หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 26 ทั้งตระกูลช่างไร้ยางอาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 ทั้งตระกูลช่างไร้ยางอาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2562 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 ทั้งตระกูลช่างไร้ยางอาย
แบบอักษร

“นายท่าน ที่ข้าให้ท่านพาเขากลับไปนั้นย่อมมีเหตุผล หากมีบุรุษผู้นี้อยู่ข้างกาย ท่านจะรวบรวมพลังฌานได้อย่างรวดเร็ว และอีกประการ...หากท่านสามารถฝึกผสานพลังฌานกันได้ ท่านจะบรรลุได้ไวยิ่งขึ้น นายท่าน ได้โปรดพาเขากลับไปกับท่านด้วยเถอะ” 

ฝึกผสานพลังงั้นรึ 

ริมฝีปากอวิ๋นลั่วเฟิงกระตุกปราศจากคำพูดใดๆ ด้วยไม่เคยคิดมาก่อนว่าแผ่นดินแห่งนี้มีเรื่องอย่างการฝึกผสานพลังอยู่ด้วย 

“นายท่านจงรีบพาเขากลับไปด้วยกันเร็วๆ เถอะ โอ้! ขณะนี้เขาสิ้นสติเพราะบาดเจ็บ เมื่อท่านพาเขากลับไปก็ให้มัดเขาไว้แล้วทำการผสานพลังฌานทุกค่ำคืน ข้ารับประกันว่าท่านจะบรรลุขั้นพลังอย่างรวดเร็วเชียวล่ะ” 

“...” 

อวิ๋นลั่วเฟิงยิ่งอับจนคำพูด นางรู้สึกว่าหลังเสี่ยวโม่พบชายผู้นี้เขามีท่าทีร้อนรนยิ่งกว่านางเสียอีก 

หรือว่าเสี่ยวโม่จะโปรดปรานบุรุษผู้นี้ 

“ไม่มีทาง” อวิ๋นลั่วเฟิงสั่นศีรษะ “ข้าไม่สนใจลักพาตัวผู้ใด อีกอย่างยามนี้ก็เริ่มสายแล้ว ข้าควรรีบกลับได้แล้ว!” 

ถูกต้องแล้ว อวิ๋นลั่วเฟิงมองว่าการกระทำของเสี่ยวโม่ไม่ต่างอะไรจากการลักพาตัว 

อย่างไรก็ตาม ก่อนจากอวิ๋นลั่วเฟิงได้หยิบเข็มที่นางซื้อติดตัวไว้ขึ้นมารักษาบาดแผลภายในของชายหนุ่ม จากนั้นจึงหยิบสมุนไพรที่หอโอสถให้ไว้เป็นของขวัญขึ้นเคี้ยวก่อนให้ป้อนชายผู้นั้น 

แล้วนางก็หมุนกายเดินกลับไป 

“เอาล่ะ ข้าได้ชะลอพิษบาดแผลให้แก่เขาแล้ว แม้จะมีร่างกายเป็นแหล่งพลังฌานก็คงไม่พ้นต้องขอให้โชคเข้าข้าง ข้าไม่อยากลำบากออกไปหาซื้อสมุนไพรอีกแล้ว” 

“ไม่ได้นะนายท่าน ท่านต้องพาเขากลับไปด้วย อย่าเพิ่งไป นายท่าน...” 

ภายในจิตใจอวิ๋นลั่วเฟิงมีเพียงเสียงคร่ำครวญของเสี่ยวโม่ นางรำคาญจึงได้ตัดญาณสัมผัสทิ้งเสีย 

ในที่สุดเสียงโวยวายก็เงียบลง... 

ณ ท้องพระโรงในวังหลวงอันโอ่โถง ปรากฏร่างบุรุษสวมเสื้อคลุมสีเหลืองอย่างราชวงศ์อยู่บนบัลลังก์สูง พระเนตรทอดลงบนใบหน้านองน้ำตาระคนอับจนหนทางของแม่ทัพอวิ๋น พลางข้างขมับก็ปวดตุบขณะยกมือนวดหน้าผากตน 

ดวงหน้าแม่ทัพอวิ๋นสิ้นหวังและทุกข์ทนหนักราวกับอวิ๋นลั่วเฟิงได้พบเรื่องเลวร้ายเข้า 

“หากไม่ใช่เพราะองครักษ์ตระกูลอวิ๋นองอาจและภักดีถึงขนาดยอมเสี่ยงหยามหน้าตระกูลมู่เพื่อช่วยเหลือหลานสาวข้าออกมา ยามนี้หลานสาวข้าคงถูกสัตว์ร้ายตนนั้นกระทำย่ำยีไปแล้ว ฝ่าบาท กระหม่อมขอความเมตตาให้ท่านจับคนผิดมาลงโทษเพื่อความยุติธรรมด้วยเถิด”     

มู่สิงโฉวเพิ่งเดินเข้ามายังมิทันได้เอ่ยว่าถูกป้ายสีแต่อย่างใดก็ถูกแม่ทัพอวิ๋นชิงตัดหน้าพ่นวาจาไร้ยางอายใส่เสียแล้ว ร่างชราของเขาแทบจะกระอักเลือดออกมา  

“แม่ทัพอวิ๋นเจ้าคนปากชั่ว! ตระกูลอวิ๋นเจ้ารุมตีหลานชายข้าไม่พอยังกล้าดีชิงพูดจาใส่ร้ายป้ายสีเหยื่อเช่นข้าอีกรึ” 

อวิ๋นลั่วชำเลืองมองเขาแล้วกระแอมตอบเสียงดัง “ตระกูลอวิ๋นข้าตัดสินใจทำเช่นนั้นไปเพราะสถานการณ์บังคับ หากมู่เซินมิได้ยื่นมือสกปรกมาล่วงเกินหลานสาวข้าก่อนไยเขาจึงได้ถูกรุมอัดกันเล่า เรื่องนี้จวนอัครมหาเสนาบดีท่านทำผิดก่อน แต่หากท่านมีคำอธิบายที่ฟังขึ้นข้าก็จะยอมรามือแต่โดยดี!”  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น