หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 27 ยุติการหมั้น (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ยุติการหมั้น (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2562 17:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ยุติการหมั้น (1)
แบบอักษร

ณ ท้องพระโรงวังหลวง ขุนนางทุกคนต่างก้มหน้ามิบังอาจส่งเสียงใดๆ หวั่นวิตกเหลือแสนว่าการเข้าห้ำหั่นกันระหว่างสองเขาไท่[1]แห่งหลงหยวนจะลุกลามไปถึงประชาชนคนธรรมดา 

ใบหน้ามู่สิงโฉวบัดนี้บิดเบี้ยวราวได้ลิ้มรสมูลสัตว์ ดวงตาร้ายส่อแววชั่วช้าจ้องใบหน้าไร้ยางอายของอวิ๋นลั่วเขม็ง หากมิใช่เพราะไม่อาจเอาชนะชายชราผู้นี้ในการต่อสู้ได้ เขาคงก้าวเข้าไปแลกหมัดเองเสียแล้ว 

“อวิ๋นลั่วเจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเสียจริง นี่ตระกูลเจ้าทั้งตระกูลไม่มียางอายแม้สักนิดเชียวหรือ หลานสาวเจ้าเป็นสุขสบายดี แต่หลานชายข้าสิตอนนี้สลบไสลไม่ได้สติ เช่นนั้นแล้ว ฝ่าบาททรงรู้ดีที่สุดว่าใครถูกใครผิด” 

อวิ๋นลั่วหัวเราะเย้ยพลางลุกขึ้นยืน ดวงตาส่องประกายสูงส่งคมปลาบดังใบมีด 

“หลานสาวข้าบัดนี้สุขสบายดีก็เพราะองครักษ์แห่งตระกูลอวิ๋นนั้นเก่งกล้าสามารถ มิเช่นนั้นแล้วข้าเกรงว่าคงต้องสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงหนึ่งเดียวของข้าไปอีกคน! อย่างไรก็ดีแม้หลานสาวข้าจะรอดพ้นจากเหตุร้ายนี้นางก็มีแผลใจติดตัว วันนี้หากเจ้าไม่อาจหาคำอธิบายมาให้ข้าฟัง ข้าจะส่งพลทหารไปถล่มจวนเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง!” 

มู่สิงโฉวโมโหจนกายสั่นเทา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะ ดวงตามิได้จับจ้องชายชราอีกต่อไปแต่หันหาฮ่องเต้เกาถู 

“ฝ่าบาท กระหม่อมขอความเมตตาทรงตัดสินด้วยเถิดว่าใครถูกใครผิด” 

บุตรสาวแท้ๆ ของเขาเป็นถึงสนมคนโปรดของฮ่องเต้ มู่อู่ซวงหลานสาวกับองค์ชายเกาหลิงรึก็ชอบพอกัน หากมิใช่เพราะอวิ๋นลั่วเฟิงเข้ามาขวางหูขวางตาเสียก่อนป่านนี้อู่ซวงคงได้ขึ้นเป็นชายาองค์รัชทายาทไปแล้ว 

อย่างไรก็ดีอนาคตพระชายาของอู่ซวงจะช้าเร็วก็ต้องเป็นไปเช่นนั้น! สวะอย่างอวิ๋นลั่วเฟิงหรือจะคู่ควรกับคำว่า ‘มารดาแห่งแผ่นดิน’ 

“เรื่องนี้...” เกาถูขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะทอดมองสองข้าแผ่นดินชี้นิ้วใส่หน้ากัน ในที่สุดฮ่องเต้ก็ทรงถอนหายใจ “อัครมหาเสนาบดี เรื่องนี้ตระกูลมู่ของท่านเป็นฝ่ายผิด ที่ตระกูลอวิ๋นกระทำไปนั้นเป็นการป้องกันตัว ให้มู่เซินไปกล่าวขอขมาตระกูลอวิ๋นเสีย” 

ใช่ว่าตัวเขาจะไม่อยากเข้าข้างอัครมหาเสนาบดีมู่ หากแต่เป็นเพราะแม่ทัพอวิ๋นได้จากบ้านจากเมืองไปยาวนานถึงสิบปีเพื่อแคว้นหลงหยวนโดยแท้ หากยังเอียงใจไปให้อัครมหาเสนาบดีมู่อีกประชาชนคงได้เริ่มชังน้ำหน้ากันเป็นแน่ 

อย่างไรเสีย จะเป็นบิดามารดาของอวิ๋นลั่วเฟิงก็ดี จะอวิ๋นชิงหย่ายอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋นก็ดี ผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นนี้ก็เพราะใจเขาเอนเอียงไปทางจวนอัครมหาเสนาบดีมู่โดยแท้! อวิ๋นลั่วเฟิงเล่าก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนสุดท้ายของตระกูลอวิ๋น หากนางด่วนเป็นอะไรไปจริงๆ ผู้เฒ่าผู้นี้คงมิพ้นต้องคลุ้มคลั่งเป็นแน่ 

“ฝ่าบาท!” 

“เอาล่ะ” เห็นมู่สิงโฉวจะเปิดปากดังนั้นเกาถูก็โบกมือปรามให้หยุด พลันทอดสายตาไปยังอวิ๋นลั่วด้วยแววตาสูงศักดิ์ “เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้ มู่เซินได้รังแกอวิ๋นลั่วเฟิงและได้รับผลกรรมสนองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเจ้าจงรามือจากการเรียกร้องสินไหมนี้เสีย ในเมื่ออวิ๋นลั่วเฟิงก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ในอนาคตห้ามมีใครเอ่ยถึงเหตุการณ์นี้อีก!” 

เห็นๆ กันอยู่ว่ามู่เซินคิดจะขืนใจอวิ๋นลั่วเฟิง แต่ถ้อยคำฮ่องเต้เกาถูฟังดูคล้ายเป็นเพียงการกลั่นแกล้งกันธรรมดา 

สองเรื่องนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว 

อวิ๋นลั่วหลุบตาต่ำด้วยความผิดหวัง แล้วจึงเอ่ยเสียงชืด “ในเมื่อฝ่าบาททรงตัดสินใจแล้ว ข้าน้อยก็ขอน้อมรับแต่โดยดี! อีกประการคือข้าน้อยเองก็เริ่มชราเหลือเกินแล้วจึงมิอาจนำทัพทหารออกสู้รบในสงครามได้อีกต่อไป เช่นนั้นเหรียญตราแม่ทัพนี้ กระหม่อมจะถวายคืนฝ่าบาท” 

จากนั้นชายชราก็หยิบเอาเหรียญตราแม่ทัพออกจากแขนเสื้อแล้วก้าวไปทางฮ่องเต้อย่างเชื่องช้า ก่อนจะมอบเหรียญตราให้แก่ขันทีผู้ยืนอยู่ด้านข้าง 

ขันทีผู้นั้นรับเหรียญตราแม่ทัพนั้นก้าวไปหาฮ่องเต้ พร้อมกับนำส่งให้อย่างนอบน้อม 

ใจเกาถูหวั่นวิตกอยู่ว่าจะควบคุมกำลังของทัพทหารนับร้อยนับพันได้อย่างไร แต่เขามิได้คาดคิดมาก่อนว่าตาเฒ่าผู้นี้จะชิงขอคืนอำนาจทหาร จิตใจพลันเบ่งบานด้วยความยินดีอย่างยิ่ง 

 

------ 

[1] ภูเขาที่ตั้งอยู่ในมณฑลซานตง ประเทศจีน มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น