หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 18 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (6)

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (6)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (6)
แบบอักษร

หากจะกล่าวถึงยอดภัตตาคารแห่งแคว้นหลงหยวน เห็นจะเป็นที่อื่นใดไปไม่ได้นอกจากร้านเฟิ่งอวี่! 

เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเถ้าแก่ภัตตาคารเฟิ่งอวี่แห่งนี้คือคนของราชสำนัก ด้วยเหตุดังว่าที่ผ่านมาจึงไม่มีผู้ใดกล้าก่อเรื่องภายใน กระทั่งลูกหลานชนชั้นผู้ดีที่อวดเบ่งยังสำรวมตนเมื่อเดินเข้าสู่ภัตตาคารเฟิ่งอวี่ 

บัดนี้ภายในห้องส่วนตัวของภัตตาคาร องค์ชายเกาหลิงประทับด้วยดวงหน้าเย็นชา ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ 

“องค์รัชทายาท ข้าขอถามทีเถิด” 

บุรุษในอาภรณ์ไหมทองผู้นั่งอยู่ข้างกายองค์รัชทายาทอดรนทนไม่ไหว ในที่สุดก็ถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ท่านไม่ได้เสด็จไปยังจวนแม่ทัพมาหรอกรึ ตั้งแต่ท่านกลับมาพระพักตร์กลับน่าหวาดหวั่นยิ่ง ทรงพบเจออะไรเข้าที่จวนแม่ทัพหรือจึงได้กริ้วถึงเพียงนี้” 

เกาหลิงดื่มสุราเอื้อกๆ แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็เปี่ยมด้วยโทสะพลุ่งพล่าน 

“จะเป็นเพราะใครอีกเล่าหากไม่ใช่นางสวะอวิ๋นลั่วเฟิง! เพื่อเลิกล้มการหมั้นหมายข้าถึงกับยอมให้จิ่งหลินทำการรักษานาง แต่เพราะดึงดันจะตามตอแยข้านางจึงได้ปฏิเสธ! ข้าไม่รู้เลยว่านางขยะคิดการอันใดอยู่ เรื่องของเรานั้นไม่อาจเป็นไปได้ แล้วเหตุใดนางจึงได้อยากตามรังควานข้านัก” 

เดิมทีองค์ชายทรงมีพระอัธยาศัยอ่อนโยนเป็นปกติ มีเพียงตอนกล่าวถึงอวิ๋นลั่วเฟิงเท่านั้นดอกท่านจึงจะอดรนทนไม่ไหว หากมีการเอ่ยชื่ออวิ๋นลั่วเฟิงขึ้นมาเมื่อไรเมื่อนั้นแหละองค์ชายก็พร้อมที่จะแผ่รังสีอำมหิต! 

“เป็นไปไม่ได้” บุรุษในอาภรณ์ไหมทองประหลาดใจ “อวิ๋นลั่วเฟิงมีความทะเยอะทะยานถึงเพียงนี้เพราะอยากแต่งงานกับท่านเป็นแน่ นางถึงขนาดไม่ไยดีร่างกายตนเอง ข้าว่าเห็นแก่ความทุ่มเทของนางแล้วยอมรับรักนางเสียหน่อยจะเป็นไร” 

เกาหลิงจ้องบุรุษในอาภรณ์ไหมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สองตาแผ่รังสีอำมหิต 

“นางสวะอวิ๋นลั่วเฟิงนั่นให้มาเป็นนางสนมข้ายังมากเกินไปด้วยซ้ำ! จะอย่างไรเสียการหมั้นหมายนี้ก็ต้องถูกล้มเลิก!” 

ชายชุดไหมคลี่พัดพลางแย้มยิ้ม “ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเสาะหาบุรุษผู้ละม้ายคล้ายคลึงกันกับท่าน จากนั้นให้เขาปลอมตัวเป็นท่าน แล้วป้ายสีอวิ๋นลั่วเฟิงเพื่อให้ชื่อเสียงนางต้องมัวหมอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อล้มเลิกการหมั้นหมายงั้นรึ” 

เกาหลิงค่อยๆ สงบใจลง ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นบางเฉียบ แสงพร่าเลือนสะท้อนอยู่ในสองตา 

“แม่ทัพอวิ๋นถือครองทัพทหารมหาศาลนัก หากข้าล้มเลิกการหมั้นเสียเฉยๆ ท่านแม่ทัพย่อมโกรธแค้นจนเป็นภัยต่อราชตระกูลเป็นแน่” 

“ต่อให้ชีวิตของอวิ๋นลั่วเฟิงต้องย่อยยับลงอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มในอาภรณ์ไหมนิ่งไปครู่หนึ่ง “แต่ข้าได้ยินมาว่าเพราะท่านป้ายสีนางเช่นนั้นนางจึงปลิดชีพตนเอง” 

เกาหลิงพ่นลมออกจมูกก่อนเอ่ยตอบอย่างเฉยชา “อวิ๋นลั่วเฟิงเคยมีชื่อเสียงอันใดให้ต้องรักษา ไม่ใช่ว่านางถือครองฉายาน่าอับอายนั้นอยู่แล้วรึ สตรีฉาวผู้ฉุดบุรุษกลางถนนแล้วทำไมเล่า ต่อให้นางไม่อาจทานทนคำดูแคลนแล้วปลิดชีพตนเสียนั่นก็เพราะว่านางไม่ระวังตัวบังอาจนอกใจคู่หมั้น ต่อให้นางตายตกความผิดก็ยังคงติดตัวนางไป จะหาคนที่ไหนเข้าข้างย่อมไม่มี ส่วนแม่ทัพอวิ๋นลั่วจะเอาหน้าที่ไหนมาล้างแค้น แต่นางกลับรอดมาได้เสียนี่!” 

อาจเพราะความไว้วางใจที่มีต่อบุรุษในอาภรณ์ไหม องค์ชายจึงไม่เกรงที่จะเผยนิสัยแท้จริงเปล่งวาจาอาบยาพิษได้คล่องปาก 

“เช่นนั้นเองรึ” 

ฉับพลันเขาสองคนก็ได้ยินเสียงประหลาดแว่วมาจากด้านข้าง 

องค์ชายเห็นเพียงชายอาภรณ์ไหมชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วสองตาก็สะท้อนประกายสนุกสนาน “องค์ชาย นั่นคู่หมั้นสวะของท่านใช่หรือไม่” 

เกาหลิงตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงมองตามบุรุษอาภรณ์ไหมออกไปทางด้านนอก แล้วจึงเห็นหญิงสาวในอาภรณ์ผ้าขาวปรากฏต่อสายตาท่ามกลางถนนอันพลุกพล่าน ทว่าฉากดังกล่าวกลับทำให้ดวงตาองค์ชายเย็นชายิ่งขึ้น 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น