หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 7 คัมภีร์เซียนโอสถ (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 คัมภีร์เซียนโอสถ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 10:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 คัมภีร์เซียนโอสถ (3)
แบบอักษร

“ข้ารู้ แต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ข้าก็จะทำอย่างเดิม! บนแผ่นดินหลงเซี่ยวแห่งนี้ คนอ่อนแอก็เป็นได้แค่มดปลวก! ตอนนี้ข้าได้โอกาสอีกครั้งแล้ว จะให้ข้ายอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไร ถ้าหากว่าอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็มีแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!” 

 

จบคำอวิ๋นลั่วเฟิง เด็กชายตัวน้อยก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้เห็นท่าทางอันหยิ่งทระนงของนางเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ เขาก็มึนงงอยู่ลึกๆ 

 

“นายท่าน ถ้าหากว่าท่านอยากแข็งแกร่งขึ้นล่ะก็ ข้าช่วยท่านได้นะ!” เด็กชายกล่าวอย่างขึงขัง “ข้าต้องบอกเลยว่านายท่านช่างโชคดียิ่งนัก เพราะท่านมีร่างกายที่สมบูรณ์ ถึงผู้คนในโลกนี้จะกล่าวว่าอวิ๋นลั่วเฟิงคนเดิมเป็นเพียงขยะไร้ประโยชน์ แต่เพราะไม่มีใครช่วยเหลือนางฝึกฝนรวบรวมพลังฌานต่างหาก หรือควรจะกล่าวว่าในแผ่นดินหลงเซี่ยวแห่งนี้ ไม่มีใครเลยที่จะสั่งสอนวิถีการฝึกที่ถูกต้องให้แก่นาง ถ้าปล่อยให้นางฝึกไปตามมีตามเกิด ร่างนี้ก็มีแต่จะแหลกสลายด้วยความเจ็บปวดทุรนทุราย! ถ้าฝืนดึงดันรวบรวมพลังไป ท่านก็จะต้องตายจากการเสียเลือดมากเกิน!” 

 

เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนเอ่ยต่อ “แต่ว่านะนายท่าน เป็นเพราะท่านฝืนดึงดันฝึกฝนจนเลือดออกมากเกินไป ข้าจึงผูกพันธสัญญาเลือดกับท่านได้ ไม่อย่างนั้นแล้วเราอาจไม่ได้พบกันเร็วเช่นนี้” 

 

ได้ยินดังนั้น อวิ๋นลั่วเฟิงก็รู้สึกวูบไหวในใจก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าช่วยข้าได้จริงหรือ” 

 

เด็กชายตัวจ้อยพยักหน้า “นายท่าน ข้าคือผู้อารักษ์คัมภีร์เซียนโอสถเชียวนะ อย่าได้ดูแคลนเพียงเพราะข้าตัวเล็ก ความจริงแล้วข้ามีชีวิตอยู่มายืนยาวนัก บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้! อีกอย่างนายท่านทราบหรือไม่ว่าที่แห่งนี้คือที่ใด” 

 

“ที่ใดหรือ” คิ้วอวิ๋นลั่วเฟิงย่นยู่ 

 

“ที่แห่งนี้คือเซียนโอสถสถาน เปี่ยมล้นไปด้วยพลังฌานอันแข็งแกร่ง แน่นอนว่านอกจากสรรพคุณของยาสมุนไพรแล้ว ยังเป็นแหล่งซึมซับพลังชั้นเยี่ยมสำหรับผู้ฝึกฌานอีกด้วย หากท่านนำสมุนไพรจากภายนอกเข้ามาปลูกยังที่แห่งนี้ สมุนไพรเหล่านั้นก็จะมีพลังฌาน สรรพคุณที่มีก็จะทวีคุณค่าเหนือกว่าสมุนไพรธรรมดาจนไม่อาจเทียบ” เด็กน้อยกล่าวอย่างภาคภูมิ “ในหลงเซี่ยวตอนนี้ พลังฌานนั้นหายากยิ่งบนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีทางเพาะปลูกพืชพรรณพลังฌานขึ้นมาได้ หากท่านนำสมุนไพรจากที่นี่ออกไปสักหน่อยล่ะก็ แผ่นดินใหญ่คงโกลาหลเป็นแน่” 

 

อวิ๋นลั่วเฟิงมองเด็กน้อย “ข้ารู้ว่ามนุษย์และสัตว์อสูรสามารถฝึกฝนได้ แต่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสมุนไพรก็ซึมซับพลังฌานได้เช่นกัน” 

 

ได้ยินดังนั้น เด็กน้อยก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เขาคิดว่าอวิ๋นลั่วเฟิงไม่เชื่อคำพูดของเขา ใบหน้าราวหยกชมพูสลักกลายเป็นสีแดงด้วยแรงอารมณ์ 

 

“ข้าพูดจริงนะ! สมุนไพรจะเติบโตได้ก็ต้องมีพลังฌาน แต่ตอนนี้แผ่นดินใหญ่พลังฌานอ่อนกำลังเหลือเกินจนเทียบไม่ได้กับในอดีต จึงทำให้หลายปีมาแล้วที่การเพาะปลูกสมุนไพรพลังฌานไม่ประสบความสำเร็จ ดูเหล่าแพทย์จากแผ่นดินใหญ่เหล่านั้นสิ พวกเขารักษาแผลถูกแทงธรรมดาด้วยสมุนไพรธรรมดา ซึ่งใช้เวลานานกว่าแผลจะหาย ซ้ำบางทียังทิ้งรอยแผลเป็นไว้ แต่หากใช้สมุนไพรพลังฌานล่ะก็ แม้แต่แผลถูกแทงลึกๆ ก็หายเป็นปลิดทิ้งได้ทันที นี่แหละความแตกต่างระหว่างสมุนไพรพลังฌานกับสมุนไพรธรรมดา!” 

 

เด็กชายว่าต่ออย่างโกรธขึ้ง “ไม่เพียงเท่านั้นนะนายท่าน การรักษาเป็นเพียงสรรพคุณหนึ่งของสมุนไพรพลังฌาน สมุนไพรพลังฌานบางชนิดช่วยท่านฝึกฝนได้ บางชนิดทำให้ท่านก้าวข้ามระดับขั้นพลังฌานได้ทันทีเลยด้วยซ้ำ!” 

 

ก้าวข้ามระดับขั้นพลังฌานอย่างนั้นหรือ 

 

นี่มัน... 

 

บอกได้เลยว่าหัวใจอวิ๋นลั่วเฟิงตอนนี้เต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก ดวงตาเจ้าเล่ห์ส่องประกายลึกลับ 

 

เด็กน้อยยังคงพูดจ้อ “และหากวันหนึ่งสถานพลังของท่านถูกทำลายลง สมุนไพรพลังฌานก็ยังสามารถฟื้นฟูพลังของท่านให้กลับมาสู่จุดสูงสุดได้ แต่ด้วยสภาพของท่านในตอนนี้ ทำให้เซียนโอสถสถานมีพื้นที่เล็กกระจิริดดังที่เห็น รอจนถึงวันที่พลังฌานของท่านแข็งแกร่งขึ้นก่อนเถิด ดินแดนแห่งนี้ก็จะกว้างขึ้นอีก” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น