หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 29 ยุติการหมั้น (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ยุติการหมั้น (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2562 09:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ยุติการหมั้น (3)
แบบอักษร

สองตาอวิ๋นลั่วเย็นชาขึ้นทีละน้อยแววตาทรงอำนาจสอดส่ายแลดูเหล่าข้าแผ่นดินผู้บัดนี้อยากมุดแทรกแผ่นดินหนีราวหลังติดชะนักไม่ปาน

“ฝ่าบาท การยุติการหมั้นหมายนี้เป็นการตัดสินใจของหลานสาวข้าเอง หากฝ่าบาททรงเห็นใจข้าแผ่นดินผู้นี้ก็ขอความกรุณาท่านประทานตามความปรารถนาของข้าด้วยเถิด”

อวิ๋นลั่วหันมองเกาถูผู้สูงส่งพลันเปล่งวาจาแน่วแน่

“เช่นนั้นก็ให้เป็นไปตามเจ้าว่า!” สองพระเนตรเกาถูเปล่งแสงราวคบเพลิง พระสุรเสียงเปี่ยมศักดิ์ศรีกล่าวสำทับ “ในเมื่อแม่ทัพอวิ๋นร้องขอเราถึงเพียงนี้ เราก็จักอนุญาต ขอเพียงแม่ทัพอวิ๋นลั่วอย่าได้เสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”

“ข้าจะไม่มีวันเสียใจทีหลังเป็นแน่!” ดวงตาอวิ๋นลั่วบัดนี้แน่วแน่แลเร่งเร้ายิ่งกว่าเดิม “ข้าแผ่นดินผู้นี้ยังมีอีกหนึ่งความจะกล่าว ข้าหวังว่าฝ่าบาทจะประทานคำอนุญาตให้ข้าใช้พระบรมราชโองการเปล่าเพื่อหลานสาว ให้บัญชาว่านับแต่นี้เป็นต้นไปหลานสาวข้ามิมีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องโค้งให้แก่ผู้ใดในราชสำนักอีก”

ตั้งแต่ต้นจนจบอวิ๋นลั่วมิได้กล่าวถึงเหรียญตราทองละเว้นโทษตายเลยแม้แต่น้อย

“อนุญาต” เกาถูเปล่งเสียงไร้อารมณ์พลางโบกมือ

หากเขาได้กระทำการอันใดให้เป็นที่ระคายเคืองแก่ฝ่าบาท จะมีเหรียญละเว้นโทษหรือไม่มีฮ่องเต้ก็หายอดฝีมืออันดับหนึ่งมาสังหารเขาได้มิต่างกัน

หากเกาถูไม่ประทานคำอนุญาตแล้วจะเป็นอย่างไรเล่า

เจ้าเฒ่านี่ได้นำพระบรมราชโองการเปล่ามาแล้วจะให้กล่าววาจาอันใดได้ ที่สุดแล้วพระบรมราชโองการเปล่านั่นเขาก็เป็นผู้ประทานให้ตั้งแต่แรกเอง

“หากปราศจากความอันใดจะกล่าวต่อ พวกเจ้าทั้งหมดก็จงออกไปได้”

“ขุนนางทั้งหลายออกไปได้”

ครั้นเกาถูทรงลุกขึ้นยืนอย่างเหนื่อยล้าเหล่าขุนนางต่างก็ประสานมือทำความเคารพ ก่อนจะพากันเดินออกจากท้องพระโรงไปกลุ่มละสองสามคน

มู่สิงโฉวโฉบไปข้างอวิ๋นลั่วด้วยดวงหน้าเหยียดยิ้มเยาะพลางเอ่ยวาจาเย้ยหยัน “อวิ๋นลั่ว ดูจากการตัดสินใจของเจ้าในวันนี้แล้ว ดูท่าหลานสาวเจ้าคงจะไม่มีวันหาผู้ใดมาเป็นสามีได้อีกในชาตินี้ แต่อย่างไรเสียก็คงพอมีคนมารับหลานเจ้าไปออกเรือนได้อยู่ดอก หากเป็นขอทานละก็นะ ฮ่าๆๆ!”

