LamoonLove
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Obligation of Love 01 - ปฐมบท

ชื่อตอน : Obligation of Love 01 - ปฐมบท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 59.9k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2562 07:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Obligation of Love 01 - ปฐมบท
แบบอักษร

“โอ้ยยย ให้มันได้อย่างนี้สิ ไอ้เดย์..!!” 

 

แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก! 

 

เสียงฝีเท้าวิ่ง พร้อมกับเสียงบ่นที่คนรอบข้างไม่เข้าใจทั้งภาษาและความหมาย รวมไปถึงสีหน้าที่ดูร้อนรนของสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวในระแวกนี้ ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในตึกหรูใจกลางเมืองนิวยอร์ก ต่างก็หันมามองอย่างพร้อมเพียงกัน..  

ส่วนนึงคงเป็นเพราะใบหน้าโซนเอเชียที่ดูน่ารัก มีเสน่ห์น่าหลงไหล และการแต่งกายที่สวมเพียงเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ.. ซึ่งมันขัดจากการแต่งตัวที่ตรงระเบียบเป๊ะของผู้คนแถวนี้เป็นอย่างมาก และอีกส่วนนึง น่าจะเพราะท่าทางที่ดูรีบร้อน และวิ่งด้วยความเร็วเหมือนสายลมมายังโซนประชาสัมพันธ์ทันที ที่เธอย่างก้าวเข้ามาในบริษัทแห่งนี้ 

 

..เดย์..สาวไทยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ใบหน้าเรียวเล็ก ผิวขาวอมชมพู ตาโตกลมใส จมูกโด่งแต่ทว่าปลายจมูกกับเล็กรั้นน่ารัก รวมไปถึงปากเรียวบางสีชมพูอวบอิ่ม ..ผู้มาเหยียบแผ่นดินนิวยอร์กเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมาก่อนหน้านี้ และตอนนี้กำลังอยู่ภายในบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัท...Varenda 

 

อันที่จริงเธอควรจะถึงบริษัทนี้นานแล้ว ถ้ารถแท็กซี่ที่เธอนั่งมาเมื่อถึงสนามบินไม่จูบหน้าเข้ากับคันหน้าอย่างจังซะก่อน และสาเหตุที่เกิด ก็มาจากการเร่งคนขับรถจากปากของเธอนั่นเอง นั่นเลยทำให้เธอไม่สามารถปลีกตัวออกเดินทางมาบริษัทนี้ต่อได้ เพราะต้องอยู่ทะเลาะใหญ่โตกับโชว์เฟอร์ทั้งสองคน และกว่าจะเคลียทุกอย่างได้ เวลามันก็ล่วงเลยจนสายไปมากเสียแล้ว 

 

“ดริพิยา ตัวแทนวาดรูปประเทศไทยค่ะ ที่นัดประชุมวันนี้..” 

 

ทันทีที่เธอถึงโซนประชาสัมพันธ์ เธอก็รีบเอ่ยติดต่อ แลกบัตร ก่อนจะวิ่งไปยังลิฟต์ของตึกแห่งนี้ด้วยความไว พร้อมกับดูเข็มนาฬิกาข้อมือที่มันเลยเวลานัดหมายไป 5 นาที.. 

 

“หืออออ ลิฟต์จ้าา มาเร็วๆหน่อยซี๊ T ^ T ” 

 

ติ๊ง! 

 

ทันทีที่ลิฟต์มาถึง เธอก็รีบกระโจนเข้าไปในทันที..ก่อนที่จะรีบกดสัญลักษณ์ปิดลิฟต์ แล้วกดยังไปชั้นสูงสุดของตึกนี้ด้วยความไว พร้อมกับภาวนาให้มีคนที่สายกว่าเธอ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องเป็นจุดสนใจของวันนี้.. 

