Chidlada

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 : จัดให้

ชื่อตอน : บทที่ 6 : จัดให้

คำค้น : หนุ่มบ้านไร่ หวานใจยัยตัวแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 50

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2562 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 : จัดให้
แบบอักษร

ก่อนรุ่งเช้าของวันใหม่ เสียงคนกำลังอะไรบางอย่างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างอยู่ในครัว ป้าแววที่ตื่นก่อนทุกคนในบ้านเสมอกำลังที่จะตระเตรียมมื้อเช้าให้กับเจ้านายทุกคนเหมือนเช่นเคยในทุกๆ วัน จึงรีบเข้าไปดูทันที  

“ อ้าวคุณพลอย ทำอะไรคะ ป้ากำลังจะมาเตรียมอาหารเช้าให้คุณๆกัน ป้าได้ยินเสียงเลยรีบเดินมาดูค่ะ” ป้าแววที่กำลังงุนงงกับพลอยชมพูที่ตื่นแต่เช้าก่อนทุกคนในบ้าน 

“ อ๋อ พอดีพลอยได้ผักสลัดมาเมื่อวานเย็นค่ะ ว่าจะทำสลัดให้คุณอาทานค่ะ เมื่อคืนพลอยนอนไม่ค่อยหลับด้วยค่ะ สงสัยแปลกที่มั้งคะ เอ..ป้าแววคะปกติ เวลานายชัสไปส่งผักในเมืองนี่ เขาทานข้าวยังไงหรอคะ เห็นว่าต้องไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลยค่ะ “ พลอยชมพูที่กำลังเตรียมของทำสลัดกล่าวกับป้าแววที่กำลังตั้งหม้อข้าวหุงอยู่  

“ คุณชัสก็จะไปทานในเมืองเลยค่ะ เวลาไปส่งของหากหิวก็แวะตามข้างทางทานค่ะ คุณชัสเธอไม่ค่อยเรื่องเยอะหรอกค่ะ เธอเป็นคนง่ายๆ ทานอะไรก็ได้ค่ะ หากเธอไปส่งของในเมือง เธอก็จะทานกาแฟก่อนไปค่ะ เธอจะเป็นคนที่ทานกาแฟดำ หวานน้อยค่ะ แล้วก็มีขนมปังปิ้งสองแผ่นทาด้วยแยมองุ่นทำเองของที่ไร่เราค่ะ รองท้องก่อนด้วยว่าต้องไปแต่เช้ามากๆ เดี๋ยวอีกสักพักคุณชัสเธอก็ลงมาค่ะ “ ป้าแววพูดไปมือก็ตั้งกาน้ำร้อน และเตรียมทำขนมปังปิ้งให้เตชัสเหมือนเช่นเคยทุกครั้ง พลอยชมพูที่ฟังไปมือก็ทำสลัดไข่ต้มมื้อเช้าไปด้วย เธอแยกน้ำสลัดกับผักและไข่ต้มไว้ หากจะทานค่อยเทราด เพียงไม่นานก็เสร็จ 

“ เดี๋ยวพลอยว่าจะทำข้าวกล่องไปทานระหว่างทางด้วยดีกว่าค่ะป้าแวว เผื่อนายเตชัสจะหิว “ พลอยชมพูเปิดตู้เย็นดูวัตถุดิบที่มีอยู่ว่าจะทำเมนูอะได้บ้าง เพียงครู่เดียวก็ได้ของที่ต้องการ ถึงแม้จะอยู่ไร่แต่วัตถุดิบก็มีครบครัน ป้าแววได้แต่อมยิ้มกับพลอยชมพูที่เธอนั้นแสนดีซะเหลือเกิน ถ้าได้เป็นสะใภ้ที่นี่คงจะดีไม่น้อย  

“ เอ...พลอยว่าจะทำผัดกระเพราไข่ดาว นี่แหละค่ะ ง่ายดีแปปเดียวก็เสร็จ ข้าวก็หุงสุกพอดี เดี๋ยวป้าแววช่วยเตรียมกล่องข้าวให้พลอยด้วยนะคะ “ พลอยชมพูกล่าวกับป้าแววให้ช่วยหากล่องข้าว เพื่อสะดวกต่อการพกพาและจัดเก็บ เธอนำพริกกับกระเทียมมาตำในครกจนละเอียดประมาณหนึ่ง ก่อนที่จะนำใบกระเพราไปล้างน้ำแล้วนำมาเด็ดเอาแต่ใบ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน และก็ทอดไข่ดาวสำหรับ 2 ที่ เสร็จแล้วก็ใส่พริกกับกระเทียมที่ตำไว้ลงไปผัดจนหอม ใส่หมูสับลงไปผัดจนเข้ากัน ปรุงรสด้วย น้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำปลา และน้ำตาลทรายเล็กน้อย น้ำเปล่าเล็กน้อย ใส่ถั่วฝักยาวซอย และตามด้วยใบกระเพราก็เป็นอันเสร็จ ข้าวก็หุงสุกพอดี 

“ มาค่ะป้าแวว เดี๋ยวพลอยจัดกล่องเองค่ะ เดี๋ยวป้าแววเตรียมกาแฟให้นายเตชัสนะคะ เดี๋ยวลงมาแล้วยังไม่เสร็จจะโดนบ่นเอาค่ะ นายชัสเนี่ยชอบบ่นนะคะ บ่นเป็นคนแก่เลยค่ะ ดูเกินอายุมากค่ะป้าแวว “ พลอยชมพูที่กำลังนินทาเตชัสกับป้าแววอย่างขำขันนั้น มีเสียงปลายสายแว่วมาจากด้านหลังของทั้งคู่ 

“ นินทาฉันก็อย่าให้ได้ยินสิ ถ้าได้ยินเขาไม่ได้เรียกว่านินทาหรอกนะ “ เตชัสที่เดินเข้าครัวมาเห็นพลอยชมพูกับป้าแววกำลังคุยกันอย่างสนุก เสียงกลับเงียบลงทันที เมื่อตนเดินขึ้นมา 

“ ลงมาแล้วหรอคะคุณชัส มาค่ะป้าเตรียมเสร็จพอดี เดี๋ยวคุณชัสไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะคะ เดี๋ยวป้ายกไปให้ค่ะ” ป้าแววกล่าวกับเตชัสที่เดินไปนั่งรอที่โต๊ะทานอาหาร ทานกาแฟกับขนมปังปิ้งที่ป้าแววเตรียมไว้ ส่วนพลอยชมพูก็เตรียมข้าวกล่องเสร็จทันเวลาพอดี 

“ เสร็จหรือยัง ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวจะสาย “ เตชัสกล่าวกับพลอยชมพูที่กำลังเตรียมน้ำผึ้งมะนาวไปทานบนรถด้วยเสร็จพอดี 

“ ไปสิ...” พลอยชมพูเดินตามเตชัสไปที่รถที่คนงานขับมาจอดรออยู่ที่หน้าบ้านใหญ่ ก่อนที่ทั้งคู่จะนั่งรถไปส่งผักในเมืองตามที่ลูกค้าได้สั่งไว้ 

