หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 12 องค์รัชทายาทมาเยือน (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 องค์รัชทายาทมาเยือน (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 องค์รัชทายาทมาเยือน (5)
แบบอักษร

“นี่องค์รัชทายาททรงไม่เข้าใจภาษาคนหรืออย่างไร” อวิ๋นลั่วเฟิงย่นคิ้วเล็กน้อย ปรายตาไปยังจิ่งหลินโดยที่ยังคงมีรอยยิ้มชั่วร้ายประดับใบหน้า “ข้าไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือของเขาเพราะข้าอยากไล่ตามท่าน แต่เพราะเขาไร้ความสามารถพอที่จะเยียวยาร่างกายของข้าต่างหาก” 

ถ้าว่าตามเสี่ยวโม่ การที่นางไม่สามารถรวบรวมพลังฌานได้ ไม่ใช่เพราะนางป่วย แต่เพราะร่างกายของนางพิเศษเกินไปต่างหากเล่า ดังนั้นต่อให้ทักษะการแพทย์ของจิ่งหลินจะเลิศเลอเพียงไร เขาก็ไม่อาจรักษาเยียวยานางได้ 

ดวงตาจิ่งหลินพลันโกรธเกรี้ยวรุนแรงขณะเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ “อวิ๋นลั่วเฟิง ขยะอย่างเจ้ารักษาไปก็เปลืองสมุนไพรเปล่าๆ หากไม่เห็นแก่ความหวังดีขององค์รัชทายาท เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะชายตาแลเจ้า เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเองก็ไม่ได้ต้องการให้ข้ารักษา ก็เชิญเจ้าเป็นเศษขยะชั้นต่ำต่อไปชั่วชีวิตเถิด! เหตุใดเจ้าถึงได้โง่งมยอมปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดมือไปเช่นนี้!” 

ปัง!  

อวิ๋นลั่วฟาดโต๊ะด้วยพละกำลังมหาศาลจนมันแตกออกเป็นสองเสี่ยงในชั่วพริบตา น้ำชาหกเลอะไปทั่วพื้น 

“จิ่งหลิน เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ต่อให้หลานสาวข้าเป็นแค่เศษสวะ ตระกูลอวิ๋นของข้าก็มีกองกำลังอีกนับล้านที่พร้อมจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างนาง ไม่ว่าใครก็อย่าได้คิดที่จะรังแกนางอีก!” 

“ดี ดีมาก!” จิ่งหลินบันดาลโทสะถึงขีดสุด แล้วหัวเราะอย่างชั่วร้าย “อวิ๋นลั่ว ในเมื่อเจ้าดูถูกพวกข้าหมอหลวง ก็อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน! เมื่อเจ้าบาดเจ็บเจียนตายไม่มีใครเยียวยา ก็อย่าได้โผล่หน้าไปวังเพื่อเชิญพวกข้าอีก!” 

“เฮอะ!” อวิ๋นลั่วยิ้มเยาะ โค้งริมฝีปากแล้วคำรามอย่างเกรี้ยวกราด “สิบปีที่แล้ว บุตรชายคนรองของข้า อวิ๋นชิงหย่าบาดเจ็บสาหัส เดิมทีในฐานะหมอหลวงเจ้าควรที่จะรักษาเขาได้ แต่พอข้าดั้นด้นไปถึงวังเพื่อเชิญพวกเจ้าก็หาได้มีใครสนใจไม่! เจ้าทำร้ายบุตรชายคนโตของข้า และยังเป็นสาเหตุให้บุตรชายคนรองของข้าต้องตาย! แล้วหากเจ้าอยากช่วยเหลือหลานสาวข้าขนาดนั้นล่ะก็ ทำไมเจ้าจึงไม่โผล่หัวมาตั้งแต่ตอนที่นางเริ่มมีอาการไม่สามารถรวบรวมพลังฌานได้กันเล่า เจ้ามาปรากฏตัวเอาป่านนี้ ทำทีเป็นมีเมตตา คิดหรือว่าหากข้าบาดเจ็บเจียนตายจริงๆ ข้าจะยอมหลู่เกียรติตัวเองแล้วก้มหัวขอร้องให้เจ้ารักษา” 

เมื่อได้ยินความเกลียดชังในน้ำเสียงชายเฒ่า ดวงตาอวิ๋นลั่วเฟิงพลันส่องประกายแข็งกร้าว ดูเหมือนว่าหลังจากคนพวกนี้ออกไปแล้ว นางคงต้องไถ่ถามถึงความจริงเบื้องหลังความตายของบิดาและท่านอาของนางเสียหน่อย! 

“ตามสบาย!” จิ่งหลินขบฟันแน่น “องค์รัชทายาท ข้าเห็นแล้วว่าท่านทรงมิควรลำบากลำบนเพื่ออวิ๋นลั่วเฟิง นางสวะนั่น ตระกูลอวิ๋นสิ้นหวังแล้วจริงๆ เฮอะ!” 

กล่าวจบดังนั้น เขาก็สะบัดอาภรณ์หมุนตัวกลับและเดินจากไป กระนั้นเมื่อมาถึงหน้าประตู เขาก็พูดต่ออย่างโกรธเกรี้ยวโดยไม่หันกลับมามองอวิ๋นลั่ว “อวิ๋นลั่ว ต่อแต่นี้ไปหากอยากให้หลานสาวเจ้าได้รับการรักษา ต่อให้เจ้าคุกเข่าลงร้องขอต่อหน้า ข้าก็จะไม่ยื่นมือช่วยเหลือใครในตระกูลอวิ๋นอีก!” 

“เชิญตามสบาย! หลานสาวข้าไม่ต้องการความห่วงใยจากเจ้า ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกนางอีก!” อวิ๋นลั่วทั้งขึ้นเสียงและขับไล่ไสส่ง จิ่งหลินทำให้เขาโมโหมากทีเดียว 

เกาหลิงมองอวิ๋นลั่วแต่ไม่เอ่ยวาจาใดๆ เขาก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจาก เขาก็ยังชำเลืองมองอวิ๋นลั่วเฟิงอย่างไม่เต็มใจนัก ความรังเกียจเดียดฉันท์ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในสายตา 

“นี่ ตาเฒ่า...” 

“ท่านปู่ต่างหาก!” อวิ๋นลั่วนั่งลงอย่างขุ่นเคือง จ้องมองอวิ๋นลั่วเฟิงด้วยอารมณ์ขุ่นมัว 

อวิ๋นลั่วเฟิงแตะจมูกตัวเอง “ท่านปู่ ปีนั้นเกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อและท่านอาของข้า ท่านบอกข้าทีเถอะ” 

“อ่า” ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นลั่วก็หม่นหมองไป เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องราวในอดีตพลันดวงตาก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า “เรื่องมันยาวนัก ตอนที่บิดาของเจ้ายังเป็นรองแม่ทัพแห่งแคว้นหลงหยวน ฮ่องเต้ก็ส่งเขาไปรบกับชาติศัตรู ผลคืออัครมหาเสนาบดีมู่ได้เผยความลับให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ ทำให้พ่อแม่ของเจ้าต้องตาย ด้วยเหตุนี้เองข้าจึงต่อสู้กับคนสารเลวมู่สิงโฉวนั่น แล้วส่งกองทัพไปทำลายจวนของเขา” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น