 

เธอเป็นนักศึกษาปีหนึ่งหน้าใหม่ของมหาวิทยาลัย SIANTA ในประเทศไทย ที่ได้รับการไว้วางใจของอาจารย์ในชมรมศิลปะที่เธอเข้าร่วมชมรมด้วยในมหาลัย ให้เธอมาเป็นหนึ่งในตัวแทนจากนักวาดรูป 10 คน 10 ประเทศ..ที่ได้มีส่วนร่วมกับโปรเจคยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ ของบริษัทในเครือ Varenda บริษัทที่มีโรงแรมและรีสอร์ทเป็นร้อยสาขาใน 10 ประเทศทั่วโลก โดยสาขาใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองนิวยอร์ค หรือคืออาคารที่เธอกำลังเหยียบอยู่นั่นเอง  

 

และวันนี้ เวลานี้ ก็คือวันที่ทางบริษัท นัดรวมตัวนักวาดมือทองทุกคนมารวมตัวกัน เพื่อชี้แจง..และอธิบายตัวโปรเจคอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกัน ..รวมไปถึงการเซ็นต์สัญญาเข้าร่วมโปรเจคนี้ด้วย 

 

อันที่จริงทางบริษัทออกค่าเครื่องบินให้นักวาดรูปทุกคน และในตารางบินนั้นต้องถึงนิวยอร์คตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เธอเองที่อยากจะเลื่อนมาเป็นวันนี้ และคิดไว้ว่าเมื่อถึงปุ๊บก็มาที่บริษัทนี้ต่อปั๊บได้ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่แล้วเธอก็คิดผิด..เพราะตอนนี้มันได้เลยเวลานัดไปแล้วถึง 10 นาที 

 

“ตายแน่ๆ อาจารย์เฌอแตมฆ่าแน่งานนี้ ไอ้เดย์เอ้ยย ” 

 

ติ๊ง! 

 

ทันทีที่เสียงลิฟต์นั่นเปิดออก เธอก็เริ่มกลับมามีวิญญาณนักวิ่งอีกครั้ง เธอ..วิ่งไปยังห้องที่ได้รับจากจดหมายเชิญในอีเมล ที่มันอยู่ใกล้บริเวณลิฟต์นี้ไม่มากนัก และทันทีที่ไปถึง..เธอก็พบกับหญิงสาวต่างชาติ แต่งตัวเนี๊ยบที่ยืนทำสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ก็เปลี่ยนไปในทันที..เมื่อพบกับเธอที่วิ่งหน้าตาแตกตื่นเล็กน้อยเข้ามา 

 

“แห่กๆ สวัสดีค่ะ ฉันดริพิยา ตัวแทนวาดรูปประเทศไทย” 

 

ในขณะที่เดย์กระหืดกระหอบจากการวิ่งมาตลอดทางตั้งแต่หน้าตึก อีกฝั่ง ก็แสดงสีหน้ากังวลใจเล็กน้อยแทนผู้หญิงที่ยืนหอบพร้อมรอยยิ้มอยู่ตรงหน้า 

ที่เธอคิดเช่นนี้ เพราะเธอรู้ดีว่าเจ้านายของเธอ ไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา และที่สำคัญ เขาก็ไม่ใช่คนที่ใจดี ที่จะยอมอะไรง่ายๆ งานทุกอย่างที่ผ่านมาต้องเนี๊ยบและเป๊ะ รวมถึงเรื่องเวลาด้วยเช่นกัน 

 

เขาคือ มิสเตอร์อมิธ ฮอว์ค หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท Varenda บริษัทของพ่อเลี้ยงของเขา แม้ว่าเขาจะยังอายุเพียง 20 กว่าๆเท่านั้น แต่อายุของเขาไม่ได้ส่งผลต่อความสามารถเขาเลยซักนิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกหน้าตา การวางตัว การทำงานที่ว่องไว ความฉลาด ความสามารถในการบริหารงานทุกส่วนได้เป็นอย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงการวางแผนที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วจากเดิม ทำให้บริษัท ขยายได้ถึง 10 ประเทศ โดยใช้เวลาเพียงแค่เวลา 2 ปีกว่าๆเท่านั้นเอง  

 

และนั่นเลยทำให้พนักงานที่นี่ทุกคนไม่ว่าจะหัวหงอกหัวดำ ต่างก็ยอมรับในตัวของเขากันอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น  

 

และที่สำคัญ คือ รัศมีความน่าเกรงขามที่มันออกมาจากตัวของเขา... สายตาที่เหมือนกับเพลิงไฟบัลลัยกัลป์ เพียงแค่เขามองด้วยสายตานิ่งเรียบ..คนที่ได้รับสายตาคู่นั้น ก็รู้สึกร้อน..ราวกับกำลังโดนเผาให้มอดไหม้ไปในทันที ..และนั่น เลยทำให้ไม่ว่าใครในที่นี่ ต่างก็ยำเกรงและเกรงกลัวเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา.. 

