หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 14 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (2)
แบบอักษร

“ถูกต้องแล้ว” อวิ๋นลั่วผุดรอยยิ้มอ่อนล้า “ข้าอุทิศตนเพื่อดินแดนแห่งนี้ทว่าครั้งตกระกำลำบากแทบสิ้นชีวีฮ่องเต้กลับละเลย เมื่อถึงคราวต้องจากหลงหยวนไปนานถึงทศวรรษท่านก็นิ่งดูดายไม่แยแสเจ้า บิดามารดาเจ้าได้พลีชีพรับใช้แผ่นดินนี้แล้ว เรื่องให้เสียเจ้าไปอีกคนข้าไม่ยอม ทว่าข้าชราเหลือเกินคงอยู่ดูแลเจ้าได้อีกไม่นาน หากท่านอาของเจ้าฟื้นฟูกำลังกายกลับคืนมาได้ เจ้าก็คงอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของเขาได้” 

อวิ๋นลั่วไม่กล้าคิดถึงชีวิตหลานสาวหากวันหนึ่งตนต้องจากไปด้วยสิ้นอายุขัย 

“เมื่อครู่ท่านปู่ว่าอย่างไรนะ” 

ชั่วแล่นหนึ่งอวิ๋นลั่วเฟิงสงสัยว่าหูตนฝาดไปหรือไม่ 

เอ่ยถามซ้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจนัก “ท่านกล่าวถึงท่านอา แต่ว่าท่านอา…” 

“เฟิงเอ๋อร์เอ๋ยเมื่อตอนนั้นเจ้ายังเยาว์นักและข้าไม่อาจให้เจ้าล่วงรู้ถึงความจริงบางอย่าง มิฉะนั้นชีวิตท่านอาเจ้าต้องผจญภยันตรายใหญ่หลวงซ้ำอีกคราว” อวิ๋นลั่วทอดถอนใจแล้วจึงกล่าวต่อไปว่า “อันที่จริง ท่านอาของเจ้ายังไม่ตาย เขามีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้ทว่าโชคชะตาอาภัพยิ่งนัก หลังท่านอาเจ้าแสร้งตาย ผู้คนเหล่านั้นก็ยังตามจองล้างจองผลาญจับตาดูตระกูลอวิ๋นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนล่าถอยไปเมื่อไม่นานมานี้ แม้กระนั้นข้าก็มิอาจปล่อยให้ท่านอาเจ้าปรากฏกายด้วยหากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงหูขุมพลังชั่วร้ายนั่น คนเหล่านั้นจะกลับมาเอาชีวิตตระกูลอวิ๋นทั้งตระกูล!” 

ไม่เพียงแต่อวิ๋นชิงหย่าที่ทรมานใจกับเรื่องดังกล่าว แม่ทัพชราเองก็ทุกข์ทนไม่ต่างกัน!  

ถ้าเพียงแต่อวิ๋นชิงหย่าสามารถหลบเลี่ยงชะตากรรมพลิกผันเช่นวันนั้น ตระกูลอวิ๋นคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าอดสูเช่นวันนี้! 

จะคิดถึงแต่พลังในกำมือฝ่ายเดียวย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะพลังดังกล่าวดำรงอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ หากพระองค์ต้องการให้เขาคืนมันกลับ ก็จำต้องยอมจำนน 

“ที่ท่านปู่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นความจริงหรือ ท่านอายังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ” ดวงตาอวิ๋นลั่วเฟิงส่องแสงขึ้นมาแวบหนึ่ง  

นางนึกสงสัยเรื่องท่านอาเสมอมา เมื่อรู้แล้วว่าเขายังไม่ตายจะไม่ให้นางร้อนใจได้อย่างไร 

“ที่ท่านอาเจ้ายังไม่ตายนั้นเป็นความจริง ทว่าร่างกายเขาพิการ หากวันนั้นมีหมอหลวงสักคนยื่นมือมาช่วยอาเจ้าคงไม่อยู่ในสภาพอดสูเยี่ยงนี้ ร่างกายพิการเป็นอัมพาต จุดตันเถียน[1]ถูกทำลายสิ้นและไม่อาจฟื้นฟูกำลังกายได้อีก” 

“ท่านปู่ ข้าอยากพบท่านอา!” อวิ๋นลั่วเฟิงเงยใบหน้างดงามขึ้นแล้วกล่าวเสียงแข็ง 

ในเมื่อนางมีคัมภีร์เซียนโอสถอยู่กับตัวจึงมั่นใจยิ่งนัก โรคร้ายขนานใดก็ไม่คณามือนาง 

ทว่าก่อนอื่นต้องลงตรวจร่างกายอวิ๋นชิงหย่าเสียก่อนจึงจะรู้ได้ว่าควรรักษาด้วยวิธีใด! 

 

ห้องหับมืดชื้นและทางเดินชุ่มแฉะทำให้อวิ๋นลั่วเฟิงย่นใบหน้าลงเล็กหน้อย 

อวิ๋นลั่วไม่เห็นใบหน้าหลานสาวจากด้านข้าง ผู้เฒ่าจึงว่าต่อไปเรื่อยๆ “เพื่อหลบลี้หูตาขุมพลังชั่วร้ายท่านอาเจ้าจึงกบดานอยู่ ณ ที่แห่งนี้เป็นเวลานานแล้ว ข้าให้บ่าวคนสนิทส่งข้าวส่งน้ำมาทุกๆ วัน” 

เสียงผู้เฒ่าอ่อนลงแล้วทั้งสองก็เดินมาถึงห้องหิน อวิ๋นลั่วกดกลไกบนกำแพงจากนั้นเกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นเมื่อประตูเปิดออก 

ภายในไม่เปียกชุ่มเช่นภายนอก กลับหรูหราสะอาดตาและมีกลิ่นหอมฟุ้งคล้ายกลิ่นไม้จันทน์ 

บุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นในมือถือหนังสือ ปากโค้งลงเล็กน้อยแล้วจึงค่อยเงยหน้าขึ้นเชื่องช้าเมื่อยินเสียงเปิดประตู ดวงตาเย็นชาชำเลืองมองผู้เฒ่าและสาวน้อย จากนั้นความอบอุ่นก็ฉายขึ้นแทนที่ 

ช่างเป็นบุรุษผู้สง่างามคล้ายดนตรี เปี่ยมคุณธรรมสูงส่งหาผู้ใดเทียบ 

เมื่อได้เห็นรูปโฉมอันงามนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงก็อดทอดถอนใจมิได้ 

“ดูเถิดท่านปู่ ผู้คนต่างยกยอว่าองค์ชายเกาหลิงคือบุรุษผู้เลอโฉมที่สุดในแคว้นหลงหยวนแต่ท่านอาต่างหากที่คู่ควรคำกล่าวขาน เกาหลิงหรือจะสู้ท่านอา”  

 

------ 

[1] จุดตันเถียน หมายถึง จุดกักเก็บพลังลมปราณในร่างกาย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น