หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 30 ยุติการหมั้น (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 ยุติการหมั้น (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2562 09:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 ยุติการหมั้น (4)
แบบอักษร

ณ ตระกูลอวิ๋น

ในห้องหญิงสาวกำจายกลิ่นเครื่องยาตลบอบอวลจนกลิ่นดั้งเดิมของห้องหับสลายหายไปเสียหมด

อวิ๋นลั่วเฟิงยืนกายเปลือยเปล่าหน้าอ่างอาบน้ำแล้วยกเท้าข้างหนึ่งเชื่องช้า ค่อยๆ ก้าวลงไปในอ่างไม้ ครั้นนิ้วเท้าแตะของเหลวอันมีสรรพคุณยาในอ่าง ความเจ็บปวดรวดร้าวก็แล่นขึ้นจากนิ้วเท้าไปทั่วสรรพางค์กาย

นางทำจิตใจให้เข้มแข็งแล้วจุ่มขาลงไปทั้งท่อน

ชั่วขณะนั้นเองความปวดแสบปวดร้อนก็กระตุ้นให้นางอยากจะเอามือสับขาตัวเองทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าใจนางเองก็รู้ดีหากเรื่องแค่นี้ยังทนไม่ได้นางก็ต้องเป็นสวะผู้ไม่อาจรวบรวมพลังฌานได้ชั่วชีวิต!

“เสี่ยวโม่ เจ้าได้บอกข้าก่อนแล้วว่าการลงอ่างยานี้จะเจ็บปวดเหลือแสน เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าจะสาหัสสากรรจ์ถึงปานนี้”

อวิ๋นลั่วเฟิงฝืนยิ้มขมขื่นทว่าก็จุ่มกายลงไปทั้งตัวในที่สุด

พลันรู้สึกดั่งใบมีดนับร้อยพันทิ่มแทงฉีกผิวออกเป็นริ้วๆ ช่างทุกข์ทรมานยิ่ง นางอยากจะโจนหนีออกจากอ่างอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อคิดถึงผลที่ต้องแบกรับหากการคราวนี้ล้มเหลว นางก็กัดฟันสู้ทนต่อไป

“นายท่านพยายามเข้าเถิด หากท่านผ่านพ้นจุดนี้แล้วจะท่องไปยังแห่งหนใดบนผืนแผ่นดินนี้ก็ย่อมได้!”

การฝืนทนนั้นไม่ผิดแต่ประการใด ถ้อยคำสนับสนุนจากเสี่ยวโม่ทำให้ใจอวิ๋นลั่วเฟิงสั่นสะท้าน สีหน้าซีดเผือดถูกแทนที่ด้วยความแน่วแน่ ดวงตาสะกดใจก็พลันฉายแสงวูบวาบผสานความสงบนิ่งไร้เทียมทาน

“ที่เจ้าพูดมานั้นถูกต้องแล้ว ข้าต้องกัดฟันสู้ความเจ็บปวดนี้! เพื่อตัวข้าเอง และเพื่อตระกูลอวิ๋น...” นางหลุบตาลงต่ำซ่อนความเผด็จการและความยโสโอหังไว้ “ข้าปรารถนาที่จะแข็งแกร่ง ทุกคนบนผืนแผ่นดินนี้จะมิบังอาจตามรังควานข้าอีก ส่วนมู่สิงโฉวและฮ่องเต้สวะนั้นเล่าสักวันหนึ่งข้าจะทำให้พวกมันมาคุกเข่าขอขมาต่อหน้าหลุมศพบิดามารดาข้าให้จงได้! แล้วข้า...ข้าจะเหยียบผืนแผ่นดินทั้งผืนนี้ไว้ใต้ฝ่าเท้าของข้า!”

นางไม่หวังจะใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นผู้คนทั่วไป ในอดีตชาตินางมิใช่คนเช่นนั้น ในชาตินี้ก็เช่นกัน

ในอดีตชาตินางได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักเพื่อตอบแทนบุญคุณผู้ดูแลที่ได้อุปการะเลี้ยงดู ในภพภูมินี้ ก็เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปบนผืนแผ่นดินแห่งนี้...

ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวยิ่ง อวิ๋นลั่วเฟิงสิ้นสติสมประดีไปหลายครา จวบจนกระทั่งท้ายที่สุดกายทั้งกายก็ได้ด้านชาไปเสียสิ้น! แต่นางก็ผ่านพ้นมาจนได้ น้ำในอ่างที่เดิมเป็นตัวยาสีเขียวเมื่อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำนางจึงก้าวออกจากอ่าง

หนึ่งชั่วโมง! เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ยาวนานชั่วศตวรรษเห็นจะได้ และเจ็บปวดแสนสาหัส! ทั้งร่างเจ็บปวดเจียนตาย แล้วนางยังต้องกัดฟันทนเช่นนี้อีกถึงสี่คราว...

อย่างไรก็ดี เพราะผ่านพ้นครั้งที่หนึ่งไปได้แล้วอวิ๋นลั่วเฟิงจึงคิดครึ้มในใจว่าครั้งต่อไปคงไม่เลวร้ายเท่าใดด้วยกายได้รู้จักความเจ็บปวดนั้นแล้ว 

เห็นได้ชัดว่านางคิดละเมอเพ้อพกไปเอง

ความเจ็บปวดครั้งแรกนั้นเล่าเบาบางที่สุด ยิ่งใกล้จบครบถ้วนกระบวนการก็ยิ่งหนักหนา ครั้นเมื่อถึงวันที่ห้า อวิ๋นลั่วเฟิงก็พบเจอกับปัญหาใหญ่หลวง...

จวนแม่ทัพสิ้นเนื้อประดาตัวเสียแล้ว!

ถูกต้องแล้ว การอาบน้ำลงยาของนางสี่คราได้ผลาญทรัพย์ไปถึงยี่สิบล้านตำลึง ทั้งหมดนี้คือทรัพย์สมบัติที่จวนแม่ทัพสู้อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไว้หลายขวบปี แล้วนางก็ผลาญเสียหมดสิ้นภายในสี่วัน...

อวิ๋นลั่วเฟิงสับสนหนัก ใจประหวั่นคิดถึงดวงหน้าโกรธเกรี้ยวของท่านปู่ยามเมื่อกลับมาเห็นคลังสมบัติที่ว่างเปล่า

“คุณหนู คุณหนูเจ้าขา” บัดนั้นเองหญิงรับใช้ชิงเหยี่ยนก็รีบรุดเข้ามา ดวงหน้าเล็กจิ๋วสำแดงแววหวั่นวิตก “คุณหนู เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ มู่เซินจากจวนอัครมหาเสนาบดีมู่มาขอพบคุณหนู ท่านแม่ทัพก็ไม่อยู่ เราจะทำเช่นไรกันดีเจ้าคะคุณหนู”

มู่เซินงั้นรึ

ครั้นได้ยินชื่อเสียงเรียงนามริมฝีปากอวิ๋นลั่วเฟิงก็ยกขึ้น “ข้ากำลังกังวลอยู่พอดีว่าจะหาทรัพย์สินที่ใดไปจับจ่ายสมุนไพรสำหรับอาบน้ำลงยาวันที่ห้า ก็มีบ่อเงินบ่อทองเข้ามาถูกเวลาพอดี...”

ขณะนั้นเอง เบื้องหน้าลานกว้างของสวนด้านหน้าปรากฏร่างมู่เซินเดินลุกลี้ลุกลน ดวงหน้าล้นไปด้วยแวววิตก ชายหนุ่มได้ครุ่นคิดคำนึงอยู่ถึงสี่วัน! ชั่วสี่วันดังกล่าวเขาได้คิดถึงคำถามนานาประการทีเดียว ทว่าทุกคำถามกลับวนเวียนอยู่กับบุคคลเพียงหนึ่ง นั่นคืออวิ๋นลั่วเฟิง!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น