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำไม พนักงานที่ยืนรอผู้มาสายอยู่หน้าห้องถึงแสดงสีหน้าเช่นนั้น ..ก็เพราะว่า ตอนนี้เจ้านายของเธอที่ว่า กำลังรอ..สมาชิกคนสุดท้าย อยู่หลังประตูบานนี้ยังไงละ.. 

 

“เชิญค่ะ” 

 

สิ้นเสียงภาษาท้องถิ่นในดินแดนที่เธอเหยียบอยู่ เดย์ก็หายใจเข้าอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสดใส เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ข้างหน้า พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปในห้องประชุมที่ ประตูกำลังเปิดกว้างขึ้น ด้วยท่าทางที่มั่นใจ 

 

และทันทีที่เท้าเธอย่างกลาย พร้อมกับกวาดสายตาไปยังผู้คนในห้องที่หันมามองผู้มาใหม่อย่างเธอ เธอก็นิ่งงันไปทันที..และรู้สึกเหมือนกำลังถูกสาปให้เป็นหิน พร้อมกับเวลาที่มันหยุดเดินอย่างกระทันหัน.. 

 

นั่นไม่ใช่เพราะว่าเธอเขินอาย หรือเสียความมั่นใจในการมาสายครั้งนี้..แต่เป็นเพราะสายตาคมที่แสนคุ้นเคย ของคนที่นั่งหัวโต๊ะของการประชุมครั้งนี้ต่างหากละ... 

 

ผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอ  

ผู้ชายที่เธอไม่ได้เจอมาแล้วเกือบ 3 ปี 

ผู้ชายที่ทิ้งเธอมาอย่างเจ็บปวด.. 

 

เขาคนนั้น คือ..เฮียโซ่ ผู้ชายที่มีใบหน้าที่ได้รูปลงตัว คิ้วดกเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน และมีดวงตาคม พร้อมกับสายตาคมกริบ สายตาที่เหมือนปีศาจเปลวไฟอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าตอนนี้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่เธอเจอ แต่เขาก็ยังเหมือนเดิม..เขายังคงดูดี ลึกลับ น่าค้นหา และน่ากลัว..เหมือนเดิม 

 

“ผม..นัดคุณกี่โมงครับ” 

 

แต่แล้วเสียงทุ้มที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากชายตรงหน้า..พร้อมกับสายตานิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ ทำให้เดย์สะดุ้งออกจากภวังค์ ก่อนที่จะปรับสายตาเป็นปกติ..และเอื้อนเอ่ยออกมา ราวกับว่า เธอและเขา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

 

แม้ว่าเธอจะตกใจ.. แต่เธอก็ยังมีสปิริตมากพอ ที่จะแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกัน..ในตอนนี้ 

 

“ฉันขอโทษค่ะ เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเล็กน้อย” 

 

เธอเอ่ยกล่าวจบก็เดินไปนั่งยังตำแหน่งเก้าอี้ที่ว่างเพียงตัวเดียวของห้อง..และมันก็อยู่ใกล้กับผู้ชายคนนั้นที่สุด..  

 

พรึ่บ.. 

 

เธอนั่งลงพร้อมกับคิดว่า มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอไม่มีทางถอยแน่ เธอจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง และแม้ว่า สายตาและน้ำเสียงของคนข้างๆในตอนนี้ จะทำให้ทั้งห้องยกเว้นเธอ รู้สึกเกร็งและหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม 

 

“ถ้าคุณมากับไฟล์ทที่ทางบริษัทกำหนดแต่แรก ปัญหานี้ก็คงไม่เกิด ..ผมไม่ต้องการร่วมงานกับคุณ เชิญ..” 

