หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 13 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 อวิ๋นชิงหย่า ยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น (1)
แบบอักษร

“เกิดเหตุอันใดขึ้นกับท่านอา” อวิ๋นลั่วเฟิงนิ่งไปพักหนึ่งก่อนเอ่ยถาม “จิ่งหลินมีเหตุข้องเกี่ยวกับการตายของท่านอางั้นหรือ” 

อวิ๋นลั่วผุดรอยยิ้มอ่อนล้า “เหตุที่อาเจ้าตายไม่ใช่เพราะจิ่งหลิน แต่เป็นเพราะเขานิ่งดูดายไม่ยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือต่างหาก! ครั้งหนึ่งอาเจ้าเคยเป็นถึงยอดฝีมือแห่งตระกูลอวิ๋น เมื่อยังเยาว์ก็เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นทะเยอทะยานขึ้นเป็นผู้ฝึกฌานขั้นกลางระดับสูงสุดตั้งแต่ยังเล็ก เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วแคว้นหลงหยวนเลยทีเดียว ทว่าครั้งหนึ่งเขาได้ต่อกรกับบุรุษผู้จองหอง บุรุษผู้นั้นพ่ายแพ้ไป แต่คนอหังการเช่นนั้นย่อมไม่อาจยอมรับความจริงจึงได้ส่งกลุ่มมือสังหารมาเข่นฆ่าอาเจ้าเพื่อล้างอาย” 

เมื่อกล่าวจบอวิ๋นลั่วก็กำหมัดแน่นร่างกายสั่นเทา ความชิงชังยิ่งสะท้อนอยู่ในสองตา 

“แม้อาเจ้าเก่งกาจยิ่งแต่เขาก็ยังเยาว์วัยนักซ้ำยังอ่อนด้อยประสบการณ์ ให้ต่อกรกับยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งจำนวนมากเช่นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็ยังพยายามดิ้นรนหลบหนี! เมื่อข้าเห็นร่างบุตรชายคลานกลับบ้านมาด้วยร่างอันโชกชุ่มไปด้วยเลือด ข้าก็รีบรุดไปยังราชสำนักขอร้องให้หมอหลวงออกมาทว่าเจ้าปีศาจจิ่งหลินกลับขวางทางไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ ข้ายอมกระทั่งคุกเข่าขอร้องแต่มันก็ไม่ดูดำดูดี!” 

แรกเริ่มเดิมทีอวิ๋นลั่วไม่คิดให้ชิงหย่าแสร้งตาย จึงร้อนไปขอความช่วยเหลือถึงในวัง! เรื่องแสร้งตายนั้นชิงหย่าเป็นคนคิดขึ้นมาเอง 

ถ้าหากผู้คนเหล่านั้นจากขุมพลังชั่วร้ายได้ล่วงรู้ความจริงว่าความตายยังมิได้พรากเขาไป ไม่เพียงแต่จะส่งมือสังหารมาตามรังควาน แม้ตระกูลอวิ๋นทั้งตระกูลก็คงไม่มีเหลือ! 

ตระกูลอวิ๋นครอบครองพละกำลังแข็งแกร่งนักในโลกเบื้องหน้า ทว่าเทียบไม่ได้เลยกับขุมพลังนั่น! 

“จิ่งหลินมีความแค้นอันใดกับตระกูลอวิ๋นเราหนักหนาอย่างนั้นหรือ” 

ความดังกล่าวคือสิ่งที่อวิ๋นลั่วเฟิงอยากเอ่ยปากถามมากที่สุด 

อวิ๋นลั่วผงกศีรษะ “จิ่งหลินมีความสัมพันธ์อันดีกับอัครมหาเสนาบดีมู่ เขาเป็นอาจารย์ของมู่อู่ซวงหลานสาวเจ้าสวะมู่สิงโฉว” 

อวิ๋นลั่วเฟิงเพิ่งเข้าใจทุกอย่างเดี๋ยวนี้ จากที่ก่อนหน้าเจ้าของร่างเดิมไม่เคยรู้เห็นสิ่งใดเพราะวันๆ เอาแต่ประจบประแจงองค์ชายไม่สนใจเรื่องอื่น ด้วยเหตุนี้นางจึงเพิ่งรับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างจิ่งหลินกับตระกูลมู่ 

