หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 9 องค์รัชทายาทมาเยือน (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 องค์รัชทายาทมาเยือน (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 11:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 องค์รัชทายาทมาเยือน (2)
แบบอักษร

องค์รัชทายาทอย่างนั้นรึ 

อวิ๋นลั่วเฟิงขมวดคิ้วแล้วปีนลงจากเตียง ทว่าทันทีที่ลุกขึ้นนางก็ต้องหยุดชะงัก 

ถ้าจำไม่ผิด นางต้องหยุดการฝึกฝนกลางคันเหตุเพราะเสียเลือดมากเกินไป ทว่าบัดนี้อาภรณ์ของนางกลับขาวสะอาด ดูหรูหราสง่างามราวกับว่าเพิ่งได้รับการซักล้างมาเป็นอย่างดี 

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

อวิ๋นลั่วเฟิงเลิกคิดเสียเพราะคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ นางยิ้มเยาะแล้วกล่าว “ไปเถอะชิงเหยียน ข้าอยากรู้นักว่าเหตุใดองค์รัชทายาทจึงได้เสด็จมายังจวนแม่ทัพ” 

แล้วอวิ๋นลั่วเฟิงก็เดินออกจากห้องโดยไม่รอยินคำตอบของชิงเหยียน ครู่ต่อมาหญิงรับใช้จึงได้สติในที่สุด ขณะเร่งรุดตามหลังไป ความสงสัยอัดแน่นอยู่ในอก 

ไม่รู้เพราะเหตุอันใด หลังจากที่คุณหนูพยายามฆ่าตัวตายก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน กระทั่งได้ยินว่าองค์รัชทายาทเสด็จมาก็ไม่ตื่นเต้นเหมือนแต่ก่อน กลับแสดงท่าทีแปลกๆ เสียด้วยซ้ำ 

ณ โถงกลาง แม่ทัพอวิ๋นลั่วนั่งตัวตรง คิ้วขมวดย่นยู่ สีหน้าเจือแววเศร้าหมอง 

ข้างกายแม่ทัพมีชายชราคนหนึ่งและชายหนุ่มอีกคน คนหนุ่มผู้นั้นดูมีอายุราวๆ สิบแปดปี เขามีใบหน้าหล่อเหลาสวมเสื้อคลุมยาวสีกรมท่า ทั้งร่างตั้งตรงดั่งคมกระบี่กล้า คล้ายกับว่าจะปลิดชีพใครสักคนได้หน้าตาเฉย 

เบื้องหลังเด็กหนุ่มคือชายชรา เทียบกับความสงบนิ่งของผู้เยาว์วัยกว่าแล้ว ใบหน้าชายชรากลับซีดเผือดและมีดวงตาคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่ไม่อาจได้รับการปลดปล่อย 

“ท่านแม่ทัพอวิ๋น บัดนี้องค์ชายของข้าทรงรออยู่นานแล้ว เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าหลานสาวเจ้าจะออกมาพบเมื่อใด” 

“คือว่า...” อวิ๋นลั่วลังเลเล็กน้อย “ข้าส่งหญิงรับใช้ไปแจ้งนางแล้ว คงอีกไม่นานนักหรอก” 

แน่นอนว่าอวิ๋นลั่วไม่ได้บอกชายเฒ่า ว่าเขายังได้กำชับหญิงรับใช้ไม่ให้รบกวนอวิ๋นลั่วเฟิงถ้าหากว่านางกำลังยุ่งอยู่ และให้รอจนกว่านางจะเสร็จธุระ เมื่อนั้นจึงค่อยแจ้งนางให้ออกมาพบองค์รัชทายาท 

ดังนั้นเมื่อชิงเหยียนเห็นว่าอวิ๋นลั่วเฟิงกำลังงีบ หญิงรับใช้จึงทำตามคำสั่ง รออยู่ใกล้ๆ จนกระทั่งนางตื่น 

“เฮอะ! ครู่ก่อนเจ้าก็กล่าวเช่นนี้ แต่ไม่นานของเจ้าน่ะมันนานเท่าไหร่ คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอวิ๋นเป็นผู้มีชาติตระกูลสูงส่ง ปล่อยให้องค์รัชทายาทต้องทรงรอเป็นชั่วยามแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน!” ผู้เฒ่าบริภาษอย่างไร้มารยาท 

อวิ๋นลั่วตีสีหน้าบึ้งตึง กวาดสายตามองไปยังชายชรา “หลานสาวข้ามีธุระหน้าที่ต้องจัดการ ข้าทำได้เพียงบอกให้เจ้ารอเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่อยากรอก็เชิญกลับไปได้ ข้าไม่ไปส่ง” 

“เจ้า...” ชายชราเมื่อได้ยินได้ฟังคำของอวิ๋นลั่วก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง แย้งด้วยน้ำเสียงเปี่ยมโทสะ “ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าอวิ๋นลั่วเฟิงวันๆ เอาแต่ตามติดองค์รัชทายาทตั้งแต่เช้าจรดเย็น นอกจากไล่ตามบุรุษแล้วนางจะยังมีกิจการอันใดให้ต้องปฏิบัติอีกหรือ พอองค์รัชทายาทเสด็จมา นางยังกล้าดีสร้างเรื่องยุ่งยากไม่ออกมาให้ทันที คิดว่าเล่นตัวแบบนี้องค์รัชทายาทจะทรงหันมาชายตาแลนางมากขึ้นอย่างนั้นรึ นี่นางยังไม่สำนึกถึงสิ่งที่ทำลงไปอีก กลางวันแสกๆ ยังกล้าฉุดผู้ชาย! ช่างไร้ยางอายอะไรเช่นนี้!” 

อวิ๋นลั่วฟาดกำปั้นลงบนโต๊ะ มองผู้เฒ่าด้วยความเย็นชา ในดวงตาทั้งสองข้างมีไฟโทสะโหมกระพือ 

“จิ่งหลิน หลานสาวข้าไม่ใช่คนที่ท่านจะมาดูถูกได้! ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าหลานสาวข้าไปฉุดบุรุษ เจ้าฟังความข้างเดียวจากชายผู้นั้นอย่างนั้นรึ หากข้าได้ยินเจ้าเอ่ยวาจาสามหาวถึงหลานสาวข้าอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะส่งพลทหารล้านนายไปถล่มจวนของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง! จะอย่างไรเสียข้าก็เคยทำเช่นนั้นมาก่อนแล้ว จะให้ทำอีกสักครั้ง ข้าก็ไม่ถือ!” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น