 

เขาเอ่ยปากออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่งอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งสายตาไปยังประตูที่เธอเพิ่งเดินเข้ามาไม่ถึงนาที เพื่อสื่อให้เธอออกไป..ในขณะที่ทั้งห้องเงียบกริบและมองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความลุ้นระทึก และรับรู้ได้ถึงรังสีอะไรบางอย่างที่แผ่ออกมาจากผู้เป็นเจ้าของโครงการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งนี้.. รวมไปถึงจากผู้หญิงที่มาสายอีกฝ่าย ก็แผ่รังสีความไม่เกรงกลัวออกมา ไม่น้อยไปกว่ากัน 

 

แน่ละ เพราะผู้หญิงที่เพิ่งโดนเชิญออกไปในเมื่อครู่..เธอก็ไม่ใช่คนธรรมดา.. เธอเป็นถึงลูกมาเฟีย และนิสัยของเธอก็ไม่เคยยอมใคร..ยกเว้นพี่ชายของเธอ และคนตรงหน้าเท่านั้น แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องของอดีต ในตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว 

 

โดนไล่ให้หน้าแตกกลางห้องประชุมแบบนี้ มีหรือเธอจะยอม.. 

 

“เพิ่งรู้นะคะ ว่าเจ้าของบริษัทที่นี่ วิสัยทัศน์แคบ...” 

 

เดย์ยังคงนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ที่เดิม..ไม่ได้ลุกขึ้นออกไปไหนอย่างที่เขาพูดออกมา ก่อนจะโต้กลับไปนิ่งเรียบ ท่ามกลางการกลั้นหายใจของพนักงานภายในห้องแห่งนี้..ที่เกิดพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย 

 

“หึ.. ถ้างั้น.. ขอให้คนที่วิสัยทัศน์กว้างแบบคุณ อธิบายหน่อยครับว่า ทำไมผมต้องลดเวลาที่มีค่าของผมไปสิบนาที เพื่อรอคนอย่างคุณ” 

 

“เรื่องที่ฉันจองตั๋วเองแล้วไม่เผื่อเวลา ฉันยอมรับผิด แต่คนเราก็ต้องมีเรื่องที่พลาดกันทั้งนั้น ..ตัวอย่างง่ายๆ ฉันมั่นใจว่าทุกคนในห้องนี้ ในวันแรกที่เราเริ่มวาดรูป กับในวันนี้ที่เราวาดรูป มันไม่มีทางเหมือนกันแน่นอน และถ้าพวกเรายึดคติที่เอาเรื่องพลาดในวันนั้น จนไม่ให้โอกาสตัวเองใหม่ พวกเราก็คงไม่มีวันนี้.. คำว่า ให้โอกาส มันสำคัญมากนะคะ ไม่ว่าจะให้โอกาสกับตัวเอง...หรือให้โอกาส..กับคนอื่น” 

 

ทันทีที่เธออธิบายจบ ผู้ฟังอีกเก้าคน ที่เป็นนักวาดรูปไม่ต่างกันกับเธอต่างก็พยักหน้าและเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อออกมา ในขณะที่อีกคนก็กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่งออกมาเช่นเดิม.. 

 

“คุณจะบอกว่า ผมควรให้โอกาสคุณ?” 

 

“ฉันไม่มีสิทธิ์ไปออกคำสั่งกับผู้บริหารชั้นสูงอย่างคุณหรอกค่ะ ...แต่ใครจะไปรู้ว่า การจ้างฉัน อาจจะคุ้มกว่าสิบนาทีที่คุณเสียไปก็ได้..” 

 

เดย์ยังคงอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง..ไร้ความเป็นเด็กน้อยอย่างเมื่อก่อนที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง..ก่อนที่จะส่งยิ้มไปยังอีกฝ่าย.. 

 

ความเจ็บปวดและเรื่องราวในอดีต มันสอนให้เธอเข้มแข็ง และทำให้เธอกลายเป็นเธออย่างในวันนี้.. 

