุมากกว่า?’ สเนปลอบสังเกตอีกฝ่าย ท่าทางที่ลอร์ดเกรฟส์ปฏิบัติกับแฮร์รี่รวมถึงแววตาดุร้ายที่มองมายังเขาบ่งบอกคำตอบชัดเจน ‘ไม่น่าจะเป็นไปได้’ เซเวอร์รัสสรุป มองยังไง ลอร์ดเกรฟส์ก็หวงลูกเกินกว่าจะยอมให้หมั้นกับใครได้!!

“ไม้กายสิทธิ์นี้ยังไม่มีการใช้ร่ายคาถา” เพอร์ซิวัลหันบอกคนอื่นๆด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และถ้าใครยังมีข้อกังขา ก็ไปพาเด็กนักเรียนมาที่นี่ รวมไปถึงคนที่บอกว่าโดนศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสสะกดใจด้วย ฉันจะตรวจให้เองกับมือ”

มิเนอร์ว่ารีบไปพาเด็กนักเรียนมาก่อนมีใครห้ามทัน ไม่นาน มิเนอร์ว่ากลับมาพร้อมนักเรียนบ้านของเธอ 5 คนซึ่งสองในห้าคือรอน วีสลีย์กับเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เด็กทั้งสองหน้าซีดเมื่อเจอมือปราบมาร พวกเขาเริ่มรู้สึกว่าการโกหกกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด อันที่จริง มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสควรถูกจับไล่ออกไปเลยต่างหาก ไม่ใช่แบบนี้สิ!!

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อทุกๆฝ่าย ลอร์ดเกรฟให้พวกมือปราบมารทุกๆคนร่ายคาถาตรวจทั้งแฮร์รี่ทั้งพวกนักเรียนโดยมีเขาคอยมองกดดันทำเอามือปราบมารที่ไม่เคยร่วมงานต่างเกร็ง ขณะที่มือปราบมารอีกสองคนซึ่งเคยร่วมงานกับเพอร์ซิวัลมาแล้ว มีขนลุกเล็กน้อยแต่ก็สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

เมื่อตรวจสอบเสร็จ ผลที่ออกมาล้วนตรงกัน คือไม่มีคาถาสะกดใจหรือการร่ายคาถาอันตรายใดๆทั้งนั้น ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ก็ไม่มีการถูกใช้ พอตรวจสอบการใช้คาถาสะกดใจหรือคาถาอันตรายที่ตัวแฮร์รี่สำหรับกรณีเด็กหนุ่มร่ายคาถาโดยไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์ เวทมนตร์กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จึงสามารถสรุปได้ว่า แฮร์รี่บริสุทธิ์ พวกมือปราบมารตรวจคาถาที่รอนใช้ล่าสุดและพบว่ามันคือคาถาปลดอาวุธ

“ไม่รู้หรือไงว่าเด็กปีหนึ่งไม่เหมาะจะใช้คาถาปลดอาวุธเพราะปริมาณพลังเวทพวกเธอยังไม่พร้อม” เพอร์ซิวัลกล่าว เขาหันมาหาแฮร์รี่ “ลูกไม่ได้บอกพวกเขาหรือไง?”

“ผมบอกครับ” แฮร์รี่บอก

“อาจารย์เบอร์นาร์ดัสบอกพวกเราแล้วครับ เขาเตือนรอนแล้วแต่รอนไม่ฟังเขา” นักเรียนคนหนึ่งรีบบอกจึงโดนรอนมองแรงไปทีหนึ่ง พวกเขาหลายๆคนไม่พอใจกับการกระทำของรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ใส่ร้ายอาจารย์คนสวย

รอน,เฮอร์ไมโอนี่,มอลลี่และอัลบัสหน้าซีด เหล่ามือปราบมารมองมาที่พวกเขาอย่างตำหนิ โดยเฉพาะเพอร์ซิวัลที่มองแรงจนพวกเขารู้สึกกลัวว่าดวงตาลอร์ดเกรฟส์จะสามารถยิงคาถาพิฆาตได้

“ถ้ายังไม่เชื่อว่าศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสบริสุทธิ์ จะให้ศาสตราจารย์เบอร์นาร์ดัสให้การภายใต้น้ำยาสัจจะเซรุ่มก็ได้” เพอร์ซิวัลกล่าว แน่นอนว่าเขาไม่รอให้ใครอนุญาต เขาเริ่มทำการสอบสวนแฮร์รี่ต่อหน้าทุกๆคน ซึ่งทุกคำบอกเล่าภายใต้ฤทธิ์น้ำยาสัจจะเซรุ่ม ล้วนตรงกับคำให้การของพวกนักเรียนและตรงกับที่แฮร์รี่บอกมิเนอร์ว่า

“เห็นได้ชัดว่าลอร์ดเบอร์นาร์ดัสบริสุทธิ์” มือปราบมารคนหนึ่งกล่าวหันไปมองอาจารย์ใหญ่กับมอลลี่อย่างไม่พอใจ “นี่คุณเรียกพวกเรามาทำอะไร? เล่นปาหี่เรอะ? หรือกะจะให้พวกเราส่งผู้บริสุทธิ์ไปอัซคาบัน?”

“รู้ไหมว่าการแจ้งความเท็จและการทำให้ชื่อเสียงของผู้อื่นเสียหายมันผิดกฎหมาย” มือปราบมารมาคูซ่ากล่าว “ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนต้องได้รับโทษตามกฎหมาย”

‘ทำงานกันเป็นทีมมากเด็กๆ’ แฮร์รี่ลอบยิ้มในใจ ดวงตาสีเขียวมองเด็กๆจากสถาบันเบอร์นาร์ดัสที่เขาสอนมาเองกับมือด้วยความภาคภูมิใจ มือปราบมารทั้งสองที่เป็นคนของแฮร์รี่แอบขยิบตาให้เด็กหนุ่มไปที พวกเขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอะไรแฮร์รี่แน่!!

