เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

อยากได้ผัวแฝดเชิญทางนี้ 55555555555 #ถ้าไม่ชอบแนว3Pไม่แนะนำให้อ่านนะคะ จุ๊บ ๆ

ชื่อตอน : #4 บ้าบอ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#4 บ้าบอ [100%]
แบบอักษร

#4 บ้าบอ 

 

 

 

แฮ่ก ๆ อึก… 

นี่คือเสียงของฉัน ใช่ค่ะ! เสียงของฉัน แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเพราะฉันไม่ได้ถูกทำอะไรแปลก ๆ แค่ถูกจับแก้ผ้าแล้วอาบน้ำเหมือนเด็ก ฉันโป๊อยู่คนเดียวส่วนพวกเขายังสวมใส่เสื้อผ้ากันอยู่บ้าง ก็ชุดเดิมที่ฉันเคยเอ่ยนั่นแหละค่ะ 

“พอแล้ว! ฉันไม่ไหวแล้ว” 

“หายยัง” คำถามแรกจากเจ้าของรอยสักสีดำถามฉันขึ้น แต่สีหน้าของเขาดูสะใจมาก ๆ ที่ได้ทำแบบนี้กับฉัน 

“เออ! ไม่อยากแล้ว ตอนนี้ฉันหนาว” 

“พูดให้มันดี ๆ พวกกูอุตส่าห์ช่วย” เขาก็ยังคงเป็นเขา ไม่เคยพูดดีเลยจริง ๆ 

“นี่ผ้าขนหนู ออกไปรอข้างนอกซะ” ผู้ชายอีกคนว่าพลางยื่นผ้าขนหนูส่งมาให้ ฉันรับมาพันรอบตัวทันที แต่กลับยืนได้ไม่นานก็ต้องเซ “ถึงกับขาอ่อนเลยเหรอ” 

“…” ฉันทำได้แค่มองหน้าพวกเขานิ่ง ๆ ด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจแล้วพาตัวเองเดินออกจากห้องน้ำ ถึงกับขาอ่อนแล้วหมดแรงเลยทีเดียว พอนั่งปลายเตียงได้ฉันก็ทิ้งตัวลงนอนโดยขายังคงพาดอยู่กับขอบเตียง 

ตอนแรกคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรฉันมากกว่านี้ แต่พอเจอแบบนี้มันก็เริ่มโอเคขึ้นมาบ้าง แค่โอเคนะ ไม่ได้บอกว่าไม่โกรธกับเรื่องที่พวกเขาเคยทำไว้กับฉัน 

ร่างกายอ่อนล้า มันเหนื่อยมากจนทำให้เปลือกตาของฉันหนักอึ้งจนปิดสนิท ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับสนิทหรือเปล่าแต่เหมือนจะได้ยินเสียงคนบ่น 

“หลับทั้งอย่างนี้ได้ยังไงกันวะ ผู้หญิงบ้าอะไรไม่รู้จักระวังตัวเองเลย แต่เสือกหวงตัว” เสียงบ่นค่ะ แต่ฉันไม่รู้ใครเพราะเสียงของพวกเขาเหมือนกันมาก 

“บ่นอะไรของมึง ไปหยิบชุดมาแต่งตัวให้ดิ” 

“ทำไมต้องกูวะ” 

“กูเป็นพี่ กูสั่งได้” 

“ไอ้สัสธีร์!” พี่น้องเขาเถียงอะไรกัน ฉันไม่ได้สนใจที่จะลืมตามองพวกเขาเลยจริง ๆ เพราะมันเหนื่อยมาก รู้สึกตัวตลอดว่าถูกทำอะไรแปลก ๆ บ้าง จนผล็อยหลับไปจริง ๆ ตอนไหนก็ไม่รู้ 

 

ร่างกายมันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนไม่อยากตื่นมารับรู้อะไรเลยจริง ๆ เพราะชีวิตของฉันตอนนี้แทบหาความสุขไม่เจอ มันวุ่นวายไปหมดเลย 

“อือ…” ทำไมปวดหัวแบบนี้นะ มันหนักอึ้งจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเลยจริง ๆ ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว ทำไมถึงลืมตาไม่ขึ้นแบบนี้ คอก็แห้งไปหมดเลย 