ยามเช้าที่ไร่หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเช้าเสร็จ เตชินท์และแพรววนิตได้เข้าไปในไร่ สายๆ จะได้ไม่ร้อนมาก 

“ นี่...เราจะไปที่ไหนกันก่อนล่ะวันนี้ “ แพรววนิตถามเตชินท์ที่กำลังควบม้าไปยังคอกวัว เพื่อไปทำความสะอาดและรีดนมวัวเพราะลูกค้าจะมารับนมสดช่วงเที่ยงวันนี้ 

“ เดี๋ยวจะไปคอกวัวต้องไปทำความสะอาดและรีดนมวัว ลูกค้าจะมารับนมสดตอนเที่ยงวันนี้” เตชินท์กล่าวกับแพรววนิต เพียงครู่เดียวก็ถึงคอกวัวคนงานที่กำลังเอาหญ้าสดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ นั้นให้วัวกินเหมือนเช่นเคยทุกๆวัน ก็พากันหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดคอกวัวไปล้างคอกวัวกันอย่างวุ่นวายเช่นนี้เสมอ 

“ นี่...เดี๋ยวเธอไปเอาหญ้าสดที่เพิ่งเก็บมา วางอยู่ใต้ต้นไม้นั่นน่ะ เห็นไหม...เอามาเติมให้แม่วัวกินให้อิ่มๆ นะ เวลารีดนมจะได้อารมณ์ดี หากแม่วัวกินไม่อิ่มอาจจะอารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวพาลรีดนมไม่ได้กันพอดี” เตชินท์กล่าวกับแพรววนิตที่กำลังยืนดูคนงานกำลังวุ่นวายกับการทำความสะอาด 

“ งั้นหรอ....ได้สิ เดี๋ยวไปหยิบเดี๋ยวนี้แหละ...รอก่อนนะจ๊ะแม่วัว...” แพรววนิตกล่าวเสร็จจึงเดินไปหยิบกองหญ้าสดที่อยู่วาง นำมาให้กับแม่วัวได้ทานจนอิ่ม 

“ เสร็จแล้วก็มานี่สิ มาช่วยพี่ๆ เขาทำความสะอาดสิ จะยืนงงอีกนานไหม เดี๋ยวจะได้รีดนมต่อ ช่วยกันจะได้เสร็จไวๆ “ เตชินท์กล่าวกับแพรววนิตพลางยื่นอุปกรณ์ทำความสะอาดให้กับแพรววนิตที่ยืนงงอยู่ 

“ รู้แล้วน่า.....” แพรววนิตรับอุปกรณ์จากเตชินท์แล้วจึงไปทำความสะอาดคอกวัว  

“ เฮ้ย นี่มันก้อนอะไรเนี่ย เหม็นชะมัดเลย “ แพรววนิตที่กำลังจะทำความสะอาดแต่เท้าเธอกลับไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง 

“ อ้าว ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ ก็ขี้วัวไง ทำเป็นไม่รู้จักไปได้ “ เตชินท์กล่าว 

“ ไปนู่นเลย ไปตรงที่เก็บเครื่องมือนะ ไปหยิบพลั่วมาตักเอาขี้วัวไปไว้ในตะกร้าโน่นเลย เดี๋ยวจะได้เอาไปทำปุ๋ยคอก ถึงจะเหม็นแต่ประโยชน์มหาศาลนะ บางทีก็มีพ่อค้ามาขอซื้อถึงที่ไร่ ราคาก็ดี “ เตชินท์กล่าวพลางให้แพรววนิตรีบเร่งจะได้ทำอย่างอื่นต่อ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาที่ลูกค้าจะมา 

“ คุณชินท์ครับ เตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วครับจะเริ่มเลยไหมครับ “ คนงานกล่าวถามเตชินท์ที่กำลังใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดไล่น้ำที่ขังจากการทำความสะอาดอยู่นั้น 

“ เอาสิพี่บุญ นี่เธอตามฉันมาได้แล้ว “ เตชินท์กล่าวกับคนงานพลางเรียกแพรววนิตที่กำลังตักขี้วัวไปใส่ตะกร้าอย่างทุลักทุเล 

“ เดี๋ยวเราจะรีดนมวัวกันแล้ว ไปล้างมือให้สะอาดก่อนไป...แล้วตามฉันมา” เตชินท์บอกแพรววนิต  

แพรววนิตที่เดินมาถึง เห็นเตชินท์กำลังเตรียมอุปกรณ์รีดนมวัวอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียด 

“ นี่....ดูไว้นะ การที่จะรีดนมวัวในแต่ละครั้ง เรื่องความสะอาดเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นอันดับแรก ก่อนที่เราจะรีดนมวัวเราต้องเช็คสภาพของเต้านมแม่วัวซะก่อนว่าพร้อมที่จะรีดหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะรีดได้ทุกตัวนะ “ เตชินท์กล่าวกับแพรววนิตที่ดูตั้งใจฟังเขาพูด 

“ ก่อนที่จะรีดนมวัวเราต้องล้างเต้านมวัวด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดเสียก่อนแล้วจึงเอาผ้าสะอาดชุบน้ำยาคลอรีนแบบเจือจางเช็ดทำความสะอาดให้รอบๆ เต้านมโดยเริ่มจากหัวนมทีละหัวอย่างเบามือแล้วถึงมาเช็ดรอบๆเต้านมจากนั้นเช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง “ เตชินท์อธิบายให้แพรววนิตฟัง 

“ อ่อค่ะ แล้วยังไงต่อคะ แหมกำลังฟังเพลินๆ จนเกือบจะหลับและเนี่ย” แพรววนิตกล่าวแซวเตชินท์ที่อธิบายให้เธอฟังจนละเอียด 

“ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวถ้าให้ลองทำแล้วทำไม่ได้นะ....อันนี้เนี่ยเป็นอุปกรณ์ตรวจสภาพเต้านมแม่วัว เราจะหยดน้ำยา CMT ลงในช่องวงกลมนี้ บีบน้ำนมวัวทุกเต้า หากไม่มีลักษณะคล้ายวุ้นก็แสดงว่าน้ำนมปกติ สามารถที่จะรีดนมได้เลย การรีดนมทุกครั้งจะต้องรีดให้เกลี้ยงเต้า เวลาที่รีดแต่ละตัวไม่ควรเกิน 8 นาที เข้าใจไหม หลังรีดเสร็จก็ทำความสะอาดด้วยน้ำยาจุ่มหัวนมก็เสร็จ“ เตชินท์กล่าว 

“ ก็พอเข้าใจค่ะ “ แพรววนิตกล่าวอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก 

“ มาลองทำดูสิ “ เตชินท์กล่าว 

“ จะดีหรอคะ แหม...ยังมีเวลาอีกมาก ไว้วันหลังก็แล้วกันนะ วันนี้ขอเป็นคนดูไปก่อนละกันค่ะ “ แพรววนิตที่พอได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะลงมือทำได้แต่ยิ้มแหย๋ๆ  