“แล้วฮ่องเต้เล่า” อวิ๋นลั่วเฟิงย่นคิ้ว “บิดามารดาข้าสละชีพเพื่อแว่นแคว้น ท่านเองก็อุทิศตนให้แก่หลงหยวนมาชั่วชีวิต แต่เมื่อท่านอาบาดเจ็บสาหัสองค์ฮ่องเต้กลับทอดทิ้งท่านอย่างนั้นหรือ” 

ดวงตาอวิ๋นลั่วหมองลง เห็นดังนั้นอวิ๋นลั่วเฟิงก็เดาได้ว่าเขากำลังครุ่นคิดสิ่งใด ด้วยเหตุดังกล่าวนางจึงอดใจไม่ไหวเผยรอยยิ้มเยาะออกมา “ทำไมท่านจึงอุทิศตนเพื่อฮ่องเต้พรรค์นั้นกันเล่า” 

“เฟิงเอ๋อร์เจ้าคิดผิดแล้ว ข้าต่อสู้เพื่อแว่นแคว้นแห่งนี้หาใช่เพื่อฮ่องเต้ ข้าทำทุกสิ่งก็เพื่อประชาชนคนธรรมดาแห่งหลงหยวน” 

“ประชาชนงั้นรึ” อวิ๋นลั่วเฟิงประดับรอยยิ้มเหี้ยม “เพื่อประชาชน ‘คนธรรมดา’ เหล่านี้ท่านจึงสามารถลืมการแก้แค้นให้แก่บิดามารดาข้าได้งั้นหรือ แล้วยังท่านอาของข้าอีกเล่า ข้ากับท่านไม่เหมือนกัน ท่านปู่ ข้าไม่แยแสต่อโลกใบนี้หรือประชาชน ‘คนธรรมดา’ ใครหน้าไหนบังอาจมาแตะต้องผู้เป็นที่รักของข้า ต่อให้ต้องต่อกรกับสวรรค์ข้าก็จะตามไปล้างแค้น!” 

สีหน้าเด็กสาวนั้นแสนโอหังส่วนวาจาหรือก็กล้าบ้าบิ่น แม่ทัพอวิ๋นลั่วสะพรึงยิ่งจนดวงตาทั้งสองเบิกกว้างราวกับเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของหลานสาวผู้ไม่ได้เห็นหน้าค่าตามาเนิ่นนาน 

“ท่านปู่ ท่านอาจทำเพื่อประชาชน แต่คนธรรมดามีเมตตาต่อท่านบ้างหรือไม่ หลังบิดามารดาข้าสิ้นไป มีใครบ้างไหมออกมาร่วมถล่มจวนอัครมหาเสนาบดี นอกจากกองทัพของท่านมีใครชายตาแลท่าน เมื่อท่านอาบาดเจ็บเจียนตายคนธรรมดาได้ร่วมเรียงเคียงไหล่ก้มหัวขอร้องกับท่านบ้างไหม ไม่! แล้วเหตุใดท่านจึงต้องอุทิศตนเพื่อพวกเขากันเล่า” 

อวิ๋นลั่วนิ่งไปด้วยรู้ดีว่าอวิ๋นลั่วเฟิงพูดไม่ผิด เขาสละหลายสิ่งเพื่อแคว้นหลงหยวนทว่าถึงคราวตนต้องการความช่วยเหลือกลับไม่มีใครไยดี! 

“ท่านคือข้าราชการผู้ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญ บุตรของท่านและสะใภ้ของท่านก็ได้สละชีพเพื่อแว่นแคว้น ทว่าเมื่อบุตรคนรองของท่านต้องการความช่วยเหลือ อาศัยเพียงพระบรมราชโองการหนึ่งเดียวเท่านั้นแต่พระองค์กลับทรงละเลย! ฮ่องเต้เยี่ยงนี้ไม่สมควรได้รับความภักดีจากท่าน” 

ความคิดเห็น