“ไม่สบายจนได้” เสียงใครกันนะ คุยเรื่องฉันกันอยู่เหรอ 

“วิธีจัดการของมึงมันหักดิบจนเกินไปนะสิ” 

“หรือมึงจะเอาทั้งอย่างนั้น อย่างกูไม่ต้องพึ่งยาหรอกนะ” 

“หึ!” พวกเขาทะเลาะอะไรกันอีกแล้ว 

“อือ…” มันทรมานมาก ฉันอยากลืมตา แต่กลับลืมไม่ขึ้น สัมผัสต่อมาคือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ตามลำตัวและใบหน้า จนฉันเผลอหลับไปอีกครั้ง 

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากนอนหลับให้นานกว่านี้ แล้วตื่นขึ้นมาพบกับเรื่องราวดี ๆ พบว่าบ้านของฉันไม่ได้กำลังจะล้มละลาย ชีวิตของฉันยังคงสวยหรู แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันกลับไม่ใช่ 

ฉันงัวเงียลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนก่อนจะก้มลงมองสภาพของตัวเองที่มีเสื้อยืดตัวยาวสวมปกปิดร่างกายอยู่เรียบร้อยแล้ว ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว แต่ร่างกายมันดีขึ้นกว่าตอนแรกเยอะมาก แถมท้องยังร้องเพราะหิวอีกต่างหาก ฉันค่อย ๆ ก้าวขาลงจากเตียงเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ฉันค้นพบว่าตัวเองไม่ได้สวมชั้นในนอกจากเสื้อตัวใหญ่ในตอนนี้เลยค่ะ 

“โอ๊ย! ทำไมแกไม่ระวังตัวขนาดนี้เนี่ย” บ่นพำพึมกับตัวเองก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำมองหาตู้เสื้อผ้าจนเจอ สองขาสาวเท้ายาว ๆ ไปทางตู้เสื้อผ้าเพื่อมองหากางเกงมาสวมใส่และฉันก็พบเข้ากับบ็อกเซอร์ตัวใหญ่ มันไม่มีทางเลือกแล้วเลยต้องหาอะไรมาผูกเอาไว้จนเจอเนกไทหนึ่งเส้น สำรวจตัวเองจนเรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปข้างนอก เปิดประตูห้องนอนพร้อมกับเสียงของผู้ชายสองคนที่ดังขึ้นมา 

“เล่นดี ๆ ดิ กูจะตายแล้วเนี่ย” 

“มึงก็อย่าวิ่งเข้าไปดิ กูตามไปไม่ทัน” 

“เฮ้ย ๆ ไอ้เธียร์เร็ว ๆ ดิ” 

“เออ ๆ” พวกเขากำลังเล่นเกมกันอยู่ใช้ไหม เพราะสีหน้ามันบ่งบอกว่าเครียดมาก ๆ ถ้าก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้เจอเรื่องราวเลวร้ายเพราะผู้ชายสองคนนี้คงมองพวกเขาในทางที่ดีได้อย่างแน่นอน แต่เพราะมันไม่ใช่ ฉันเลยยังมีอคติกับพวกเขา 

ฉันยืนมองผู้ชายที่หน้าเหมือนกันให้ความตั้งใจกับหน้าจอโทรศัพท์ คอยสังเกตอยู่ตลอดและพยายามแยกให้ออกว่าใครชื่ออะไร แต่ก็ยังหาจุดแยกไม่ออกอยู่ดี ตอนนี้พวกเขาสวมแค่กางเกงขายาวส่วนท่อนบนเปลือยเปล่ามันเลยทำให้ฉันแยกออกว่าเจ้าของรอยสักไหนชื่ออะไรบ้าง 

“ตื่นแล้วเหรอ” มองอยู่ดี ๆ ก็ต้องสะดุ้งเพราะเจ้าของรอยสักสีขาวเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่ปรายมองมาทางฉัน 

“อืม” ฉันเขินเหรอ? บ้านะ! จะเขินได้ยังไง 

“ดีขึ้นบ้างยัง” 