“ โธ่....นึกว่าจะแน่.....” เตชินท์กล่าวพลางสะใจเล็กน้อย  

“ เดี๋ยวพวกพี่ๆ ทำกันไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปดูที่บ่อปลาสักหน่อยนะครับ “ เตชินท์กล่าวกับคนงานที่กำลังรีดนมวัวให้ทันเวลาที่ลูกค้าจะมา 

“ ไป....เธอไปกับฉัน “ เตชินท์กล่าวกับแพรววนิตที่เดินตามเขาไปยังใต้ต้นไม้ที่ผูกเจ้าสีหมอกไว้ 

 

ระหว่างทางที่เตชัสและพลอยชมพูกำลังเดินทางไปส่งผักให้กับลูกค้าที่สั่งไว้ เหลืออีก 2-3 ที่ก็แล้วเสร็จ 

“ นี่นาย....หิวไหม นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วนะ จะกินอะไรก่อนไหม “ พลอยชมพูถามเตชัสที่ขับรถอยู่ 

“ เธอหิวแล้วหรอ เดี๋ยวฉันพาเธอแวะข้างทางทานก่อนก็ได้นะ ฉันก็เริ่มจะหิวแล้วเหมือนกัน อาหารของป้าแววเมื่อคืนคงย่อยไปหมดแล้ว “ เตชัสกล่าว ปกติเขาเองก็ไม่ได้หิวอะไรเร็วแบบนี้ 

“ อ่ะนี่...ฉันทำข้าวกล่องมาให้นายด้วยนะ นายจะแวะจอดรถข้างทางแล้วกินก่อนไหมล่ะ “ พลอยชมพูยื่นกล่องข้าวที่ทำมาให้เตชัสอย่างเขินๆ 

“ ขอบใจนะที่ทำมาให้น่ะ แต่ก็ไม่น่าจะลำบากอะไรเลยนะ แวะข้างทางก็ได้กินแล้ว “ เตชัสกล่าว 

“ ฉันกลัวว่านายคงจะหิว ฉันก็เลยทำมาให้ถ้านายไม่กินก็เอาคืนมา เดี๋ยวฉันกินคนเดียวสองกล่องเลย “ พลอยชมพูกล่าวพลางเอามือดึงกล่องข้าวจากเตชัสที่กำลังถืออยู่ พลางขับรถไปด้วย 

“ เห้ย....กินสิ เอามานี่เลย ปกติไม่เคยมีใครทำให้ฉันกินแบบนี้นี่ จะอร่อยแค่ไหนเชียว...” เตชัสพูดพลางจอดรถที่ข้างทางเพื่อทานข้าวกล่องที่พลอยชมพูทำมาให้ทาน 

“ ไหน.....ชิมหน่อยซิ นี่มันผัดกระเพราะ ไข่ดาวนี่นา เธอรู้ได้ไงว่าฉันชอบผัดกระเพรา “ เตชัสรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย 

“ ไม่มีใครบอกฉันหรอก ฉันแค่รู้สึกว่าเมนูนี้มันทำง่ายดี และวัตถุดิบก็ไม่เยอะ ในเวลาเร่งรีบแบบนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีน่ะ “ พลอยชมพูกล่าว 

“ ฝีมือก็อร่อยใช้ได้เลยนะเนี่ย ถึงใครจะบอกว่าผัดกระเพราเป็นเมนูสิ้นคิดแต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะกินอะไร ผัดกระเพราช่วยคุณได้นะบอกเลย “ เตชัสกล่าวพลางกินผัดกระเพราจนหมดกล่อง 

“ ก็แหง๋ล่ะ...ฝีมือเชฟแห่งโรงแรมเจริญกิจไพศาลซะอย่างนะ แค่ผัดกระเพราะน่ะจิ๊บๆ รู้ไว้ด้วยนะ ฉันน่ะยังไม่เคยทำให้ใครทานนอกจากครอบครัวกับลูกค้าของฉันที่โรงแรมแค่นั้นย่ะ “ พลอยชมพูพูดไปพลางกินไป เพียงไม่นานก็หมดกล่อง 

“ อ่ะนี่....ฉันทำน้ำผึ้งผสมมะนาวมาด้วยนะ ลองดื่มสิ “ พลอยชมพูยื่นขวดน้ำให้เตชัสดื่ม 

“ เห้ย...สดชื่นดีนะเนี่ย เปรี้ยวหวานกำลังดีเลย เวลาแปปเดียวทำได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย สุดยอดเชฟ” เตชัสกล่าวชมพลางยกนิ้วโป้งให้  

“ เอาล่ะ...อิ่มกันแล้วก็เดินทางต่อได้แล้ว เดี๋ยวจะไปถึงลูกค้าสาย “ เตชัสกล่าวอย่างเริ่มรู้สึกดีกับพลอยชมพู 

“ นี่นาย...คือว่า....ถ้านายส่งของเสร็จแล้วน่ะ ขากลับพาฉันแวะไปที่โรงแรมทีได้ไหม ฉันอยากได้ของใช้แล้วก็เสื้อผ้าของฉันน่ะ คือเป็นผู้หญิงมันก็ต้องดูแลตัวเองใช่ป่ะ นายเข้าใจใช่ไหม แปปเดียวเอง ฉันเก็บของไม่นานหรอกนะ “ พลอยชมพูกล่าวอย่างอ้อนวอน 

“ ฉันเองก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ อยากไปก็ไป ไม่เห็นต้องสาธยายจนยืดยาวก็ได้ ถือว่าเป็นค่าแรงสำหรับผัดกระเพราะมื้อนี้ก็แล้วกัน” เตชัสกล่าว 

“ ขอบใจนะ “ พลอยชมพูกล่าวพลางอมยิ้ม 

 

กอหญ้าที่หายหน้าไปหลายวันด้วยว่าเธอไม่สบายจากไข้หวัดแดดหลายวันก่อน เธอขับมอเตอร์ไซด์นำปิ่นโตอาหารมาให้กับเตชินท์ที่คงอยู่ที่บ่อปลา เพราะเธอเองก็ถามเอาจากคนงานที่คอกวัวที่เธอเพิ่งขับรถผ่านมา 

“ พี่ชินท์.....พี่ชินท์ กอหญ้ามาแล้วค่ะ กอหญ้าเอาปิ่นโตอาหารมาให้ค่ะ” กอหญ้าเดินเอาปิ่นโตไปให้เตชินท์ที่กำลังคุมคนงานทำหลังคากันแดดกันฝนให้กับบ่อปลาก่อนที่จะเอาปลาลงบ่อ 

“ อ้าว...กอหญ้า หายไปซะหลายวันเลย” เตชินท์กล่าวทักทาย 

“ อ๋อ..พอดีกอหญ้าไม่สบายค่ะ เพิ่งจะหายเลยทำปิ่นโตมาให้พี่ชินท์ค่ะ แล้วนี่ใครคะพี่ชินท์ กอหญ้าไม่เคยเห็นค่ะ “ กอหญ้ากล่าวพลางมองแพรววนิต 