ว่าดังนั้นมู่สิงโฉวก็เหิมเกริมหัวร่อ “อวิ๋นลั่วเฟิงหรือต่อให้นางขยะนั่นฝึกฝนวิชาทั้งชีวิตก็มิอาจไล่ตามแม้ธุลีของมู่อู่ซวงหลานสาวข้าได้ดอก! แล้วข้าจะบอกอะไรเจ้าหนึ่งอย่าง แม้ตระกูลอวิ๋นเจ้าจะไร้เทียมทานเพียงใดก็หาได้มีประโยชน์ไม่ ทำไมเจ้าไม่เลี้ยงบุตรีให้โตขึ้นเป็นยอดสตรีแทนเสียเล่า! อวิ๋นชิงหย่าอดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งก็แล้ว บิดาอวิ๋นลั่วเฟิงผู้มีฝีไม้ลายมือไม่เลวก็แล้ว ล้วนแต่พ่ายแพ้ให้แก่น้ำมือตระกูลมู่ทั้งสิ้น เจ้ารู้ไหมว่าเพราะเหตุใด”

อวิ๋นลั่วหน้าซีดไร้สีเลือดมือกำเป็นหมัดแน่นลั่นเสียงกรอบแกรบสะท้อนไปมา ดวงตาทรงฤทธาจ้องมองมู่สิงโฉวดั่งใบมีดทิ่มแทง

มู่สิงโฉวมิได้ยำเกรงอวิ๋นลั่วแต่อย่างใดกลับยิ้มเยาะแล้วพ่นวาจาต่อว่า “นั่นเพราะตระกูลมู่เราฟูมฟักมู่ฉินขึ้นมาอย่างไรล่ะ ในวังในจะหาสตรีใดเป็นที่โปรดปรานเท่าพระชายาฉินเป็นไม่มี กระทั่งพระมารดาแท้ๆ องค์รัชทายาทสิ้นไป พระชายาฉินก็เป็นผู้รับเลี้ยงดูองค์รัชทายาทขึ้นมาเองกับมือ! หนนี้ตระกูลมู่เราก็ได้ ฟูมฟักมู่อู่ซวงยอดสตรีขึ้นมาอีกหนึ่ง! ในภายภาคหน้านางจะขึ้นเป็นมารดาแห่งแว่นแคว้นแห่งนี้! ส่วนตระกูลอวิ๋นเจ้าเล่ามีเพียงบุตรอายุสั้นสองนาม เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหลานสาวยังกลายเป็นนางสวะเสียนี่!”

“ด้วยเหตุนี้...” เขาหยุดชั่วครู่ ริมฝีปากบิดเบี้ยวเป็นหยักโค้งน่าหัวร่อ “ตระกูลอวิ๋นที่เกรียงไกรมายาวนานก็ถึงคราวจบสิ้นลงเสียที! แล้วเจ้ารอจนถึงวันที่เจ้าสิ้นอายุขัยเถิด อวิ๋นลั่วเฟิงนางจะต้องทุกข์ทรมานกับการกลั่นแกล้งนานาสารพัดจนหวังอยากจะให้ตัวตายไปเสียเลยเทียว!”

อวิ๋นลั่วสูดหายใจเข้าลึกกำปั้นทั้งสองสั่นระริกอย่างแผ่วเบา เห็นได้ชัดว่ากำลังสะกดกลั้นแรงโทสะไว้

“เจ้ามิต้องกังวลไป ข้ายังอยู่ได้อีกห้าสิบหกสิบปี! เจ้าอยากรังแกเฟิงเอ๋อร์หรือ อย่าได้เหิมเกริมไปนัก!”

“ฮ่าๆๆ” มู่สิงโฉวหัวร่อเสียงดัง “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จงหลอกตัวเองต่อไปเถิด! อย่างไรก็ดี เจ้าจะปฏิเสธอย่างไรก็ช่างผลลัพธ์ก็ออกมามิต่างกัน! ตระกูลมู่ของข้าจะรุ่งโรจน์ไร้เทียมทานส่วนพวกเจ้าจะต้องกลายเป็นเพียงอดีต!”

สิ้นวาจามู่สิงโฉวก็มิได้ชายตาแลใบหน้าซีดเซียวของอวิ๋นลั่วอีกต่อไป ส่งเสียงหัวเราะกักขฬะขณะก้าวออกจากท้องพระโรง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น