“ก็ดี…” ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดดีด้วย แต่ดูแลเขาจะอ่อนโยนกว่าผู้ชายอีกคนเยอะเลยค่ะหรือฉันยังไม่รู้จักพวกเขาดีพอถึงคิดแบบนี้ออกมาได้ “หิวข้าว…” 

พอเห็นว่าพวกเขาเงียบ ฉันก็ต้องเป็นฝ่ายปริปากเอ่ยออกมาก่อนเพราะความหิวไม่เคยปราณีใครเลยจริง ๆ ค่ะ 

“หิวก็ไปทำกินเอาเองสิ” เจ้าของรอยสักสีดำเอ่ยขึ้นมา สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยแยแสฉันสักเท่าไหร่ติดจะรำคาญด้วยซ้ำไป หน้าตาเขาโคตรไม่เป็นมิตรเลย 

“อืม มานั่งรอก่อนสิ” แต่ก็ยังดีที่ผู้ชายอีกคนไม่ได้เป็นแบบนั้นด้วย 

“บริการดีเหลือเกิน” 

“มึงก็นั่งอยู่เฉย ๆ อย่าปากดีละกัน” 

“สัส!” 

ฉันเงียบไม่กล้ามองหน้าเขาเลย รู้สึกไม่ค่อยเป็นมิตรก่อนจะก้าวขาเดินไปนั่งให้ห่างออกไป ส่วนเขาก็นั่งเล่นเกมไปไม่ได้สนใจอะไรฉัน จนเวลาผ่านไปใครอีกคนเดินกลับมาพร้อมกับข้าวต้มร้อน ๆ ยื่นมาตรงหน้าฉัน 

“ขอบคุณค่ะ” อย่างน้อย ๆ เขาก็เป็นมิตร 

“กินเสร็จเดี๋ยวกินยาแก้ไข้ตามไปด้วยละกัน” 

“ค่ะ”  

ฉันนั่งกินข้าวต้มเงียบ ๆ ส่วนพวกเขาก็นั่งเล่นเกมกันต่อ จนฉันกินอิ่ม รสชาติอร่อยมาก กินอิ่มก็ลุกเอาไปเก็บกลับมากินยาที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้ รู้สึกโล่ง ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ พอกินยาเสร็จฉันก็นั่งนิ่ง ๆ จนผู้ชายสองคนด้านข้างขยับตัวลุกขึ้นมานั่งขนาบข้างฉันแทน 

“ไหน ๆ พวกเราก็ตกกระไดพลอยโจนมาอยู่ร่วมห้องกันเป็นครั้งที่สองแล้ว งั้นมาตกลงอะไรกันหน่อยไหม” เจ้าของรอยสักสีขาวพูดขึ้น ฉันมองหน้าพวกเขาสลับกันทันที ไม่รู้ว่าผู้ชายสองคนนี้จะมาไม้ไหน 

“ตกลงอะไร” 

“ก่อนอื่นมาแนะนำตัวกันดีกว่าเพราะมันจะเป็นข้อมูลชั้นดีเลยทีเดียว” 

“ข้อมูล…” 

“เธอจะทวนทำไมนักหนา” คนเกลียดเขาจริง ๆ เลยค่ะ ไม่เคยพูดดีด้วยเลย 

“มึงนั่งเงียบ ๆ ไปเลยไอ้เธียร์” ฉันแอบยิ้มเมื่อเห็นเขาโดนดุ แต่ก็ยิ้มได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น “จำชื่อพวกเราได้ไหม” 

“ก็… ได้ แต่แยกไม่ออก” 

“เดี๋ยวนานไปก็แยกออกเองแหละ พวกเราอายุยี่สิบแปด น่าจะเป็นรุ่นพี่” 

“อ๋อ ฉันชื่อลันตา อายุยี่สิบสี่ค่ะ” ไหน ๆ เขาก็พูดดีด้วยแล้ว ฉันก็ควรตอบกลับแบบดี ๆ เหมือนกัน “แล้วพวกนะ… เอ่อ พี่มีอะไรจะตกลงกับฉันงั้นเหรอ” 

ถึงเขาจะพูดดีด้วย แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี ไม่ค่อยอยากรู้จักกับพวกเขาสองคนเลยจริง ๆ 

“พวกกูมีเรื่องให้มึงช่วย” หยาบมากเลยค่ะ หยาบจนฉันไม่อยากคุยด้วย 

“ไอ้เธียร์!” 