 

ทันทีที่เธอพูดจบ อีกฝั่งก็ทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากออกมา ก่อนที่จะเอ่ยเสียงเรียบ 

 

“แล้วผมจะรอดู ว่าคุณจะคุ้มกับสิบนาทีที่ผมเสียไปรึเปล่า..หึหึ..เชิญคุณจอร์นอธิบายโปรเจคนี้ได้เลยครับ” 

 

ทันทีที่เสียงนั่นเอ่ยจบ ..พนักงานในห้องต่างก็ถอนหายใจโล่ง ที่เจ้านายของเขา..ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ แม้ว่าจะแปลกใจที่ครั้งนี้เจ้านายของพวกเขายอมง่ายกว่าทุกครั้ง แต่มันก็เป็นเรื่องดี เพราะนั่นหมายความว่าพวกเธอไม่ต้องหานักวาดรูปฝีมือดีมาเสนอเจ้านายใหม่ ให้เขาคัดจนวุ่นวายเหมือนกับนักวาดเซตนี้ที่กว่าจะได้.. 

 

และก็เป็นเซตที่รวมนักวาดมืออาชีพทุกคน ยกเว้นเธอ คนที่ต่อปากต่อคำเจ้านายเขาไปเมื่อครู่.. คนที่เป็นเพียงนักวาดสมัครเล่นเท่านั้นเอง..แต่ถึงอย่างนั้นฝีมือของเธอก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าใครในห้องแห่งนี้หรอกนะ 

 

เป็นเวลาชั่วโมงเศษๆ ที่ห้องนี้ต่างก็เต็มไปด้วยเนื้อหาและรายละเอียดของแคมเปญใหญ่ แคมเปญที่จะให้นักวาดรูปที่เชิญมาในวันนี้ รังสรรค์ผลงานศิลปะที่สื่อถึง โรงแรมของเครือของแต่ละประเทศ ก่อนที่จะเอาภาพวาดเหล่านั้นไปประมูลขายและนำรายได้ส่วนนึงไปสบทบช่วยเหลือคนจรจัดไร้บ้าน 

 

นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้คน ได้เงินมหาศาลจากการประมูลภาพ ได้โปรโมทโรงแรมในเครือแล้ว ยังทำให้เจ้าของไอเดียแคมเปญนี้..ได้เจอกับคนที่เขาไม่ได้เจอเป็นเวลานานอีกด้วย 

 

ยังไงซะ เธอก็ไม่มีวันหนีซาตานอย่างเขาพ้นหรอก ...เดย์ 

 

. 

. 

. 

 

“เฮีย..” 

 

ทันทีที่ห้องประชุมนี้ปิดลง.. พร้อมกับทุกคนที่เดินออกจากห้องนี้ไป ยกเว้นเธอ และเขา..ที่ไม่ได้เดินออกไปด้วย ราวกับจงใจอยู่รออีกฝ่าย.. เธอก็ตัดสินใจเอ่ยเสียงภาษาของตัวเองออกมา พร้อมกับมองไปยังคนตรงหน้า..ด้วยสายตาที่เหมือนเมื่อก่อน เผื่อทุกอย่างมันอาจจะกลับมาเหมือนเดิมได้ แต่ทว่า สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่สายตาแบบเดิมที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไป 

 

“เฮียจงใจให้เดย์มาร่วมงานนี้ใช่มั๊ย” 

 

“คุณคิดว่า..คุณสำคัญ..สำหรับกับผม?” 

 

คำตอบที่ดูเหมือนเป็นคำถาม รวมถึงคำตอบที่ดูห่างเหินนั้น ทำให้เธอนิ่งงันไปในทันที ก่อนที่จะตอบกลับใหม่ และคราวนี้ เธอก็เปลี่ยนสรรพนาม.. ให้เหมือนกันกับเขา 

 

“งั้นคุณจะให้ฉัน ที่เป็นนักวาดโนเนมมาร่วมโปรเจคยิ่งใหญ่ของคุณทำไม” 

 

“คุณได้ส่งงานประกวดในงาน sktech artitecture art award หรือเปล่าครับ.. ถ้าใช่..ก็สังเกตุด้วยนะว่า คนที่มาที่นี้ คือคนที่ชนะการประกวด งานนั้นทั้งนั้น..” 

 

และเป็นอีกครั้งที่คำตอบของผู้ชายตรงหน้า ทำให้เธอนิ่งงันไป.. 

