หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

คำก็สวะ สองคำก็สวะ เช่นนั้นนางจะสั่งสอนให้เองว่าสวะผู้นี้จะทำให้พวกเขาเจ็บแสบได้สักเพียงใด!

ตอนที่ 3 คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอวิ๋น (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอวิ๋น (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2562 16:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอวิ๋น (3)
แบบอักษร

“นี่หรือพฤติกรรมที่เจ้าแสดงออกต่อหน้าปู่ของเจ้า!” 

“ปู่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” 

อวิ๋นลั่วเฟิงหัวเราะก่อนเอ่ยตอบ “ยามท่านปกป้องรักษาดินแดน ท่านเคยเหลียวแลหลานสาวของท่านบ้างหรือไม่ ยามที่ข้าต้องทนทุกข์จากคำหยามเหยียด มีใครบ้างไหมยืนหยัดอยู่เคียงข้างข้า ยามมีคนใส่ร้ายป้ายสีข้า ข้าหวังเพียงจะมีใครสักคนมาปกป้อง แล้วตอนนั้นท่านอยู่ที่ไหน” 

หากเพียงแม่ทัพอวิ๋นลั่วไม่ไปปกป้องดินแดน อวิ๋นลั่วเฟิงคนเก่าจะต้องประสบกับโชคชะตาอันแสนโหดร้ายนี้หรือไม่ จะต้องถูกใส่ร้ายจนวอดวายเช่นนี้หรือเปล่า 

ดังนั้น นางจึงเก็บกักความขุ่นเคืองนี้ไว้ในใจตั้งแต่ท่านปู่ทิ้งนางไปเมื่อตอนอายุสี่ขวบ และไม่เคยกลับมาอีกเลยจวบจนบัดนี้ 

นั่นเป็นเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจที่ฝังลึกอยู่ในร่างนี้ ที่ทำให้นางเอ่ยวาจากับชายชราเช่นนั้น 

เมื่ออวิ๋นลั่วเฟิงกล่าวจบ นางก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเบาหวิวขึ้นทันใดราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก นางรู้ว่าเป็นเพราะนางได้เอ่ยในสิ่งที่เจ้าของเดิมของร่างนี้อยากจะเอ่ยไปหมดแล้ว ร่องรอยความเสียใจที่ยังหลงเหลืออยู่จึงเลือนหายไปในที่สุด 

คำกล่าวโทษของหลานสาวทำให้อวิ๋นลั่วผู้โกรธเกรี้ยวสงบลง ร่างชราอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มขมขื่นประดับอยู่บนใบหน้า 

เขารู้ดีว่าติดหนี้หลานสาวไว้มากเพียงใดตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้อยคำของนางในตอนนี้ได้โบยตีลงมาบนหัวใจของชายชราอย่างไร้ความปรานี สร้างความอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว ที่สุดแล้วก็ทำได้แต่ถอนหายใจหนักหน่วง 

แต่ไหนแต่ไรมา การอุทิศตนต่อหน้าที่และรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีต่อคนรอบข้างนั้นไม่อาจอยู่เคียงคู่กันได้อย่างราบรื่น เช่นเดียวกับความจงรักภักดีและครอบครัว เพื่อฮ่องเต้แล้วเขาจำต้องทิ้งหลานสาวผู้มีอายุเพียงสี่ขวบไว้เบื้องหลังและออกเดินทางไปยังชายแดน สิบปีที่อยู่ห่างบ้านนั้น นางต้องทนอยู่อย่างไรกับการเป็นผู้ที่ไม่อาจฝึกฝนพลังฌานได้ 

ทว่าเมื่อกลับมาถึง เขากลับไม่สนใจว่าอะไรถูกผิดและเอ่ยตำหนิหลานสาวเพียงเพราะได้ยินข่าวลือ 

“เฟิงเอ๋อร์เอ๋ย…” อวิ๋นลั่วยกมือที่หยาบกร้านและสั่นเทาไปทางอวิ๋นลั่วเฟิง ก่อนจะวางมือลงอย่างอ่อนแรงในที่สุด “ปู่ได้ทำผิดต่อเจ้าแล้วยังผิดต่อตระกูลอวิ๋นทั้งหมด พ่อแม่เจ้าสละชีวิตเพื่อแผ่นดิน แต่ปู่กลับไม่ดูแลเจ้าให้ดี” 

ชั่วขณะนั้น แม่ทัพอวิ๋นลั่วผู้เคยแกร่งกล้าพลันดูแก่ลงไปอีกหลายปี 

ก่อนหน้านี้เขาโกรธหลานสาวเพราะผิดหวังในตัวนาง! ทว่าเขาลืมไปเสียสนิทว่านางเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่อายุสามขวบ พอเข้าอายุสี่ขวบเขาก็มาทิ้งไปอีกคน ไม่มีใครอยู่อบรมสั่งสอนนางตั้งแต่ยังเล็ก แล้วจะหวังให้นางเติบโตขึ้นมาเป็นแบบที่เขาต้องการได้อย่างไร 

เขายังจำได้เลือนรางถึงตอนที่ต้องจากบ้านไป เสี่ยวเฟิงตัวน้อยรั้งตัวเขาไว้ อ้อนวอนไม่ให้จากนางไปไหน 

ทว่าเพื่อประชาชนแห่งดินแดนหลงหยวน เขาจำต้องทิ้งนางไปอย่างไร้หัวใจในที่สุด 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน” อวิ๋นลั่วเฟิงกล่าวอย่างเฉื่อยฉา และกะพริบตาอย่างง่วงงุน 

เห็นความเฉยชาบนใบหน้าเด็กสาวแล้ว ดวงตาของอวิ๋นลั่วพลันสะท้อนความรู้สึกผิดลึกล้ำ เขาอ้าปากคล้ายอยากจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่งออกไป ทว่ากลับพูดไม่ออกจึงได้แต่เงียบไป 

“ไปเถิด” 

ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจแล้วโบกมือเป็นสัญญาณให้นางไปอย่างอ่อนล้า คำพูดไม่กี่คำดูจะทำให้แม่ทัพใหญ่หมดเรี่ยวแรงเสียสิ้น ชายชราทรุดตัวลงบนเก้าอี้แล้วหลับตา 

ในตอนนี้แม่ทัพอวิ๋นลั่วดูไม่เหลือพลังเปี่ยมล้นดังเช่นในสนามรบอีกต่อไป ชายชราดูเปราะบางราวกับเปลวเทียนกลางสายลมที่พร้อมจะดับได้ทุกเมื่อ อวิ๋นลั่วเฟิงเห็นเช่นนั้นก็สะท้อนใจจนแทบทนไม่ได้ ทว่านางก็ไม่กล่าวอะไรอีก เพียงแต่หันหลังเดินออกจากห้องไป 

อวิ๋นลั่วลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างสีขาวนั้นหายลับไปแล้ว ชายชราจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าของห้องเขียนหนังสือด้วยสีหน้าขมขื่นแล้วจึงเอ่ยถาม “ชิงหย่า นี่ข้าทำผิดไปจริงหรือ” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น