“อะไร? กูก็พูดอยู่แบบนี้” 

“พูดให้มันดี ๆ หน่อย” 

“งั้นมึงก็ตกลงกับยัยนี่เองละกัน กูขอไปอาบน้ำก่อน” พูดจบเขาก็ลุกเดินเข้าห้องไปทันที อากาศที่เคยอึดอัดมันเริ่มดีขึ้นมาทันทีเมื่อเขาหายเข้าไปในห้อง 

“ขอโทษแทนมันด้วยนะ” 

“ค่ะ” ความเงียบเกิดขึ้น ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง ส่วนเขาก็ไม่เริ่มพูดสักที “พี่มีอะไรหรือเปล่า” 

“มี แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง” 

“พูดมาเถอะ ถ้ามันตอบแทนเรื่องที่พี่ช่วยฉันเอาไว้ได้ ฉันก็จะทำให้ แต่ต้องเป็นเรื่องที่ฉันทำได้นะคะ” 

“เธอทำได้อยู่แล้ว” 

“เรื่องอะไรคะ?” 

“ไหน ๆ พวกเราก็เกินเลยกันแล้ว พี่อยากให้เธอช่วยแกล้งเป็นแฟนหน่อย” 

“คะ?” ถึงกับงงไปเลย เพราะจู่ ๆ เขาก็บอกให้ฉันแกล้งเป็นแฟน 

“เธอเองก็น่าจะยังไม่มีใคร ใช่มั้ย?” 

“เอ่อ…” 

“ถ้ายัยนี่เล่นตัวมากนัก กูว่าหาคนใหม่เหอะว่ะ” มาอีกแล้วค่ะ เขามันตัวมารสำหรับฉันเลยจริง ๆ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้อง ฉันก็ไม่อยากหายใจร่วมกับเขา 

“ไหนบอกจะอาบน้ำ” 

“เปลี่ยนใจแล้ว กูอยากรู้คำตอบ” 

“เดี๋ยวนะ? ที่บอกให้ฉันเป็นแฟนคือคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่” พอเริ่มตั้งสติได้ฉันก็เริ่มจะคิดตามที่พวกเขาคุยกันพร้อมกับคำถามที่เอ่ยออกมา 

“ทั้งคู่!” และแน่นอนคำตอบของพวกเขาทำให้ฉันตัวแข็งทื่อไปเลยทีเดียว 

“พวกพี่จะบ้าเหรอ? ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ” 

“เล่นตัว!” 

“นี่!” 

“หรือไม่จริง มีแต่ผู้หญิงอยากเป็นแฟนกับพวกกูทั้งนั้น” 

“อย่างน้อย ๆ หนึ่งในนั้นคงไม่ใช่ฉัน ถึงฉันจะแรดก็ไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงมักง่ายคบผู้ชายทีเดียวสองคนหรอกนะ แถมยังหน้าเหมือนกันอีก” 

“งั้นเหรอ?” ทำไมฉันถึงเกลียดหน้าตาทะเล้นในตอนนี้ของเขาจังเลย ถึงจะหน้าเหมือนกันแต่แววตาที่มองฉันมันต่างกัน 

“ไอ้เธียร์! ถ้าไม่ช่วยก็อย่าเสือก” 

“กูก็ไม่อยากเสือกหรอก แต่มึงก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ” 

ความเงียบเกิดขึ้น ฉันมองหน้าพวกเขาสองคนสลับกันอีกครั้ง ก่อนจะเป็นฝ่ายลุกหนีเดินกลับเข้าห้อง ล็อกประตูด้วยค่ะ ถึงจะไม่ใช่ห้องของฉันก็ตาม แต่ก็ต้องหนีเอาไว้ก่อนเพราะไว้ใจพวกเขาไม่ได้ 

“บ้าบอ” 

นี่คือความคิดของฉัน ความรู้สึกมันตีกันทันที ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ด้วยนะ 

เฮ้อ! 

ความคิดเห็น