หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 20 ผู้ใดอวดเบ่งกว่า (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 ผู้ใดอวดเบ่งกว่า (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 01:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 ผู้ใดอวดเบ่งกว่า (2)
แบบอักษร

“มู่เซิน ป้าเจ้าเป็นสนมโปรดแห่งองค์ฮ่องเต้ แต่ท่านปู่ข้าคือแม่ทัพแห่งราชสำนักเชียวนะ! เจ้ามั่นใจหรือที่จะมาอวดเบ่งแข่งกับข้า”

เห็นใบหน้าโกรธขึ้งของมู่เซินดังนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงก็ย่นคิ้ว ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มสะกดใจเจือแววโอหัง “จะอย่างไรเสียในเมื่อเจ้าอยากอวดเบ่งนักข้าจะแสดงให้เห็นว่าผู้ดีของจริงนั้นเป็นเช่นไร!”

แปะๆๆ!

อวิ๋นลั่วเฟิงยกมือขึ้นปรบเบาๆ สามที จากนั้นทันใดคนจำนวนมากมายในชุดเครื่องแบบองครักษ์แห่งตระกูลอวิ๋นก็ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางถนนพลุกพล่าน

“จัดการชายผู้นี้เสีย!”

กล่าวดังนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงก็หลบฉากไป นางหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ขณะจ้องมองไปยังมู่เซินผู้ไม่รู้เรื่องราว

“อวิ๋นลั่วเฟิง เจ้ามันไร้ยางอาย!” มู่เซินยิ่งเคืองแค้นแผดเสียงคำรามลั่น “ฝีมือเจ้าชั้นต่ำเพียงใดถึงกับต้องเรียกใช้องครักษ์! หากเจ้าแน่จริงก็จงมาประลองกับข้าตัวต่อตัว!”

อวิ๋นลั่วเฟิงมองมู่เซินเช่นมองตัวตลก “เรากำลังแข่งขันกันมิใช่รึว่าใครแน่กว่าใคร แล้วจะใส่ใจไปไยว่าสิ่งใดยุติธรรม ยิ่งไปกว่านั้นข้าคืออวิ๋นลั่วเฟิงผู้ไร้ยางอายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ข้าจึงโปรดปรานการตะลุมบอนเป็นที่สุด"

สองตามู่เซินเบิกกว้างด้วยไม่เคยเห็นผู้ใดกล่าวหาตัวเองว่าไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน ซ้ำยังพูดได้คล่องปากนัก

“มู่เซินเอ๋ยเจ้าเองก็โปรดปรานการรังแกคนมิใช่หรือ ข้าจะให้เจ้าลิ้มรสว่าการรังแกที่แท้นั้นเป็นเช่นไร!”

ครั้นมู่เซินตกอยู่ในภาวะตะลึงพรึงเพริด อวิ๋นลั่วเฟิงก็ลั่นวาจาอย่างโอหัง

ก่อนที่มู่เซินจะทันตอบโต้ องครักษ์แห่งตระกูลอวิ๋นก็ได้ล้อมเข้ามา จากนั้นเริ่มต้นตะลุมบอนมู่เซินผู้เหม่อลอย ส่วนลูกหลานผู้ดีคนเมื่อครู่เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่สู้ดีก็ถอยหนีไปทันควัน 

แล้วมู่เซินร้องโหยหวนลั่นไปทั่วท้องถนนจากการถูกทุบตีเช่นนั้น

อวิ๋นลั่วเฟิงยืนกอดอกหรี่ตามองใบหน้าหวาดกลัวของมู่เซินผู้ยกมือขึ้นกุมศีรษะ รอยยิ้มร้ายยิ่งฉีกกว้างสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความทะนงตน

ในเมื่อบัดนี้นางคืออวิ๋นลั่วเฟิงแห่งตระกูลอวิ๋น นางจะค่อยๆ ล้างแค้นตระกูลมู่ที่กระทำไว้ต่อตระกูลอวิ๋นทีละเล็กละน้อย!

และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้น!

ต่อไปนางจะพัฒนาตนให้แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไปแล้วจึงล้างแค้นให้แก่บิดามารดาแห่งเจ้าของร่างเดิมนี้!

“เอามันไปโยนทิ้งที่จวนตระกูลมู่เสีย” อวิ๋นลั่วเฟิงเห็นว่าสาแก่ใจแล้วจึงโบกมือให้องครักษ์หยุด “แล้วแจ้งอัครมหาเสนาบดีมู่ด้วยว่ามู่เซินได้กระทำหยาบคายกับข้าต่อหน้าธารกำนัล ซ้ำยังทำท่าจะขืนใจข้ากลางถนน องครักษ์แห่งตระกูลอวิ๋นจึงไม่มีทางเลือกนอกเสียจากต้องปกป้องคุณหนูใหญ่ให้พ้นอันตราย! แต่อย่างไรการกระทำของมู่เซินก็ได้กระทบกระเทือนจิตใจอันบอบบางของข้ายิ่งนัก ตระกูลอวิ๋นจึงต้องการให้ตระกูลมู่จ่ายค่าสินไหม จำนวนเงินให้ไปตกลงกับท่านปู่ข้า แม่ทัพอวิ๋น!”

ไร้ยางอาย!

นางคนนี้ช่างสารเลวนัก!

เห็นกันเต็มสองตาว่านางเป็นผู้ลงมือซ้อมมู่เซินจนสภาพย่ำแย่ ทว่านางกลับเล่นละครแสร้งทำตนเป็นเหยื่อเสียเอง

ใครเล่าจิตใจบอบบาง ทำกันได้ลงเยี่ยงนี้ยังจะเรียกว่าบอบบางได้อีกหรือ

“ขอรับ คุณหนู”

เนื่องจากได้รับคำสั่งมาจากแม่ทัพอวิ๋นลั่วก่อนหน้านี้ องครักษ์ตระกูลอวิ๋นจึงได้ทำตามคำสั่งของอวิ๋นลั่วเฟิงทุกข้อ พวกเขานำมู่เซินผู้มีสภาพปางตายไปยังจวนอัครมหาเสนาบดี 

ณ จวนอัครมหาเสนาบดี

มู่สิงโฉวเมื่อเห็นมู่เซินถูกลากถูลู่ถูกังเข้ามาดั่งสุกรก็โกรธแค้นยิ่งจนเคราสั่น แม้เขาจะชังน้ำหน้าหลานชายจอมอวดเบ่งคนนี้ก็ยังนับเป็นลูกหลานตระกูลมู่ การมารุมซ้อมเด็กหนุ่มเช่นนี้จึงเปรียบเสมือนการตบหน้าเขา

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงคำรามลั่น “จวนแม่ทัพเจ้าคงกินดีหมีหัวใจเสือมากระมังถึงได้บังอาจกระทำเรื่องพรรค์นี้ต่อหลานชายข้า! พวกเจ้าจงนำตัวอวิ๋นลั่วคนชั่วมาขอขมาต่อหน้าข้าบัดเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าไม่ปล่อยเอาไว้แน่!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น