 

แม้ว่าเธอเองจะเป็นเพียงมือสมัครเล่น แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่าเธอมีหัวทางด้านศิลปะสูง และเธอก็ได้ที่หนึ่งในงานใหญ่ที่จัดขึ้นทั่วโลกอย่างที่เขาบอกจริงๆ นั่นเลยทำให้เธอคิดเจ็บใจตัวเอง.. ที่แอบเผลอไปคิดว่า เขาอาจจะคิดถึงเธออยู่บ้าง..ทั้งๆที่คำพูดของเขาและสายตานั้น มันช่างดูห่างไกลคำนั้นเหลือเกิน 

 

ในขณะที่เธอกำลังขบคิดเรื่องราวต่างๆ อีกฝ่ายก็หมุนตัวเพื่อเดินออกจากห้องไป ..พร้อมกับสายตาที่ไม่คิดจะมองมาที่เธอเลยซักนิด.. และไม่สนใจด้วยว่า..ว่าเธอจะพูดตอบอะไรหรือไม่ 

 

แต่แล้วแผ่นหลังที่เธอเห็นนั้น..มันทำให้ภาพบางอย่างมันย้อนเข้ามาในหัว..และนั่นเลยทำให้เธอตัดสินใจทำอะไรบางอย่างไปตามสัณชาตญาณของเธอทันที 

 

หมับ! 

 

“เฮียโซ่” 

 

เธอเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลังทันที ก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดที่เธอคุ้นเคยเหมือนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ส่วนเขาก็ทำเพียงแค่นิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่งแข็งออกมา 

 

“ปล่อย..” 

 

“ไม่ปล่อย เฮีย อย่าทำแบบนี้เลย..เดย์ยังรักเฮียอยู่ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอ...” 

 

“…” 

 

“แล้ว..เฮียจะทิ้งมิตรภาพความเป็นเพื่อนของ เฮียไนท์ เฮียซัน เฮียเค เฮียเคน...เพื่อนที่เฮียโตมาด้วยกัน จริงจร..” 

 

ควับ!! 

 

แต่ยังไม่ทันที่เดย์จะเอื้อยเอ่ยคำพูดออกมาจบ บุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อว่า เฮียโซ่ ก็หมุนแขนที่โอบกอดเขาไว้ ก่อนจะจับมือเล็กนั่นบิดกลับ พร้อมกับดันตัวเธอให้แนบกับกำแพงของห้องแห่งนี้ด้วยความไว ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยนั้นเพียงแค่คืบ จนเธอตั้งตัวไม่ทัน.. 

 

“เธอนี่มันน่าไม่อายนะ ไม่ว่าจะเด็กหรือโตแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม อยากเป็นเมียฉันมากรึไง? อืม.. แต่จะว่าไป..ของฟรีแบบนี้ ก็น่าสนใจเหมือนกัน” 

 

โซ่พูดออกมาพร้อมกับมองด้วยสายตาร้ายกาจ ก่อนที่จะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับปากที่สแยะยิ้ม ทำให้หญิงสาวที่ตาตื่นตกใจกับคำพูดที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับจากปากของคนตรงหน้า แต่ถึงจะตกใจยังไง แต่การกระทำของเขามันก็ทำให้เดย์ได้สติขึ้นมาในทันที ก่อนที่จะใช้ทักษะการต่อสู้ที่มี ผลักผู้ชายร่างสูงตรงหน้าออกไปสุดแรง 

 

“เฮีย พูดอะไรออกมา..นี่เดย์ไง เดย์ของเฮียไง! ไหนเฮียเคยบอกไง ว่าเดย์คือคนสำคัญ.. ” 

 

“หึ… เลิกพร่ำเพ้อเรื่องอดีตได้แล้ว.. คุณ..ไม่ใช่คนสำคัญของผม..เลิกทำตัวน่ารำคาญ วิ่งไล่ผู้ชายแบบนี้ซะที.. น่ารังเกียจ..” 

