หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 15 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (3)
แบบอักษร

“ดูเถอะหลานข้า ไม่ได้พบหน้ากันเป็นสิบปีกลับโตมาเป็นคนฉอเลาะเสียนี่ ข้าในตอนนี้เป็นเพียงชายพิการ จะให้ต่อกรกับบุรุษคนใดเห็นจะเป็นไปได้ยาก” อวิ๋นชิงหย่าอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ 

“ท่านอาอย่าได้ดูแคลนตนเอง ถึงเป็นท่านในวันนี้เกาหลิงก็ไม่อาจสู้หน้า อีกประการ ท่านจะไม่ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นนี้อีกนานนักหรอก” 

ระหว่างทางเข้าสู่ห้องหินจนกระทั่งบัดนี้ นางก็ได้วินิจฉัยร่างกายอวิ๋นชิงหย่าจนจวนจะเสร็จแล้ว 

แม้ไม่มีคัมภีร์เซียนโอสถแต่นางก็ได้ร่ำเรียนวิชาแพทยศาสตร์มาในอดีตชาติ จะให้ทำการรักษาท่อนขาบุรุษเบื้องหน้ามิใช่ปัญหา ที่ยากเย็นเห็นจะเป็นสถานพลัง 

ดวงหน้าอวิ๋นชิงหย่าฉายแววเหนื่อยล้าท่ามกลางรอยยิ้ม “หลานเอ๋ย เส้นเลือดขาท่านอาเจ้าตีบตันหมดแล้ว แม้จะลุกขึ้นยืนก็ยังทำมิได้ กายข้าปราศจากพละกำลัง ข้าเพียงดิ้นรนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ อย่างลับๆ ล่อๆ เช่นสวะ” 

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงยอดฝีมือผู้ทำให้ทั้งหลงหยวนต้องป่วนปั่นสั่นสะท้าน ตัวเขาในอดีตเปี่ยมพลังล้นเหลือเพียงใดน่ะหรือ ไม่ว่าจะเยื้องย่างไปที่ไหนก็เป็นที่สนใจไปทุกหนแห่ง 

เวลาผ่านไปสิบปีความมุ่งมั่นทั้งหลายก็มลายสิ้น ส่วนชายหนุ่มก็ทำได้เพียงดูแคลนตัวเอง 

อวิ๋นลั่วเฟิงปวดหนึบอยู่ในอกด้วยเสียดายยอดฝีมือหนุ่มนัก! 

“ข้าไม่เห็นว่าผู้ใดในโลกนี้จะเป็นเศษสวะ” ริมฝีปากอวิ๋นลั่วเฟิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม “แม้ท่านไร้ซึ่งพละกำลัง ท่านก็จงแสดงพลังความสามารถด้านอื่นเสีย ก่อนอื่นท่านต้องลุกขึ้นยืนจากรถเข็นนี้ก่อน! ท่านปู่ ท่านอา อันที่จริงข้ามีอาจารย์ลับๆ ผู้สั่งสอนวิชาแพทย์ให้แก่ข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ช้าก็เร็วเถิดข้าจะช่วยท่านอาให้กลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง!” 

คัมภีร์เซียนโอสถมีความสำคัญยิ่ง นางจึงให้ผู้ใดล่วงรู้มิได้แม้กระทั่งคนในครอบครัว เหตุนี้จึงจำต้องแต่งเรื่องพกลม จะอย่างไรเสียอวิ๋นชิงหย่าก็อาศัยอยู่แต่ในห้องหินนี้ตลอดมา ส่วนอวิ๋นลั่วเล่าก็ไม่อยู่ในดินแดนหลงหยวน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริงของนาง 

“เฟิงเอ๋อร์เอ๋ย เจ้าว่าเจ้ากำลังศึกษาวิชาแพทย์งั้นรึ” อวิ๋นลั่วจิตใจเบิกบานแล้วจึงหัวเราะในลำคอ “ดี ดีมาก! หากเจ้าได้เป็นหมอต่อให้ข้าไม่อยู่เจ้าก็ยังมีวิชาแพทย์ติดตัว ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวใครจะมารังแก” 

บนแผ่นดินหลงเซี่ยวไม่เพียงแต่ผู้ฝึกฌานเท่านั้นที่ได้รับการยกย่อง แม้ปราศจากพรสวรรค์ในการรวบรวมพลังฌาน แต่หากมีสติปัญญาเฉียบแหลมก็สามารถเจริญก้าวหน้าได้ อันหมอผู้ได้รับการยกย่องนั้นเล่ายิ่งมิต้องกล่าวถึง! 

แต่ก็นั่นล่ะ หากปราศจากพรสวรรค์ด้านศาสตร์ศิลป์ใดๆ ก็เป็นได้แค่เศษขยะ 

ดังเช่นอวิ๋นลั่วเฟิงคนก่อน! 

“หลานเอ๋ยท่านปู่ของเจ้ากล่าวไม่ผิด หากเจ้ามีวิชาแพทย์ติดตัวเสียอย่างเส้นสายกับยอดฝีมืออื่นก็อยู่ในกำมือ แล้วเจ้าก็จะได้หมดห่วงเรื่องเอาตัวรอดบนแผ่นดินนี้” อวิ๋นชิงหย่ากล่าวแย้มยิ้ม 

เมื่อได้ล่วงรู้ว่าอวิ๋นลั่วเฟิงแอบศึกษาวิชาแพทย์อย่างลับๆ ความคิดแรกที่บังเกิดมิใช่เรื่องร่างกายอวิ๋นชิงหย่า หากแต่เป็นอนาคตของเด็กสาวที่จะได้ไม่ต้องทรมานผจญกับการถูกกลั่นแกล้งอยู่ร่ำไป 

ใจอวิ๋นลั่วเฟิงเปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน นางมองอวิ๋นชิงหย่าแล้วกล่าวว่า “ท่านอา แม้ข้าจะไม่สามารถให้คำมั่นว่าพละกำลังท่านจะกลับคืนมาดังเช่นวันวาน แต่ข้าช่วยให้ท่านกลับมาเดินอีกครั้งได้อย่างแน่นอน” 

“ร่างกายข้า ข้ารู้ดีที่สุด หากเป็นเมื่อสิบปีก่อนคงพอมีโอกาส ทว่าข้าเป็นอัมพาตมานานนับปี คงไม่มีทางอื่นอีกแล้ว” อวิ๋นชิงหย่าสั่นศีรษะ และอาจเกรงว่าจะทำให้อวิ๋นลั่วเฟิงต้องผิดหวังจึงได้สำทับต่อไปว่า “แต่ถ้าเจ้ากำลังศึกษาวิชาแพทย์และต้องการฝึกฝนวิชา ท่านอาคนนี้ยินดีมอบร่างกายให้ เพราะถึงอย่างไรร่างนี้ก็สิ้นไร้ซึ่งประโยชน์อันใดอยู่แล้ว” 

“ท่านอาวางใจเถิด ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ท่านกลับมายืนได้อีกครั้ง” ใบหน้าอวิ๋นลั่วเฟิงเบ่งบานขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ก่อนอื่นท่านต้องออกจากห้องหินนี้ก่อน สภาพแวดล้อมเช่นนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัว!” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น