หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 8 องค์รัชทายาทมาเยือน (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 องค์รัชทายาทมาเยือน (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 11:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 องค์รัชทายาทมาเยือน (1)
แบบอักษร

อวิ๋นลั่วเฟิงไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่า การบังเอิญหยิบคัมภีร์เซียนโอสถติดมือมาจะเป็นประโยชน์มากถึงเพียงนี้! 

“แล้วข้าจะเริ่มฝึกฝนพลังได้เมื่อไหร่” นางเอ่ยถามหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง 

แน่นอนอยู่แล้วว่าสำหรับนางในตอนนี้ การฝึกฝนพลังฌานมีความสำคัญมากเหนือสิ่งอื่นใด 

“นายท่าน ข้ามีตำรับยาอยู่กับตัว หากท่านแช่สมุนไพรเหล่านี้เป็นเวลาห้าวันติดต่อกัน หลังจากนั้นข้าจะมอบสิ่งที่จำเป็นต่อการฝึกฝนพลังฌานแก่ท่าน” เมื่อพูดถึงตรงนี้เด็กน้อยก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ “การแช่สมุนไพรนี้จะช่วยให้ร่างกายของท่านพร้อมต่อการฝึกฝน ดังนั้นไม่ว่าจะเจ็บปวดสักเท่าไรท่านก็ต้องอดทน หลังห้าวันนี้ผ่านพ้นไปแล้วท่านจึงจะเริ่มฝึกฝนได้ น่าเสียดาย ถ้าหากมีสมุนไพรพลังฌานท่านคงไม่ต้องทนทรมานถึงห้าวัน เพียงวันเดียวก็พอแล้ว ทว่าด้วยสภาพสถานพลังของท่านในยามนี้คงต้องใช้เวลาถึงสามเดือนจึงจะเพาะปลูกสมุนไพรพลังฌานได้ เช่นนั้นมันจึงนานเกินไปสำหรับท่าน” 

ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ หากต้องการปลูกสมุนไพรในเซียนโอสถสถานก็ต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าสมุนไพรจะมีพลังฌานขึ้นมา วิธีการที่เขาเลือกถือว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว 

“ข้าเข้าใจดี” อวิ๋นลั่วเฟิงรับตำรับยาที่เด็กน้อยยื่นให้ “จริงสิ เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเจ้าชื่ออะไร” 

ใบหน้าของเสี่ยวโม่ประดับด้วยรอยยิ้มสดใสเมื่อเสียงนุ่มนวลเอ่ยตอบ “นายท่าน นามของข้าคือเสี่ยวโม่ ท่านอย่าลืมเสียล่ะ” 

หลังเก็บตำรับยาใส่กระเป๋า อวิ๋นลั่วเฟิงก็เงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวโม่ เมื่อเห็นรอยยิ้มน่าเอ็นดูเข้านางก็อดหยิกแก้มน้อยๆ นั้นไม่ได้ ริมฝีปากนางโค้งเป็นรอยยิ้มซุกซน 

“เสี่ยวโม่ ข้าอยู่ที่นี่นานเกินไปเดี๋ยวจะดูน่าสงสัยเอาได้ ว่าแต่ข้าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร” 

เพราะมือของเด็กสาวนั้นอุ่น แก้มของเด็กชายจึงกลายเป็นสีแดง เมื่อได้ยินคำของนางเขาก็กัดริมฝีปาก มองนางน้ำตาคลอหน่วย 

“นายท่าน ท่านต้องรีบจากไปขนาดนั้นเชียวหรือ ข้าอุตส่าห์ได้พบท่านแล้วแท้ๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าท่านอยู่ที่นี่ เมื่อท่านก้าวเข้ามาในโลกแห่งนี้ สำหรับคนภายนอกก็เหมือนว่าท่านแค่หลับไป ไม่มีใครคิดหรอกว่าท่านได้เข้ามาอยู่ในโลกคัมภีร์เซียนโอสถ” 

อวิ๋นลั่วเฟิงเงียบไปพักใหญ่ แล้วจึงเอ่ยขึ้นช้าๆ “แล้วเจ้าล่ะ ออกจากโลกคัมภีร์เซียนโอสถนี้ได้ไหม” 

เสี่ยวโม่ส่ายหน้า ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความเหงา 

“นายท่าน ข้าไม่ใช่มนุษย์หรือว่าสัตว์พลังฌาน วิญญาณของข้าถือกำเนิดขึ้นมาได้ก็ด้วยคัมภีร์เซียนโอสถ ข้าไม่มีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ เมื่อใดก็ตามที่ท่านแข็งแกร่งมากพอ เมื่อนั้นข้าก็จะสามารถออกไปยังโลกภายนอกได้ชั่วคราว แต่ข้าต้องอยู่ห่างจากท่านไม่เกินหนึ่งร้อยเมตรนะ” 

“เสี่ยวโม่ ข้าจะถามเป็นอย่างสุดท้าย ทำไมเจ้าถึงเลือกข้า” 

คนในหวาเซี่ยมีอยู่เป็นแสนเป็นล้าน นางไม่เข้าใจว่าทำไมคัมภีร์เซียนโอสถจึงจงใจเลือกนาง 

“ข้าก็ไม่รู้” ดวงตาเสี่ยวโม่เผยแววสงสัย “บางทีอาจเป็นเพราะท่านเลือกข้าก่อนกระมัง ถ้าหากไม่มีท่าน ข้าก็คงยังโดนโยนทิ้งอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องสมุดแห่งนั้น บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ข้าเลือกท่าน…” 

 

เมื่ออวิ๋นลั่วเฟิงออกจากเซียนโอสถสถานก็พบว่านางกำลังนอนอยู่บนเตียง ในอ้อมแขนโอบหนังสือเล่มหนึ่ง บนปกเขียนด้วยคำศัพท์ที่อ่อนช้อยงดงามว่า ‘คัมภีร์เซียนโอสถ’ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั่นไม่ใช่ความฝัน 

“คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” 

หญิงรับใช้นามชิงเหยียนเมื่อเห็นอวิ๋นลั่วเฟิงลืมตาขึ้นก็หัวใจก็พองโต ทว่าราวกับนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าจิ้มลิ้มพลันหม่นหมองแล้วเศร้าซึมลงในทันที 

“คุณหนู องค์รัชทายาทเสด็จมาที่นี่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพต้องการให้คุณหนูไปยังห้องรับรองแขก แต่บ่าวผู้นี้เห็นคุณหนูกำลังงีบอยู่จึงมิได้รบกวน ยามนี้ท่านตื่นแล้ว บ่าวจึงต้องไปรายงานให้ท่านแม่ทัพทราบ” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น