“ อ๋อ...เธอชื่อแพรววนิตน่ะ เธอเป็นลูกของเพื่อนสนิทคุณพ่อพี่เอง เธอมาดูงานที่ไร่ เธอจะทำบริการเสริมให้กับโรงแรมเธอ เลยอยากมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรน่ะ เธอจะพักอยู่ที่นี่ 3 เดือน “ เตชินท์กล่าวกับกอหญ้า 

“ ห๊ะ...3 เดือนเลยหรอคะ แล้วเธอเป็นผู้หญิงที่นี่ก็มีแต่ผู้ชายนะคะ” กอหญ้ากล่าวอย่างรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจ 

“ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันมีพี่สาวมาด้วย แต่ตอนนี้ไม่อยู่ออกไปส่งของในเมืองกับนายเตชัส” แพรววนิตกล่าว 

“ กอหญ้าไม่รู้ว่าพี่ชินท์มีแขก เลยทำปิ่นโตมาแค่ 2 ที่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” กอหญ้ากล่าวกับเตชินท์พลางเหลือบมองแพรววนิตที่เขาคงไม่ได้ร่วมทาน เพราะอาหารมีไม่พอ 

“ เชิญทานกันตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวฉันกลับไปทานที่บ้านก็ได้ ป้าแววคงเตรียมไว้แล้ว “ แพรววนิตกล่าวอย่างไม่สนใจ 

“ เธอจะไปยังไง ม้าก็ขี่ไม่เป็น กว่าจะไปถึงบ้าน ตกม้าตายก่อนพอดี ทานด้วยกันที่นี่แหละ “ เตชินท์กล่าวพลางจูงมือแพรววนิตไปที่ใต้ร่มไม้ 

“ พี่ชินท์คะ กอหญ้าทำให้มาแค่พี่ชินท์ทานนะคะ.....” กอหญ้ากล่าวอย่างไม่พอใจแพรววนิตสักเท่าไร แล้วจึงเดินตามไปนั่งที่ใต้ร่มไม้ 

“ มา...กอหญ้านั่งลงทานพร้อมกันเนี่ยแหละ “ เตชินท์กล่าวพลางจัดปิ่นโตอาหาร ทั้งกอหญ้าและแพรววนิตต่างทำหน้าไม่พอใจกันทั้งคู่ 

“ อ่ะ...ฉันแบ่งให้เธอ....ทานซะสิ” เตชินท์กล่าวพลางตักข้าวแบ่งให้แพรววนิตทานครึ่งหนึ่ง 

“ นายแบ่งให้ฉันกิน แล้วนายจะกินอิ่มได้ยังไงล่ะ นายทานเถอะ” แพรววนิตกล่าวอย่างรู้สึกแปลกๆ ได้แต่หวังว่าเธอคงไม่ได้คิดอะไรกับเตชินท์หรอกนะ  

“ ไม่เป็นไรหรอก ทานเถอะ....กอหญ้าก็ทานสิ “ เตชินท์กล่าวกับทั้งคู่ให้ทานมื้อกลางวันเพื่อที่จะสงบศึกก่อน 

ยามพักเที่ยงของทุกวัน คนงานที่พักเหนื่อยต่างก็มีเวลาที่จะคุยเล่นกันตามประสา ซึ่งบางทีเตชินท์ก็ยังร่วมวงสนทนาด้วยเสมอ เสียงคนงานคนหนึ่งกล่าว “ เฮ้ย....พวกเอ็ง อีก 2 วันนี้ก็จะลอยกระทงแล้ว ไร่ของเราจะมีประกวดนางนพมาศเหมือนทุกปีหรือเปล่าวะ “ คนงานกล่าวกับเพื่อนๆ แต่เตชินท์กลับได้ยิน 

“ มีสิพี่....ของเคยมีจะไม่มีได้ยังไงล่ะ หากใครจะประกวดก็เตรียมตัวกันไว้ละกัน พวกพี่ๆ ก็ช่วยไปแจ้งข่าวให้กับคนอื่นๆ รู้ด้วยนะครับ” เตชินท์กล่าวพลางอมยิ้มกับคนงานที่จะได้สังสรรค์กับงานลอยกระทงเหมือนทุกๆ ปี 

“ แล้วเราล่ะกอหญ้าจะลงประกวดด้วยไหมปีนี้น่ะ “ เตชินท์ถามกอหญ้า 

“ แหม....พี่ชินท์ก็...ถ้ากอหญ้าไม่ลงก็เสียชื่อเทพีนพมาศ 3 ปีซ้อนสิคะ “ กอหญ้ากล่าวพลางเกาะแขนเตชินท์ที่ยืนอยู่กับคนงานอย่างอารมณ์ดี 

“ งั้นก็เตรียมตัวไว้ก็แล้วกันนะ อีกแค่ 2 วัน “ เตชินท์กล่าว 

“ ค่ะพี่ชินท์ พี่ชินท์อย่าลืมให้ดอกกุหลาบกอหญ้าเยอะๆ นะคะ “ กอหญ้ากล่าวอย่างงานนี้เธอเต็มที่แน่นอน 

“ เธอล่ะ...สนใจที่จะประกวดกับเขาไหม งานนี้ถ้าชนะจะมีเงินรางวัลด้วยนะ ก็ไม่มากหรอก 10, 000 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นการร่วมทำกิจกรรมกันซะมากกว่า “ เตชินท์กล่าวกับแพรววนิตที่ผู้หญิงห้าวๆ แบบนี้หากต้องแต่งชุดไทยคงดูเก้ๆกังๆ มิใช่น้อย แค่คิดก็ขำ 

“ ฉันน่ะหรอ....คงไม่เหมาะเท่าไหร่หรอกกับงานผู้หญิงจ๋าแบบนี้น่ะ ถ้าเป็นพี่พลอยก็ว่าไปอย่าง “ แพรววนิตกล่าว 

“ ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง ของแบบนี้เขาวัดกันที่จำนวนดอกกุหลาบนะ ใครได้เยอะที่สุด คนนั้นก็เป็นผู้ชนะ หรือว่าเธอไม่กล้าพิสูจน์” เตชินท์กล่าวอย่างท้าทายแพรววนิต  

“ คนอย่างฉันน่ะหรอไม่กล้า....นายคิดผิดแล้วล่ะ ตกลงฉันจะประกวด ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นเอง คอยดู.... “ แพรรวนิตกล่าวอย่างมั่นใจในตัวเอง  

“ แล้วฉันจะคอยดู “ เตชินท์กล่าวอย่างสะใจ 

“ ก็ดี...งั้นเรามาวัดกัน ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในงานนี้” กอหญ้ากล่าวกับแพรววนิต 