“นี่คุณ จะจับเด็กๆขึ้นศาลอย่างงั้นเหรอ?” มอลลี่ถามเสียงสั่น “มันเกินไปนะ”

“อย่าห่วงคุณนาย คุณเองก็ต้องขึ้นศาลด้วย” มือปราบมารมาคูซ่ายิ้มแต่แววตาเย็นชา “คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดเพราะคำพูดของคุณจะถูกนำไปใช้ในชั้นศาล”

“หากคุณไม่มีทนายพวกเราจะจัดหาทนายมาให้” มือปราบมารของแฮร์รี่เข้าจับกุมมอลลี่,รอนและเฮอร์ไมโอนี่ เขาหันไปทางอัลบัส “คุณเองก็ต้องมากับเรา”

“ทำไมผมต้องไป?” อัลบัสถาม ‘บ้าชะมัด’ ชายชราสบถในใจ เขาเผลอไปมีเรื่องกับคนที่เกี่ยวข้องกับเพอร์ซิวัล เกรฟส์เสียได้

“ไปให้การในชั้นศาล” มือปราบมารกล่าว คิงสลีย์สบตากับซาเวจ รู้สึกโชคดีที่พวกเขามากับพวกลอร์ดเกรฟส์ ไม่งั้นพวกเขาอาจโดนอัลบัสโน้มน้าวให้จับผู้บริสุทธิ์เข้าคุกอัซคาบันแน่ ซึ่งถ้าลอร์ดเกรฟส์รู้เรื่องนี้ภายหลังพวกเขาคงมีแต่ตายกับตาย คิงสลีย์กับซาเวจช่วยคุมตัวมอลลี่,รอนและเฮอร์ไมโอนี่ไปกระทรวงเวทมนตร์ เด็กๆร้องไห้อย่างตื่นกลัว ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะลงเอยเช่นนี้

“เชิญ” มือปราบมารจากมาคูซ่าพูดกับอัลบัส มองอย่างกดดันเมื่อชายชราไม่ยอมขยับไปไหน

“คุณจะไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ใช่ไหมอาจารย์ใหญ่?” เพอร์ซิวัลถาม อัลบัสกัดฟัน ยอมตามไปกระทรวงเวทมนตร์แต่โดยดี

“ผมคงต้องขอเชิญพวกคุณไปกับพวกเราด้วย” มือปราบมารมาคูซ่าบอกกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลและพวกเด็กๆ ซึ่งพวกเขายอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี

“เรื่องใหญ่เลยนะเนี้ย” แฮร์รี่พึมพำ ‘แต่สะใจดี’ แฮร์รี่คิด

“จากที่ดู การทำผิดไม่ร้ายแรงขนาดถูกส่งไปอัซคาบัน” เพอร์ซิวัลบอก “แต่คงต้องจ่ายค่าเสียหายเยอะหน่อย”

“เคนดร้าจะว่างทำคดีนี้ให้ผมไหมครับ?” แฮร์รี่ถามถึงทนายประจำตัวของเขา

“เธอว่างเสมอเมื่อเป็นคดีของลูก” เพอร์ซิวัลกล่าว เขาจ้องเซเวอร์รัสนิ่ง “ไม่คิดจะแนะนำเพื่อนร่วมงานของลูกให้พ่อได้รู้จักหน่อยเหรอ?”

เซเวอร์รัสคิ้วกระตุกกับคำว่าเพื่อนร่วมงานเน้นๆจากปากลอร์ดเกรฟส์

“จริงสิ ศาสตราจารย์สเนปนี่พ่อบุญธรรมของผม เพอร์ซิวัล เกรฟส์” แฮร์รี่ยิ้มกว้าง “และแด๊ดดี้ครับ นี่ศาสตราจารย์ เซเวอร์รัส สเนป ที่ผมเคยเล่าให้ฟังไงครับ”

“อ้อ บุคคลน่าสนใจที่ลูกเคยเล่าให้ฟัง” เพอร์ซิวัลมองเซเวอร์รัสอย่างเย็นชาขณะยื่นมือไปให้อีกฝ่าย “ยินดีที่ได้รู้จัก ศาสตราจารย์สเนป”

“เช่นกัน ลอร์ดเกรฟส์” เซเวอร์รัสจับมือเพอร์ซิวัล หนุ่มใหญ่บีบมือเขาแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น ‘ท่าทางพ่อของแฮร์รี่จะไม่ชอบเรา’ เซเวอร์รัสสีหน้าเรียบเฉยแม้จะกำลังโดนลอร์ดเกรฟส์ข่มขู่ก็ตาม

“...ถามจริงนายท่าน พวกเขาจะฆ่ากันไหม?” ชาร์ลัสถาม

“ไม่หรอก” แฮร์รี่ตอบ มองเพอร์ซิวัลสลับกับเซเวอร์รัส ‘แด๊ดดี้คงไม่กะถึงตายหรอก’ แฮร์รี่คิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

คิดจะโกหก+ใส่ร้ายน้องรี่ก็ต้องโดนกันไปตามระเบียบ แต่ถ้ายังซ่าอีก ก็มาสิครับ น้องรี่ไม่กลัว5555555555

ตอนนี้คือพ่อตาเจอกับชู้หมายเลข 1 ของหนูรี่แล้ว ป๋าเนปโดนมองแรง!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น