หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 17 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (5)
แบบอักษร

เมื่อเห็นว่าอวิ๋นลั่วเห็นดีเห็นงามกับวาจาของนาง อวิ๋นลั่วเฟิงก็ยิ่งผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“หากชิงคืนทัพทหารก่อนรอให้ทัพทหารถูกริบคืนย่อมให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ดังนั้นข้าอยากให้ท่านใช้โอกาสนี้ร้องขอป้ายทองเว้นตายจากฮ่องเต้สุนัขนั่น! แล้วประทานโองการให้ข้า! ความว่าข้าอวิ๋นลั่วเฟิงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุกเข่าลงต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ และขอยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างข้ากับรัชทายาทเสีย” 

อวิ๋นลั่วยินวาจานางดังนั้นก็ตกตะลึงไป จากนั้นกล่าวสำทับด้วยน้ำเสียงลังเล “ป้ายทองเว้นตายและยกเลิกการหมั้นหมายมิใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด ทว่าข้าเกรงว่าพระราชโองการนั้นจะไม่ง่าย” 

“น่าขำ!” อวิ๋นลั่วเฟิงเหยียดยิ้มเยาะ ร่างนางแผ่กลิ่นอายสูงส่ง ใบหน้างามเคร่งขรึมชัดเจน “ข้า อวิ๋นลั่วเฟิง จะไม่ยอมคุกเข่าให้แม้แต่ฟ้าดิน ฮ่องเต้สวะและสายเลือดของเขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ข้าคุกเข่าให้!” 

กระทั่งฟ้าดินก็ไม่อาจสั่งให้นางคุกเข่าลงงั้นรึ! 

จะกล่าวว่าจาเช่นนี้ได้ต้องโอหังเพียงใด 

อวิ๋นลั่วและบุตรชายตกตะลึง เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นอวิ๋นลั่วเฟิงเป็นเช่นนี้ ทั้งสองถึงกับสิ้นไร้คำพูด 

“ฮ่าๆๆ!” อวิ๋นลั่วส่งเสียงหัวเราะเริงร่ากังวานไปทั่วห้องหิน “ดีมาก สมกับเป็นหลานสาวของข้าอวิ๋นลั่ว เจ้าต้องวางตัวอยู่เหนือหัวเช่นนี้จึงจะถูกต้อง! วางใจเถิดปู่ของเจ้าจะจัดการเรื่องทั้งหมด ฮ่องเต้ทรงมอบพระบรมราชโองการเปล่าให้แก่ข้ามิใช่หรือ คราวนี้ท่านปู่จะใช้มันเพื่อเจ้าเอง!” 

อวิ๋นลั่วเฟิงปรารถนาโองการดังกล่าวยิ่งนัก ส่วนอวิ๋นลั่วจะได้มันมาอย่างไรนั้นไม่สำคัญ 

“ท่านปู่มีทรัพย์สินใดบ้างหรือไม่” 

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อวิ๋นลั่วเฟิงก็ชำเลืองมองผู้เฒ่าผู้กำลังส่งเสียงหัวเราะเบิกบานแล้วเอ่ยถาม 

บัดนี้เรื่องสำคัญของนางคือเสริมสร้างรากฐานของตนให้แข็งแกร่ง หากปราศจากพลังก็ไม่อาจปักหลักลงบนแผ่นดินแห่งนี้ได้ 

“เจ้าคิดจะเอาเงินไปทำอะไรรึ” 

อวิ๋นลั่วคงอยู่ในอารมณ์เบิกบานกระทั่งคำพูดยังเจือเสียงหัวเราะเริงร่า “ถ้าเจ้าอยากหาซื้อสิ่งใดข้าจะให้บ่าวรับใช้พาไป” 

“เรื่องมันเป็นเช่นนี้ท่านปู่” อวิ๋นลั่วเฟิงถูจมูก “ข้าต้องการสมุนไพรจำนวนมากเพื่อใช้ศึกษาวิชาแพทย์ ข้าจึงจำเป็นต้องหยิบยืมทรัพย์สินบางส่วนของตระกูลอวิ๋น” 

“ฮ่าๆ” ได้ยินดังนั้นอวิ๋นลั่วก็ยิ่งเบิกบานใจ “นี่คือกุญแจคลังสมบัติตระกูลอวิ๋น เจ้าขาดแคลนเงินเมื่อใดก็จงไปเปิดห้องนี้เสีย มีเท่าไหร่เจ้าเอาไปได้หมดหรือแม้เจ้าใช้หมดข้าก็ไม่มีปัญหา” 

เขากล่าวแล้วจึงโยนพวงกุญแจให้แก่อวิ๋นลั่วเฟิง 

อวิ๋นลั่วเฟิงรับกุญแจพลางย่นคิ้วแล้วจึงกล่าวติดตลก “ช่างใจกว้างเสียจริง ทรัพย์สินทั้งหมดข้าเอาไปได้งั้นรึ เมื่อไรกันที่ท่านใจกว้างเช่นนี้ท่านปู่ ข้านึกว่าท่านจะจับข้าโยนทิ้งไปอย่างง่ายดายแล้วเสียอีก” 

วาจาเด็กสาวใครฟังก็เข้าใจว่านางไม่จริงจังซ้ำยังสรรเสริญ ทว่าอวิ๋นลั่วเมื่อฟังกลับระคายหูแล้วเตะนางเข้าที่บั้นท้ายพลางหัวเราะร่วนด้วยความแค้น “นางเด็กชั่วนี่กล้าดีอย่างไรมาล้อเล่นกับข้า! ถ้าโอหังนักเจ้าก็อย่าหนี ตาเฒ่าผู้นี้จะสั่งสอนจนข้าและเจ้าจะใช้แซ่เดียวกันเลยเทียว!” 

ได้ยินชายชราว่าดังนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงก็โซเซแทบล้มคว่ำ ทว่านางยังคงเอามือถูบั้นท้ายที่อวิ๋นลั่วเตะเข้าให้ก่อนวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมา 

เห็นใบหน้าเคืองโกรธของบิดาเช่นนั้นริมฝีปากอวิ๋นชิงหย่าก็อดกระตุกมิได้ ชายหนุ่มปรารถนาจะเตือนให้ชายเฒ่ารำลึกถึงว่าสองหลานปู่อยู่ร่วมแซ่เดียวกันอยู่แล้วตั้งแต่ต้น 

อย่างไรก็ดีพูดไปตอนนี้ก็หาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ อวิ๋นชิงหย่าจึงหุบปากเสีย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น