“ ได้อยู่แล้ว....ห้ามตุกติกล่ะ “ แพรววนิตกล่าวอย่างรู้ทันกอหญ้า 

“ ไว้รอดูหน้างานเถอะ....ไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวเจ็บคอย่ะ “ กอหญ้ากล่าวพลางทำหน้าอย่างหมันไส้แพรววนิต มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมกับเตชินท์ 

“ พี่ชินท์คะ...พรุ่งนี้กอหญ้าคงไม่ได้มานะคะ กอหญ้าต้องเตรียมตัวไว้เจอกันวันงานทีเดียวเลยค่ะ” กอหญ้ากล่าวกับเตชินท์อย่างไม่ยอมแพ้แพรววนิตเด็ดขาด ดูเหมือนจะเป็นการเปิดศึกอย่างเป็นทางการไปซะแล้ว 

“ ได้สิ....แล้วแต่กอหญ้าเลยจ๊ะ” เตชินท์กล่าวอย่างคงไม่มีใครยอมใครแน่นอน จนคนงานต่างพากันยิ้มที่ปีนี้งานคงต้องสนุกมากๆ แน่ 

 

เตชัสและพลอยชมพูที่เดินทางมาถึงโรงแรมเจริญกิจไพศาล ทั้งคู่เข้าไปในตัวอาคาร พนักงานที่เห็นพลอยชมพูเดินเข้ามาต่างพากันดีใจยกใหญ่ที่เธอมา จึงรีบไปแจ้งให้พงศกรกับวิภาวรรณทราบทันที 

“ สวัสดีค่ะพี่ๆ ทุกคน เป็นยังไงกันบ้างคะ งานยุ่งกันมากไหมคะช่วงที่พลอยไม่อยู่ “ พลอยชมพูถามพนักงาน 

“ ก็ไม่เท่าไหร่คุณพลอย “ พนักงานกล่าว 

“ พอดีพลอยจะมาเก็บเสื้อผ้ากับของใช้ที่จำเป็นน่ะค่ะ คุณพ่อคุณแม่ล่ะคะ” พลอยชมพูกล่าวพลางถามหาพงศกรและวิภาวรรณ 

“ พี่ๆ จ๊ะ นี่คุณเตชัสค่ะ “ พลอยชมพูกล่าวแนะนำเตชัสกับพนักงาน 

“ สวัสดีค่ะคุณเตชัส “ พนักงานทุกคนกล่าวสวัสดี 

“ สวัสดีครับ เรียกผมชัสก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ “ เตชัสกล่าวอย่างยิ้มแย้มและท่าทีเป็นมิตรกับพนักงานทุกคน 

“ ยัยพลอย....ยัยพลอย มาแล้วหรอลูก แม่คิดถึงจังเลยลูก มา...ให้แม่หอมหน่อยเร็ว “ วิภาวรรณพลางสวมกอดและหอมแก้มพลอยชมพูอย่างคิดถึง 

“ คิดถึงจังค่ะคุณแม่ คุณพ่อ สบายดีกันไหมคะ พอดีพลอยจะแวะมาเก็บเสื้อผ้ากับของใช้ที่จำเป็นของพลอยกับยัยแพรวน่ะค่ะ “ พลอยชมพูกล่าว 

“ สวัสดีครับคุณอา.....” เตชัสกล่าวสวัสดีพงศกรกับวิภาวรรณ วิภาวรรณทำหน้างุนงง 

“ ไว้เดี๋ยวผมเล่าให้คุณฟังนะ “ พงศกรกล่าวกับวิภาวรรณ 

“ นี่นาย.....เดี๋ยวรอฉันอยู่ที่ล็อบบี้เนี่ยแหละ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเก็บของก่อนเดี๋ยวมา ฉันไปไม่นาน “ พลอยชมพูกล่าว “ คุณพ่อ...คุณแม่คะ เดี๋ยวพลอยมานะคะ “ พลอยชมพูรีบขึ้นลิฟท์ไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้ทันที เพียงไม่นานพลอยชมพูก็ลงลิฟท์มาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตหลายใบ 

“ โอ้โห...นี่เธอจะย้ายบ้านหรือไง ทำไมกระเป๋าเสื้อผ้าเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย” เตชัสกล่าวพลางตกใจที่เห็นเธอขนมาเยอะแยะ 

“ นี่ยังน้อยนะ ดีที่ฉันกับยัยแพรวเป็นคนที่ไม่ค่อยแต่งตัวอะไรมากมาย นายเป็นผู้ชายจะไปรู้อะไรล่ะ “ พลอยชมพูกล่าวพลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด 

“ เอาล่ะ...เอาล่ะ ยัยพลอยเก็บของเสร็จแล้ว ก็พากันกลับได้แล้วนะลูก แล้วเจอกันวันหยุดนะลูก “ พงศกรกล่าว 

“ งั้นพลอยไปก่อนนะคะคุณพ่อ..คุณแม่” พลอยชมพูกล่าวลา วิภาวรรณกอดลาพลอยชมพูอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ พงศกรได้แต่ปลอบใจวิภาวรรณ 

“ เดี๋ยวผมขอตัวไปก่อนนะครับคุณอา....สวัสดีครับ” เตชัสกล่าวลาทั้งคู่ 

 

ที่มหาวิทยาลัยหลังจากหมดคาบเรียนสุดท้ายของวัน พราวทอแสงและเมฆาวีกำลังพากันไปที่ล็อคเกอร์เพื่อไปเปลี่ยนชุดลำลองก่อนที่จะไปซ้อมเซียร์หรีดเดอร์เหมือนเช่นเคยทุกวัน 

“ นี่พราว....อาทิตย์หน้าก็จะมีกีฬาสีของมหาวิทยาลัยเราแล้วนะ ฟ้าตื่นเต้นจังเลยอ่ะ “ เมฆาวีกล่าวกับพราวทอแสงที่กำลังผูกเชือกรองเท้าอยู่ 

“ นั่นน่ะสิ ยังไงฟ้าก็ทำให้เต็มที่นะ ให้สมกับที่ซ้อมกันจนค่ำมืดทุกวันเลย จะว่าไปพี่ปกป้องเขาก็แข่งฟุตบอลด้วยนี่นา เพราะฉะนั้นเต้นให้ระเบิดไปเลยนะ” พราวทอแสงกล่าวพลางขำไปที่เมฆาวีมีแฟน 

“ มันแน่นอนอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ฟ้าเลย พราวล่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาบ้างล่ะ “ เมฆาวีกล่าวอยากให้เพื่อนสนิทตนลองมองใครบ้าง 

“ แหม...ฟ้า ใครจะมาชอบพราวล่ะ พราวนะแต่งตัวก็เชยๆ หน้าก็ไม่ได้แต่ง แถมใครก็ว่าเป็นยายป้ากันไปหมด” พราวทอแสงกล่าวพลางพากันเดินไปยังอัฒศจรรย์เพื่อซ้อมเซียร์ 

“เอ...อาทิตย์นี้เราไม่ได้กลับบ้านกันนี่นา พี่มิ้นท์ขอให้อยู่ซ้อมเซียร์ “ เมฆาวีนึกขึ้นได้ 