 

ทันทีที่เขาเอ่ยคำพูดแบบนั้นออกมาด้วยสายตานิ่งเรียบ พร้อมกับใช้สายตามองมาเหมือนผู้หญิงตรงหน้าไม่เคยมีความผูกพันธ์กันใดๆกันเขาเลยซักนิด ทำให้เดย์ชะงักและเข้าใจ.. เข้าใจว่าทุกอย่างมันไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆ  

 

ผู้ชายที่เคยทะนุถนอมเธอ เป็นห่วงเธอ และเห็นเธอเป็นคนสำคัญ บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว.. 

 

“คุณ..ไม่ใช่เฮียโซ่ที่ฉันรู้จัก ..ไม่ใช่” 

 

เขาทำเพียงเปรยตามองผู้หญิงตรงหน้าและแสยะยิ้มส่งไปให้เท่านั้น ก่อนที่จะเบี่ยงใบหน้าเพื่อที่จะเดินออกไปจากห้องนี้ แต่แล้วเสียงของเดย์ก็ดังลั่นออกมาอีกครั้ง และมันก็หนักแน่นกว่าครั้งไหนๆ 

 

“ฉัน..จะถือซะว่าเฮียโซ่ที่ฉันรักตายไปแล้ว เหลือแค่เพียงคุณฮอว์ค ที่ฉันเกลียดเท่านั้น และฉันจะไม่สนใจคุณ ฉันจะเกลียดคุณจนลมหายใจสุดท้ายของฉัน..จำเอาไว้” 

 

หลังจากที่เดย์พูดออกมาด้วยอารมณ์ที่มันเสียใจปนโมโห เธอก็ชิ่งก้าวเท้าออกเพื่อจะออกจากห้องนี้แซงหน้าผู้ชายอีกคน.. 

 

เธอไม่อยากเห็นแผ่นหลังของเขาที่เดินออกไปจากชีวิตเธออีกแล้ว.. ครั้งนี้เธอจะขอเป็นคนที่เดินออกไปจากชีวิตเขาเอง.. 

 

แต่แล้ว อยู่ๆเธอก็โดนแรงกระชากที่รวดเร็วไปยังตำแหน่งเดิมอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ไม่ได้กระชากให้เธอแนบกำแพงเพียงอย่างเดียว..แต่มันเพิ่มจากเดิมตรงที่ริมฝีปากบางเรียบที่เพิ่งปะทะฝีปากกับปากหนาไปเมื่อครู่ บัดนี้ได้ถูกบดขยี้ด้วยความแรง จากผู้ชายอีกฝั่ง ที่เพิ่งโดนเธอเกลียดไปหมาดๆ 

 

“อื้ออ อ่อออยย” 

 

แม้ว่าเดย์จะมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังไงซะ แรงผู้หญิงอย่างเธอก็ไม่มีทางชนะแรงผู้ชายอย่างเขาได้ โดยเฉพาะเขา ที่รู้วิธีการตั้งรับจากผู้หญิงตรงหน้าได้ทุกกระบวนท่าเป็นอย่างดี ทำให้เธอได้แต่ดิ้นและพยายามเบี่ยงใบหน้าหนีการกระทำตรงหน้าที่ดุเดือด ที่ไม่ว่าทำยังไงก็ไม่สำเร็จ 

 

ไม่นาน ใบหน้าเล็กนั้นก็โดนมือใหญ่บีบแก้มเอาไว้จนปากเล็กต้องเปิดให้เข้าส่งลิ้นร้อนเข้ามากวาดภายในโพรงปากอย่างหิวโหย ในขณะที่อีกมือกันตัวเธอไม่ให้หลุดพ้นไปจากตรงนี้ นั่นเลยทำให้เธอได้แต่ยืนรับ..แรงจูบที่ดุเดือดแบบที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน และเป็นจูบที่ทำให้เธอต้องปรับความคิดตัวเองใหม่ 

 

“อุดอ๊ะ อ่อยยย อื้ออ” 

 

ไม่นานสงครามที่ดุเดือดครั้งนี้ก็จบลง และทันทีที่เขาถอนปาก เพื่อให้เธอได้รับอิสระ เดย์ก็ง้างมือขึ้นไปฟาดใบหน้าคนตรงหน้าทันที ใบหน้า ที่เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะมีวันทำแบบนี้กับเขาได้ จนกระทั่งวันนี้ วันที่เขาได้ทำร้ายจิตใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. 

 

เพี้ยะ!!! 