“ ก็ใช่ไง...อย่าบอกนะฟ้าลืมน่ะ พราวเองยังโทรบอกที่บ้านแล้วเลยว่าอาทิตย์นี้ไม่ได้กลับ” พราวทอแสงกล่าว 

“ ลืม...ก็ลืม เดี๋ยวค่อยโทรบอก ว่าแต่วันศุกร์นี้วันลอยกระทงนี่นา เราไปลอยกระทงกันนะพราว “ เมฆาวีชวนพราวทอแสง 

“ จะว่าไปมหาวิทยาลัยก็จัดงานอยู่แล้วทุกปีนี่นา มีประกวดนางนพมาศ งั้นก็ลอยกระทงในมหาวิทยาลัยก็แล้วกันนะ “ พราวทอแสงกล่าว “ หรือว่าฟ้านัดพี่ปกป้องไว้ล่ะสิ...ใช่ไหมล่ะ....เบื่อจริ๊งๆ พวกคนมีแฟนเนี่ย” พราวทอแสงกล่าวอย่างรู้ทันเมฆาวี 

“ แหม....พราวก็นิดนึงอ่ะนะ มีแค่ปีละครั้งเอง ฟ้าก็อยากให้พราวไปลอยกระทงกับฟ้าด้วยนี่นา “ เมฆาวีกล่าว 

“ พราวจะไปเป็น กขค. หรือเปล่าล่ะ เผื่ออยากจะลอยกันสองต่อสองตามประสาคนมีแฟนไง “ พราวทอแสงกล่าวแซวเมฆาวี 

“ เฮ้ย...ไม่หรอกพราว พี่ปกป้องเองเขาก็มีเพื่อนเขาไปด้วย ลอยกันหลายๆคนก็ดีนะ เดี๋ยววันงานฟ้าจะแปลงโฉมยายป้าคนนี้ให้สวยจนหนุ่มๆ ต้องเหลียวหลังกันไปเลยดีไหม เผื่อว่าพราวจะได้มีใครมาจีบบ้างไง “ เมฆาวีกล่าวกับพราวทอแสง 

“ งั้นก็ได้...ป่ะ พี่มิ้นท์กวักมือเรียกอยู่นู่นแล้วเนี่ย ไม่รู้จะซ้อมเสร็จตอนไหน คงจะได้ใช้บริการมาม่าอีกตามเคยสินะ “ พราวทอแสงกล่าวแล้วทั้งคู่ก็รีบวิ่งไปบนอัศจรรย์เพื่อซ้อมเต้นทันที 

 

ยามเย็นที่สนามซ้อมบอล ทั้งเตชิต อัครพล ปกป้อง และพิพัฒน์พงศ์ต่างก็กำลังวอร์มยืดเส้นสายก่อนที่จะลงสนามตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน 

“ เฮ้ย พวกมึง อีก 2 วันก็เป็นวันลอยกระทงแล้วนะเว้ย พวกมึงจะไปลอยกระทงกับกูไหม กูนัดสาวไว้ “ ปกป้องกล่าวกับเพื่อนๆ ของเขา 

“ เออ...ก็ดีนะเว้ย นักศึกษาในมหาวิทยาลัยเราก็พากันจัดบูธขายของ ขายกระทงกันเยอะแยะ “ อัครพลกล่าวเสริมให้กับปกป้อง 

“ กูสนนะ...เผื่อจะเจอสาวๆ ในวันลอยกระทงบ้างไงวะ พวกมึงดูไอ้เฟริ์สดิวะ ตั้งแต่แม่งมีแฟน มันดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นนะเว้ย “ พิพัฒน์พงศ์กล่าว 

“ มึงล่ะไอ้ชิต ว่าไง จะไปกับพวกกูไหม” ปกป้องถามเตชิตที่กำลังวอร์มอยู่ 

“ มึงน่ะตัวดีเลยไอ้ชิต ทุกปีมึงไม่เคยมาลอยกระทงกับพวกกูเลยนะมึง มีแต่พวกกูลอยกันอยู่ 3 คนเนี่ย “ พิพัฒน์พงศ์กล่าว 

“ จะให้ทำยังไงล่ะวะ ก็ที่ไร่กูเขาก็จัดงานลอยกระทงให้กับคนงานทุกปีอยู่แล้วอ่ะมึง กูก็เลยต้องลอยกระทงที่ไร่แทนน่ะดิ “ เตชิตกล่าว 

“ งั้นปีนี้มึงห้ามปฏิเสธพวกกูนะเว้ย ยังไงก็ต้องไป เผื่อจะได้สาวกลับมาสักคน “ อัครพลกล่าวกับเตชิต 

“ แหม...พวกมึงนี่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ ถ้ากูบอกว่ากูไม่ไปพวกมึงก็คงพากันจับคอกู ลากกูไปกับพื้น เพื่อให้ไปกับพวกมึงให้ได้ใช่ไหมวะ “ เตชิตกล่าวอย่างรู้นิสัยของเพื่อนๆ ตนเป็นอย่างดี 

“ มันแน่นอนอยู่แล้วเว้ย...สมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน มึงนี่รู้ใจพวกกูจริงๆ “ ปกป้องกล่าวพลางหัวเราะชอบใจที่เตชิตรู้ทัน 

“ เห้ย....พวกมึงมัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ อาจารย์เรียกลงสนามแล้วมึง ไปเลย เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็แข่งจริงแล้ว ตื่นเต้นเหมือนกันว่ะ “ อัครพลกล่าว 

“ เออ....ไป...ไป แยกย้ายเลยมึง เข้าตำแหน่งกันไปเลยพวกมึง เดี๋ยวแข่งเสร็จไปกินก๋วยเตี๋ยวกันดีกว่าว่ะ เอาหน้ามอเนี่ยแหละใกล้ๆ ดี” เตชิตกล่าว 

 

เตชินท์และแพรววนิตที่กลับมาถึงบ้านก็เห็นพลอยชมพูกำลังช่วยป้าแววเตรียมมื้อเย็นอยู่พอดี 

“ อ้าว....พี่พลอยกลับมานานยังคะ แล้วนี่ทำอะไรอยู่คะ “ แพรววนิตถาม 

“ อ๋อ ใครล่ะที่อยากกินแกงส้มมะรุมกับปลากะพงทอดน้ำปลาเนี่ย “ พลอยชมพูและป้าแววที่กำลังช่วยกันปอกเปลือกมะรุมอย่างวุ่นวาย 

“โอ๊ย....สวรรค์อยู่แค่เอื้อม ค่อยคุ้มค่ากับการเหนื่อยมาทั้งวันหน่อย “ แพรรวนิตกล่าวอย่างอารมณ์ดี 

“ นี่ยัยแพรว พี่แวะไปเอาเสื้อผ้ากับของใช้ที่โรงแรมมาให้ด้วยนะ พอดีนายชัสเขาพาไปให้น่ะ “ พลอยชมพูกล่าวพลางมองเตชัสที่กำลังนั่งพักอยู่ที่โซฟาแล้วอมยิ้ม 

“ พี่พลอยทำยังไงหรอคะ นายนั่นถึงยอมพาไป แล้วคุณพ่อคุณแม่สบายดีไหมคะ งานที่โรงแรมยุ่งหรือเปล่า “ แพรววนิตรัวคำถามใส่พลอยชมพู 

“ โอ๊ย...ยัยแพรว ถามทีละข้อก็ได้ รัวซะเป็นชุดๆ เลยนะเราน่ะ “ พลอยชมพูกล่าว ป้าแววพลางขำตามกับพี่น้องสองคนนี้ 

“ ก็ไม่ยังไงหรอก นายนั่นน่ะพาพี่ไปเพื่อแลกกับข้าวกล่องที่พี่ทำให้เมื่อเช้านี้ คุณพ่อคุณแม่ก็สบายดี งานก็ไม่ยุ่งเท่าไหร่หรอก” พลอยชมพูตอบคำถามแพรววนิต 

“ เอ...พี่พลอยทำข้าวกล่องตอนไหนคะเนี่ย ทำไมแพรวไม่รู้เรื่องเลย” แพรววนิตถามอย่างสงสัย 

“ ก็เราน่ะจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ก็เล่นหลับเป็นตายซะขนาดนั้นน่ะ พอดีพี่นอนไม่ค่อยหลับด้วย เลยตื่นมาทำสลัดผักไว้ให้คุณอาทาน แล้วก็เจอป้าแววพอดี “ พลอยชมพูกล่าวพลางมองป้าแววที่อยู่ในเหตุการณ์ 

“ ใช่ค่ะ...คุณแพรว ป้าก็อยู่ในเหตุการณ์พอดีค่ะ “ ป้าแววกล่างพลางอมยิ้ม 

“ พี่พลอยรู้ไหมคะ คุณอาบอกว่าสลัดพี่พลอยอร่อยมากค่ะ นายเตชินท์ก็ดูอร่อยนะคะ เห็นตักไปหลายคำเลยค่ะ แต่ทำเป็นเต๊ะท่าวางฟอร์มตลอด แพรวล่ะเบื่อจริ๊งๆ “ แพรววนิตกล่าวพลางขำไปเมื่อนึกถึงสีหน้าเตชินท์ 

“ ไม่เอาละ แพรวน่ะชอบชวนพี่คุยอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวอาหารเย็นก็ไม่เสร็จกันพอดี พอและเราน่ะไปอาบน้ำซะไป เดี๋ยวพี่จะเตรียมอาหารเย็นให้คุณอาก่อน “ พลอยชมพูกล่าวกับแพรววนิต “ ไปกันค่ะป้าแวว เข้าครัวกันดีกว่าค่ะ” พลอยชมพูกล่าวกับป้าแววแล้วจึงพากันเดินเข้าครัวไป 

“ ก็ได้ค่ะ” แพรววนิตจึงต้องไปอาบน้ำตามคำสั่งของพี่สาว 

“ เป็นไงล่ะ โม้มากไปหน่อยล่ะสิ “ เตชัสกล่าวตามหลังแพรววนิตที่กำลังจะไปอาบน้ำ 

“ อะไรเล่า....อยู่เฉยๆ เลยพูดมากจริงๆ นายนี่ก็อีกคนพาพี่สาวฉันหายไปเป็นวันๆ แต่ยังไงก็ขอบใจที่พาพี่พลอยไปเอาเสื้อผ้ากับของใช้ แดดที่นี่แรงจนหน้าฉันจะเป็นฝ้าอยู่แล้วเนี่ย” แพรววนิตกล่าว 

“ เอาน่า....เดี๋ยวก็ชินไปเองนั่นแหละ อย่าบ่นนักเลย เดี๋ยวตีนกาก็ถามหาหรอก “ เตชัสกล่าวพลางขำกับท่าทีของแพรววนิต 

“ เห้ย...นายว่าฉันแก่หรอ มันจะมากเกินไปแล้วนะ” แพรววนิตกล่าวพลางทำท่าทางจะต่อยเตชัสอย่างโมโห 

“ ทำไม....อย่างเธอจะทำอะไรฉันได้ ตัวแค่นี้ ผลักนิดเดียวก็ปลิวแล้ว “ เตชัสกล่าวพลางจับมือแพรววนิตที่กำลังง้างมือจะต่อยตนจนแพรววนิตเซล้มทับร่างเตชัสที่นั่งอยู่จนหัวโขกกัน สายตาทั้งคู่ต่างจับจ้องมองกันราวถูกมนต์สะกด  

“ โอ๊ย....เจ็บจัง” แพรววนิตจับหน้าตนเองอย่างรู้สึกเจ็บ 

“ เป็นอะไรมากหรือเปล่า “ เตชัสกล่าวพลางรู้สึกห่วงอาการ แพรววนิตที่เซล้มจนอยู่ในอ้อมกอดของเตชัส เขาพยายามจะจับดูที่หัวของแพรววนิตดูหากมีรอยช้ำ 

“ ไม่...ไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ “ แพรววนิตกล่าว เธอผงะตัวออกจากอ้อมกอดของเตชัส เธอกลับรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ซึ่งเธอเองก็หาคำตอบไม่ได้เช่นกันว่าเพราะอะไร 

ในมื้อเย็นของไร่วรางกูลฟาร์ม ทุกคนที่กำลังทานมื้อเย็น “ คุณพ่อครับ งานลอยกระทงของไร่เราปีนี้ คงสนุกน่าดูนะครับ “ เตชินท์กล่าว 

“ ทำไมหรือลูก ทุกปีก็สนุกแบบนี้อยู่แล้วนี่นา” เตโชดมกล่าวอย่างสงสัย 

“ ไม่ธรรมดาแน่นอนครับคุณพ่อ เพราะงานประกวดนางนพมาศปีนี้จะมีแพรววนิตลงประกวดด้วยครับ แล้วก็มีกอหญ้าด้วยครับคุณพ่อ “ เตชินท์กล่าวพลางมองแพรววนิตราวท้าทาย 

“ ห๊า...ยัยแพรว ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ เราน่ะ...จะไหวหรอ คิดดีแล้วใช่ไหมถึงได้ประกวดเนี่ย” พลอยชมพูกล่าวอย่างตกใจ 

“ ใช่ค่ะ...พี่พลอย แพรวไม่ได้ประกวดคนเดียวนี่คะ เพราะพี่พลอยจะต้องประกวดกับแพรวด้วยค่ะ “ แพรววนิตกล่าวอย่างมั่นใจ 

“ ไม่นะ.....พี่ไม่ประกวดด้วยเด็ดขาด ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษาพี่ก่อนล่ะ “ พลอยชมพูกล่าวอย่างหนักใจกับแพรววนิต 