 

“ทำแบบนี้ทำไม!!” 

 

แม้ว่าจะเกิดความชาที่ใบหน้าของเขาเล็กน้อย แต่เขาก็ทำเพียงดันลิ้นกระทุ้งภายในปากเบาๆเท่านั้น ก่อนที่จะดันตัวออก แล้วพ่นคำพูดที่แสนร้ายกาจออกมา 

 

“ก็.....ไหนไหนคิดจะเกลียดกันแล้ว ก็ควรเกลียดให้สุด..จริงมั๊ย.. หึหึ..” 

 

“ใช่ ตอนนี้ฉันเกลียดคุณแล้ว... และฉัน..ก็ขอถอนตัวออกจากโปรเจคนี้!” 

 

“หึ คิดว่าฉันแคร์คนอย่างเธอหรอ? แล้วอย่าลืมจ่ายเงินตามในสัญญาที่ลงชื่อไปด้วยละกัน..” 

 

จึก..  

 

หลังสิ้นสุดคำพูดนั้น เธอก็ชะงักไปทันที ก่อนที่จะเกิดความแค้นในใจขึ้นมา..  

เรื่องสัญญาที่เขาพูดถึง ก็คือสัญญาที่เธอและนักวาดรูปอีก 9 คน ได้ลงชื่อไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้นี่เอง และในสัญญานั้นก็บอกว่า ถ้าใครเลิกงานกลางคัน หรือวาดไม่สำเร็จ ต้องชดเชยจ่ายค่าเสียหาย เป็นจำนวนสิบล้านบาท  

 

อันที่จริงมันเป็นมูลค่าที่สูงมาก แต่..อย่างระดับเธอแล้ว เงินนั้นถือว่าไม่ได้เยอะจนหามาจ่ายไม่ไหว แต่ประเด็นมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีต่างหากละ ..ถ้าให้เงินไป ก็เท่ากับเธอยกเลิกสัญญา และก็เท่ากับว่า..เธอยอมแพ้ผู้ชายคนนี้.. 

 

ท่าทีที่นิ่งเฉย ท่าทีที่ไม่สนใจเธอเลยซักนิดของเขา และมีแต่เธอที่ดิ้นอยู่คนเดียวนั้น ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง..พร้อมกับคิดว่า 

 

ทำไมเธอต้องออกไปจากโปรเจคนี้ เธอไม่ผิดซะหน่อย และเธอ..ก็จะไม่ยอมให้ตัวเองโดนรังแกฝ่ายเดียว หรือรู้สึกเพียงคนเดียวอีกต่อไป! 

 

นั่นเลยทำให้เธอจ้องมองไปยังดวงตาสีนิลที่แอบมีเปลวประกายไฟตรงหน้าด้วยความท้าทายและไม่เกรงกลัว ก่อนที่จะเอ่ยเสียงนิ่งออกมา 

 

“ฉันขอเปลี่ยนใจ..ฉันไม่ออกจากโปรเจคนี้แล้ว ..และจำเอาไว้นะคะคุณฮอว์ค.. หลังจากนี้ คุณไม่ใช่คนที่ฉันรู้จัก และฉันจะไม่ใช่เดย์คนเดิมของคุณอีกต่อไป!!!” 

 

 

มาแล้วจ้าา ฉากปฐมบท.. เดี๋ยวเราค่อยพาย้อนอดีตกันนะจ้ะ

ช่วงนี้ไรด์ไม่ค่อยว่างแต่งเรื่องนี้เลย รวมไปถึงสมองมันเบลอๆคิดอะไรไม่ค่อยออกด้วย 555 แต่คิดเอาไว้ว่า เรื่องนี้จะไม่ดราม่าเยอะเท่าไร (จะพยายามนะ) ใครอยากให้เรื่องนี้ไปทิศทางไหน คอมเม้นต์บอกกันได้ก่อนเลยนะ ระหว่างที่ไรด์ยังหัวว่างๆแบบนี้

ส่วนของตอนนี้ ใครชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นต์บอกกันมาได้นะค้าาา

 

รักรีดทุกคนนะ เป็นกำลังใจให้กันด้วย จุ๊บๆ

ความคิดเห็น