“ อุ๊แหม๋....งานปีนี้คงจะสนุกจริงๆ อย่างที่เจ้าชินท์ว่าซะล่ะนะ จะมีหลานแพรวกับหลานพลอยเข้าร่วมประกวดกับเขาด้วยนี่นา ส่วนกอหญ้าเองก็เป็นเทพีนพมาศ 3 ปีซ้อนซะด้วยสิ ” เตโชดมกล่าวอย่างชอบใจ ที่ไร่จะมีสาวสวยประกวดนางนพมาศเพิ่มอีก 3 คน 

“ คุณอาคะ...พลอยยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะคะ “ พลอยชมพูกล่าวอย่างไม่มั่นใจว่าเธอนั้นจะทำได้ 

“ แต่อาเชื่อว่าหลานพลอยทำได้นะลูก แล้วอีกอย่างก็เป็นงานในไร่ของเราเอง มีแต่คนกันเองทั้งนั้น ที่อาจัดงานลอยกระทงให้คนงานทุกปีก็เพราะอยากให้คนงานได้ผ่อนคลายจากการทำไร่ ให้ได้สนุก ให้คนงานรู้สึกว่าไม่ได้เป็นแค่เจ้านายกับลูกจ้าง แต่ให้รู้สึกว่าเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันนะหลานพลอย “ เตโชดมกล่าวอย่างให้กำลังใจ 

“ จะดีหรือคะคุณอา” พลอยชมพูกล่าว 

“ ดีสิ เชื่ออาเถอะ....” เตโชดมกล่าวเพิ่มความมั่นใจ 

“ ก็ได้ค่ะคุณอา” พลอยชมพูกล่าวอย่างจำใจ 

“ เย้.....ต้องอย่างนี้สิพี่พลอย “ แพรววนิตกล่าวอย่างดีใจ 

“ นี่...กระโดกกระเดกขนาดนี้อย่าไปเผลอหกล้มบนเวทีประกวดก็แล้วกัน ดูยังไงก็เหมือนจับลิงมาแต่งตัวนะครับ” เตชัสกล่าวกับแพรววนิตพลางขำไป 

“ เชอะ...ของแบบนี้ไว้รอดูหน้างานเลยทีเดียวดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าคุย “ แพรววนิตกล่าว 

“ เอาๆ....เดี๋ยวพรุ่งนี้ชินท์ก็พาน้องๆ ไปดูชุดสำหรับวันงานด้วยนะ “ เตโชดมกล่าว 

“ ครับคุณพ่อ “ เตชินท์กล่าว 

“ คุณอาคะ...เรื่องชุดไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ พอดีคุณแม่แพรวท่านมีร้านตัดเสื้อเจ้าประจำอยู่แล้วด้วยค่ะ ครอบครัวของแพรวใช้บริการที่นี่ตลอดค่ะ “ แพรววนิตกล่าว 

“ นี่...พรุ่งนี้ก็เตรียมตัวกันไว้ก็แล้วกัน เดี๋ยวสายๆ แล้วจะพาไป “ เตชินท์กล่าวเสียงขรึมกับพลอยชมพูและแพรววนิต 

“ รู้แล้วน่า....” แพรววนิตกล่าว 

“ คุณพลอยกับคุณแพรวจะประกวดนางนพมาศทั้งที เดี๋ยวป้าแววจะซื้อดอกกุหลาบให้คุณทั้งสองเยอะๆ เลยนะคะ” ป้าแววกล่าวอย่างให้กำลังใจ 

“ ขอบคุณนะคะป้าแวว “ พลอยชมพูกล่าวพลางยิ้มแย้ม 

“ เอ่อ...คุณท่านคะ เมื่อตอนเที่ยงคุณชิตเธอโทรมาที่ไร่ค่ะ บอกว่าอาทิตย์นี้คงไม่ได้กลับไร่ค่ะ เพราะว่าต้องซ้อมฟุตบอลค่ะ เห็นว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานแข่งกีฬาสีของมหาวิทยาลัยค่ะ ขอประทานโทษค่ะพอดีแววลืมแจ้งคุณท่านค่ะ “ ป้าแววกล่าวกับเตโชดมที่กำลังทานผลไม้หลังมื้อเย็น 

“ อย่างนั้นหรือแวว เอาล่ะ ไม่เป็นไรหรอก บางทีแววเองก็วุ่นวายกับงานบ้านงานเรือน ฉันเองก็เข้าใจอยู่ “ เตโชดมกล่าวจนป้าแววเองก็ได้แต่ยิ้มอย่างอดรู้สึกผิดไม่ได้ 

“ เสียดายจังนะคะ น้องชิตเลยไม่ได้ลอยกระทงด้วยกันเลย “ 

แพรววนิตกล่าวอย่างรู้สึกเซ็งเล็กน้อย 

“ เอาอย่างนี้สิ ถ้าเธอชนะการประกวด ฉันเองจะยอมลอยกระทงกับเธอแทนเตชิตเองดีไหมล่ะ “ เตชัสกล่าวท้าทายแพรววนิต 

“ เรื่องอะไรล่ะ ฉันลอยคนเดียวก็ได้ย่ะ ไม่เห็นต้องให้นายมาลอยกระทงด้วยสักหน่อย “ แพรววนิตกล่าวอย่างไม่สนใจ 

“ คนเขาอุตส่าห์หวังดีนะเนี่ย ตามใจเธอละกัน “ เตชัสกล่าว 

“ มัวแต่เถียงกันอยู่นั่นแหละ ดูสิ..คุณพ่อทนไม่ไหว เดินเข้าห้องนอนไปแล้วนั่นเห็นไหม” เตชินท์กล่าวพลางดุเตชัสและแพรววนิตที่มัวแต่เถียงกันเป็นเด็กๆ 

“ ก็แล้วใครเริ่มก่อนล่ะ ฉันอยู่ของฉันดีๆ นี่ เชอะ.....” แพรววนิตกล่าวอย่างหมันไส้เตชัสอย่างสำคัญตัวผิด 

“ เราก็พอเราแหละยัยแพรว ไม่ยอมลดราวาศอกเลยนะ พี่ละปวดหัว ไม่เอาละพี่ไปอาบน้ำนอนก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปลองชุดอีกนะ “ พลอยชมพูกล่าว 

“ แพรวไปด้วยค่ะพี่พลอย อยู่ตรงนี้หมันไส้คนค่ะ “ แพรววนิตกล่าวพลางมองเตชัสด้วยหางตาอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ แล้วจึงเดินตามพลอยชมพูขึ้นห้องไปทันที 

“ เราก็เหมือนกันนะชัส เมื่อไหร่จะไปนอน ไปได้แล้วไป พี่เองก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน ง่วงแล้วเนี่ย” เตชินท์กล่าว 

“ ไปสิพี่ชินท์ ผู้หญิงอะไรกวนประสาทชะมัดเลย พี่คิดเหมือนชัสไหม “ เตชัสกล่าวพลางหาแนวร่วม 

“ บางทีเราน่ะก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ นั่นแหละ “ เตชินท์กล่าวพลางยิ้มกับเตชัสแล้วเขาทั้งสองก็พากันเดินกลับเข้าห้องนอนของตนไป  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น